เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 แมวน้อยตัวนี้น่ารักเสียจริง

บทที่ 18 แมวน้อยตัวนี้น่ารักเสียจริง

บทที่ 18 แมวน้อยตัวนี้น่ารักเสียจริง


บทที่ 18 แมวน้อยตัวนี้น่ารักเสียจริง

ทันทีที่ไป๋จื่อฉีช้อนตาขึ้นมองลู่ฉางเกอ นางก็ถึงกับชะงักงัน

ไป๋จื่อฉีตกตะลึงงัน

เพราะบุรุษเบื้องหน้านั้นรูปงามเกินไปจริงๆ

อาภรณ์สีขาวที่สวมใส่นั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งกว่าหิมะ

กลิ่นอายและบุคลิกของเขาดูสูงส่งเหนือสามัญและไร้ผู้ทัดเทียม

ราวกับเทพเซียนที่ก้าวออกมาจากภาพวาดก็มิปาน

หากมิใช่เพราะความเจ็บปวดร้าวระบมไปทั่วทั้งร่าง ไป๋จื่อฉีคงคิดว่าตนเองกำลังหลับฝันไปเป็นแน่

"แมวน้อยงั้นรึ? น่ารักจังเลย!" หลังจากเหม่อลอยไปชั่วขณะ เฉิงเซวียนและคนอื่นๆ ต่างก็อุทานด้วยความประหลาดใจ

โดยเฉพาะลู่ฉางเกอ เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีลูกแมวที่น่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นในสำนักเซียวเหยาอันซอมซ่อแห่งนี้

ในชาติก่อน ลู่ฉางเกอเป็นคนรักแมวมาก

โดยเฉพาะพวกลูกแมวตัวน้อย

รูปลักษณ์ของพวกมันสามารถหลอมละลายหัวใจคนมองได้เลยทีเดียว

และเจ้าตัวเล็กตรงหน้านี้ก็งดงามมากจริงๆ

ขนสีขาวของมันบริสุทธิ์ผุดผ่องดุจหิมะในเหมันตฤดู

แน่นอนว่า จุดด่างพร้อยเพียงอย่างเดียวคือคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนขนสีขาวสะอาดของมัน

ลู่ฉางเกอไม่รอช้า เขาช้อนตัวไป๋จื่อฉีขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนทันที

จากนั้น ภายใต้สายตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงของไป๋จื่อฉี ลู่ฉางเกอก็จับนางหงายท้องขึ้นมาหน้าตาเฉย

"แมวตัวเมียเสียด้วย ข้าชอบ!" ลู่ฉางเกออดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี

เดิมทีลู่ฉางเกอรู้สึกเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตในสำนักเซียวเหยาอยู่พอดี

หากมีแมวน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนข้างกาย ย่อมต้องเพิ่มสีสันให้กับชีวิตของเขาได้อย่างแน่นอน

ลู่ฉางเกอรู้สึกว่า การใช้ชีวิตยามว่างไปกับการลูบคลำและหยอกล้อลูกแมวนั้นเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก

สัมผัสจากเจ้าแมวน้อยตัวนี้นุ่มฟูดีเยี่ยมจริงๆ

ช่างงดงามไร้ที่ติ

"เหมียว!"

คราแรกไป๋จื่อฉียังนึกสงสัยว่าเหตุใดลู่ฉางเกอจึงจับนางหงายท้อง

ที่แท้เขาก็แค่ต้องการตรวจดูว่านางเป็นตัวผู้หรือตัวเมียกันแน่

การกระทำดังกล่าวทำให้ไป๋จื่อฉีรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก

มันจะหยามเกียรติกันเกินไปแล้ว

นางคือองค์หญิงน้อยแห่งเผ่าแมววิญญาณเก้าหางเชียวนะ!

ตั้งแต่เกิดมาในเผ่าแมววิญญาณเก้าหาง นางไม่เคยต้องเผชิญกับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน

ช่างน่าเจ็บใจนัก!

"หึหึ ดุเอาเรื่องเหมือนกันนี่เรา ไม่เลวๆ!" ลู่ฉางเกออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นเจ้าแมวน้อยแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ

ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง เงาร่างหลายสิบสายก็พลันร่อนลงมาเยือนอาณาบริเวณนั้น

ผู้มาเยือนกลุ่มนี้มีหน้าตาเหี้ยมเกรียมดุดัน

ทั้งยังแผ่รังสีอำมหิตอันน่าสะพรึงกลัวออกมา

คนเหล่านี้ย่อมต้องเป็นจูฉงและพรรคพวกจากเผ่าจักรพรรดิสุกร ที่ไล่ล่าตามติดไป๋จื่อฉีมาอย่างแน่นอน

เมื่อเห็นพวกลู่ฉางเกอ จูฉงและพรรคพวกก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

จูฉงไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะพบคนเป็นๆ ถึง 3 คนอยู่ในสำนักเซียวเหยาอันรกร้างแห่งนี้

โดยเฉพาะชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธาน ซึ่งกำลังอุ้มไป๋จื่อฉีเอาไว้

