เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - หอกิจการภายนอกและผู้อาวุโสต่ง

บทที่ 3 - หอกิจการภายนอกและผู้อาวุโสต่ง

บทที่ 3 - หอกิจการภายนอกและผู้อาวุโสต่ง


"ท่าน~"

"ท่านมันหน้าไม่อายที่สุด!"

คำพูดของหวังเจี้ยนเฉียงทำเอาใบหน้าของเฉินเจียวเจียวแดงเถือกด้วยความโกรธจัด

"ไม่อยากทำ? งั้นก็ช่างเถอะ"

หวังเจี้ยนเฉียงเบ้ปากอย่างไม่แยแส

พูดจบ เขาก็ทำท่าจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง

เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของเฉินเจียวเจียวก็เปลี่ยนไป "เดี๋ยวก่อน~"

หวังเจี้ยนเฉียงชะงักฝีเท้า หันกลับมามองหญิงสาว "ว่าไง? ตกลงแล้วรึ?"

สีหน้าของเฉินเจียวเจียวสลับเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเค้นเสียงเย็นชาออกมา "แค่โอสถรวบรวมปราณหนึ่งเม็ดมันน้อยเกินไป ต้องเป็นโอสถชิงหลิงหนึ่งเม็ดต่างหาก"

หวังเจี้ยนเฉียงเหลือบตามองนาง "ฝันกลางวันอยู่รึไง? เจ้าคิดว่า 'ตรงนั้น' ของเจ้าทำมาจากทองคำเซียนหรือไงห๊ะ?"

"ข้าเป็นคนไม่ชอบบังคับจิตใจใคร ถ้าไม่อยากทำ เจ้าก็ไสหัวไปได้เลย"

พูดจบ เขาก็เตรียมจะหันหลังกลับเข้าห้องอีกครั้ง

"เดี๋ยวก่อน!"

เฉินเจียวเจียวเรียกหวังเจี้ยนเฉียงเอาไว้อีกครั้ง

สุดท้ายเธอก็ตัดใจทิ้งทรัพยากรบำเพ็ญเพียรที่หามาได้ง่ายๆ กองนี้ไปไม่ลงจริงๆ

ถึงสรรพคุณของโอสถรวบรวมปราณจะงั้นๆ ก็เถอะ

แต่มันก็แค่ใช้เวลา 'สามวิ' ไม่ใช่หรือไง?

ยอมเหนื่อยแค่สามวิ แลกกับโอสถรวบรวมปราณมาได้ตั้งหนึ่งเม็ด...

ยังไงก็กำไรเห็นๆ!

ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้เธอเป็นคน 'บ้างาน' เล่า?

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว สีหน้าของเธอก็มุ่งมั่นขึ้น ก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องอย่างว่าง่าย

จังหวะที่เดินสวนกับหวังเจี้ยนเฉียง ริมฝีปากบางก็ขยับมุบมิบ มีเสียงกระซิบเบาๆ ที่แทบไม่ได้ยินลอดเข้าหูหวังเจี้ยนเฉียง "ฝีมือก็กากแต่ดันหมกมุ่น ระวังจะเหนื่อยตายเข้าสักวันเถอะ"

หวังเจี้ยนเฉียงหน้าตึงเปรี๊ยะ กว่าจะได้สติกลับมา เฉินเจียวเจียวก็เดินเข้าไปรอในห้องเรียบร้อยแล้ว

"นี่มันจะลามปามกันเกินไปแล้ว วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้รู้ฤทธิ์เสียบ้าง!"

ใบหน้าของหวังเจี้ยนเฉียงดำมืดราวกับก้นหม้อ สติสัมปชัญญะมุดหายเข้าไปในห้วงความคิด เปิดหน้าต่างย่อยหมวด 'ทักษะวิชา' บนระบบสถานะขึ้นมาดู

บนนั้นมีข้อความสั้นๆ ปรากฏอยู่เพียงสองบรรทัด

"เคล็ดวิชากำเนิดปราณ (ขั้นเริ่มต้น)"

"คัมภีร์กักหยวนสุริยันจ้า (ยังไม่เริ่มต้น)"

