- หน้าแรก
- นารูโตะผู้สยบโลกนินจา
- บทที่ 13: บุคคลปริศนา
บทที่ 13: บุคคลปริศนา
บทที่ 13: บุคคลปริศนา
บทที่ 13: บุคคลปริศนา
เช้าตรู่วันที่สอง ในเวลาและสถานที่เดียวกันกับเมื่อวาน
อุจิวะ มิโกโตะมองดูอุจิวะ นันที่กำลังนอนตื่นสายอีกแล้ว พลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
หลังจากได้รับบทเรียนในครั้งก่อน เธอจึงไม่เลือกที่จะดึงผ้าห่มของอุจิวะ นันออกอีกเพื่อเสี่ยงดวงดูว่าเขานอนเปลือยอยู่หรือไม่
เธอเปลี่ยนมาคุกเข่าลงบนเสื่อทาทามิ แล้วเอื้อมมือออกไปเพื่อจะหยิกหูของเขาแทน ทว่าในจังหวะที่มือเกือบจะถึงเป้าหมายนั้นเอง
อุจิวะ นันก็พลิกตัวและลุกขึ้นนั่งบนเตียง แสร้งทำเป็นเพิ่งตื่นนอน "พี่มิโกโตะ มาแล้วเหรอครับ"
อุจิวะ มิโกโตะทำเพียงแค่ถลึงตาใส่เขาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ก่อนจะเดินออกไปยังห้องนั่งเล่น ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าเจ้าเด็กแสบคนนี้ต้องตื่นอยู่แล้วแน่ๆ ตั้งแต่เมื่อวาน
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของพี่มิโกโตะ อุจิวะ นันก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น เขาได้แต่เกาหัวแกรกๆ
ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน จะให้ออกไปบอกพี่มิโกโตะว่าเขาจะเป็นคนรับผิดชอบเธอตั้งแต่นี้ต่อไป มันก็คงไม่ได้
ต่อให้ไม่นึกถึงอุจิวะ ฟุงากุ เขาก็ต้องคอยเตือนตัวเองว่าตอนนี้เขาอายุแค่หกขวบเท่านั้น แม้จะอยู่ในโลกนินจาที่เด็กๆ เติบโตกันเร็วกว่าปกติ แต่วัยขนาดนี้มันก็ยังทำให้รู้สึกผิดบาปอยู่ดี
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ อุจิวะ นันก็เดินมายังห้องนั่งเล่น บนโต๊ะมีข้าวกล่องสีชมพูวางอยู่สองกล่อง
อุจิวะ มิโกโตะปรายตามองเขา "กล่องนึงเป็นมื้อเช้า ส่วนอีกกล่องเป็นมื้อเที่ยง อย่าลืมกินให้ตรงเวลาด้วยล่ะ"
โรงเรียนในโลกนินจานั้นค่อนข้างแตกต่างจากโลกในชาติก่อนของเขา
สถาบันนินจากำหนดให้นักเรียนต้องใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่โรงเรียน พวกเขาไม่สามารถออกไปไหนได้ในตอนพักเที่ยง ดังนั้นนักเรียนจึงต้องเตรียมมื้อเที่ยงมาเอง
หลังจากกำชับเสร็จ อุจิวะ มิโกโตะก็ยืดเหยียดเรือนร่างอันสมส่วนและเตรียมตัวจะขอตัวกลับ
อุจิวะ นันยกมือขึ้นรั้งเธอไว้ เขาเดินเข้าไปหาแล้วกระตุกมือเรียวของพี่มิโกโตะเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เธอย่อตัวลง
อุจิวะ มิโกโตะชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเด็กน้อยต้องการจะทำอะไร ถึงยังไงเรื่องแบบนี้มันก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นเมื่อเช้าวานนี้เสียหน่อย
แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เด็กน้อย ก่อนจะยอมย่อตัวลงแต่โดยดี เธอเอียงคอเล็กน้อยพร้อมกับทำสีหน้าที่สื่อความหมายว่า 'รีบๆ ทำเข้าเถอะ'
ทว่า สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือ อุจิวะ นันไม่ได้เลือกที่จะหอมแก้มเธอเหมือนอย่างเมื่อวาน
เขากลับทาบริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากสีชมพูระเรื่ออันอ่อนนุ่มของเธออย่างหนักแน่นแทน
"อื้อ"
ดวงตาของอุจิวะ มิโกโตะเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนันคุงถึงได้กล้าจูบพี่สาวแบบนี้
ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะหาคำตอบได้ อุจิวะ นันก็ผละริมฝีปากออกไปเสียแล้ว
เขายังขยิบตาให้เธอ แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตัวเองอีกต่างหาก
"พี่มิโกโตะ นี่เป็นจูบแรกของผมเลยนะครับ"
อะไรนะ? สมองของอุจิวะ มิโกโตะขาวโพลนไปหมด
ก่อนที่อุจิวะ มิโกโตะจะตั้งสติกลับมาจากความเขินอายที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น อุจิวะ นันก็คว้าข้าวกล่องสีชมพูบนโต๊ะ ผลักบานหน้าต่างออก
รีดเร้นจักระ แล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเพื่อนบ้าน เขาหันกลับมามองอุจิวะ มิโกโตะที่ยังคงยืนเหม่อลอยอยู่แล้วตะโกนว่า
"พี่มิโกโตะ!"