รูปลักษณ์ของเขานั้นช่างหล่อเหลาเอาการเสียจริงๆ

จูฉงรู้สึกอิจฉาริษยาจนแทบคลั่ง

หากเพียงเขามีใบหน้าที่หล่อเหลาเช่นนี้บ้าง

เขาก็คงไม่ต้องมานั่งดิ้นรนลำบากลำบนเลยสักนิด

วันๆ เอาแต่เกาะเศรษฐีนีสวยๆ กินก็คงสุขสบายไปแล้ว

ถึงอย่างไรเสีย สมรรถภาพในเรื่องพรรค์นั้นของเขาก็แข็งแกร่งล้ำเลิศอยู่แล้ว

ต่อให้เป็นเศรษฐีนีที่มักมากในกามารมณ์เพียงใด หากได้ร่วมเตียงกันสักชั่วยาม รับรองว่านางจะต้องพึงพอใจอย่างแน่นอน

ทว่า ชายหนุ่มผู้นี้กลับไม่มีกลิ่นอายพลังปราณแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย เห็นทีคงจะเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไร้พลังฝึกตนเป็นแน่

เมื่อคิดได้ดังนั้น จูฉงก็ลดความระแวดระวังลงจนหมดสิ้น

"โอ้ มีโฉมงามอยู่ตรงนี้ด้วยรึเนี่ย!" เมื่อสายตาของจูฉงเหลือบไปเห็นเฉิงเซวียน เขาก็แทบจะน้ำลายสอ

เพราะเฉิงเซวียนนั้นงดงามสะคราญโฉมมากจริงๆ

รูปร่างของนางก็อวบอัดเย้ายวนใจ

บุรุษทั่วไปคนใดได้เห็น ย่อมต้องเกิดความรู้สึกอกุศลขึ้นมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจูฉงผู้มักมากในกามารมณ์เลย

"ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเจ้า ไสหัวออกไปซะ!" เมื่อเห็นท่าทีคุกคามของคนกลุ่มนี้ ลู่ฉางเกอก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น

ในขณะเดียวกัน ไป๋จื่อฉีก็ตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของเขา

ท่าทางดังกล่าวช่วยยืนยันให้ลู่ฉางเกอมั่นใจว่า คนเหล่านี้จะต้องตามล่าเจ้าแมวน้อยตัวนี้มาอย่างแน่นอน

ลู่ฉางเกอแน่ใจว่าแมวน้อยในอ้อมกอดนี้คงไม่ใช่สายพันธุ์ธรรมดาทั่วไป หากแต่ต้องมีสายเลือดที่ล้ำค่ามากเป็นแน่

"หากไม่อยากตาย ก็ส่งแมวในมือมาแต่โดยดี แล้วทิ้งผู้หญิงคนนี้เอาไว้ ส่วนพวกแก 2 คน ไสหัวไปซะ!" จูฉงตวาดลั่น

"หืม? เจ้าสั่งให้ข้าไสหัวไป ข้าก็ต้องไปงั้นรึ? เช่นนั้นข้าก็เสียหน้าแย่สิ!" ลู่ฉางเกอเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความยียวนเล็กน้อย

การที่พวกมันทำให้เจ้าแมวน้อยหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้ ย่อมแสดงว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่พวกคนดีอะไรแน่

การปกป้องสัตว์โลกถือเป็นหน้าที่ของทุกคน

ในเวลานี้ ลู่ฉางเกอได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า เขาจะต้องปกป้องเจ้าแมวน้อยตัวนี้ให้จงได้

"แมวน้อย ไม่ต้องกลัวไปนะ มีข้าอยู่ตรงนี้ทั้งคน ใครหน้าไหนก็ไม่อาจแตะต้องเจ้าได้!" ลู่ฉางเกอลูบขนปลอบประโลมแมวน้อยในอ้อมแขน

"บังอาจนักที่กล้าพูดจาเช่นนี้กับข้า! บอกมาสิว่าเจ้าอยากตายแบบไหน?" เมื่อเห็นว่าลู่ฉางเกอกล้าต่อปากต่อคำ จูฉงก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

ในฐานะนายน้อยแห่งเผ่าจักรพรรดิสุกร จูฉงถือเป็นตัวตนที่อยู่เหนือสุกรทั้งปวง

มีใครหน้าไหนกล้าขัดคำสั่งของเขาบ้าง?

สิ้นคำราม จูฉงก็ก้าวอาดๆ ออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับปลดปล่อยรังสีอำมหิตฟุ้งกระจาย

เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องสังหารลู่ฉางเกอทิ้งเสีย

"ศิษย์คนโต ส่งพวกมันลงนรกไปซะ!" ลู่ฉางเกอเองก็เริ่มมีน้ำโหกับการยั่วยุของจูฉงเช่นกัน

หากเป็นเมื่อก่อน เขาอาจจะยอมถอยให้สักก้าว

ทว่าบัดนี้ ตัวเขาหาใช่ลู่ฉางเกอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว

นับเป็นโอกาสอันดีที่จะใช้พวกสวะเหล่านี้มาทดสอบระดับการฝึกปรือของศิษย์คนโตดูเสียหน่อย

"เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์!" เฉิงเซวียนผุดลุกขึ้นจากที่นั่งโดยปราศจากคำพูดจาใดๆ กระบี่วิเศษประจำกายก็ถูกชักออกจากฝักในทันที

ประกายแสงกระบี่เจิดจรัสสาดส่องราวกับทางช้างเผือกอันสุกสกาว แผ่ซ่านครอบคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ

จบบทที่ บทที่ 18 แมวน้อยตัวนี้น่ารักเสียจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว