- หน้าแรก
- ยอดระบบข่าวกรอง เริ่มแผนสังหารยัยเฒ่ามหาภัย
- บทที่ 29 วิชาทะลุกำแพงและลาภลอยของอาจารย์สาม
บทที่ 29 วิชาทะลุกำแพงและลาภลอยของอาจารย์สาม
บทที่ 29 วิชาทะลุกำแพงและลาภลอยของอาจารย์สาม
หลังจากทุ่มแต้มอารมณ์ไปกว่า 3,300 แต้มเพื่อสุ่มรางวัลต่อเนื่องถึง 33 ครั้ง ในที่สุดจงเว่ยตงก็ได้ครอบครองไอเทมสารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดทานตะวันสี่ถุง, องุ่นสดสามพวง, มีดทำครัวตราเฉาเจิ้งซิ่งหนึ่งเล่ม, น้ำมันถั่วเหลืองตราฉางเซิ่งหนึ่งถัง, ถั่วลิสงสามจาน, ไฟแช็กตราดอกทานตะวันสองอัน, คูปองอาหารห้าใบ, คูปองอุตสาหกรรมหกใบ, คัมภีร์ทักษะ "วิชาทะลุกำแพง", บุหรี่ตราต้าเชียนเหมินสามคอตตอน และเหล้าเหมาไถรุ่นบินขึ้นฟ้าอีกสี่ขวด
มีดทำครัวตราเฉาเจิ้งซิ่งนั้นถือเป็นมีดคุณภาพเยี่ยมที่สุดในยุคนี้ ด้วยใบมีดที่คมกริบและเหล็กกล้าชั้นดีที่ผ่านการชุบแข็งมาอย่างประณีต จึงเป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ ส่วนไฟแช็กตราดอกทานตะวันก็เป็นของหรูหราราคาแพง ตัวเรือนโลหะสีดำขลับดูภูมิฐานเพียงแค่เห็นก็รู้ว่าเป็นของเกรดพรีเมียม จงเว่ยตงหยิบมันออกมาจากมิติระบบแล้วสอดใส่กระเป๋าเสื้อไว้อย่างคล่องแคล่ว
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตาโตที่สุดคือคัมภีร์ทักษะ "วิชาทะลุกำแพง" เขาไม่รอช้ารีบตรวจสอบรายละเอียดทันที
[คัมภีร์ทักษะวิชาทะลุกำแพง: ทักษะระดับปาฏิหาริย์ที่บันทึกวิชาแทรกตัวผ่านวัตถุ หลังจากใช้งานจะสามารถเข้าถึงแก่นแท้และเดินผ่านกำแพงหรือผนังใดๆ ก็ได้ในพริบตา]
เมื่ออ่านจบเขาก็พบว่าผลลัพธ์ของมันตรงตามที่คิดไว้ทุกประการ นี่มันของวิเศษชัดๆ!