เมื่ออุจิวะ มิโกโตะหันไปมอง เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากอีกครั้ง
"ข้าวกล่องรสชาติอร่อยมากเลยครับ"
แม้จะเป็นคนที่มีนิสัยอ่อนโยน แต่อุจิวะ มิโกโตะก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
เธอลุกขึ้นยืน มองดูเงาร่างของอุจิวะ นันที่กระโดดโลดเต้นไปตามหลังคาเรือน พลางพึมพำออกมาพร้อมรอยยิ้มถอนหายใจ
"เจ้าเด็กแสบ โตขึ้นเหมือนกันนะเนี่ย"
เมื่อพูดจบ ใบหน้าของเธอก็แดงซ่านขึ้นมาเล็กน้อยขณะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่ถูกอุจิวะ นันจูบเมื่อครู่ เธอใช้เวลาอยู่นานกว่าจะดึงสติกลับมาได้
โดยที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอปรายตามองสภาพบ้านที่รกเลอะเทอะของอุจิวะ นันแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ
จากนั้น เธอก็ไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดมา และเริ่มลงมือปัดกวาดเช็ดถูบ้านของอุจิวะ นัน ดูราวกับภรรยาและแม่บ้านแม่เรือนผู้แสนดีไม่มีผิด
ในขณะเดียวกัน อุจิวะ นันก็เดินทางมาถึงบ้านของอุจิวะ โอบิโตะที่เขาได้รู้จักเมื่อวานนี้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเจ้านี่ชอบมาสายเป็นประจำทุกวัน เขาจึงตัดสินใจแสดงความมีน้ำใจเพื่อช่วยเหลืออีกฝ่าย เขารวบรวมจักระไว้ที่ลำคอ
"โอบิโตะ อุจิวะ โอบิโตะ นายกำลังจะสายแล้วนะ!"
"อ๊าก!"
อุจิวะ โอบิโตะที่ยังคงงัวเงียอยู่สะดุ้งสุดตัวจากการโจมตีด้วยคลื่นเสียงอันรุนแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาและตระหนักว่าตัวเองเกือบจะสายอีกแล้ว
เขารีบสวมเสื้อผ้าลวกๆ โดยไม่มีเวลาแม้แต่จะล้างหน้าล้างตา แล้ววิ่งตึงตังลงบันไดตรงดิ่งไปยังประตูหน้าบ้าน
เมื่อเห็นอุจิวะ นัน ผู้มีพระคุณที่อุตส่าห์มาปลุก เขาถึงกับซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพราก
เขากางแขนออกกว้าง เตรียมจะเข้าไปสวมกอดด้วยความรัก "นัน ขอบใจนายมากเลยนะ!"
'พลั่ก'
อุจิวะ นันสวนกลับด้วยหมัดเสยปลายคาง ซัดไอ้โรคจิตที่พุ่งกระโจนเข้ามาจนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น
เขาพูดจาถากถางอย่างไร้ความปรานี "นายทั้งไม่หอมแล้วก็ไม่อ่อนนุ่ม เพราะงั้นอย่าเข้ามาใกล้นะเว้ย"
อุจิวะ โอบิโตะที่นอนแผ่หราอยู่บนพื้น ดื้อดึงยกนิ้วกลางขึ้นมาให้
อุจิวะ นันส่ายหน้าอย่างระอา แล้วหันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังสถาบันนินจา
เมื่อเดินมาถึงตรอกแคบๆ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่จะไปยังสถาบันนินจา เขาก็เหลือบไปเห็นเงาสีม่วงที่คุ้นตา
"อรุณสวัสดิ์ ริน"
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ นันคุง"
โนฮาระ รินแต่งตัวเหมือนเมื่อวานเป๊ะ ทว่าบนใบหน้าของเธอตอนนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
จากนั้น โนฮาระ รินก็เอียงคอชะเง้อมองซ้ายทีขวาที ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
"นันคุง โอบิโตะคุงคนเมื่อวานไปไหนล่ะจ๊ะ? เขาไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?"
