- หน้าแรก
- บ้าไปแล้วหรือ ศิษย์ของจักรพรรดินีจะมาขออยู่ร่วมชายคากับข้าเนี่ยนะ
- บทที่ 2 ระบบนี้มันชวนปวดหัวนิดหน่อย
บทที่ 2 ระบบนี้มันชวนปวดหัวนิดหน่อย
บทที่ 2 ระบบนี้มันชวนปวดหัวนิดหน่อย
บทที่ 2 ระบบนี้มันชวนปวดหัวนิดหน่อย
"ไม่!" เมื่อได้ยินหลู่ฉางเกอทวงถามถึงแพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่ ระบบก็ตอบกลับมาอย่างไม่ไว้หน้า
"พรวด!"
หลู่ฉางเกอแทบจะกระอักเลือดเก่าเก็บออกมาเต็มปาก
นี่มันระบบหลอกลวงเฮงซวยอะไรกันเนี่ย!
ไม่มีอะไรให้เลยงั้นหรือ?
จะให้เขารับศิษย์ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้อะไรเลยเนี่ยนะ?
ชีวิตเขามันช่างยากลำบากเสียจริง
ระบบในนิยายพวกนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อช่วยตัวเอกแก้ปัญหาหรอกหรือ?
แล้วทำไมพอมาถึงตาเขา มันถึงได้กลายเป็นพวกต้มตุ๋นไปได้ล่ะ?
หลู่ฉางเกอแทบจะสติแตกอยู่รอมร่อ
"ระบบ นี่แกจะปล่อยให้ฉันไปรับศิษย์ทั้งแบบนี้จริงๆ น่ะหรือ? แต่ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำนะว่าการบ่มเพาะคืออะไร!" หลู่ฉางเกอยังคงไม่ยอมแพ้และอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามระบบ
"แก้ปัญหาเอาเองเถอะ หน้าที่ของระบบนี้ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนแล้ว โฮสต์รับศิษย์ ทำให้ศิษย์แข็งแกร่งขึ้น จากนั้นโฮสต์ก็จะแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย!" ระบบตอบกลับ
หลู่ฉางเกอ "..."
ตอนนี้หลู่ฉางเกอถอดใจจากระบบแล้ว
เขารู้ดีว่าหนทางเดียวที่จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นได้ ก็คือการรับศิษย์และทำให้พวกเขากลายเป็นยอดฝีมือ
แต่คนที่ไม่ประสีประสาเรื่องการบ่มเพาะอย่างเขา จะไปสอนศิษย์ให้เก่งกาจขึ้นได้อย่างไร?
มันยากเกินไปสำหรับคนธรรมดาอย่างเขาสายจริง
คนตาบอดที่ไหนจะยอมมาเป็นศิษย์ของเขากัน?
"ช่างเถอะ ลงเขาก่อนแล้วค่อยไปหลอกใครสักคนมาเป็นศิษย์ก็แล้วกัน!" หลู่ฉางเกอรำพึงในใจ
จากนั้นหลู่ฉางเกอก็เริ่มแต่งตัว
เพื่อที่จะหลอกลวงศิษย์ หลู่ฉางเกอรู้ดีว่าเขาต้องปลอมตัวเป็นยอดฝีมือผู้หลุดพ้นจากโลกโลกีย์
แต่หลู่ฉางเกอค้นหาทั่วทั้งสำนักเซียวเหยาอันกว้างใหญ่เป็นเวลานาน กลับหาดาบดีๆ สักเล่มไม่ได้เลย
สิ่งนี้ทำให้หลู่ฉางเกอตั้งคำถามกับชีวิตอย่างลึกซึ้ง
นี่มันสำนักบ้าอะไรกัน?
ช่างซอมซ่อเกินไปแล้ว
"ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม มีเมืองอยู่ตีนเขาชื่อว่าเมืองเยว่ฮวา ที่นั่นมีสถานที่สำหรับรับศิษย์โดยเฉพาะนี่นา!"
ไม่นานนัก หลู่ฉางเกอก็มุ่งหน้าลงจากเขา
ครึ่งวันต่อมา หลู่ฉางเกอก็มาถึงเมืองเยว่ฮวา
เมืองเยว่ฮวาไม่ใช่เมืองที่ใหญ่โตนัก
ทว่าหากเทียบกับเมืองบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินในชาติก่อนของหลู่ฉางเกอแล้ว มันกลับกว้างใหญ่กว่ามาก
ผู้คนจำนวนมากในเมืองนี้ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียร
หลู่ฉางเกอระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
ทว่าหลังจากเดินไปตามท้องถนน หลู่ฉางเกอก็ดึงดูดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย เพียงเพราะว่าเขาหล่อเหลาจนเกินไป
โดยเฉพาะหญิงสาวบางคน ที่ชำเลืองมองหลู่ฉางเกอด้วยสายตาชื่นชมหลงใหล
"ว้าว คุณชายท่านนี้ช่างรูปงามนัก สนใจมาเป็นเพื่อนกันหรือไม่เจ้าคะ?"
"หนุ่มน้อย คืนนี้ตาเฒ่าของข้าไม่อยู่บ้าน สนใจมาพักที่บ้านข้าคืนนี้ไหมจ๊ะ?"
ไม่เพียงแต่หญิงสาวบริสุทธิ์ที่เข้ามาทักทาย แม้แต่สตรีที่แต่งงานแล้วบางคนก็ยังแสดงสีหน้าเปี่ยมความหวังต่อหลู่ฉางเกอ
อย่างไรก็ตาม หลู่ฉางเกอปฏิเสธพวกนางไปทั้งหมด
หลู่ฉางเกอรู้ดีว่างานที่เร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
เมื่อเขาเก่งกาจขึ้น สาวงาม เงินทอง หรือสิ่งใดก็ตาม ย่อมต้องมีพร้อม
หากไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ
หลู่ฉางเกอไม่อยากตายเพราะหมดแรงคาอกผู้หญิงหลังจากเพิ่งทะลุมิติมาหรอกนะ
ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ไม่นานหลู่ฉางเกอก็มาถึงตลาดหาคนที่มีพรสวรรค์เวอร์ชั่นโลกแฟนตาซีกำลังภายในของเมืองเยว่ฮวา
ช่วงไม่กี่วันนี้เป็นช่วงเวลาที่สำนักใหญ่หลายแห่งในละแวกใกล้เคียงกำลังรับสมัครศิษย์ใหม่
ที่นี่จึงคึกคักเป็นอย่างมาก
หลังจากหลู่ฉางเกอเดินเข้าไปในตลาดแห่งนี้ เขาก็เห็นสำนักหลายแห่งกำลังรับสมัครศิษย์ใหม่อย่างกระตือรือร้น
บ้างก็ดีใจ บ้างก็เศร้าโศก
คนที่ถูกรับเลือกเข้าสำนักต่างดีใจจนเนื้อเต้น
ส่วนคนที่ไม่ถูกเลือกก็คอตกและซึมเศร้าอย่างหนัก
"เห็นพวกเขาทำป้ายชื่อสำนักกันทุกคนเลย ดูเหมือนว่าฉันต้องทำบ้างแล้วสิ!" หลู่ฉางเกออดไม่ได้ที่จะคิด
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลู่ฉางเกอก็รีบทำป้ายสำนักเซียวเหยาและหาทำเลที่ตั้ง
จากนั้นเขาก็วางป้ายไว้ตรงหน้า
แล้วหลู่ฉางเกอก็เริ่มร้องเรียกลูกค้าเสียงดัง
"ผู้ที่สัญจรไปมา เชิญเข้ามาดูก่อนเลย!"
"หนุ่มรูปงาม อยากแข็งแกร่งขึ้นไหม? อยากมีสาวงามอยู่เคียงกายไหม? อยากยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกและมองลงมาเบื้องล่างหรือไม่? มาสิ มาร่วมสำนักเซียวเหยาของข้า ข้าจะทำให้เจ้าทะยานสู่จุดสูงสุดเอง"
"แม่นางคนสวย ข้าเห็นว่าเจ้ามีวาสนาต่อข้า สนใจเข้าร่วมสำนักเซียวเหยาไหม? ข้าคือยอดฝีมือไร้เทียมทานเชียวนะ!" หลู่ฉางเกอตะโกนสุดเสียง
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของหลู่ฉางเกอ ทันใดนั้น กลุ่มคนหนุ่มสาวก็เดินเข้ามาหา
ทว่าเมื่อพวกเขามองเห็นป้ายที่เขียนว่าสำนักเซียวเหยาตรงหน้าหลู่ฉางเกอ
กลุ่มคนหนุ่มสาวเหล่านี้ก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ... ดูนั่นสิ สำนักเซียวเหยากำลังรับศิษย์งั้นรึ? ฮ่าๆๆ... ตลกชะมัด!"
"พี่ชาย ข้าว่าท่านเลิกโกหกเถอะ ลูกไม้แค่นี้หลอกพวกข้าไม่ได้หรอก ใครบ้างไม่รู้ว่าสำนักเซียวเหยาตกต่ำลงจนไม่เหลือศิษย์แม้แต่คนเดียวแล้ว!"
"ใช่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าหน้าตาดีล่ะก็ ข้าคงเตะแผงของเจ้าคว่ำไปแล้ว!"
คนหนุ่มสาวเหล่านี้ต่างพากันพูดคุยเจื้อยแจ้วและวิจารณ์อย่างออกรส
บางคนถึงกับข่มขู่ว่าหากหลู่ฉางเกอยังกล้าหลอกลวงคนอื่นอยู่ที่นี่ต่อไป พวกเขาจะไล่เขาออกไปให้พ้น
ดังนั้น หลู่ฉางเกอจึงยอมถอย
เขาทำได้เพียงโยนป้ายที่เขียนว่าสำนักเซียวเหยาทิ้งลงถังขยะอย่างจำใจ
ในเวลานี้ หลู่ฉางเกอตระหนักได้ว่าโลกแฟนตาซีกำลังภายในแห่งนี้ ไม่ได้ใช้ชีวิตง่ายดายอย่างที่คิดเลยจริงๆ
โดยเฉพาะเมื่อไร้ซึ่งการบ่มเพาะพลัง
เพียงวันแรกที่ลงจากเขา หลู่ฉางเกอก็ได้สัมผัสกับความเย็นชาของสันดานมนุษย์ในโลกใบนี้แล้ว
ในโลกแห่งนี้ หากคุณไม่มีความแข็งแกร่ง โลกมนุษย์ใบนี้ก็จะหนาวเหน็บอย่างหาที่สุดไม่ได้
ประหนึ่งฤดูหนาวที่ยะเยือก
"ฉันควรทำยังไงดี? นี่ฉันไม่สามารถรับศิษย์ได้แม้แต่คนเดียวเลยจริงๆ งั้นหรือ?" หลู่ฉางเกออดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม