เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - ตัวละหนึ่งล้านงั้นเหรอ ซูไป๋นายปล้นกันหรือไง!

บทที่ 5 - ตัวละหนึ่งล้านงั้นเหรอ ซูไป๋นายปล้นกันหรือไง!

บทที่ 5 - ตัวละหนึ่งล้านงั้นเหรอ ซูไป๋นายปล้นกันหรือไง!


บทที่ 5 - ตัวละหนึ่งล้านงั้นเหรอ ซูไป๋นายปล้นกันหรือไง!

★★★★★

ทันทีที่ซูไป๋เห็นผู้มาเยือน เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย

โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองไห่เฉิงแบ่งออกเป็นหลักสูตรสายวิชาการและสายผู้ใช้พลังตื่นรู้ แต่ละสายอาชีพของผู้ใช้พลังตื่นรู้จะมีอาจารย์คอยให้คำแนะนำเฉพาะทาง แต่สำหรับสายวิชาการนั้นทุกคนต้องเรียนรวมกัน

ซูไป๋ยังไม่ได้ปลุกพลัง แต่ผลการเรียนสายวิชาการของเขากลับยอดเยี่ยมมาตลอด

ในฐานะคนที่ยังไม่ปลุกพลังแต่เรียนเก่งแถมยังมีหน้าตาหล่อเหลาเอาการ เขาจึงถือว่าเป็นคนดังพอตัวในโรงเรียน

หลิวอวิ๋นหลานและมู่หรงหนานที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอคือระดับดาวโรงเรียน ไม่เพียงแต่จะปลุกพลังได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ผลการเรียนก็ยังดีเยี่ยมอีกด้วย

ดังนั้นซูไป๋กับพวกเธอจึงพอจะรู้จักมักคุ้นกันอยู่บ้าง

ทว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับซูไป๋ในฐานะเจ้าของร้านสัตว์เลี้ยงคนปัจจุบันเลย

เมื่อมีลูกค้ามาเยือนถึงถิ่น เจ้าของร้านผู้รักความก้าวหน้าอย่างซูไป๋จึงลุกขึ้นยืนแล้วส่งยิ้มให้ "สวัสดี ยินดีต้อนรับสู่ร้านสัตว์เลี้ยงสกุลซู อย่างที่พวกเธอเห็น ตอนนี้ฉันเป็นเถ้าแก่ของที่นี่แล้ว"

มู่หรงหนานกลอกตาไปมา ก่อนจะมองซูไป๋ด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ "นายก็ยังปลุกพลังไม่ได้อีกเหรอ"

ซูไป๋โบกมือปัด "ช่างมันเถอะ เป็นเจ้าของร้านสัตว์เลี้ยงก็มีอนาคตเหมือนกันนะ!"

สีหน้าของมู่หรงหนานดูซับซ้อนเหมือนมีเรื่องอยากจะพูดแต่ก็เงียบไป ส่วนหลิวอวิ๋นหลานผู้ไม่คิดหน้าคิดหลังกลับโพล่งขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น "เมื่อกี้เสียงเพราะๆ นั่นดังมาจากร้านนายใช่ไหม!"

"นี่นายแอบซ่อนผู้ใช้พลังตื่นรู้สายนักร้องระดับท็อปเอาไว้ในร้านสัตว์เลี้ยงงั้นเหรอ"

เธอชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวาสำรวจไปทั่วร้าน แต่ตู้โชว์ทั้งหมดกลับว่างเปล่า

"จะว่าไปร้านสัตว์เลี้ยงของนายยังไม่มีอะไรเลยนี่นา!"

"อ๊ะ เจ้าตัวเล็กนี่น่ารักจังเลย! ไม่เคยเห็นอสูรพันธสัญญาแบบนี้มาก่อนเลยแฮะ! นายปลุกพลังได้แล้วเหรอ"

เมโลเอตตาเอานิ้วเล็กๆ ชี้เข้าหาตัวเอง แล้วส่งเสียงร้องด้วยความงุนงง "เมโล... เมโล?"

อสูรพันธสัญญาในร่างมนุษย์งั้นเหรอ หมายถึงเธอหรือเปล่านะ

เธอเป็นถึงโปเกมอนมายาเชียวนะ ไม่ใช่อสูรพันธสัญญาอะไรนั่นสักหน่อย!

ซูไป๋เกาหัวแกรกๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยสัตว์มรณะและสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ใบนี้ การที่เมโลเอตตาจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอสูรพันธสัญญาในร่างมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ผู้ทำพันธสัญญา ถือเป็นอาชีพที่พิเศษมากๆ ในโลกใบนี้

เพียงแต่ต่างจากอาชีพสายต่อสู้โดยตรงตรงที่ ความแข็งแกร่งของผู้ทำพันธสัญญาแทบทั้งหมดจะมาจากอสูรพันธสัญญา

ฟังดูแล้วอสูรพันธสัญญาอาจจะคล้ายกับโปเกมอน แต่มันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!