เคล็ดวิชากำเนิดปราณ เป็นวิชากลั่นลมปราณระดับล่างสุด

แม้สำนักเหอฮวนจะมีคัมภีร์ระดับสูงอยู่มากมาย แต่ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการพรสวรรค์ของผู้ฝึกฝนในระดับที่สูงลิ่ว หวังเจี้ยนเฉียงเป็นเพียงผู้มีรากวิญญาณห้าธาตุอันแสนต่ำต้อย จึงไม่อาจฝึกฝนวิชาเหล่านั้นได้

แต่เคล็ดวิชากำเนิดปราณนั้น แม้จะเป็นวิชาระดับล่าง ทว่ามันกลับเป็นวิชาที่คนทั่วไปสามารถฝึกฝนได้ ต่อให้เป็นผู้มีรากวิญญาณห้าธาตุก็สามารถเรียนได้

ส่วน 'คัมภีร์กักหยวนสุริยันจ้า' เป็นคัมภีร์เฉพาะของสำนักเหอฮวน ศิษย์สำนักเหอฮวนทุกคนต้องเรียนรู้วิชานี้เมื่อแรกเข้าสำนัก

น่าเสียดายที่วิชานี้ จำเป็นต้องใช้ฝึกฝนร่วมกับ 'คู่บำเพ็ญเพียร'

แล้วคนที่มีรากวิญญาณห้าธาตุสุดกากอย่างเขา ใครมันจะอยากมาเป็นคู่บำเพ็ญเพียรด้วยล่ะ?

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่เคยมีโอกาสได้ฝึกปรือวิชานี้จริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง อย่าว่าแต่จะฝึกจนบรรลุขั้นเริ่มต้นเลย!

แต่ตอนนี้เขาปลุกระบบให้ตื่นขึ้นมาได้แล้ว

พอดีเลย จะได้ลองทดสอบประสิทธิภาพของแต้มบำเพ็ญเพียรกับคัมภีร์วิชานี้ดูสักหน่อย

เขาเพ่งสมาธิไปที่คัมภีร์กักหยวนสุริยันจ้า แล้วตัดสินใจทุ่มแต้มบำเพ็ญเพียรใส่ลงไป 20 แต้มรวด!

เนื่องจากความพิเศษของคัมภีร์กักหยวนสุริยันจ้า สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป ต่อให้เป็นคนที่มีพรสวรรค์ฟ้าประทาน แค่ฝึกฝนวันละสองถึงสามชั่วยามก็ถือว่าน่าทึ่งมากแล้ว

แม้จะตั้งใจฝึกปรืออย่างหนักหน่วงมาถึงสิบปี แต่เวลาที่ได้ใช้เพื่อฝึกฝนคัมภีร์กักหยวนสุริยันจ้าจริงๆ อาจจะรวมกันไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำ

แต่การที่หวังเจี้ยนเฉียงเทแต้มบำเพ็ญเพียรลงไป 20 แต้มเต็มๆ มันเทียบเท่ากับการที่เขาได้ฝึกฝนวิชานี้อย่างหนักหน่วง ข้ามวันข้ามคืนโดยไม่ได้พักผ่อนเลยตลอด 20 ปีเต็ม!

มันเทียบได้กับการฝึกฝนอย่างหนักของผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปถึง 200 ปีเลยทีเดียว!

พริบตาเดียว หวังเจี้ยนเฉียงก็รู้สึกได้ทันทีว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น แม้กระทั่งสายตาก็ยังดูเหมือนจะสว่างไสวชัดเจนขึ้นตามไปด้วย

ในขณะเดียวกัน หน้าต่างสถานะก็สว่างวาบขึ้น

คำว่า "ยังไม่เริ่มต้น" ที่อยู่ด้านหลังคัมภีร์กักหยวนสุริยันจ้า ได้เปลี่ยนกลายเป็นคำว่า "ทะลวงขีดจำกัดสูงสุด" ไปเรียบร้อยแล้ว!

หวังเจี้ยนเฉียงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจอย่างสุดซึ้ง

เป็นที่รู้กันดีว่า การฝึกฝนทักษะและวิชาอาคมนั้น แบ่งออกเป็น 6 ระดับ ได้แก่ ขั้นเริ่มต้น, ขั้นเข้าสู่ก้าวแรก, ขั้นเข้าถึงแก่น, ขั้นความสำเร็จเล็ก, ขั้นความสำเร็จใหญ่ และขั้นสมบูรณ์แบบ

และคำว่า 'ทะลวงขีดจำกัดสูงสุด' นั้น ก็คือระดับที่อยู่เหนือกว่าขั้นสมบูรณ์แบบไปอีกขั้นหนึ่ง

มันหมายความว่าเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดสูงสุดของวิชานี้ ไปถึงระดับที่แม้แต่ผู้คิดค้นวิชายังไม่เคยไปถึงเสียด้วยซ้ำ!

ภายในใจของหวังเจี้ยนเฉียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

สรรพคุณของแต้มบำเพ็ญเพียรช่างทรงพลังจริงๆ! เพียงแค่ใช้ไป 20 แต้ม ก็สามารถยกระดับคัมภีร์กักหยวนสุริยันจ้าให้พุ่งพรวดไปจนถึงขั้นทะลวงขีดจำกัดสูงสุดได้เลย!

ได้ยินมาว่าคัมภีร์กักหยวนสุริยันจ้าในขั้นสมบูรณ์แบบ จะช่วยเพิ่มความอึดถึกทนได้ถึงห้าเท่า ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าถึงขั้นทะลวงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว อานุภาพของมันจะร้ายกาจขนาดไหน?

"ตกลงจะมาไหมเนี่ย? ถ้าไม่ไหวก็รีบบอกมาแต่เนิ่นๆ อย่ามาทำตัวเสียเวลาข้าได้ไหม?"

ทันใดนั้น เสียงตะโกนอย่างหมดความอดทนก็ดังแว่วเข้ามาในหู

"นี่มันจะลามปามกันเกินไปแล้ว!"

หวังเจี้ยนเฉียงยิ้มเย็น ดึงสติสัมปชัญญะกลับมา ก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้าห้องไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

...

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม (ประมาณ 1 ชั่วโมง)

ประตูห้องเปิดออก

เฉินเจียวเจียวเดินโซเซออกมา

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหวังเจี้ยนเฉียงทำเอาเธอถึงกับอึ้งกิมกี่

เธอไม่เข้าใจเลยว่า แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ทำไมคนคนหนึ่งถึงได้ก้าวหน้าไปไกลขนาดนี้?

จากสามวิกลายเป็นสามสิบวินาที ยังพอเข้าใจได้

แต่จากหมอนวดกัวซาขูดเบาๆ กลายมาเป็นปรมาจารย์คริติคอลตีบวกแรงๆ แบบนี้... มันเกินไปหน่อยแล้ว!

"โอสถล่ะ"

เธอมองหวังเจี้ยนเฉียงด้วยสายตาสับสนปนเปกันไปหมด ก่อนจะยื่นมือขาวเนียนออกไป

"ในนี้มีโอสถรวบรวมปราณพอให้แลกได้หนึ่งเม็ด"

หวังเจี้ยนเฉียงเอามือล้วงถุงเก็บของข้างเอว หยิบขวดยกส่งให้เฉินเจียวเจียว แล้วก็ขยิบตาให้อย่างรู้กัน

"สำหรับผลงานของเจ้า อารู้สึกพอใจมาก ถ้าวันหลังเจ้าขาดแคลนโอสถอีกล่ะก็ แวะมาหาอาได้ทุกเมื่อเลยนะ"

เฉินเจียวเจียวได้ยินดังนั้น ก็เพียงแค่หน้าแดงซ่าน รีบเก็บโอสถเข้ากระเป๋า

ไม่มีคำตอบรับ และก็ไม่มีคำปฏิเสธ

ท่าทีแบบนี้ มันก็เหมือนกับ... ยอมรับกลายๆ แล้วนั่นแหละ...

"ค่าความรู้สึก +30"

ในเวลาเดียวกัน เสียงเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวหวังเจี้ยนเฉียง

ไม่เพียงแต่ไม่โกรธ แต่ยังช่วยเพิ่มค่าความรู้สึกให้อีกต่างหาก

หวังเจี้ยนเฉียงชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกแปลกๆ ชอบกล

หรือว่า... นางจะยอมศิโรราบให้แล้ว?

หลังจากนั้น เฉินเจียวเจียวก็ไม่ได้รั้งอยู่นาน พอเธอจากไป หวังเจี้ยนเฉียงก็กลับเข้าห้องมาศึกษาข้อมูลในหน้าต่างสถานะของตัวเองต่อ

หลังจากเสียแต้มบำเพ็ญเพียรไป 20 แต้ม ตอนนี้เขาก็เหลือแค่ 30 แต้มเท่านั้น

เขาประจักษ์ถึงความทรงพลังของแต้มบำเพ็ญเพียรมากับตาแล้ว

ในใจจึงรู้สึกร้อนรนอยากจะได้แต้มมาครอบครองให้มากขึ้นไปอีก

เขานั่งขัดสมาธิลงกับพื้น เริ่มต้นบำเพ็ญเพียร

ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม (ประมาณ 2 ชั่วโมง)

เขาลืมตาขึ้นมาอย่างงงงวย

ไหนบอกว่าฝึกหนักหนึ่งนาที ได้รับ 1 แต้มบำเพ็ญเพียรไงล่ะ?

นี่อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรไปตั้งหนึ่งชั่วยามเต็มๆ แล้ว ทำไมไม่เห็นจะได้อะไรมาเลยสักแต้มเดียวล่ะฟะ?

หรือว่าข้าจะเข้าใจผิดไปเอง?

หวังเจี้ยนเฉียงคิดทบทวนอยู่ครึ่งค่อนวันก็ยังไม่เข้าใจ ส่ายหน้าไปมาด้วยความจนปัญญา คงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อนชั่วคราว

ไม่ว่ายังไงก็ต้องหาวิธีเลื่อนขั้นบำเพ็ญเพียรให้ได้ก่อนก็แล้วกัน

เมื่อความคิดแล่นผ่าน เขาเปิดหมวดความสามารถเสริมขึ้นมาดู

ข้อความในหน้านี้มีแค่บรรทัดสั้นๆ สองบรรทัด

"วิถีปรุงโอสถ: นักปรุงโอสถระดับหนึ่งขั้นต่ำ"

"วิถีหลอมศาสตรา: ไม่เข้าขั้น"

เขากดเพิ่มแต้มบำเพ็ญเพียร 10 แต้มลงในช่อง 'วิถีปรุงโอสถ' ทันที

พริบตาเดียว ความรู้ด้านการปรุงโอสถมากมายมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว ราวกับถูกประทับตราฝังแน่นลงไปอย่างชัดเจน

หน้าสถานะวิถีปรุงโอสถของเขาเปลี่ยนจาก 'ระดับหนึ่งขั้นต่ำ' เป็น 'ระดับหนึ่งขั้นกลาง' ในทันที

ความคิดของเขานั้นแสนจะเรียบง่าย ในเมื่อพรสวรรค์มันห่วยแตก เขาก็ต้องอาศัย 'ยาโด๊ป' มาชดเชย

พอยกระดับฝีมือการปรุงโอสถขึ้นมาได้ เขาก็จะหาเงินมาซื้อหินวิญญาณเพื่อบำเพ็ญเพียรได้เร็วขึ้น แถมยังสามารถปรุงยาโอสถระดับหนึ่งขั้นกลางขึ้นมาใช้เองได้อีกด้วย

เมื่อสองอย่างนี้เกื้อหนุนกัน ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาก็จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลแน่นอน

แต่เรื่องการหาแต้มบำเพ็ญเพียรก็ยังไม่ได้ถูกแก้ไข หวังเจี้ยนเฉียงจึงไม่กล้าผลีผลามใช้แต้มอีก 20 แต้มที่เหลือ

เขาเดินออกจากที่พัก มุ่งหน้าไปยังหอกิจการภายนอก

เมื่อไปถึงหอกิจการภายนอก เขาเดินตรงดิ่งไปที่หน้าโต๊ะพนักงานต้อนรับ

หลังโต๊ะตัวนั้น มีหญิงสาวนางหนึ่งนั่งประจำการอยู่

หญิงสาวเรือนผมดำขลับปล่อยยาวสลวย ใบหน้างดงามหยดย้อยราวกับหญิงงามที่ก้าวออกมาจากภาพวาด งดงามหมดจด

ส่วนที่ควรจะใหญ่ก็ใหญ่จนเหลือเชื่อ ส่วนที่ควรจะคอดก็คอดจนน่าตกใจ

หากจะใช้คำสักคำมาบรรยายก็คงต้องบอกว่า... ทรงพลังอลังการ!

เขาไม่กล้ามองนาน รีบดึงสติกลับมา โค้งคำนับให้สตรีผู้เป็นถึงผู้อาวุโสสายนอกซึ่งนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยความเคารพ

"ศิษย์สายนอกหวังเจี้ยนเฉียง คารวะผู้อาวุโสต่งขอรับ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - หอกิจการภายนอกและผู้อาวุโสต่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว