- หน้าแรก
- ยอดกุนซือระบบเทพ ปั้นทีมสะท้านโลก
- บทที่ 9 - เขาวิ่งอย่างหนักหน่วง เพียงเพื่อไล่ตามตัวเองที่ผู้จัดการทีมคาดหวังไว้
บทที่ 9 - เขาวิ่งอย่างหนักหน่วง เพียงเพื่อไล่ตามตัวเองที่ผู้จัดการทีมคาดหวังไว้
บทที่ 9 - เขาวิ่งอย่างหนักหน่วง เพียงเพื่อไล่ตามตัวเองที่ผู้จัดการทีมคาดหวังไว้
บทที่ 9 - เขาวิ่งอย่างหนักหน่วง เพียงเพื่อไล่ตามตัวเองที่ผู้จัดการทีมคาดหวังไว้
"ปัญหาใหญ่ที่สุดของการเสียประตูนี้ ก็คือโมดริชที่หลุดตำแหน่งในเกมรับ"
"นอกจากนี้ คิเอลลินี่เหมาะจะเล่นมิดฟิลด์ตัวรับจริงๆ เหรอ? เขาขาดประสบการณ์ ยืนตำแหน่งก็ไม่ดี สู้ขยับไปเล่นริมเส้นน่าจะดีกว่านะ"
"ไม่ต้องไปสนใจเรื่องพวกนี้หรอก ทำหน้าที่ของนายให้ดีก็พอแล้ว" เหอเทียนฉี่ผลักหลังแอชลีย์ ยัง ให้ลงสนาม "รู้ใช่ไหมว่าลงไปแล้วนายต้องทำอะไร?"
แอชลีย์ ยัง พยักหน้าอย่างจริงจัง : "ขยัน!"
เหอเทียนฉี่ถึงกับทนมองคำคำนี้ตรงๆ ไม่ได้จริงๆ : "ไม่ใช่แค่นั้น พื้นที่การวิ่งของนายด้วย เข้าใจไหม?"
แอชลีย์ ยัง ชูมือทำสัญลักษณ์โอเค
หลังจากโปเตนซ่าตีเสมอได้ ขวัญกำลังใจของพวกเขาก็พุ่งปรี๊ด
แฟนบอลเจ้าถิ่นส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจพวกเขาอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นที่จะเก็บสามแต้มให้ได้
ด้วยเหตุนี้ ทีมจึงรักษาจังหวะการบุกอย่างดุดันเอาไว้
ปาแลร์โม่ภายใต้การบัญชาการของเหอเทียนฉี่ จึงต้องหดตัวลงไปตั้งรับ และพยายามต้านทานความกดดันอย่างหนัก
นาทีที่แปดสิบสี่ กองหน้าโปเตนซ่ายิงไกลจนได้ลูกเตะมุม
ลูกเตะมุมเปิดเข้ามา วิดิชโหม่งสกัดบอลออกหลังไปได้
โปเตนซ่าได้เตะมุมต่อเนื่อง
"วิดิช โหม่งมาทางนี้! กล้าๆ หน่อย!" เหอเทียนฉี่ชี้ไปทางปากประตูฝั่งตรงข้าม ตะโกนจนคอแทบแตก เอฟเฟกต์เสียงคำรามกุนซือจอมโหดก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที
เขาดูออกว่าจังหวะสกัดบอลเมื่อครู่ของวิดิชยังกั๊กๆ เอาไว้อยู่ วิดิชสามารถพยายามโหม่งสกัดให้ออกไปนอกกรอบเขตโทษได้
แต่เขาไม่กล้าเสี่ยง
เพราะถ้ากะจังหวะพลาดไปนิดเดียว บอลตกลงไปในเขตโทษ ทีมก็จะตกอยู่ในอันตรายทันที
ดังนั้นการโหม่งออกหลังไป คือสิ่งที่เขามั่นใจว่าทำได้ชัวร์ๆ
ทัศนคติที่เน้นความชัวร์แบบนี้แหละ คือคุณสมบัติที่เซ็นเตอร์แบ็กชั้นยอดควรจะมี
แต่ในเวลานี้ เหอเทียนฉี่ไม่ต้องการมัน
เพราะเขาต้องการชัยชนะ!
ปัง!
อีกฝ่ายเปิดลูกเตะมุมเข้ามาอีกครั้ง
คราวนี้ วิดิชเจ้าของความสูงร้อยเก้าสิบเอ็ดเซนติเมตรกระโดดลอยตัวขึ้นไปสูงกว่าปกติ
ไม่มีวี่แววของความเหนื่อยล้าจากการเล่นมาเกือบเก้าสิบนาทีเลยแม้แต่น้อย
ปัง!
ลูกฟุตบอลถูกโหม่งกระดอนออกไปนอกกรอบเขตโทษ
โมดริชชิงตัดหน้าผู้เล่นฝั่งตรงข้าม เตะบอลทะยานไปข้างหน้า ราวกับเครื่องยนต์เทอร์โบที่ดึงจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกให้เร็วที่สุด
ม้าเร็วอย่างริเบรี่ก็ออกตัวสับไกทันที
"สวนกลับ! ปาแลร์โม่ได้จังหวะสวนกลับแล้ว!"
"ริเบรี่วิ่งตามบอลทัน ความสามารถในการเลี้ยงบอลของเขายอดเยี่ยมมาก!"
"ผ่านไปแล้ว! ริเบรี่โยกหลอกเปลี่ยนทิศทางนิดเดียวก็สลัดตัวประกบหลุดไปได้คนนึง"
"หลุดเดี่ยว! หลุดเดี่ยวแล้ว!"
"ผู้รักษาประตูโปเตนซ่าออกมาตัดบอล ริเบรี่ง้างเท้ายิง..."
"โอ้! โดนปัดไว้ได้! โธ่เอ๊ย ริเบรี่ ลูกนี้ยิงได้ไม่ดีจริงๆ เขา... เดี๋ยวก่อน!"
"GOAL!"
"เข้าประตูไปแล้ว!"
"เจ้าหนูดาวรุ่งจากอังกฤษ แอชลีย์ ยัง! เขาวิ่งอย่างหนักหน่วง เพียงเพื่อไล่ตามตัวเองที่ผู้จัดการทีมเหอเทียนฉี่คาดหวังไว้!"
"ลูกยิงซ้ำของเขาคือเพชฌฆาตปลิดชีพโปเตนซ่า!"
"สามประตูต่อสอง! นี่น่าจะเป็นประตูชัยแน่นอน!"
"เหอเทียนฉี่ดวงดีจริงๆ! พระเจ้าทรงเปิดประตูลับให้กับการคุมทีมอย่างเป็นทางการนัดแรกของเขาเสียด้วย!"
"สามประตู ไม่มีลูกไหนที่ยิงแบบปกติเลย นี่คือชัยชนะที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้!"
แอชลีย์ ยัง ที่เพิ่งทำประตูได้ดีใจจนเนื้อเต้น
เขาวิ่งตรงดิ่งไปหาเหอเทียนฉี่เป็นคนแรก แล้วกระโดดกอดผู้จัดการทีมซะเต็มแรง
ถ้าไม่มีการสนับสนุนจากเหอเทียนฉี่ ถ้าไม่มีคำแนะนำจากเหอเทียนฉี่ ตอนนี้เขาคงต้องจำใจบอกลาผืนหญ้าสีเขียวเหมือนกับเหอเทียนฉี่ แล้วไปเป็นทีมงานเบื้องหลังที่ไม่สามารถกำหนดชะตากรรมของเกมได้ไปแล้ว!
(เหอเทียนฉี่ : ???)