จงเว่ยตงใช้งานคัมภีร์ทันที แสงสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งพุ่งวาบเข้าสู่ร่างกาย กระแสพลังอุ่นๆ หลั่งไหลซึมลึกไปถึงระดับเซลล์ เขาพยายามทดสอบวิชาใหม่ด้วยการเดินตรงไปยังกำแพงที่กั้นระหว่างสองห้อง
เพียงแค่กำหนดจิตชั่วครู่ ร่างกายของเขาก็พลันโปร่งแสงและดูเลือนรางในวินาทีต่อมา เขารู้สึกราวกับกำแพงตรงหน้าเป็นเพียงม่านหมอกที่ไร้แรงต้านทาน
พริบตาเดียวจงเว่ยตงก็ทะลุมาอยู่อีกฝั่งของห้องได้อย่างราบรื่น และทันทีที่ร่างกายหลุดพ้นจากผนัง สภาพของเขาก็กลับมาแน่นหนามีตัวตนดั่งเดิม
ใบหน้าของจงเว่ยตงเต็มไปด้วยความปรีดา "ของดีจริงๆ ด้วยวิชานี้ ในอนาคตข้าจะทำอะไรที่ใครก็คาดไม่ถึงได้อีกตั้งมากมาย"
วันต่อมา ณ โรงงานรีดเหล็กดาวแดง เวิร์กชอปที่สอง
เจี่ยตงซวี่มาทำงานด้วยสภาพที่หดหู่ หลังจากเหตุการณ์ขายหน้าที่ลานบ้านเมื่อวาน เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตลอดทางที่เดินเข้าโรงงาน เพราะรู้สึกไปเองว่าทุกคนต่างพากันซุบซิบนินทาและชี้มือชี้ไม้มาที่ตน จนแทบจะเงยหน้าสู้คนไม่ได้
เขานั่งลงที่ตำแหน่งประจำและเริ่มทำงาน "ต๊าปเกลียว" หรือการเจาะรูสกรูลงในชิ้นงาน ซึ่งเป็นงานระดับพื้นฐานที่ง่ายที่สุดในบรรดางานช่างฟิตเตอร์ เจี่ยตงซวี่เป็นช่างมาตั้งหลายปีแต่ก็ยังวนเวียนอยู่กับงานระดับล่างสุดแบบนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าฝีมือของเขานั้นย่ำแย่เพียงใด
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หลังจากเจาะรูไปได้เพียงสิบกว่าชิ้น เขาก็เริ่มปวดหลังจนต้องลุกขึ้นบิดขี้เกียจ
ทันใดนั้น ผู้อำนวยการเวิร์กชอป "กัวเต๋อเซิ่ง" ก็พุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึงและระเบิดอารมณ์ด่าทอใส่ทันที
"นี่มันอะไรกัน! เพิ่งเริ่มงานได้ไม่เท่าไหร่แกคิดจะอู้อีกแล้วเรอะ ไอ้เด็กนี่มันสันหลังยาวจริงๆ!"
"ถ้าแกกล้ายึกยักล่ะก็ ข้าจะลอกหนังแกออกเสีย!"
เจี่ยตงซวี่สะดุ้งตัวโยนรีบกลับไปก้มหน้าก้มตาทำงานต่อทันที
[ติ๊ง! ได้รับความโกรธจากกัวเด๋อเซิ่ง แต้มอารมณ์ +15!]
กัวเต๋อเซิ่งกำลังอารมณ์บูดจัด เพราะเด็กคนนี้ทำให้เขาถูกผู้อำวยการโรงงานตำหนิ เขาจึงไม่มีทางปล่อยให้เจี่ยตงซวี่ได้อยู่อย่างสงบแน่ เขาเดินไปตรวจสอบชิ้นงานในตะกร้าของเจี่ยตงซวี่แล้วหาเรื่องทันที
"แกเจาะรูประสาอะไรวะเนี่ย? เส้นผ่านศูนย์กลางแต่ละรูไม่เท่ากันเลยสักนิด แบบนี้มันจะเอาไปใช้ได้ยังไง? เอาไปทำใหม่ให้หมด!"
"เป็นช่างมาตั้งกี่ปี แค่ต๊าปเกลียวยังทำไม่ได้ แกมันไอ้คนไร้ประโยชน์จริงๆ ถุย!"
เจี่ยตงซวี่ไม่มีทางเลือกนอกจากเทชิ้นงานออกจากตะกร้าแล้วนำไปแก้ไขใหม่ด้วยความช้ำใจ เขาคิดในใจว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยมันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ? เมื่อก่อนก็ทำแบบนี้มาตลอดไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
[ติ๊ง! ได้รับความหดหู่จากเจี่ยตงซวี่ แต้มอารมณ์ +15!]
กัวเต๋อเซิ่งหันไปเล่นงานอี้จงไห่ที่อยู่ใกล้ๆ ต่อทันที
"อี้จงไห่ เจ้านี่มันเป็นอาจารย์ประสาอะไร? แค่งานต๊าปเกลียวง่ายๆ ยังสอนลูกศิษย์ไม่ได้ เรื่องแค่นี้สอนไม่เป็นหรือไง?"
