- หน้าแรก
- ยอดกุนซือระบบเทพ ปั้นทีมสะท้านโลก
- บทที่ 7 - ผู้จัดการทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
บทที่ 7 - ผู้จัดการทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
บทที่ 7 - ผู้จัดการทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
บทที่ 7 - ผู้จัดการทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
นักเตะทั้งห้าคนนี้ได้แก่ ริเบรี่, กวายาเรลล่า, อาร์ตูโร่, ฟิลิปโป้, และดิดอนนาโต้
ริเบรี่ ยังไม่ค่อยมีความจำเป็นต้องใช้ความสามารถในการยิงไกลสักเท่าไหร่ หน้าที่หลักของเขาคือตัวทะลวงริมเส้น ดังนั้นเหอเทียนฉี่จึงมอบ "ม้าเร็ว" ให้เขา เพื่อทำให้ความเร็วที่โดดเด่นอยู่แล้วของเขายิ่งร้ายกาจขึ้นไปอีก
ฟิลิปโป้ คือกองหน้าตัวเป้าค้ำยัน บทบาทหลักของเขาคือสนับสนุนด้านแท็คติก เหอเทียนฉี่จะไม่อนุญาตให้เขายิงไกลพร่ำเพรื่อ
ดิดอนนาโต้ เป็นแกนหลักในแดนหน้า แต่ก็ไม่สุดสักทาง เหอเทียนฉี่เตรียมจะค่อยๆ ให้โมดริชเข้ามาแทนที่เขา
อาร์ตูโร่ กับ กวายาเรลล่า เล่นตำแหน่งเดียวกัน และมีสไตล์คล้ายกัน
คนแรกเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ และฝีเท้าแข็งแกร่งกว่า
แต่คนหลังมีขีดจำกัดพรสวรรค์สูงกว่า
สุดท้ายเหอเทียนฉี่จึงมอบ "ยิงไกลพื้นฐาน" ให้กับกวายาเรลล่า
"อาร์ตูโร่ วิ่งหาช่องสิ! ต้องวิ่งหาช่องให้กระตือรือร้นกว่านี้! นายจะยืนทื่อเป็นตอไม้ไม่ได้นะ!" เหอเทียนฉี่ตะโกนสั่งการ
นี่แหละคือเหตุผลที่เขาไม่ยอมเสริมบัฟให้อาร์ตูโร่
เพราะมัวแต่หลงตัวเองว่าอายุเยอะ หลงตัวเองว่าเคยเล่นในเซเรีย อา หลงตัวเองว่าเคยอยู่กับอินเตอร์ มิลานมาปีนึง เลยไม่ยอมฟังคำสั่งเอาเสียเลย เอาแต่เดินเล่นทรงป๋าอยู่ในสนาม
ขนาดกวายาเรลล่าตอนอายุสามสิบเจ็ดยังเล่นได้กระตือรือร้นกว่าอาร์ตูโร่ในตอนนี้เลย!
...
ไม่นานนัก แมตช์เปิดตัวของเหอเทียนฉี่ก็มาถึง
วันที่แปด ธันวาคม โปเตนซ่า พบ ปาแลร์โม่
ก่อนเกมเริ่ม มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจกับแมตช์นี้
และที่สนามแข่ง ก็มีแฟนบอลหลั่งไหลเข้ามาชมเกมกว่าหนึ่งหมื่นคน
นี่แหละคือบรรยากาศฟุตบอลในดินแดนของลีกอันดับหนึ่งของโลก
ต้องอย่าลืมนะว่า นี่มันแค่เซเรีย ซี!
แน่นอนว่า เรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับการประโคมข่าวของสื่อด้วย
หนังสือพิมพ์ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต : "เหอเทียนฉี่รับบทกุนซือขัดตาทัพ กลายเป็นผู้จัดการทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกฟุตบอลอาชีพอิตาลี!"
หนังสือพิมพ์ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต : "ในดีมีเสีย ในเสียมีดี! เหอเทียนฉี่อาจโดนปลดเร็วที่สุดภายในห้าวัน!"
