- หน้าแรก
- เปลี่ยนน้ำตาผู้เล่นให้กลายเป็นแต้มอัปเกรด
- บทที่ 30: เปล่านะ ฉันแค่เล่นโหมดมือใหม่!
บทที่ 30: เปล่านะ ฉันแค่เล่นโหมดมือใหม่!
บทที่ 30: เปล่านะ ฉันแค่เล่นโหมดมือใหม่!
การพูดคุยบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับตัวตนของสตรีมเมอร์หน้าใหม่อย่างไป๋จื่อหยวนนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก
เพราะ 'คอลออฟดิวตี้' เปิดตัวแล้ว!
'เปิดเซิร์ฟที เปิดเซิร์ฟที ทนไม่ไหวแล้ว!'
'ต้องให้คุกเข่าอ้อนวอนเลยไหม? รีบออนไลน์เถอะ!'
'เพื่อสนับสนุนเกมฟอร์มยักษ์ระดับทริปเปิลเอของประเทศเรา ฉันขอเหมาสักสิบก๊อปปี้ไปเลย!'
'จุ๊ๆ... เหยื่อให้หลอกฟันเพียบเลยแฮะ'
'ขอโทษที หมาที่บ้านไม่ได้ล่ามโซ่ไว้ ขออภัยทุกคนด้วยนะ!'
'งั้นก็รีบจับไปล่ามซะสิ คนตั้งเยอะแยะ โดนเหยียบตายขึ้นมาไม่มีใครรับผิดชอบนะเออ'
......
ความโด่งดังเป็นพลุแตกของ 'อันเดอร์เทล' ทำให้ชาวเน็ตมากมายที่หลงรักเกมนี้ต่างตั้งตารอคอยเกมใหม่กันอย่างใจจดใจจ่อ
'คอลออฟดิวตี้' ไม่ได้โปรโมทอะไรมากมายนัก ทว่ากระแสตอบรับกลับพุ่งสูงปรี๊ด
ก่อนที่ตัวเกมจะเปิดให้เล่น ช่องคอมเมนต์ก็ปาไปกว่าเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าข้อความแล้ว ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากยิ่งในวงการเกม
ทันทีที่เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาสิบโมงตรง เหล่าผู้เล่นก็กดดาวน์โหลดกันอย่างบ้าคลั่งราวกับหมาป่าหิวโซตะครุบเหยื่อ!
ค่ายเกมทั้งในและต่างประเทศต่างพากันส่งนักทดสอบเกมเข้าไป เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ ของ 'คอลออฟดิวตี้' ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะนี่คือสิ่งที่จะชี้ชะตาทิศทางของเกมในประเทศ และการพลิกโฉมสไตล์ของวงการเกม!
หากศึกครั้งนี้สำเร็จลุล่วง
เกมแนว 'ทรมานบันเทิง' จะกลายเป็นสินค้ายอดฮิต และแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากผู้เล่นไปได้อย่างมหาศาล
ค่ายเกมที่มีศักยภาพมากพอก็จะเริ่มทำโปรเจกต์แนวนี้เพื่อชิงพื้นที่ตลาดเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน
เหล่าสตรีมเมอร์สายกลางคืนชื่อดังที่ร้อยวันพันปีไม่เคยปรับเวลานอน ต่างก็พร้อมใจกันเปิดสตรีมเพื่อประเดิมเล่นเกมนี้ทันทีที่ถึงเวลาสิบโมง
ในบรรดานั้น สตรีมเมอร์อย่างโม่จื่อและไต้เสี่ยวเม่ย ผู้เคยสร้างตำนานฉากเด็ดใน 'อันเดอร์เทล' มียอดผู้ชมสูงสุด
ส่วนคนอื่นๆ อย่างพีดีดี โจวซูหยวน และอาจารย์หม่า ที่พลาดโอกาสจนสูญเสียความนิยมไปมาก ก็รีบกระโจนเข้าสู่ 'คอลออฟดิวตี้' ในทันทีเช่นกัน
พวกเขาพยายามกอบกู้ความนิยมมหาศาลที่เสียไปในช่วงหลายวันที่ผ่านมากลับคืนมา
ส่วนทางด้านไป๋จื่อหยวนที่ตั้งตารอคอยมาแสนนานนั้น...