"เป็นถึงช่างฟิตเตอร์ระดับแปด แต่สอนงานพื้นๆ แบบนี้ไม่ได้ แกมันห่วยแตกจริงๆ ถุย!"
อี้จงไห่หน้าเสียแต่ก็ได้แต่ก้มศีรษะยอมรับผิด "ผู้อำนวยการด่าได้ถูกต้องแล้วครับ เป็นความผิดของผมเองที่สอนเขาไม่ดี ผมจะสอนเขาใหม่เดี๋ยวนี้และจะคุมให้เขาทำให้ถูกต้องครับ"
[ติ๊ง! ได้รับความอัดอั้นตันใจจากอี้จงไห่ แต้มอารมณ์ +15!]
ตลอดทั้งวัน ทั้งคู่ถูกกัวเด๋อเซิ่งด่าทอและดูถูกเหยียดหยามไม่หยุดหย่อน จนแทบไม่มีเวลาพักและเริ่มเกิดเป็นปมในใจ ทั้งสองได้แต่ทอดถอนใจอยู่ข้างในว่าชีวิตแบบนี้มันจะทนไปได้สักกี่น้ำ!
ณ สำนักงานรักษาความสงบ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย
ข้อมูลข่าวสารในระบบของจงเว่ยตงอัปเดตอีกครั้ง
[ติ๊ง! ข้อมูลข่าวสารประจำวันอัปเดตแล้ว!]
[ข้อมูลลับ: วันนี้หลังเลิกงาน เหยียนปู้กุ้ยจะไปตกปลาที่คูเมือง วันนี้เขาดวงดีมากและจะตกได้ปลาเฉาตัวใหญ่หนักถึงห้าชั่ง ในเวลาประมาณ 19.07 น. หลังจากเขากลับมาถึงเรือนสี่ประสาน เขาจะวางถังปลาไว้ข้างอ่างล้างหน้าในลานหน้าบ้านแล้วไปเข้าห้องน้ำก่อนจะหามถังกลับเข้าห้อง]
เมื่อเห็นว่า "อาจารย์สาม" เหยียนปู้กุ้ยตกปลาตัวใหญ่ได้ จงเว่ยตงก็อดแปลกใจไม่ได้
วันนี้คนตระหนี่อย่างเขาไปกินดีหมีหัวใจเสือที่ไหนมาถึงได้ดวงดีขนาดนี้ ปกติเห็นไปตกปลาทีไรก็กลับมามือเปล่าตลอด วันนี้กลับได้ปลาใหญ่หนักห้าชั่งเชียวหรือ ทว่าเมื่อมองข้อมูลลับนั้น จงเว่ยตงก็แสยะยิ้มที่มุมปาก
"อาจารย์สาม วันนี้ท่านดวงดีจริงๆ แต่ขอโทษทีนะ ลาภลอยของท่านขอนะรับไปล่ะกัน"
ช่วงเย็นวันนั้น
หลังจากเหยียนปู้กุ้ยเลิกงานและเห็นว่าอากาศกำลังดี เขาจึงคว้าเบ็ดและถังปลาไปที่คูเมืองทันที ในฐานะครูโรงเรียนประถมที่เลิกงานเร็วตั้งแต่บ่ายสี่โมง เขาจึงมีเวลาว่างมาเดินเตร่ริมน้ำเป็นประจำ
ผ่านไปสองชั่วโมง เหยียนปู้กุ้ยก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันทุกซี่ วันนี้เขาตกได้ปลาเฉาตัวเขื่องหนักห้าชั่งจริงๆ! เขาดีใจจนตัวลอย เพราะปกติแค่ได้ปลาซิวปลาสร้อยก็มีความสุขไปครึ่งวันแล้ว แต่นี่คือปลาตัวใหญ่ในรอบหลายปี เขาตื่นเต้นจนแทบจะหมุนตัวโชว์กลางอากาศ
หลังจากได้ปลาใหญ่มาครอง เหยียนปู้กุ้ยก็หามถังปลาเดินกลับเข้าสู่เรือนสี่ประสานด้วยท่าทางฮึกเหิมและอารมณ์ดีเป็นที่สุด