หนังสือพิมพ์ ลา รีปุบบลิก้า : "คนหนุ่มช่วยคนหนุ่ม! เหอเทียนฉี่ใส่ชื่อนักเตะดาวรุ่งหลายคนติดทีมชุดใหญ่ ก่อให้เกิดข้อถกเถียงมากมาย!"
หนังสือพิมพ์ ตุ๊ตโตสปอร์ต : "ลิปปี้เรียกร้องให้ทุกคนไปดูเกมของปาแลร์โม่ เขาอยากให้แฟนบอลรู้ว่าทำไมยูเวนตุสถึงปฏิเสธเหอเทียนฉี่ ไม่ใช่เพราะเรื่องความบาดหมางส่วนตัวอย่างที่คนนอกลือกัน"
ก็เพราะข่าวที่ดึงดูดความสนใจเหล่านี้ ทำให้ผู้คนบอกต่อๆ กัน เกมนี้ถึงได้มีกระแสความนิยมสูงลิ่วขนาดนี้
และเมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น การแข่งขันก็เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
รายชื่อสิบเอ็ดตัวจริงของปาแลร์โม่ในวันนี้คือ :
=
อาร์ตูโร่, ฟิลิปโป้
บริเอนซ่า, คิเอลลินี่, ดิดอนนาโต้, ริเบรี่
อัคคาร์ดี้, บิลิก้า, วิดิช, ลูคาเรลลี่
ซิชินญาโน่
=
ส่วนรายชื่อตัวสำรองมีทั้ง โมดริช, แอชลีย์ ยัง, กวายาเรลล่า และคนอื่นๆ
นักพากย์ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการจัดทัพของเหอเทียนฉี่ :
"แผน 4-4-2 ของเหอเทียนฉี่ชุดนี้น่าจะต้องการปลดแอกริเบรี่ เพื่อเปิดทางให้ริเบรี่กระชากสุดเส้นหลังแล้วเปิดบอลเข้ามา ดึงความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงและการโหม่งของฟิลิปโป้มาใช้อย่างเต็มที่"
"แต่เขาก็มองฟุตบอลอิตาลีง่ายเกินไปหน่อย การจัดทัพแบบนี้มันส่งกลิ่นอายความหยาบกระด้างสไตล์อังกฤษลอยมาแต่ไกลเลย"
สี่สิบห้านาทีผ่านไป นักเตะทั้งสองฝ่ายเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวไปพักครึ่ง
สกอร์ยังคงเสมอกันที่ศูนย์ประตูต่อศูนย์
แต่รูปเกมบนสนาม โปเตนซ่ากดปาแลร์โม่เสียมิด มีเปอร์เซ็นต์การครองบอลสูงถึงหกสิบสามเปอร์เซ็นต์
สาเหตุหลักมาจากนักเตะปาแลร์โม่ยังไม่คุ้นเคยกับแผนการเล่น ทำให้มีข้อผิดพลาดร้ายแรงเกิดขึ้นหลายครั้งในระหว่างเกม
โชคดีที่เซ็นเตอร์แบ็กอย่างวิดิชทำผลงานได้ยอดเยี่ยม เขาสกัดกั้น บล็อก และเข้าปะทะพัวพันขัดขวางการทำประตูของคู่แข่งเอาไว้ได้หมด
แต่ถ้าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป การเสียประตูของปาแลร์โม่ก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
ส่วนในเกมรุก แม้แต่ริเบรี่ที่เป็นจุดเด่นเพียงหนึ่งเดียวของทีมก่อนหน้านี้ ก็ดูจะเงียบหายไปในเกมนี้
ในห้องแต่งตัว
เหอเทียนฉี่ค่อนข้างพอใจกับฟอร์มของทีม
แผงหลังสี่คนเจอกับแผงหลังสามคน แดนกลางย่อมตกเป็นรองโดยธรรมชาติ การถูกคู่แข่งบุกกดดันจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ในขณะเดียวกัน ทีมก็จะได้รับโอกาสในการเล่นเกมสวนกลับเช่นกัน
ดังนั้น แม้รูปเกมของพวกเขาจะดูน่าเกลียด แต่พวกเขาก็ไม่ได้ขาดแคลนโอกาสที่จะปิดบัญชีคู่แข่งจริงๆ
ปัญหาเดียวที่มีคือแกนหลักในแดนกลางของทีมอย่างดิดอนนาโต้
ดิดอนนาโต้วัยยี่สิบห้าปีคนนี้ รู้จักกับเหอเทียนฉี่มาตั้งแต่สมัยอยู่ทีมชาติอิตาลีชุดอายุไม่เกินสิบแปดปีแล้ว
ทีมชาติชุดเยาวชนรุ่นนั้นมีนักเตะระดับสตาร์หรือแม้กระทั่งซูเปอร์สตาร์แจ้งเกิดหลายคน ถือว่าทรงคุณค่ามาก
แต่ก็มีพวกเศษสวะปะปนอยู่ด้วย
อย่างเช่นเหอเทียนฉี่ ที่ทนเฝ้าอะคาเดมี่ยูเวนตุสมาตลอด แต่ก็ไม่เคยได้รับโอกาสลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการเลยสักครั้ง
(เหอเทียนฉี่ : บัดซบเอ๊ย!)
ดิดอนนาโต้เองก็เป็นคนไร้พรสวรรค์ เขาเลือกที่จะลงไปตะลุยในลีกล่างตั้งแต่เนิ่นๆ ฝีเท้าก็จัดว่าอยู่ระดับท็อปของ "ระดับนักเตะอาชีพ"
การเล่นในเซเรีย ซี ไม่มีปัญหาแน่นอน แต่มันก็สุดแค่นี้แหละ
เขาไม่ได้มีวิสัยทัศน์และการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยมอย่างที่กองกลางตัวจริงควรจะมี
ดูเหมือนกองกลางตัวรุกริมเส้นที่ถูกลดทอนความสามารถลงมาเสียมากกว่า
ถ้าไม่มีการประสานงานทางแท็คติกที่เฉพาะเจาะจง ก็เท่ากับว่าคุณเอาปีกที่เล่นได้คะแนนสูงๆ มายืนตรงกลาง ดูเหมือนจะได้ใช้ผู้เล่นที่เก่งกว่า แต่ในความเป็นจริง ประโยชน์ที่เขาสร้างได้ยังสู้การส่งกองกลางแบบดั้งเดิมที่ฝีเท้าห่วยกว่าลงไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
"โมดริช ออกไปวอร์มซะ เดี๋ยวฉันจะส่งนายลงไป" เหอเทียนฉี่พูดขึ้นตรงๆ "ดิดอนนาโต้ นายพักหน่อยนะ การเปลี่ยนตัวครั้งนี้เป็นไปเพื่อเป้าหมายทางแท็คติก นายไม่ต้องคิดมาก"
(โมดริช : กองกลางที่ห่วยกว่า???)
ดิดอนนาโต้ขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเขายอมรับเรื่องนี้ได้ยาก
เหอเทียนฉี่ไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องพวกนี้หรอก ผู้จัดการทีมจะเปลี่ยนตัวไม่จำเป็นต้องอธิบายให้นักเตะฟังก็ได้ แต่การที่เขาอธิบาย ก็ถือว่าให้เกียรติดิดอนนาโต้มากแล้ว
เหอเทียนฉี่กางกระดานแท็คติกออก : "ครึ่งหลัง เราจะเน้นไปที่เกมรับ อาร์ตูโร่ ฉันต้องการให้นายลงมาช่วยเกมรับด้วย"
อาร์ตูโร่ไม่ตอบสนองอะไร ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก
"เมื่อพวกเราป้องกันได้สำเร็จ อย่ามัวแต่เคาะบอลกันในแดนหลัง ให้มองหาโมดริชเป็นคนแรก"
"ส่งบอลให้เขาซะ"
"โมดริช จังหวะเกมสวนกลับนายเป็นคนคุม แต่ยิ่งเร็วยิ่งดี"
"ริเบรี่ นายคงจะจับทางสถานการณ์ฝั่งขวาได้ทะลุปรุโปร่งแล้วนะ ครึ่งหลัง ฉันต้องการให้นายทะลวงฝั่งขวาอย่างต่อเนื่อง"
"ในเซเรีย ซี ไม่มีใครหยุดนายได้ เข้าใจไหม?"
