- หน้าแรก
- ระบบบำเพ็ญเพียรขั้นเทพ
- บทที่ 11 - ขั้นสร้างรากฐานเอ๋ย~
บทที่ 11 - ขั้นสร้างรากฐานเอ๋ย~
บทที่ 11 - ขั้นสร้างรากฐานเอ๋ย~
สายตาของหวังเจี้ยนเฉียงหยุดชะงักอยู่ที่ร่างของหวังอวี่เหยา พริบตาเดียว หน้าต่างสถานะก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา
"ชื่อ: หวังอวี่เหยา
เพศ: หญิง
ระดับบำเพ็ญเพียร: ขั้นกลั่นลมปราณระดับเก้า
อายุ: 33/100
รากฐานกระดูก: รากวิญญาณสามธาตุ น้ำ ลม ไม้
ค่าความรู้สึก: 0"
หลังจากที่หวังอวี่เหยาเดินเข้ามาในห้อง สายตาของหวังเจี้ยนเฉียงก็จับจ้องไปที่นาง หน้าต่างสถานะก็เด้งขึ้นมาในหัวทันที
"คารวะศิษย์พี่หวังเจ้าค่ะ"
เสียงของหวังอวี่เหยาดังขึ้นข้างหูอย่างนอบน้อม
หวังเจี้ยนเฉียงดึงสติกลับมา แล้วพิจารณาสตรีร่างอวบอัดตรงหน้าอย่างใกล้ชิด
นางมีเรือนผมยาวสลวยถึงเอว มัดรวบไว้หลวมๆ ด้วยเชือกถักหลากสี ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด
เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเรียบง่ายธรรมดา แต่กลับไม่อาจปิดบังทรวดทรงองค์เอวอันอวบอิ่มเย้ายวนของนางได้เลย
ในขณะที่หวังอวี่เหยาถูกจ้องจนรู้สึกประหม่าและก้มหน้าลง หวังเจี้ยนเฉียงก็ละสายตาออกมา "เจ้าก็มาหาข้าเพราะต้องการโอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบเหมือนกันใช่ไหม?"
หวังอวี่เหยาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
แต่แล้วก็ต้องชะงักไป
เหมือนกัน?
หรือว่าซูอวี่ถงก็มาหาศิษย์พี่หวัง เพื่อขอซื้อโอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบด้วยงั้นหรือ?
ที่นางเดินหัวเสียออกไปเมื่อกี้ คงเป็นเพราะโดนปฏิเสธมาสินะ?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในใจของหวังอวี่เหยาก็เริ่มกังวลขึ้นมาทันที
ขนาดคนดังแห่งสายนอก หนึ่งในสามโฉมงาม ผู้เป็นถึงศิษย์ใหม่อัจฉริยะอย่างซูอวี่ถงยังโดนปฏิเสธ แล้วนางจะเหลือความหวังอะไร คงต้องกลับไปมือเปล่าแน่ๆ
นางแอบถอนหายใจอยู่ในใจ
แต่ในเมื่อมาถึงนี่แล้ว ยังไงก็ต้องขอลองดูสักตั้งล่ะนะ!
คิดได้ดังนั้น นางก็พยักหน้า "ศิษย์น้องทราบดีว่าโอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบนั้นล้ำค่ามาก แต่ไม่ทราบว่าศิษย์พี่พอจะแบ่งขายให้ศิษย์น้องสักนิดได้หรือไม่เจ้าคะ?"
พูดจบ นางก็ก้มหน้าลงอย่างไม่รู้ตัว
"ได้สิ"
"ศิษย์น้องเข้าใจดีเจ้าค่ะ รบกวนศิษย์พี่แล้ว... เอ๊ะ? ศิษย์พี่~ ท่าน~ ท่านตกลงหรือเจ้าคะ?!"
ทีแรกหวังอวี่เหยาคิดว่าหมดหวังแล้วแน่ๆ พลั้งปากพูดตอบรับการปฏิเสธไปแล้วด้วยซ้ำ แต่วินาทีต่อมานางก็อึ้งไป ก่อนจะเงยหน้ามองหวังเจี้ยนเฉียงด้วยความตื่นเต้น
หวังเจี้ยนเฉียงพยักหน้ารับ
เขาค่อนข้างประทับใจหวังอวี่เหยาคนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว
การที่นางจงใจพูดตอกหน้าซูอวี่ถงเพื่อเอาใจเขาตอนที่อยู่หน้าประตู ทำไมเขาจะดูไม่ออกล่ะ?
ทั้งฉลาด ถ่อมตัว แถมยังรู้จักกาลเทศะ
คนแบบนี้ ใครล่ะจะไม่รู้สึกดีด้วย?
"เจ้าต้องการกี่เม็ด?"
"หนึ่งเม็ดเจ้าค่ะ"
หวังเจี้ยนเฉียงพยักหน้า ก่อนจะหยิบเอาโอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบออกมาหนึ่งเม็ด
เมื่อเห็นเม็ดยากลมเกลี้ยงที่ถูกคีบอยู่ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของหวังเจี้ยนเฉียง ดวงตาของหวังอวี่เหยาก็เป็นประกายระยิบระยับทันที
หวังเจี้ยนเฉียงมองนาง "รู้ราคาใช่ไหม?"
หวังอวี่เหยาหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ถามด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ "ห้า... ห้าพันหินวิญญาณ พอจะได้ไหมเจ้าคะ?"
ก่อนหน้านี้นางก็ไปซื้อมาจากหอกิจการภายนอกในราคาเม็ดละห้าพันหินวิญญาณ
ในเมื่อเป็นราคาเดียวกัน ก็คิดว่าน่าจะซื้อได้
แต่พอนางพูดออกไป กลับเห็นหวังเจี้ยนเฉียงส่ายหน้า
หัวใจของนางหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
หรือว่า... จะไม่พอ?
ก็น่าจะจริง
ของแบบนี้ยิ่งหายากก็ยิ่งแพงนี่นา
ถ้าสิ่งที่ผู้อาวุโสต่งพูดเป็นความจริง ทั้งสำนักนี้ คนที่สามารถปรุงโอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบได้ ก็คงมีแต่ศิษย์พี่หวังคนเดียวเท่านั้น
ถ้าหากสรรพคุณของโอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบถูกแพร่งพรายออกไป อย่าว่าแต่เม็ดละ 5,000 หินวิญญาณเลย ต่อให้โก่งราคาเป็น 8,000 หรือเป็นหมื่นหินวิญญาณ ก็คงมีคนแย่งกันซื้อหัวชนฝาแน่ๆ
แต่นางไม่มีหินวิญญาณไปมากกว่านี้แล้วจริงๆ
แค่ซื้อโอสถเมฆาประกายจากหอกิจการภายนอกก่อนหน้านี้ นางก็แทบจะหมดตัวอยู่แล้ว
ห้าพันหินวิญญาณก้อนนี้ นางก็เพิ่งจะได้มาจากการขายศาสตราเวทสองชิ้นสุดท้ายที่มีติดตัวไปหมาดๆ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางก็ส่ายหน้าอย่างท้อแท้ "ขออภัยที่มารบกวนเจ้าค่ะ ศิษย์พี่หวัง"
พูดจบ นางก็หมุนตัวเดินคอตกทำท่าจะออกจากห้องไปราวกับคนไร้วิญญาณ
หวังเจี้ยนเฉียงอึ้งไป "เดี๋ยวก่อน เจ้าจะไปไหนน่ะ?"
หวังอวี่เหยาชะงักฝีเท้า หันมามองหวังเจี้ยนเฉียงด้วยสีหน้าอับอาย "ศิษย์พี่ ข้าไม่มีปัญญาซื้อหรอกเจ้าค่ะ~"
หวังเจี้ยนเฉียงอึ้งไปอีกรอบ ก่อนจะนึกขึ้นได้
เขาส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ "หอกิจการภายนอกรับซื้อไปในราคาเม็ดละ 3,500 หินวิญญาณ เจ้าก็จ่ายข้าแค่ 3,500 หินวิญญาณก็พอแล้ว"
หวังอวี่เหยาถึงกับยืนงง แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "จริงหรือเจ้าคะ?!"