อุจิวะ นันยกมือขึ้นแตะหน้าผาก แล้วเพ่งสายตามองไปไกลๆ ด้านหลัง แต่ก็ไร้วี่แววของเจ้านั่น
"หมอนั่นคงไม่ได้หลงทางบนถนนแห่งชีวิตอีกแล้วหรอกนะ?"
"เธอว่าไงนะ นันคุง?"
"อ๋อ เปล่าหรอก ช่างเขาเถอะ พวกเรารีบไปกันดีกว่า เดี๋ยวจะสายเอา"
เมื่อพวกเขาเดินใกล้จะถึงสุดปลายตรอก อุจิวะ นันก็เลิกคิ้วขึ้น
"น่าสนุกดีนี่"
"เธอพูดว่าอะไรนะ นันคุง?"
"ไม่มีอะไรหรอก"
ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินคุยกันอยู่นั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จากมุมอับสายตาที่ปลายตรอก
มีเงาสองร่างกระโจนออกมาจากทางซ้ายและขวา พุ่งตัวเข้าใส่อุจิวะ นันพร้อมกับตะโกนลั่น
"ไอ้หน้าหล่อ เตรียมตัวตายซะเถอะ!"
อุจิวะ นันดูเหมือนจะตกใจจนตัวแข็งทื่อจากการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว เขายืนนิ่งโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
ผู้ลอบโจมตีทั้งสองดีใจเนื้อเต้นและพุ่งทะยานไปข้างหน้า พยายามจะรวบตัวอุจิวะ นันให้ล้มลงกับพื้น
แต่พวกเขาคงคาดไม่ถึงว่า ทันทีที่ร่างกายสัมผัสโดนตัวของอุจิวะ นัน
เสียง 'ปุ' ก็ดังขึ้น
ร่างที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับกลายร่างเป็นท่อนไม้แทน ด้วยความไม่ทันระวังตัว ทั้งสองจึงพุ่งเข้าชนกันเองอย่างจัง
"โอ๊ย!"
เมื่อนั้น อุจิวะ นันถึงได้เดินทอดน่องออกมาจากกลุ่มควันสีขาว มองดูไอ้เบื๊อกสองคนที่กำลังกุมหัวตัวเองร้องโอดโอย เขาจัดการเตะสั่งสอนไปคนละที แล้วรับรางวัลแห่งชัยชนะมาอย่างสบายใจ
ในขณะเดียวกัน โนฮาระ รินก็เบิกตากว้างจ้องมองอุจิวะ นันด้วยความทึ่ง
"คาถาสลับร่าง!"
ในฐานะนักเรียนของสถาบันนินจา เธอย่อมต้องรู้จักวิชาพื้นฐานหนึ่งในสามวิชานี้เป็นอย่างดี แต่นี่ไม่ใช่วิชาที่จะต้องทดสอบตอนเรียนจบจากสถาบันนินจาหรอกเหรอ?
ถ้านันคุงสามารถใช้มันได้อย่างเชี่ยวชาญตั้งแต่ตอนนี้ นั่นก็หมายความว่า...
เมื่อคิดได้เช่นนี้ โนฮาระ รินก็มองไปที่อุจิวะ นันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
แปะ แปะ แปะ แปะ
"สมกับที่หล่อเหลาเอาการไม่เบาเหมือนฉันเลยนะ! ถึงได้เชี่ยวชาญคาถาสลับร่างง่ายดายขนาดนี้ ไหนขอลองทดสอบฝีมือหน่อยซิ"
ชายหนุ่มผู้มีกลิ่นอายความเหนื่อยล้าแฝงอยู่ในท่าทีก้าวออกมาจากเงามืด เขาชักคุไนออกมาแล้วจ้องเขม็งไปที่อุจิวะ นัน
"ลุงเป็นใครน่ะ?" อุจิวะ นันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หา?" บุคคลปริศนาที่อุตส่าห์เปิดตัวซะยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยแรงกดดัน ถึงกับยืนอึ้งไปเลยเมื่อได้ยินคำพูดของอุจิวะ นัน
อะไรคือ 'ลุงเป็นใคร' ฟะ? ตามหลักแล้ว มันต้องเป็นแบบนี้สิ: ฉันเปิดตัวอย่างสง่างาม
แกก็ตั้งท่ารับมือ พวกเราต่อสู้กันอย่างดุเดือดสักสามร้อยเพลง แล้วฉันค่อยรับแกมาเป็นลูกน้องไม่ใช่หรือไง?