ที่ซุ้มม้านั่งสำรองปาแลร์โม่ อาร์ตูโร่กลอกตามองบน
ก็ยิงซ้ำดาบสองเหมือนกันแท้ๆ ทำไมตอนฉันยิงเข้าแกถึงเปลี่ยนฉันออก แต่พอลูกรักของแกยิงเข้า แกกลับดีใจหน้าบานขนาดนี้ฮะ?
อาริโกนี่ก็รู้สึกไม่ยุติธรรมแทนอาร์ตูโร่เหมือนกัน : "ลูกยิงซ้ำลูกนี้ยากน้อยกว่าลูกที่นายยิงตั้งเยอะ สถานการณ์สองรุมหนึ่งรุมกินโต๊ะผู้รักษาประตูแบบนี้ ยังไงก็ต้องยิงเข้าอยู่แล้ว"
เหอเทียนฉี่ที่หลบฉากปล่อยให้แอชลีย์ ยัง เป็นจุดศูนย์กลางในการฉลองประตู บังเอิญได้ยินประโยคนี้พอดี
เขายิ้มบางๆ ไม่ได้โต้เถียงอะไร
ความแตกต่างระหว่างสองประตูนี้ คนที่เข้าใจก็ย่อมเข้าใจ คนที่ไม่เข้าใจอธิบายไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
พูดง่ายๆ ก็คือ ลูกของอาร์ตูโร่มันเป็นลูกยิงซ้ำแบบโชคช่วย คือเขาบังเอิญยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
แต่ลูกของแอชลีย์ ยัง เป็นลูกยิงซ้ำที่เกิดจากแท็คติก
เหอเทียนฉี่มอบหมายภารกิจให้เขาวิ่งขึ้นลงตลอดเวลา ตอนลงมาตั้งรับต้องเข้ามาในเขตโทษฝั่งตัวเอง ตอนบุกก็ให้สอดลึกเข้าไปในเขตโทษคู่แข่งได้
แอชลีย์ ยัง ทำตามนั้นจริงๆ เขาถึงได้เก็บตกลูกนี้ได้
นอกจากนี้ ถ้าเมื่อกี้ริเบรี่ไม่เลือกที่จะยิงเอง แต่เลือกที่จะดึงผู้รักษาประตูออกมาแล้วจ่ายบอลให้แอชลีย์ ยัง แอชลีย์ ยัง ก็จะทำประตูได้เหมือนกัน แถมยังชัวร์กว่าด้วย
นี่แหละคือความแตกต่างอย่างแท้จริงระหว่างแท็คติกกับโชคชะตา
"โค้ชเหอ" ริเบรี่มุดออกมาจากวงล้อมเพื่อนร่วมทีม เดินมาหาเหอเทียนฉี่ "ขอโทษด้วยครับ เมื่อกี้ผมไม่ได้จ่ายบอล"
ก่อนที่เขาจะง้างเท้ายิง ความจริงแล้วเหอเทียนฉี่ตะโกนสั่งให้เขาจ่ายบอลแล้ว
ริเบรี่ได้ยิน
แต่เขาไม่ทำตาม
ซึ่งความจริงก็พิสูจน์แล้วว่า เหอเทียนฉี่พูดถูก
ลูกนั้นขอแค่จ่ายออกไป ยังไงก็เป็นประตูร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่ถ้าเลือกยิงเอง ต่อให้เป็นโรนัลโด้ โอกาสเข้าก็ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์
"ไม่มีอะไรต้องขอโทษหรอก" เหอเทียนฉี่กอดคอริเบรี่ปลอบใจ "กล้าที่จะตัดสินใจยิง กล้าที่จะแบกรับความรับผิดชอบในการทำประตูไว้บนบ่าตัวเองในช่วงเวลาสำคัญ นี่คือเรื่องที่ดี"
"ฉันชอบนักเตะที่มีความรับผิดชอบแบบนายนะ"
"ในอนาคต ฉันจะมอบหมายความรับผิดชอบให้นายมากกว่านี้อีก"
"ความสำคัญของนายไม่ใช่สิ่งที่จะวัดได้ด้วยสถิติการทำประตูหรือแอสซิสต์หรอก"
"แต่แน่นอนว่า นายก็ต้องรับปากฉันด้วย ว่ากลับไปต้องซ้อมยิงประตูให้หนักๆ เลยนะ เพราะลูกยิงเมื่อกี้นี้มันห่วยแตกมากจริงๆ!"
