- หน้าแรก
- ระบบประมูลหมื่นเท่า: ข้าคือมหาเศรษฐีผู้สะเทือนทวีปปราณยุทธ์
- บทที่ 36 - คุรุยุทธ์สี่ดาว!
บทที่ 36 - คุรุยุทธ์สี่ดาว!
บทที่ 36 - คุรุยุทธ์สี่ดาว!
บทที่ 36 - คุรุยุทธ์สี่ดาว!
"พี่หยาเฟย งานประมูลครั้งนี้นับว่าจบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ต่อไปท่านต้องเริ่มเตรียมตัวสำหรับงานประมูลในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า"
ภายในห้องรับรอง หลิวอวิ๋นเอ่ยเตือนหยาเฟย
สำหรับหลิวอวิ๋นแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการจัดงานประมูล ดังนั้นการจัดงานประมูลทุกครึ่งเดือนคือเส้นตายของเขา จะให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อได้ยิน บนใบหน้าของหยาเฟยก็ฉายแววลังเล ทว่านางก็ยังคงรับคำอย่างว่าง่าย "รับทราบเจ้าค่ะ นายน้อย!"
เหตุที่งานประมูลครั้งนี้สามารถจัดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นเพราะได้รับซื้อแก่นอสูรหมาป่ามารกระหายเลือดมาจากกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าเหล็ก บวกรวมกับการสนับสนุนจากโอสถรวบรวมปราณที่หลิวอวิ๋นมอบให้ หากปราศจากสิ่งเหล่านี้ ลำพังเพียงตัวนางเอง ย่อมไม่อาจจัดงานประมูลครั้งนี้ได้ตามกำหนดเวลาอย่างแน่นอน
ดังนั้น ในใจหยาเฟยจึงอดกังวลไม่ได้ว่า งานประมูลในอีกครึ่งเดือนข้างหน้าจะสามารถจัดขึ้นตามกำหนดได้หรือไม่
แม้จะกังวล ทว่าหยาเฟยก็ยังคงรับปากหลิวอวิ๋นอย่างไม่ลังเล นางเข้าใจดีว่านี่คือความท้าทายและเป็นโอกาสสำหรับตัวนางเอง ขอเพียงทำภารกิจที่หลิวอวิ๋นมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์ ภายภาคหน้านางย่อมได้รับความไว้วางใจจากเขาอย่างหมดใจ
หลิวอวิ๋นคือนายน้อยแห่งตระกูลหมี่เท่อเอ่อร์ เบื้องหลังยังมีท่านอาจารย์นักสกัดโอสถคอยหนุนหลัง อนาคตย่อมต้องก้าวขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหมี่เท่อเอ่อร์อย่างไม่ต้องสงสัย หากนางสามารถซื้อใจเขาได้ หนทางสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูงแกนนำของตระกูลหมี่เท่อเอ่อร์ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว
"ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ต้องจัดงานประมูลครั้งหน้าตามกำหนดเวลาให้จงได้!"
นัยน์ตางามของหยาเฟยทอประกายเด็ดเดี่ยว เพื่ออนาคตของตนเอง นางจำต้องทุ่มเทสุดกำลัง
หลิวอวิ๋นย่อมสังเกตเห็นความลำบากใจที่แวบผ่านดวงตาของหยาเฟย จึงเอ่ยปลอบโยนด้วยรอยยิ้ม "พี่หยาเฟย ท่านวางใจเถิด ของชิ้นใหญ่ข้าจะเป็นคนรับผิดชอบเอง ท่านเพียงแค่ทำให้เต็มที่ก็พอ"
เมื่อได้ยิน สีหน้าของหยาเฟยก็ชะงักไปเล็กน้อย ในใจพลันคลายความกังวลลง เมื่อนึกถึงท่านอาจารย์นักสกัดโอสถอันลึกลับที่อยู่เบื้องหลังหลิวอวิ๋น หยาเฟยก็กระจ่างแจ้งในใจ ข้างกายนกสกัดโอสถทุกคนย่อมต้องมีของวิเศษล้ำค่าสะสมอยู่มากมายมหาศาล ในเมื่อหลิวอวิ๋นมีท่านอาจารย์เป็นนักสกัดโอสถ ย่อมไม่ขาดแคลนของวิเศษอย่างแน่นอน
"เช่นนั้นหยาเฟยขอตัวก่อนเจ้าค่ะ"
เรือนร่างอันเย้ายวนค้อมลงเล็กน้อย จากนั้นหยาเฟยก็ค่อยๆ เดินออกจากห้องรับรองไป
"หงสู่ พวกเราก็กลับกันเถิด"
ร้องเรียกสาวใช้น้อยที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้าง หลิวอวิ๋นก็เดินออกจากห้องรับรองตามไป
เพียงไม่นาน หลิวอวิ๋นก็เดินทอดน่องกลับมาถึงลานเรือนของตน
"หงสู่ เจ้าไปทำธุระของเจ้าก่อนเถิด ข้าจะฝึกยุทธ์ ถึงเวลาอาหารเจ้าค่อยมาใหม่"
ทันทีที่กลับถึงเรือน หลิวอวิ๋นก็หันไปสั่งสาวใช้น้อยที่เดินตามมา
"เจ้าค่ะ นายน้อย!"
ใบหน้าจิ้มลิ้มชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นสาวใช้น้อยก็ค่อยๆ ถอยออกจากลานเรือน
หลังจากไล่คนสนิทออกไป หลิวอวิ๋นก็เอ่ยเรียกโดยตรง "อู๋หมิง เจ้าออกมาหน่อย ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย"
สิ้นเสียงของหลิวอวิ๋น ร่างของอู๋หมิงก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในลานเรือน
"นายท่าน มีสิ่งใดให้รับใช้หรือขอรับ?" อู๋หมิงมองหลิวอวิ๋นด้วยความเคารพ
"อู๋หมิง โอสถเม็ดนี้เจ้านำไปกินเสีย"
หลิวอวิ๋นยิ้มบางๆ พลันปรากฏโอสถสีม่วงเม็ดหนึ่งขึ้นบนฝ่ามือ
"โอสถ?"
"นี่มัน..."
เมื่อได้ยิน อู๋หมิงก็ชะงักงัน ก้มมองฝ่ามือของหลิวอวิ๋นตามสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อได้เห็น เขาก็ถึงกับตกตะลึงงัน
เห็นเพียงโอสถบนฝ่ามือของหลิวอวิ๋นมีลวดลายอันงดงามตระการตา ซ้ำยังมีประกายแสงไหลเวียน มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา
"นายท่าน นี่คือโอสถอันใดหรือขอรับ?"
เมื่อดึงสติกลับมาได้ อู๋หมิงก็เอ่ยถามหลิวอวิ๋นด้วยความตื่นตะลึง
มุมปากของหลิวอวิ๋นเผยรอยยิ้ม "นี่คือโอสถทลายอุปสรรคหยินหยาง ไม่ทราบว่าเจ้าเคยได้ยินชื่อหรือไม่?"
"โอสถทลายอุปสรรคหยินหยาง?"
เมื่อได้ยิน อู๋หมิงก็ชะงักไป ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก ร้องอุทานเสียงหลง "อะไรนะ นี่คือโอสถทลายอุปสรรคหยินหยางอย่างนั้นหรือ?"
สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับมหาราชันยุทธ์ โอสถทลายอุปสรรคหยินหยางคือโอสถเทพที่ใฝ่ฝันหาอย่างแน่นอน และอู๋หมิงในฐานะยอดฝีมือระดับมหาราชันยุทธ์ที่คร่ำหวอดมานาน ย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของโอสถทลายอุปสรรคหยินหยางเป็นอย่างดี
ทว่าก็เป็นเพียงการได้ยินชื่อเท่านั้น อย่างไรเสีย โอสถทลายอุปสรรคหยินหยางก็เป็นถึงโอสถระดับเจ็ด ซ้ำยังสกัดได้ยากยิ่ง โอกาสที่นักสกัดโอสถระดับเจ็ดจะสกัดโอสถทลายอุปสรรคหยินหยางสำเร็จก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน โอสถระดับนี้ ต่อให้เป็นตัวตนระดับปรมาจารย์ยุทธ์ก็ใช่ว่าจะหามาครอบครองได้ง่ายๆ เขาเป็นเพียงมหาราชันยุทธ์กระจอกๆ จะกล้าอาจเอื้อมได้อย่างไร?
ดังนั้น เมื่อหลิวอวิ๋นบอกว่าโอสถบนฝ่ามือคือโอสถทลายอุปสรรคหยินหยาง อู๋หมิงจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงถึงเพียงนี้
"นายท่าน นี่... โอสถทลายอุปสรรคหยินหยางเม็ดนี้ จะมอบให้ข้าหรือขอรับ?"
