เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - พลังเวทไม่เพียงพอ

บทที่ 28 - พลังเวทไม่เพียงพอ

บทที่ 28 - พลังเวทไม่เพียงพอ


บทที่ 28 - พลังเวทไม่เพียงพอ

สิ้นเสียงของหลินเซี่ยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็แล่นปราดเข้ามา เยวียเอินตกอยู่ในความคลุ้มคลั่งทันที

"โฮก"

ลำคอของเขาส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า หากก้อนเนื้อเช่นเขายังมีลำคออยู่นะ

"หลินเซี่ย หลินเซี่ย หลินเซี่ย ฉันจะกินแก"

ทั้งที่ทำลายใบหน้าของอีกฝ่ายไปแล้ว ทั้งที่แทงดวงตาของอีกฝ่ายจนบอดไปแล้ว แต่เยวียเอินก็ยังราวกับสามารถมองเห็นหลินเซี่ยได้ เขากระโจนเข้าใส่หลินเซี่ยที่หลบฉากออกไปแล้วอย่างบ้าคลั่ง

หลินเซี่ยที่มีความคล่องแคล่วเต็มเปี่ยมสามารถหลบหลีกการกัดของเยวียเอินไปได้อย่างหวุดหวิด ทว่ากลับถูกร่างกายที่บิดตัวกะทันหันของอีกฝ่ายกระแทกกระเด็นออกไป

หลินเซี่ยรู้สึกเพียงว่าตนเองถูกรถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงชนเข้าอย่างจัง ร่างของเขากระเด็นลอยไปตกในภูเขาโครงกระดูกมนุษย์เงือก

"หลินเซี่ย"

ชาเอ่อร์ซือร้องอุทาน มือของเขาก็ไม่หยุดนิ่ง เขาตวัดดาบยาวฟาดฟันใส่ร่างของเยวียเอินไม่หยุดหย่อน ทว่าเมื่อเทียบกับร่างกายที่ใหญ่โตยาวเจ็ดแปดเมตรของอีกฝ่าย บาดแผลแค่นี้ห่างไกลจากคำว่าบาดแผลฉกรรจ์นัก

ทุกครั้งที่ฟันเกิดบาดแผล เยวียเอินเพิ่งจะสาดเลือดออกมาได้เพียงนิดเดียว บาดแผลนั้นก็ถูกไขมันที่ไหลทะลักออกมาอุดจนเต็มแล้วก็แข็งตัว ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายก็ราวกับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย

การโจมตีของชาเอ่อร์ซือนอกเสียจากจะช่วยเพิ่มลวดลายสีเหลืองสดใสบนตัวเยวียเอินแล้ว ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดอีก

เยวียเอินเองก็เมินเฉยต่อชาเอ่อร์ซืออย่างรู้กัน เขาพุ่งทะยานเข้าชนภูเขาโครงกระดูกราวกับรถบรรทุกดินที่เสียหลัก

เสียงดังกึกก้อง เยวียเอินพุ่งชนเข้ากับกำแพง พื้นที่ทั้งหมดเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หลินเซี่ยที่กระโดดหลบการโจมตีออกมาจากด้านบนไม่สงสัยเลยว่า หากเขาโดนการพุ่งชนครั้งนี้เข้าไป ต่อให้มีร่างกายระดับสิบก็คงถูกบดขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้ออย่างแน่นอน

"โฮก โฮก"

จู่ๆ เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดก็ดังขึ้น เยวียเอินกลิ้งทุรนทุรายไปมาอยู่ในภูเขาโครงกระดูก โครงกระดูกที่ทับถมกันอยู่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด พลังมหาศาลจากการกลิ้งตัวสาดซัดพวกมันขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้ภายในวิหารเกิดฝนผงกระดูกตกลงมา

การพุ่งชนเมื่อครู่นี้ทำให้หอกฝ่าลาซาที่พังเสียหายแทงลึกลงไปในร่างของเยวียเอิน อาวุธชิ้นนี้เคยเป็นของนายแห่งมนุษย์เงือก ต่อให้มันจะพังเสียหายและยังไม่ถูกกระตุ้นให้ทำงาน แต่ขอเพียงบาดแผลลึกพอ มันก็ยังสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้กับเยวียเอินที่กลายเป็นบริวารของนายแห่งความตะกละได้อยู่ดี

"โฮก ดึงมันออกไป นี่มันตัวอะไร ดึงมันออกไป หลินเซี่ย แกอยู่ที่ไหน รีบดึงไอ้ของสิ่งนี้ออกไปให้ฉันเดี๋ยวนี้"

เพราะความเจ็บปวด ความสามารถในการรับรู้ของเยวียเอินจึงดูเหมือนจะสูญเสียไปชั่วคราว ปากของเขาเอาแต่พร่ำร้อง ขณะที่พุ่งชนไปทั่วอย่างมืดบอด

หลินเซี่ยและชาเอ่อร์ซือหน้าซีดเผือด ค่อยๆ ถอยร่นออกจากพื้นที่นี้ กลับไปยังลานจัดเลี้ยงแห่งความตะกละที่ตอนนี้กลายเป็นสภาพเละเทะไปแล้ว

ในตอนนี้พวกเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าทางเดินที่ใช้เข้ามาในตอนแรกได้หายไปแล้ว พื้นที่ทั้งหมดของวิหารก็ดูเหมือนจะแคบลงเล็กน้อย ราวกับกำลังหดตัวลงอย่างช้าๆ

หากปล่อยให้หดตัวต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็คงไม่มีที่ให้หลบซ่อน ความแตกต่างของขนาดตัวและพละกำลังระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นมากเกินไป ขอเพียงโดนเยวียเอินพุ่งชนเข้าจังๆ สักครั้ง หรือถูกอีกฝ่ายกัดเข้า หลินเซี่ยและชาเอ่อร์ซือก็ถือว่าจบเห่

ชาเอ่อร์ซือเอาดาบโค้งของตนเองเช็ดลวกๆ กับผ้าปูโต๊ะที่ยังพอสะอาดอยู่บ้าง จากนั้นก็เอื้อมมือไปกรีดข้อมือตนเองทันที

เขายื่นข้อมือไปตรงหน้าหลินเซี่ยพร้อมกับเอ่ยขึ้น

"ดื่มสิ"

ขณะที่เชื้อเชิญให้หลินเซี่ยดื่มเลือดของตนเอง ชาเอ่อร์ซือก็อธิบายถึงเสียงตอบรับที่เขาเพิ่งจะพร่ำเรียกจนได้ยินเมื่อครู่นี้

"โดยทั่วไปแล้วมีเพียงสิ่งมีชีวิตเหนือสามัญเท่านั้นที่จะมีพลังเวทได้ ส่วนสิ่งมีชีวิตธรรมดาหากต้องการพลังเวท ก็ทำได้เพียงพึ่งพาสิ่งของที่แฝงพลังเวทเอาไว้เท่านั้น"

"วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดก็คือการกลืนกินพืชหรือแร่ธาตุที่มีพลังเวท หรือไม่ก็สิ่งของอื่นๆ ที่มีพลังเวทแฝงอยู่ อย่างเช่น เลือดของสิ่งมีชีวิตเหนือสามัญ"

"ดื่มเลือดของฉันเข้าไป น่าจะทำให้นายได้รับพลังเวทมาส่วนหนึ่งชั่วคราว แต่การทำแบบนี้ก็มีผลข้างเคียงอยู่บ้างเหมือนกัน"

หลินเซี่ยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาเอาปากประกบลงบนบาดแผลของชาเอ่อร์ซือแล้วดูดกลืนทันที ขณะที่หลินเซี่ยกำลังดูดกลืน ผลข้างเคียงของการที่สิ่งมีชีวิตธรรมดาได้รับพลังเวทก็เริ่มปรากฏให้เห็นเช่นกัน

ความรู้สึกปวดแปลบแล่นปลาบมาจากภายในร่างกายของหลินเซี่ย ราวกับร่างกายของเขากำลังต่อต้านพลังเวทขุมนี้

พลังเวทไม่สามารถหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาได้ จึงเกิดปฏิกิริยาต่อต้านที่ผิดแปลกไปจากปกติ

แต่ไม่เป็นไร ร่างกายของหลินเซี่ยในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความเจ็บปวดแค่นี้เขาสามารถทนได้อย่างสบายมาก

เพราะอิทธิพลจากห้องอาหารของนายแห่งความตะกละ หลินเซี่ยจึงไม่รู้สึกสะอิดสะเอียนเลยแม้แต่น้อยที่ได้ลิ้มรสเลือดของชาเอ่อร์ซือ ซ้ำยังรู้สึกว่ามันอร่อยเลิศรสจนเผลอดูดกลืนไม่หยุด

จนกระทั่งเห็นสีหน้าของชาเอ่อร์ซือเริ่มซีดเซียวลงเรื่อยๆ เพราะสูญเสียเลือด หลินเซี่ยถึงเพิ่งรู้ตัวและรีบหยุดการกระทำทันที

เขาฉีกผ้าปูโต๊ะที่สะอาดออกมาผืนหนึ่งเพื่อพันแผลให้ชาเอ่อร์ซือพลางกล่าวขึ้น

"นายนี่ก็ไม่ยอมร้องบอกให้หยุดเลยนะ เกิดฉันทนไม่ไหวดูดเลือดนายจนตายจะทำยังไงล่ะ"

ชาเอ่อร์ซือยิ้มหน้าซีด

"ไม่เป็นไรหรอก ยังไงถ้าจัดการกัปตันเยวียเอินไม่ได้พวกเราก็ต้องตายอยู่ดี บางทีอาจจะมีโอกาสแค่ครั้งเดียว ดังนั้นต้องเพิ่มโอกาสชนะให้ได้มากที่สุดสิ"

ชาเอ่อร์ซือชี้ไปที่หูของตนเองพลางยิ้มกล่าว

"ฉันได้ยินเสียงนั่น มันบอกฉันว่าพวกเราต้องชนะแน่ๆ จะรอดชีวิตเดินออกไปจากที่นี่ด้วยกัน"