แท้จริงแล้วอสูรพันธสัญญาก็คือสัตว์มรณะที่ผู้ทำพันธสัญญาทำสัญญาด้วยสำเร็จนั่นเอง!

สัตว์มรณะพวกนี้เต็มไปด้วยพลังงานด้านลบ กระหายเลือดและบ้าคลั่ง ต่อให้ถูกควบคุมด้วยพลังแห่งพันธสัญญา ก็ยังมีโอกาสคุ้มคลั่งได้สูงมาก

การควบคุมที่ยากลำบากบวกกับต้นทุนที่มหาศาล ทำให้พวกมันไม่อาจกลายเป็นมิตรแท้ที่คอยปกป้องเราได้อย่างแท้จริง

การมีอยู่ของอสูรพันธสัญญาส่วนใหญ่มักจะเอาไว้ใช้เสี่ยงตายมากกว่า...

เขาส่ายหน้า "ไม่ใช่อสูรพันธสัญญาหรอก ฉันยังไม่ได้ปลุกพลังเหมือนเดิมนั่นแหละ"

ซูไป๋ยื่นมือออกไป เมโลเอตตาหรี่ตากลมโตลงแล้วกระโดดขึ้นไปบนฝ่ามือของเขาอย่างอารมณ์ดี เธอหมุนตัวติ้วด้วยขาข้างเดียวราวกับเต้นบัลเลต์

พร้อมกับส่งเสียงร้องอย่างเริงร่า "เมโล เมโล!"

ซูไป๋ลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู "นี่คือโปเกมอนของฉัน ชื่อว่าเมโลเอตตา"

"ความจริงแล้ว ร้านสัตว์เลี้ยงของฉันขายสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าโปเกมอนต่างหาก"

"โปเกมอนเหล่านี้จะกลายมาเป็นคู่หูที่ดีที่สุดของผู้ใช้พลังตื่นรู้ คอยร่วมผจญภัยไปด้วยกัน"

"ฟังดูน่าสนใจใช่ไหมล่ะ"

เสียงร้องของเมโลเอตตาเมื่อครู่นี้ทำเอาหัวใจของสองสาวละลายยวบไปในพริบตา

สาวสวยทั้งสองยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เมโลเอตตาอย่างระมัดระวัง พลางจ้องมองความน่ารักของเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกายวิบวับ!

หลิวอวิ๋นหลานอุทานด้วยความทึ่ง "เสียงนี้แหละ! เสียงที่ฉันได้ยินเมื่อกี้เลย!"

"พระเจ้าช่วย ฉันนึกว่ามีนักร้องระดับท็อปซ่อนอยู่ในร้านนายซะอีก!"

"ที่แท้ก็มาจากแม่หนูน้อยน่ารักคนนี้นี่เอง!"

ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหนก็ย่อมต้านทานความน่ารักไม่ไหวกันทั้งนั้น

ถ้าพูดถึงความน่ารักแล้ว บนโลกใบนี้จะมีสิ่งมีชีวิตไหนน่ารักไปกว่าเมโลเอตตาตัวเป็นๆ ได้อีก

สายตาของมู่หรงหนานจับจ้องอยู่ที่เมโลเอตตาตาไม่กะพริบ ผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างฉับพลันแล้วบอกว่า

"ฉันขอซื้อ! ราคาเท่าไหร่!"

ต่อให้แพงแค่ไหนเธอก็ยอมจ่าย!

ของน่ารักขนาดนี้ มันผิดกฎหมายความน่ารักชัดๆ!

อย่าเห็นว่ามู่หรงหนานชอบทำตัวเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งเวลาอยู่ที่โรงเรียนเชียวนะ

ความจริงแล้ว มีผู้หญิงคนไหนบ้างที่จะไม่หวั่นไหวเวลาได้เห็นเมโลเอตตา!

หลิวอวิ๋นหลานมองมู่หรงหนานด้วยสายตาที่เหมือนจะบอกว่า "เธอขี้โกงนี่นา"

จากนั้นก็หันมาจ้องซูไป๋เขม็ง

ซูไป๋หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เขายกมือขึ้นเล็กน้อย เมโลเอตตาก็รู้ใจ บินกลับไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนไหล่ของซูไป๋อย่างว่าง่าย

เขายกถ้วยชาขึ้นมาจิบแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เมโลเอตตาเป็นคู่หูของฉัน ให้ราคาเท่าไหร่ก็ไม่ขายหรอก"

พอได้ยินแบบนั้นเมโลเอตตาก็ยิ่งอารมณ์ดี เอาแก้มเล็กๆ ถูไถกับแก้มของซูไป๋ไม่หยุด

หลิวอวิ๋นหลานกับมู่หรงหนานมองหน้ากัน ความผิดหวังฉายชัดอยู่ในแววตา

ถึงแม้ทั้งสองคนจะมีฐานะทางบ้านค่อนข้างดี แต่ก็ไม่เคยทำนิสัยรังแกคนอื่นโดยใช้เงินหรืออำนาจข่มเหง

ถ้าซูไป๋ไม่ยอมขาย พวกเธอก็ไม่อาจบังคับฝืนใจเขาได้

เมื่อเห็นท่าทางของพวกเธอ ซูไป๋ก็หัวเราะเบาๆ "ถึงเมโลเอตตาจะไม่ขาย แต่ที่นี่ฉันยังมีโปเกมอนตัวอื่นๆ อยู่นะ"

หลิวอวิ๋นหลานที่ตอนแรกคิดว่าหมดหวังแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาทันที "โปเกมอนตัวอื่นเหรอ ร้องเพลงเพราะเหมือนเมโลเอตตาด้วยหรือเปล่า!"

เธอชี้ไปที่เมโลเอตตา น้ำลายแทบจะหกอยู่รอมร่อ!

มู่หรงหนานถึงจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่สีหน้าของเธอก็แสดงออกไม่ต่างกัน

ซูไป๋หัวเราะร่วน "เรื่องนั้นฉันรับประกันไม่ได้หรอกนะ แต่พวกเธอมาถูกเวลาพอดีเลย"

พูดจบเขาก็หยิบพรีเมียร์บอลทั้งสามลูกกับสมุดภาพโปเกมอนเล่มหนาเตอะออกมาวางบนโต๊ะ

"ร้านฉันเพิ่งเปิดกิจการใหม่ ในพรีเมียร์บอลสามลูกนี้มีโปเกมอนหายากบรรจุอยู่"

"แน่นอนว่าพวกเธอสามารถสุ่มเลือกจากสมุดภาพโปเกมอนเล่มนี้ก็ได้"

"อ้อ พรีเมียร์บอลลูกละหนึ่งล้าน ส่วนโปเกมอนในสมุดภาพราคาจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่สุ่มได้"

"พวกเธอต้องคิดให้ดีๆ นะ โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ"

"พรีเมียร์บอลมีเฉพาะช่วงโปรโมชั่นเปิดร้านเท่านั้นนะ!"

หลิวอวิ๋นหลานและมู่หรงหนานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ผ่านไปพักใหญ่ก็พูดขึ้นมาด้วยความอึ้ง "ละ...ล้านนึงเหรอ ตัวละหนึ่งล้าน ซูไป๋นายปล้นกันหรือไง!"

"นี่ซูไป๋ นายรู้หรือเปล่าว่าเงินหนึ่งล้านมันเยอะขนาดไหน!"

"ลูกอสูรพันธสัญญาที่พร้อมใช้งานสู้จริงได้เลยราคายังแค่ห้าแสนเองนะ!"

"ใครจะยอมจ่ายเงินตั้งหนึ่งล้านเพื่อซื้อสัตว์เลี้ยงเอาไว้ดูเล่นกันล่ะ!"

เงินหนึ่งล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย ถึงบ้านของหลิวอวิ๋นหลานจะรวยมาก แต่เงินเก็บค่าขนมที่เธอสะสมมาหลายปีรวมๆ กันแล้วก็มีแค่ล้านกว่าๆ เท่านั้น

นี่ซูไป๋คำนวณเงินในกระปุกออมสินของเธอมาเป๊ะๆ เลยหรือเปล่าเนี่ย

ถ้าเมโลเอตตาราคาหนึ่งล้าน เธอคงควักเงินจ่ายแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเลย

แต่ประเด็นคือ นี่มันคือการสุ่มเลือกนะเว้ย

ใครจะไปรู้ว่าจะได้ตัวอะไรออกมา!

ซูไป๋ไม่รีบร้อนอะไร เขาจิบชาช้าๆ แล้วพูดต่อ "อย่าเอาโปเกมอนของฉันไปเทียบกับพวกอสูรพันธสัญญาที่ไร้สติสัมปชัญญะพวกนั้นสิ"

"โปเกมอนของฉันน่ะแสนรู้และฟังภาษาคนรู้เรื่องนะ จริงไหมเมโลเอตตา"

"เมโล เมโล!"

เมื่อเห็นท่าทางแสนรู้ของเมโลเอตตา น้ำลายของหลิวอวิ๋นหลานก็แทบจะหยดลงพื้นอีกรอบ

แต่จังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากพูด มู่หรงหนานก็ล้วงบัตรคริสตัลสีดำออกมาวางปัง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ฉันเอาพรีเมียร์บอลหนึ่งลูก!"

คำพูดของหลิวอวิ๋นหลานถูกกลืนลงคอไปในพริบตา!

"นี่เธอซื้อจริงๆ เหรอเนี่ย!"

เธอมองเพื่อนสนิทด้วยความตกตะลึง "นี่มันเงินตั้งหนึ่งล้านเลยนะ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - ตัวละหนึ่งล้านงั้นเหรอ ซูไป๋นายปล้นกันหรือไง!

คัดลอกลิงก์แล้ว