"แน่นอนสิ"
หวังเจี้ยนเฉียงพยักหน้า
สำหรับเขาในตอนนี้ การหาหินวิญญาณมันง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ เงินแค่หมื่นแปดพันหินวิญญาณไม่ได้มีความหมายอะไรเลย
ที่เขาโก่งราคาใส่ซูอวี่ถง ก็เพราะว่าหมั่นไส้หล่อนก็เท่านั้น
แต่กับหวังอวี่เหยาที่เขาถูกชะตาด้วย จะให้ลดราคาลงมากำไรน้อยหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
"ขอบคุณ... ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ ศิษย์พี่หวัง!"
เมื่อได้รับคำยืนยันจากปากของหวังเจี้ยนเฉียง หวังอวี่เหยาก็ดีใจจนเนื้อเต้น ใบหน้าขาวเนียนแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วยิ่งดูมีเสน่ห์เย้ายวนชวนมองมากขึ้นไปอีก
หวังเจี้ยนเฉียงมองใบหน้าสวยๆ นั้นแล้วก็รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาในอก แต่ก็ยังคงตีหน้าขรึมพูดเนิบๆ "โอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบ แม้จะมีสรรพคุณรุนแรง แต่ถ้าเจ้ามีแค่เม็ดเดียว มันก็คงไม่พอที่จะช่วยให้เจ้าทะลวงขั้นได้หรอกนะ"
พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็จ้องมองหวังอวี่เหยาด้วยสายตาคมกริบ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเย้ายวนอย่างประหลาด "เจ้า... อยากจะได้โอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบเพิ่มอีกไหมล่ะ?"
ดวงตาของหวังอวี่เหยาเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว "แต่ข้าเป็นแค่คนธรรมดา ทรัพยากรที่สะสมมาตลอดหลายปีก็ใช้ไปจนเกลี้ยงแล้ว ข้าไม่มีหินวิญญาณเหลือแล้วเจ้าค่ะ"
หวังเจี้ยนเฉียงยิ้มกริ่ม "แล้วถ้าข้า... ไม่คิดเงินเจ้าล่ะ?"
หวังอวี่เหยาดีใจวาบ แต่แล้วก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ รอยยิ้มบนใบหน้าหุบลง ก่อนจะหยั่งเชิงถามอย่างระมัดระวัง "ไม่ทราบว่าศิษย์พี่... อยากให้ศิษย์น้องตอบแทนด้วยสิ่งใดหรือเจ้าคะ?"
"คุยกับคนฉลาดอย่างศิษย์น้องนี่มันรู้เรื่องไวดีจริงๆ"
หวังเจี้ยนเฉียงมองนางด้วยสายตาชื่นชม แล้วหัวเราะหึๆ "ถ้าอย่างนั้น ศิษย์พี่ก็จะไม่พูดอ้อมค้อมให้เสียเวลาล่ะนะ"
เขาเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ "ศิษย์พี่อายุมากแล้ว แถมยังอยู่ตัวคนเดียวมานานจนเริ่มจะเหงา... เจ้าก็แค่สละเวลามาช่วย 'นอนเป็นเพื่อน' ศิษย์พี่สักหน่อยก็พอ นอนด้วยกันสามครั้ง แลกกับโอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบหนึ่งเม็ด"
"ศิษย์พี่เจ้าคะ คำว่า 'นอน' ที่ว่าเนี่ย... เป็นคำกริยาแบบขยับตัวเคลื่อนไหว หรือว่าคำกริยาแบบนอนอยู่นิ่งๆ เฉยๆ หรือเจ้าคะ?" หวังอวี่เหยาลอบมองหวังเจี้ยนเฉียงอย่างระมัดระวัง
หวังเจี้ยนเฉียงปรายตามองนาง "เจ้าคิดว่าไงล่ะ?"