"นายได้ยินแม้กระทั่งเรื่องนี้เลยหรือ" หลินเซี่ยถามด้วยความคลางแคลงใจ

"แน่นอนสิ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ยินตลอดเวลาหรอกนะ ฉันจะคอยดึงดูดความสนใจเขาให้ ที่เหลือก็ฝากนายด้วยนะหลินเซี่ย"

"อืม"

หลังจากปลุกขวัญกำลังใจกันเสร็จ หลินเซี่ยและชาเอ่อร์ซือก็หันกลับมา เยวียเอินได้เข้ามาอยู่ไม่ไกลจากด้านหลังของพวกเขาแล้ว น้ำลายจำนวนมากหยดแหมะลงมาจากปากของเยวียเอิน ไหลรวมกันเป็นสายน้ำเล็กๆ บนพื้น หมอกสีขาวร้อนระอุพ่นออกมาไม่หยุดหย่อน ทำให้รอบตัวเขาดูเลือนลางสลับกับชัดเจน

"หลินเซี่ย"

เยวียเอินเดินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ดูเหมือนความเจ็บปวดจะบรรเทาลงมากแล้ว

"ดึงสิ่งนี้ออกไป โฮก"

เสียงคำรามดังกึกก้องทำเอาวิหารสั่นสะเทือน หมอกสีขาวร้อนระอุพุ่งเข้าใส่ทั้งสองคน ชาเอ่อร์ซือได้กลิ่นเหม็นคาวที่ยากจะอธิบาย ทว่าหลินเซี่ยกลับได้กลิ่นหอมหวน

แขนขาทั้งสี่ของเยวียเอินนั้นแข็งแกร่งทรงพลัง สามารถพยุงร่างอันใหญ่โตของเขาให้เดินไปบนพื้นได้ ทว่ากลับเอื้อมไม่ถึงส่วนหน้าสุดของร่างกายตนเอง

เมื่อเผชิญหน้ากับเยวียเอินที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม หลินเซี่ยก็ข่มความเจ็บปวดในร่างกาย ประดับรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปหาช้าๆ

"ได้สิ กัปตันเยวียเอินคุณก้มหัวลงหน่อย ผมจะดึงหอกยาวเล่มนี้ออกให้เอง"

"หลินเซี่ย" ชาเอ่อร์ซือร้องเรียกด้วยความกังวลใจ ทว่าก็ถูกหลินเซี่ยยกมือขึ้นห้ามไว้

เมื่อเผชิญหน้ากับหลินเซี่ยที่อยู่ใกล้แค่คืบ เยวียเอินก็พ่นหมอกสีขาวร้อนระอุออกมาไม่หยุด ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวล

ท้ายที่สุดแล้วความเจ็บปวดและความอึดอัดก็เอาชนะทุกสิ่ง เยวียเอินค่อยๆ ก้มหัวลง เล็งปลายหอกที่โผล่พ้นร่างกายออกมาให้ตรงกับหลินเซี่ย

"ดีมาก แบบนี้แหละ ผมกำลังจะดึงมันออกให้เดี๋ยวนี้แหละ กัปตันเยวียเอิน"

หลินเซี่ยเอามือวางทาบลงบนหอกฝ่าลาซาที่พังเสียหาย เพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาจนเกิดการสั่นสะเทือนก็ทำให้เยวียเอินเจ็บปวดเจียนตาย ร่างกายที่เหมือนหนอนเนื้อตัวยักษ์ของเขาบิดเร่าไปมา

เมื่อตั้งจิตกำหนด ความเจ็บปวดในร่างกายก็ทุเลาลงอย่างรวดเร็ว พลังเวทพุ่งตรงไปรวมกันที่หอกฝ่าลาซาที่พังเสียหาย

"เร็วเข้า" เยวียเอินที่ถูกความเจ็บปวดและความรู้สึกไม่สบายตัวทรมานอดไม่ได้ที่จะร้องเร่งเร้า หลินเซี่ยส่งเสียงปลอบประโลมอีกฝ่าย

"ใกล้แล้ว ใกล้จะเสร็จแล้ว รออีกนิดนะ"

ในที่สุดความเจ็บปวดในร่างกายก็หายไปจนหมดสิ้น หอกฝ่าลาซาที่พังเสียหายเปล่งประกายเรืองรองขึ้นมา

ทว่าหลินเซี่ยที่กำปลายหอกไว้กลับหันไปมองชาเอ่อร์ซือที่กำลังตั้งตารอคอยด้วยสีหน้าปั้นยาก เขาค่อยๆ เอื้อนเอ่ยออกมาสองสามคำ

คำพูดนั้นชาเอ่อร์ซือฟังไม่ถนัดนัก เพราะเยวียเอินรู้ตัวแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงเริ่มแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว

แต่ชาเอ่อร์ซือก็รู้ดีว่าหลินเซี่ยพูดว่าอะไร

พลังเวทไม่เพียงพอ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - พลังเวทไม่เพียงพอ

คัดลอกลิงก์แล้ว