หลังจากตั้งสติได้ อู๋หมิงก็มองหลิวอวิ๋นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ถูกต้อง ข้างกายข้าก็มีเพียงเจ้าที่พึ่งพาได้ หากไม่ให้เจ้าแล้วข้าจะให้ผู้ใด?" หลิวอวิ๋นเอ่ยกลั้วหัวเราะ
"นายท่าน สิ่งนี้... โอสถทลายอุปสรรคหยินหยางล้ำค่าเกินไป ผู้น้อย... รู้สึกละอายใจรับไว้ไม่ได้จริงๆ ขอรับ!"
เมื่อได้รับการยืนยันจากหลิวอวิ๋น สีหน้าของอู๋หมิงก็ซับซ้อนยิ่งนัก
แม้อู๋หมิงจะถูกหลิวอวิ๋นอัญเชิญมา แต่เขาก็มีความคิดเป็นของตนเอง ในมุมมองของอู๋หมิง ตนเองเพิ่งจะทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้นายท่านไปเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น ช่างไร้คุณสมบัติและไม่คู่ควรที่จะได้รับโอสถเทพเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย
"อู๋หมิง ให้เจ้าก็รับไว้เถิด เหตุใดเจ้าจึงกลายเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยเช่นนี้"
หลิวอวิ๋นแสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย "มีเพียงพลังฝีมือของเจ้าแข็งแกร่งขึ้น ความปลอดภัยของข้าจึงจะได้รับการคุ้มครอง"
"เจ้าเคยบอกไว้มิใช่หรือ ว่ายอมแลกด้วยชีวิตเพื่อปกป้องข้า"
"ข้าก็เคยบอกไปแล้วเช่นกัน ว่าไม่ต้องการเห็นฉากนั้นเกิดขึ้น"
หลิวอวิ๋นจ้องมองอู๋หมิงตรงหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง เน้นย้ำทีละคำ "ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า หากข้าไม่อนุญาต เจ้าก็ห้ามตายเด็ดขาด"
"อู๋หมิง เจ้าจงจำไว้ มีเพียงพลังฝีมือของเจ้าสูงล้ำขึ้นเท่านั้น จึงจะสามารถปกป้องข้าได้ดียิ่งขึ้น"
คำพูดของหลิวอวิ๋น ทำเอาอู๋หมิงจิตใจสั่นสะท้าน ก่อนจะรับโอสถบนฝ่ามือของหลิวอวิ๋นมาด้วยสีหน้าขึงขัง เอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว "คำสอนของนายท่าน ผู้น้อยจะสลักไว้ในใจขอรับ"
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลิวอวิ๋นจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ไปเถอะ รีบทะลวงขั้นให้สำเร็จ ข้าจะไปเทือกเขาสัตว์อสูร จำเป็นต้องให้เจ้าคอยติดตาม"
เมื่อได้ยิน อู๋หมิงก็พยักหน้ารับ วินาทีต่อมาร่างของเขาก็อันตรธานหายไปจากเบื้องหน้าหลิวอวิ๋น
"ถึงเวลาที่ข้าจะต้องยกระดับพลังฝีมือเสียที"
หลังจากอู๋หมิงจากไป หลิวอวิ๋นก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เดินไปทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิในศาลากลางลานเรือน เพียงขยับความคิด แก่นอสูรระดับสองเม็ดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
นับตั้งแต่ทะลวงขึ้นสู่ระดับคุรุยุทธ์ หลิวอวิ๋นก็ยังคงยืนหยัดกลืนกินแก่นอสูรอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บัดนี้พลังของเขาได้บรรลุถึงระดับคุรุยุทธ์สามดาวแล้ว ห่างจากระดับคุรุยุทธ์สี่ดาวเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
กำแก่นอสูรระดับสองในมือแน่น หลิวอวิ๋นก็ใช้วิชากลืนกินโดยตรง เมื่อแรงดึงดูดขุมหนึ่งห่อหุ้มแก่นอสูรในมือหลิวอวิ๋น พลังงานเป็นสายก็ถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายของเขา
ตามการหลอมรวมของพลังงานสายนี้ กลิ่นอายบนร่างของเขาก็เริ่มกระเพื่อมไหว
ผ่านไปสองชั่วยาม ภายในร่างของหลิวอวิ๋นก็มีเสียงอู้อี้ดังขึ้น กลิ่นอายบนร่างพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
"คุรุยุทธ์สี่ดาว!"
ลืมตาทั้งสองข้างขึ้น นัยน์ตาสีดำขลับของหลิวอวิ๋นก็ทอประกายเจิดจ้า
เฉียบคมดุดันหาใดเปรียบ!
[จบแล้ว]