"เมื่อหลุดไปแล้ว นายจะเปิดบอลให้ฟิลิปโป้ หรือจะคอยมองหาการวิ่งเติมขึ้นมาของเพื่อนร่วมทีมบริเวณกรอบเขตโทษก็ได้"
"คิเอลลินี่ นายเน้นคอยซ้อนอยู่ข้างหลังริเบรี่และโมดริช"
"บริเอนซ่า, อัคคาร์ดี้ พวกนายต้องวิ่งให้กว้างขึ้น ขยับพื้นที่รับผิดชอบไปทางขวา แต่เมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายเปลี่ยนแกนไปบุกฝั่งซ้ายของเรา พวกนายต้องรีบลงมาถ่วงเวลาให้เร็วที่สุด!"
"เอาล่ะ ฉันพูดจบแล้ว ใครมีคำถามอะไรไหม?"
ทั่วทั้งห้องแต่งตัวเงียบกริบ คนส่วนใหญ่ยังคงพยายามย่อยสิ่งที่เหอเทียนฉี่พูดอยู่
พวกเขาไม่ได้สัมผัสกับการอธิบายแท็คติกแบบเจาะลึกขนาดนี้มานานมากแล้ว
เกมเซเรีย ซี ส่วนใหญ่ โค้ชก็สั่งแค่ประโยคเดียวว่า "ตั้งใจเล่นให้ดีล่ะ"
ผู้ช่วยโค้ชอาริโกนี่แอบกลอกตาอยู่เงียบๆ
อธิบายซะลึกซึ้งเป็นมืออาชีพขนาดนี้แล้วมันจะได้ผลอะไร?
คิดว่าตัวเองมาจากทีมใหญ่คนเดียวหรือไง?
แกไม่คิดบ้างเลยเหรอว่านักเตะพวกนี้จะฟังแกเข้าใจหรือเปล่า?
ถึงจะฟังเข้าใจ แล้วพวกเขาจะทำได้เหรอ?
เดี๋ยวพอแกค้นพบว่าทั้งหมดนี้มันก็แค่สีซอให้ควายฟัง แกก็จะรู้เองแหละว่า พูดเป็นพันเป็นหมื่นคำ สู้ปล่อยให้พวกเขาเล่นกันเองยังจะได้ผลซะกว่า
นั่นแหละคือวิธีการที่ถูกต้องของลีกล่างอย่างเซเรีย ซี!
ไม่นานนัก สิบห้านาทีก็ผ่านไป
การแข่งขันครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น
นักพากย์สังเกตเห็นความผิดปกติทันที :
"ปาแลร์โม่เปลี่ยนตัวแล้วเหรอ?"
"นี่มันส่งโมดริชลงมาแทนดิดอนนาโต้? เปลี่ยนแบบนี้ได้ไง?"
"ดิดอนนาโต้เป็นแกนหลักในแดนกลางของปาแลร์โม่นะ เขาบาดเจ็บหรือเปล่า?"
"ไม่ครับ! เราจะเห็นได้ว่าดิดอนนาโต้ยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ที่ซุ้มม้านั่งสำรอง"
"เหอเทียนฉี่กำลังทำอะไรอยู่เนี่ย? เขารู้ความสำคัญของเกมนี้หรือเปล่า?"
"ถ้าปาแลร์โม่แพ้ พวกเขาจะหลุดจากโซนเลื่อนชั้นเลยนะ!"
(จบแล้ว)