หน้าของหวังอวี่เหยาแดงก่ำไปถึงใบหูทันที
แต่นางไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย นางนิ่งคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหวังเจี้ยนเฉียงอีกครั้ง
"ศิษย์พี่ เส้นทางการบำเพ็ญเพียรนั้นยากลำบากแสนเข็ญ ศิษย์น้องเองก็ไม่ได้มีพรสวรรค์เป็นเลิศ หากไม่ได้ยาโอสถของศิษย์พี่ช่วยเอาไว้ ป่านนี้ศิษย์น้องก็คงยังติดแหง็ก ดิ้นรนอยู่ที่ขั้นกลั่นลมปราณระดับหกไม่ไปไหน"
"ในเมื่อศิษย์พี่ให้เกียรติศิษย์น้อง ศิษย์น้องก็ยินดีเจ้าค่ะ"
"ข้า... อยากจะก้าวหน้าใจจะขาดแล้วเจ้าค่ะ!"
"ดีมาก"
เมื่อได้ยินคำตอบของหวังอวี่เหยา หวังเจี้ยนเฉียงก็คลี่ยิ้มออกมา
...
ชั่วครู่ต่อมา
ประตูห้องก็เปิดออก
หวังอวี่เหยากับหวังเจี้ยนเฉียงเดินออกมาด้วยกัน
หวังเจี้ยนเฉียงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
หวังอวี่เหยาคนนี้ ว่านอนสอนง่ายกว่าหลานสาวนอกไส้อย่างเฉินเจียวเจียวเยอะเลย
ทั้งอ่อนโยน เอาใจเก่ง ฉลาด แถมยังใจกว้าง
ท่าทีที่ปฏิบัติต่อเขาก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เขาสัมผัสได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้เคารพและให้เกียรติเขาจริงๆ
ซึ่งมันก็สะท้อนให้เห็นผ่านหน้าต่างสถานะ ค่าความรู้สึกของนางพุ่งพรวดจาก 0 ขึ้นมาเป็น 50 แต้มในคราวเดียว!
ในขณะที่เฉินเจียวเจียว จนถึงตอนนี้นางก็ยังมีค่าความรู้สึกอยู่ที่แค่ 85 แต้มเท่านั้น
ถึงแม้เฉินเจียวเจียวจะคอยปั้นหน้ายิ้มแย้มเอาใจเขาทุกครั้งที่เจอ แต่ความรู้สึกลึกๆ ที่แอบดูถูกเหยียดหยามเขาก็ไม่เคยจางหายไปไหน
"นี่คือยามัดจำของเจ้า"
หวังเจี้ยนเฉียงพูดพลางล้วงเอาโอสถเมฆาประกายระดับสมบูรณ์แบบออกมาส่งให้หวังอวี่เหยาเม็ดหนึ่ง
หวังอวี่เหยารับยาไปเก็บด้วยความเบิกบานใจ นางมองหวังเจี้ยนเฉียงอย่างลังเล "ศิษย์พี่ พรุ่งนี้ท่านพักผ่อนสักหน่อยดีไหมเจ้าคะ ร่างกายของท่าน..."
หวังเจี้ยนเฉียงรู้สึกเหมือนโดนสบประมาทอย่างแรง!
เขาถลึงตาใส่ "พูดอะไรแบบนั้น ศิษย์พี่ของเจ้าน่ะร่างกายกำยำล่ำซำ แข็งแรงปานหนุ่มกระทงเลยนะจะบอกให้"
พูดจบ เขาก็ตบหน้าอกตัวเองดังป้าบๆ โชว์ความฟิต
แต่ใครจะไปรู้ว่าการตบโชว์แมนครั้งนี้ จะทำให้เขาถึงกับเซถลาเสียหลัก โชคดีที่หวังอวี่เหยาตาไว รีบคว้าแขนประคองเขาไว้ได้ทัน ไม่งั้นได้ล้มหน้าคะมำกองกับพื้นแน่ๆ
"ขั้นสร้างรากฐานโว้ย!"
ในวินาทีนั้นเอง ความปรารถนาที่จะทะลวงขึ้นสู่ขั้นสร้างรากฐานของหวังเจี้ยนเฉียง ก็พุ่งทะยานทะลุขีดจำกัดขึ้นมาอีกครั้ง!
(จบแล้ว)