ริเบรี่หัวเราะลั่น ความรู้สึกผิดในใจถูกยกระดับกลายเป็นความเคารพยกย่องในตัวเหอเทียนฉี่แทน
ถ้ามีครั้งหน้า เขาจะพิจารณาคำแนะนำของผู้จัดการทีมอย่างจริงจังแน่นอน
ซึ่งสำหรับนักเตะจอมดื้อรั้นอย่างเขา การทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ขณะเดียวกัน ริเบรี่ก็แอบคาดหวังว่า ภายใต้การคุมทีมของเหอเทียนฉี่ เขาจะได้รับมอบหมายความรับผิดชอบอะไรเพิ่มขึ้นอีกนะ?
หรือว่าเขาจะปั้นให้ฉันกลายเป็นกองหน้าสไตล์อองรีกันนะ?
ตื่นเต้นจัง!
ในส่วนนี้ เหอเทียนฉี่ก็ได้แต่บอกว่า แน่นอนว่าต้องให้นายไปเป็นกรรมกรแบกบอลอยู่ริมเส้นต่อไปสิ
อย่ามัวแต่คิดอยากจะทำประตู
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับตัวทะลวงริมเส้นก็คือการอยากทำประตูนี่แหละ
ฉันพูดไม่ชัดเจนตรงไหนเนี่ย ที่บอกว่าสถิติการทำประตูหรือแอสซิสต์ไม่ได้สะท้อนความสำคัญของนาย
ความหมายก็คือ นายจะไม่มีสถิติพวกนี้เยอะแยะตาแป๊ะไงเล่า
สุดท้าย สกอร์ในสนามก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อีก
สามประตูต่อสอง!
ปาแลร์โม่บุกไปเฉือนชนะโปเตนซ่าแบบหืดจับ หอบสามแต้มกลับเกาะซิซิลีได้สำเร็จ
และเกมการแข่งขันนัดนี้ ก็ไม่ทำให้แฟนบอลหนึ่งหมื่นคนที่เข้าไปชมในสนาม รวมถึงแฟนบอลหน้าจออีกนับแสนคนต้องผิดหวัง มันสนุกตื่นเต้นสมการรอคอยจริงๆ
แต่ที่เขาว่ากันว่า ชนะก็เหมือนแพ้ แพ้ก็เหมือนชนะ
ไม่ว่าจะเป็นผลสกอร์หรือรูปเกม ต่างก็เปิดเผยให้เห็นถึงความอ่อนแอของทีมปาแลร์โม่ภายใต้การคุมทีมของเหอเทียนฉี่อย่างชัดเจน
...
หนังสือพิมพ์ อิล มาสซินเจียโร่ : "ยูเวนตุสพลิกล็อกพ่าย แต่ยังรั้งจ่าฝูงเซเรีย อา อนาคตสดใส ปาแลร์โม่ชนะแบบหืดจับ รูปเกมสุดทน สะท้อนความถดถอยอย่างเห็นได้ชัด!"
หนังสือพิมพ์ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต : "กุนซือหนุ่มเหอเทียนฉี่คว้าชัยนัดแรก! หลังเปลี่ยนตัวสามครั้ง นำมาซึ่งสองประตู ยุติสถิติไม่ชนะใครสามนัดติดของปาแลร์โม่ได้สำเร็จ!"
หนังสือพิมพ์ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต : "สองประตูจากการซ้ำดาบสอง หนึ่งลูกยิงเวิลด์คลาส! นอกจากโชคช่วยแล้ว เราก็ไม่เห็นอะไรอย่างอื่นในตัวเหอเทียนฉี่เลย!"
(จบแล้ว)