เธอยังคงติดประชุมเช้าอยู่ที่ตึกเพนกวินจนน้ำตาแทบตกใน
จรรยาบรรณวิชาชีพของไป๋จื่อหยวนนั้นแรงกล้า แม้ในใจจะคันยุบยิบราวกับโดนลูกแมวข่วน แต่ภายนอกเธอยังคงสั่งการเรื่องงานด้วยท่าทีนิ่งขรึมและสุขุม
จนกระทั่งจัดการงานเสร็จสิ้น เธอถึงได้เปิดแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดมิ่งขึ้นมาและเข้าไปที่ช่องของโม่จื่อ
เรื่องเล่นเกมคงต้องรอให้เลิกงานก่อน ตอนนี้ขอเสพความสนุกผ่านมุมมองของโม่จื่อไปพลางๆ ก็แล้วกัน
"ตรงปกตามที่โปรโมทไว้เป๊ะเลย!"
"ถึงฉันจะบ้านนอกเข้ากรุงไปหน่อย แต่ก็คิดว่าดนตรีประกอบฉากเปิดมันอลังการงานสร้างมาก ทำเอาเลือดในกายสูบฉีดเลยล่ะ!"
โม่จื่อดูฉากเกริ่นนำเรื่องราวของเกมจบแล้ว และตอนนี้กำลังเดินสำรวจไปรอบๆ ฐานยิงจรวด 'ฟีนิกซ์'
"จุ๊ๆ... ทั้งอาวุธ ยุทโธปกรณ์ เอฟเฟกต์เสียง โมเดลตัวละคร แล้วก็ฐานทัพทหารพวกนี้..."
โม่จื่อเอ่ยชมไม่ขาดปาก เธออดไม่ได้ที่จะขยี้ตาตัวเองและพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า
"นี่มันมาตรฐานเกมในประเทศจริงๆ เหรอเนี่ย? ถ้าบอกว่ามาจากค่ายยักษ์ใหญ่อย่างบลิซซาร์ดหรือยูบิซอฟต์ฉันก็เชื่อนะ!"
ผู้ชมส่วนใหญ่ก็เหมือนกับไป๋จื่อหยวน นั่นคืออยู่ในวัยทำงานและไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นเกม จึงทำได้เพียงดูถ่ายทอดสดเพื่อฆ่าเวลา
'เพลงประกอบคือสุดยอดมาก ฟังแล้วฮึกเหิมจนวัวแก่ที่บ้านฉันลุกขึ้นมาไถนาให้สองไร่เลย!'
'กราฟิกเกมระดับภาพยนตร์ โมเดลตัวละครสมจริงสุดๆ ทีมผู้สร้างฝีมือฉกาจมาก!'
'จอมโจรหลู่หลี่นี่มีของจริงๆ วงการเกมในประเทศเราจะได้มีหน้ามีตากับเขาก็คราวนี้แหละ!'
'ตอนนี้ฉันมีเรื่องไปขี้โม้กับเพื่อนร่วมชั้นชาวต่างชาติเพิ่มแล้ว'
......
โม่จื่อซึ่งสวมบทบาทอยู่ในเกม ย่อมสัมผัสได้ถึงความสมจริงยิ่งกว่าบรรดาผู้ชมเสียอีก!
การออกแบบฉากไม่มีความรู้สึกขัดหูขัดตาเลยแม้แต่น้อย แถมบรรยากาศอันแสนตึงเครียดของสนามรบก็ยังพุ่งเข้าปะทะอย่างจัง
"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนแรกของการยิงปืน!"
หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของโม่จื่อถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของนายทหารผู้มีอาวุธครบมือตรงหน้า เขากวาดสายตามองกลุ่มทหารเกณฑ์ใหม่ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่เธอ
"แกน่ะ เข้ามาสาธิตวิธีจับปืนที่ถูกต้องให้ทหารใหม่พวกนี้ดูหน่อยซิ"
โม่จื่อมองหน้านายทหารคนนั้น บนหัวของเขามีชื่อ 'เวลแฟร์' ปรากฏอยู่
เวลแฟร์หันไปหาทหารใหม่ "ฉันไม่ได้หมายถึงพวกแกนะ แต่ฉันเคยเห็นหลายคนยิงปืนมั่วซั่วจากระดับเอว"
"ผลก็คือยิงไม่โดนอะไรเลย แถมยังทำสภาพตัวเองดูไม่จืดเลยด้วยซ้ำ"
พูดจบเขาก็เอียงคอ "อัลเลน แกเริ่มก่อนเลย หยิบอาวุธบนโต๊ะขึ้นมา แล้วยิงเป้าข้างหลังนั่น"
การฝึกสอนสำหรับมือใหม่ถูกจัดวางให้อยู่ในรูปแบบของเนื้อเรื่องสั้นๆ ซึ่งถือว่าฉลาดล้ำลึกมาก
ในขณะที่ตัวละครเอ็นพีซีกำลังให้ความรู้แก่ทหารใหม่ ผู้เล่นก็จะได้รับความเข้าใจเกี่ยวกับระบบของเกมไปด้วย
เมื่อโม่จื่อได้ยินดังนั้น เธอจึงหยิบปืนไรเฟิลจู่โจมบนโต๊ะขึ้นมา และในฐานะเซียนพับจี เธอมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่ามันคือปืนเอ็มโฟร์เอวัน
"ฝีมือการคุมแรงถีบปืนเอ็มโฟร์เอวันของฉันน่ะ นิ่งสนิทราวกับหินผาเชียวนะ"
โม่จื่อมั่นใจสุดๆ "คอยดูเถอะ ฉันจะโชว์สเต็ปเทพให้ไอ้พวกอ่อนหัดนี่ดูเป็นขวัญตา"
ในตอนนั้นเอง
หน้าต่างเลือกโหมดก็เด้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งมีให้เลือกสามระดับความยาก—โหมดปกติ / โหมดมือใหม่ / โหมดทหารผ่านศึก
เปลือกตาของโม่จื่อกระตุกถี่ ความทรงจำอันเลวร้ายบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
มันให้ความรู้สึกเดจาวูราวกับตอนที่ต้องเลือกระหว่างรูทปกติ รูทสันติภาพ และรูทฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไม่มีผิด
แต่ทว่า บรรดาผู้ชมที่ชื่นชอบการดูเรื่องสนุกต่างพากันปั่นคอมเมนต์อย่างบ้าคลั่ง:
'ต้องคิดอะไรอีกล่ะ? ถ้าเป็นลูกผู้ชายตัวจริงก็เลือกโหมดทหารผ่านศึกสิฟะ!'
'ลูกผู้ชายตัวจริงเขามีความยากให้เลือกแค่ระดับเดียวเท่านั้น คือโหมดทหารผ่านศึก!'
'ชีวิตเกมเมอร์ที่ไม่เคยสัมผัสโหมดทหารผ่านศึกถือเป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบ'
'ถ้าเป็นเกมค่ายอื่น ฉันอาจจะกดเลือกโหมดทหารผ่านศึกไปโดยไม่ลังเลเลยล่ะ แต่นี่มันเกมของจอมโจรหลู่หลี่เชียวนะ'
......
"นี่มันเกมที่สร้างโดยจอมโจรหลู่หลี่นะ พวกนายอยากรนหาที่ตายหรือไง?"
โม่จื่อเห็นคอมเมนต์ยุแยงจากพวกชาวเน็ตแล้วก็ปรี๊ดแตกทันที ความหวาดกลัวที่โดนรูทฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครอบงำยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ
แม้แต่ตอนนี้ แค่คิดถึงมันก็ยังทำเอาเสียวสันหลังวาบ!
"โหมดปกติน่าจะง่ายที่สุด คงน่าเบื่อแย่"
"แต่โหมดทหารผ่านศึกคงจะเทียบได้กับความยากนรกแตกของรูทฆ่าล้างเผ่าพันธุ์แน่ๆ"
"ฉันไม่ใช่คนใจกล้าบ้าบิ่นอะไร ขอเลือกโหมดมือใหม่ก็แล้วกัน!"
คราวนี้โม่จื่อได้รับบทเรียนแล้ว ไม่ว่าพวกชาวเน็ตจะปั่นป่วนแค่ไหน เธอก็ไม่หวั่นไหวและขอเริ่มต้นด้วยโหมดมือใหม่!
หลังจากตัดสินใจเลือกเสร็จสรรพ เธอก็ยกปืนขึ้นและหันหน้าเข้าสู่สนามยิงปืน
สนามยิงปืนเต็มไปด้วยผืนทรายสีเหลือง มีภูเขาล้อมรอบเป็นฉากหลัง และท้องฟ้าสีครามก็ดูมัวๆ ราวกับถูกคลุมด้วยผ้าโปร่ง สมจริงสุดๆ ไปเลย!
เป้ายิงที่อยู่ห่างออกไปสามสิบเมตรในลานยิงปืนตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบงัน
โม่จื่อยกปืนขึ้น เล็งไปที่เป้ากึ่งกลาง แล้วลั่นไก
ปัง!
ปัง ปัง ปัง!!
เสียงปืนดังกึกก้อง นอกเหนือจากนัดแรกที่เฉียดขอบบนสุดของเป้าไปแบบฉิวเฉียดแล้ว กระสุนนัดอื่นก็พุ่งแหวกอากาศทะยานขึ้นฟ้าไปหมด!
ยังไม่ทันที่ผู้ชมจะได้เยาะเย้ยเธอ กลุ่มทหารใหม่ที่เป็นเอ็นพีซีด้านหลังก็พากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างรู้จังหวะ
"ดูสิ นี่แหละที่เรียกว่าพวกไม่เป็นสับปะรด สาดกระสุนสะเปะสะปะไปทั่ว กลับไปเริ่มฝึกใหม่ซะ!"
คำว่า 'สาดกระสุน' ที่อาจารย์หม่ามักใช้พูดนั้นช่างเห็นภาพชัดเจนแจ่มแจ้ง ซึ่งนำมาอธิบายถึงทักษะการยิงปืนแบบวาดโครงร่างคนของโม่จื่อได้อย่างแม่นยำ
เสน่ห์ทางภาษาที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้ผู้เล่นรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด เป็นความรู้สึกใกล้ชิดที่เกมต่างประเทศไม่สามารถให้ได้
โม่จื่อถึงกับอ้าปากค้าง
นี่มันแรงถีบปืนบ้าบออะไรกันเนี่ย?
ทำไมมันถึงต่างจากการคุมแรงถีบปืนเอ็มโฟร์เอวันในพับจีลิบลับขนาดนี้ แถมในเกมยังไม่มีเมนูให้ปรับความไวเมาส์อีกด้วย?
"ไอ้จอมโจรหน้าหมานั่นต้องอ้างอิงข้อมูลจากโลกความจริงแน่ๆ ไม่งั้นแรงถีบปืนมันจะมหาโหดขนาดนี้ได้ยังไง!"
โม่จื่อกัดฟันกรอดแล้วกราดยิงใส่เป้าอีกครั้ง แต่เธอก็ยังคงไม่ผ่านแม้กระทั่งระดับการฝึกสอนมือใหม่
'พูดได้คำเดียวว่า นี่มันสไตล์หลู่หลี่ของแท้!'
'ใช่เลย เอกลักษณ์ชัดเจนมาก ขนาดอยู่ในช่วงฝึกฝนมือใหม่ก็ยังต้องทรมานผู้เล่นสักหน่อย แถมพอเขาอ้างอิงข้อมูลอาวุธจริง นายก็เถียงไม่ออกด้วยสิ'
'สมจริงก็ดีแล้ว เสียงปืนกับแรงถีบนี่สมจริงกว่าพับจีเยอะเลย ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสนามรบจริงๆ'
'แล้วนี่แค่โหมดมือใหม่เองนะ โอ้โห...'
'เขาไม่กลัวเกมขายไม่ออกจริงๆ สินะ ไม่รู้เลยว่าฉากเปิดนี้จะทำให้คนเทเกมไปตั้งเท่าไหร่'
......
การออกแบบที่ทรมานผู้เล่นตั้งแต่ด่านฝึกสอนของหลู่หลี่ได้รับเสียงตอบรับทั้งดีและแย่ปะปนกันไปจากผู้ชม แต่โม่จื่อกลับไม่ได้คิดอะไรมาก
ถ้าเทียบกับด่านฝึกสอนใน 'อันเดอร์เทล' แล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกแฮปปี้กว่าเยอะ!
แม้แต่โม่จื่อเองก็ยังไม่รู้ตัวว่า เธอได้ซึมซับสไตล์การเล่นแบบหลู่หลี่ไปโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว
หลังจากฝึกซ้อมไปกว่าสิบครั้ง โม่จื่อก็พอจะควบคุมแรงถีบของปืนเอ็มโฟร์เอวันกระบอกใหม่นี้ได้แบบถูไถ
จากนั้นเธอก็ไปฝึกยิงปืนพก ช่วยเหลือตัวประกัน วิ่งสปรินต์... และการฝึกขั้นสูงอื่นๆ
"ยอดเยี่ยมมาก แกพิชิตลานฝึกแห่งนี้ได้สำเร็จแล้ว!"
สิบโทดันน์ยืนกอดอกมองโม่จื่อที่เพิ่งทำภารกิจเสร็จสิ้น:
"ดีมาก แกไปรวมตัวกับคนอื่นได้เลย หรือจะอยู่ฝึกซ้อมต่ออีกสักสองสามรอบก็ตามใจ"
โม่จื่อส่ายหัวดิกราวกับกลองป๋องแป๋ง ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอาเด็ดขาด
เธอรีบเดินตามรอยเท้าของสิบโทดันน์ไปอย่างไว
ออด—
ออด—
ออด—
ทันทีที่พวกเขาขึ้นมาถึงพื้นผิวด้านบน สัญญาณเตือนภัยการรบก็ดังสนั่น
เสียงคำรามของกระสุนปืนใหญ่ดังกึกก้องไม่ขาดสาย ปะปนกับเสียงตะโกนโหวกเหวกของผู้คนมากมาย ทำให้บรรยากาศดูราวกับเป็นคนละโลกกับลานฝึกสอนที่อยู่ด้านล่าง
ฟิ้ว~~ ตู้ม!!!
โม่จื่อเพิ่งจะโผล่พ้นสนามเพลาะใต้ดินขึ้นมาบนผิวดิน และยังไม่ทันจะได้จับต้นชนปลายกับสถานการณ์ตรงหน้า เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น
"เพื่อนร่วมทีมของเราติดอยู่ในเขตเรดวูดฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ขาดการติดต่อไปแล้ว!"
พลทหารเวดที่อยู่ตรงหน้าเธอตะโกนลั่น "เราต้องไปเสริมกำลังพวกนั้น เร็วเข้า! เร็วเข้า!!!"
ภารกิจมาถึงแล้ว
และแล้วเสียงคำสั่งก็ดังลอดผ่านหูฟังของเธอมาตามคาด:
"ทุกหน่วยฟังทางนี้ ทุกคนขึ้นรถ เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจช่วยเหลือ!"
ทันใดนั้นเองก็เกิดเสียง 'ตู้ม!' สนั่นหวั่นไหว
ภาพตรงหน้าโม่จื่อสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และตัวละคร 'อัลเลน' ที่เธอสวมบทบาทอยู่ก็ล้มก้นจ้ำเบ้าอย่างจัง
เห็นได้ชัดว่ามันคือแรงสั่นสะเทือนจากอาวุธหนัก
เธอตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย!
"นี่แหละความรู้สึกของสนามรบ!"
"เพิ่งออกมาจากค่ายฝึกทหารใหม่ก็ได้รับของขวัญเป็นจรวดจากสหายเก่าเลย ขอบใจมากนะเพื่อน!"
"ว้าว! ลุยเลย!!!"