เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - รางวัลเกียรติยศระดับสองของนายกลับมาแล้ว!!

บทที่ 22 - รางวัลเกียรติยศระดับสองของนายกลับมาแล้ว!!

บทที่ 22 - รางวัลเกียรติยศระดับสองของนายกลับมาแล้ว!!


บทที่ 22 - รางวัลเกียรติยศระดับสองของนายกลับมาแล้ว!!

เมืองเฉียนโจว ภายในเขตบ้านพักประจำตำแหน่งของคณะกรรมการพรรค

จางจิงเชวี่ยเดินผ่านประตูเข้าไปในบ้านพักเดี่ยวหลังหนึ่งอย่างคุ้นเคย

ในห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง ชายวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาภูมิฐานน่าเกรงขาม โครงหน้าเหลี่ยม มีไฝโหงวเฮ้งขุนนางใต้คาง สวมเสื้อแจ็กเก็ตสไตล์ผู้บริหารสีเทา เงยหน้าขึ้นมองเธอ

"อ้าว นั่นจิงเชวี่ยน้อยของพ่อนี่นา ลมอะไรหอบลูกมาถึงนี่ได้ล่ะเนี่ย?"

ชายวัยกลางคนมีสีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด รีบลุกจากโซฟาเดินเข้าไปหาทันที

"ไม่ต้องพูดเลยค่ะ ก็แม่น่ะสิคะโทรมาเร่งยิกๆ สั่งให้หนูกลับมาดูพ่อ ว่าพ่อกินข้าวตรงเวลาไหม แอบไปสังสรรค์ที่ไหนหรือเปล่า แล้วก็แอบสูบบุหรี่อีกไหม!" จางจิงเชวี่ยแขวนกระเป๋าไว้ที่ราวแขวน ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนโซฟา

ชายวัยกลางคนรินน้ำเปล่าให้จางจิงเชวี่ยแก้วหนึ่ง แววตาเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู

"ถ้าแม่เขาไม่สั่ง ลูกก็คงไม่คิดจะกลับมาดูใจชายแก่ตัวคนเดียวอย่างพ่อเลยใช่ไหมล่ะ?"

จางจิงเชวี่ยรับแก้วน้ำมาประคองไว้ด้วยสองมือ หัวเราะคิกคัก "ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ หลักๆ หนูก็ตั้งใจกลับมาเยี่ยมพ่อนั่นแหละ"

"ได้ยินแบบนี้พ่อค่อยชื่นใจหน่อย!"

ชายวัยกลางคนหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ จางจิงเชวี่ย

"ไหนเล่าให้พ่อฟังหน่อยสิ ไปทำงานที่สถานีตำรวจระดับรากหญ้ามาหลายวัน รู้สึกยังไงบ้าง?"

"ก็ดีนะคะ เพื่อนร่วมงานดูแลหนูดีมาก บรรยากาศการทำงานก็ดี แถมยังมีเรื่องสนุกๆ เยอะแยะเลย!"

"หืม? เรื่องสนุกอะไร ไหนลองเล่าให้ฟังซิ!"

ความอยากรู้อยากเห็นของชายวัยกลางคนถูกจุดประกายขึ้นมาทันที

จางจิงเชวี่ยฉีกยิ้มกว้าง รอยยิ้มของเธอหวานหยดย้อย

"สถานีเรามีผู้ช่วยตำรวจระดับเจ็ดอยู่คนนึงค่ะ อายุยังน้อย น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับหนู ทุกวันตอนทำงาน ในขณะที่คนอื่นยุ่งจนหัวหมุน หมอนั่นก็เอาแต่เล่นเกม นอนหลับ แล้วก็หนีไปตกปลา..."

ชายวัยกลางคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดแทรกขึ้นมาทันที

"สถานีพวกลูกปล่อยปละละเลยกันขนาดนี้เลยเหรอ? ผู้ช่วยตำรวจแบบนี้ทำไมไม่ไล่ออกไปซะ จะเก็บไว้ทำไม?"

จางจิงเชวี่ย "กับคนอื่นเขาก็เข้มงวดนะคะ แต่มีแค่หมอนั่นคนเดียวที่ได้รับสิทธิพิเศษ"

"งั้นพ่อว่าความสามารถในการบริหารจัดการของผู้กำกับสถานีลูกน่าจะมีปัญหานะ! หรือว่าผู้ช่วยตำรวจคนนั้นเป็นญาติกับเขา?"

"ไม่ใช่ค่ะ!"

สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที

"สภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่เหมาะกับการเติบโตของลูกเลย เดี๋ยวพ่อจะไปจัดการทำเรื่องขอย้ายลูกกลับมาที่เมืองดีกว่า!"

"หนูไม่เอานะคะ!"

"ที่นั่นคนมันปะปน..."

คนเป็นพ่อกำลังจะสั่งสอนต่อ แต่จางจิงเชวี่ยก็รีบพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"พ่อฟังหนูเล่าให้จบก่อนสิคะ!"

จางจิงเชวี่ยเล่าวีรกรรมความเก่งกาจของหยางเทียนให้พ่อฟังเป็นฉากๆ เริ่มตั้งแต่ประกาศนียบัตรเกียรติคุณที่แปะหราอยู่บนผนัง ไปจนถึงคดีฆาตกรรมสองคดีซ้อนที่เพิ่งไขได้หมาดๆ ทำเอาคนเป็นพ่อนั่งฟังจนตาค้างไปเลย

"ละ... ลูกกำลังจะบอกว่า คดี 415 ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วเน็ตตอนนี้ เป็นฝีมือการไขคดีของผู้ช่วยตำรวจคนนั้นงั้นเหรอ?"

จางจิงเชวี่ยพยักหน้า "ใช่ค่ะ ผู้ช่วยตำรวจคนที่หนูเล่าให้ฟังนั่นแหละค่ะ"

แววตาของชายวัยกลางคนฉายแววครุ่นคิด

"แต่พ่อได้ยินมาว่าเป็นผลงานของรองหัวหน้ากองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรเมือง ที่ชื่อหวังอะไรสักอย่างนี่นา..."

"หวังเฮ่าค่ะ!"

"ใช่ๆ หวังเฮ่านั่นแหละ!"

จางจิงเชวี่ยหน้ามุ่ย "หมอนั่นน่ะเหรอคะ ก็แค่ลิงที่หลุดเข้าไปในสวนท้อสวรรค์เท่านั้นแหละ!"

"หืม?" ชายวัยกลางคนมองลูกสาวด้วยความสงสัย

จางจิงเชวี่ย "ดีแต่คอยชุบมือเปิบขโมยลูกท้อคนอื่นน่ะสิคะ!"

"นี่มัน..."

สีหน้าของชายวัยกลางคนเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

"เรื่องที่ลูกพูดมา เป็นความจริงทั้งหมดแน่ใช่ไหม?"

"จริงร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ!!"

สองวันต่อมา

สิ่งที่ทำให้เลี่ยวเจี้ยนเฉิง ฟางอีหง และหลิวต้าฉุยงงเป็นไก่ตาแตกก็คือ เดิมทีตำรวจภูธรเมืองมีกำหนดจะประกาศมอบรางวัลคดี 415 อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้

แต่จนถึงวันนี้ พวกเขาก็ยังไม่เห็นเงาของหนังสือประกาศอย่างเป็นทางการจากเมืองเลย

"หรือว่าทางเมืองจะไม่ยอมให้แม้แต่คำประกาศเกียรติคุณแบบปากเปล่ากับหยางเทียนกันนะ?"

ฟางอีหงเดินเข้ามาถามในห้องทำงานของหลิวต้าฉุย

"ไม่น่าจะถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง! ถ้าไม่ให้แม้แต่คำชมเชย มันก็เกินไปหน่อยนะ!" หลิวต้าฉุยเองก็สงสัยไม่แพ้กัน

"ไม่ได้การล่ะ พวกเราต้องไปถามท่านนายอำเภอเลี่ยวให้รู้เรื่อง!"

ทั้งสองคนรีบจ้ำอ้าวไปที่ห้องทำงานของผู้บังคับการ

"ได้ครับ!"

"รับทราบครับ!"

"รับทราบ จะจัดการเตรียมความพร้อมให้เรียบร้อยเลยครับ!"

ภายในห้องทำงาน เลี่ยวเจี้ยนเฉิงวางสายโทรศัพท์ พอเงยหน้ามาเห็นฟางอีหงกับหลิวต้าฉุย เขาก็สบถคำด่าด้วยความตื่นเต้น

"เชี่ยเอ๊ย!"

"นี่มันเหนือความคาดหมายจริงๆ โว้ย!"

ฟางอีหงกับหลิวต้าฉุยมองหน้าเขาอย่างงงๆ

"เกิดอะไรขึ้นครับหัวหน้า?"

เลี่ยวเจี้ยนเฉิงล้วงบุหรี่จงหัวออกจากลิ้นชัก แจกให้ทั้งสองคนคนละมวน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสุดขีด "สำเร็จแล้ว พวกเราทำสำเร็จแล้ว!"

"หืม??"

เลี่ยวเจี้ยนเฉิงจุดบุหรี่สูบเข้าปอดลึกๆ ดวงตาเป็นประกายวาววับ

"เมื่อกี้หัวหน้าสำนักงานตำรวจภูธรเมืองเพิ่งจะโทรมาบอกว่า ทางเมืองได้เรียกประชุมคณะกรรมการพรรคใหม่อีกรอบ และมีมติคืนรางวัลเกียรติยศระดับสองแบบส่วนบุคคลให้กับหยางเทียนแล้ว พิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นพรุ่งนี้ แถมยังบอกอีกว่าท่านนายกเทศมนตรีเย่จะมาเป็นประธานมอบรางวัลให้หยางเทียนด้วยตัวเอง สั่งให้พวกเราเตรียมการต้อนรับให้ดีที่สุด!"

"หา??"

"ปุบปับขนาดนี้เลย!"

"เรื่องจริงปะเนี่ย?"

สีหน้าของฟางอีหงกับหลิวต้าฉุยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

"เดี๋ยวก่อน ขอเวลาแป๊บ ขอตั้งสติก่อนนะ เดี๋ยวค่อยบอกคำตอบ!"

ด้วยความที่ตื่นเต้นจัด ฟางอีหงถึงกับต้องกุมหน้าอก ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา สูดหายใจเข้าลึกๆ สองสามที เพื่อให้จังหวะหัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติ ก่อนจะถามย้ำด้วยความดีใจสุดขีดอีกครั้ง "หัวหน้าครับ เรื่องจริงใช่ไหมครับ? ผมไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม? ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?"

"จริงล้านเปอร์เซ็นต์!"

หลิวต้าฉุยถามด้วยความสงสัย

"ทำไมมันถึงได้ปุบปับแบบนี้ล่ะครับ?"

"ก็มันเป็นไปแล้วน่ะสิ!"

ฟางอีหง "ดูท่าหัวหน้าคงจะออกแรงช่วยไปเยอะเลยสิครับเนี่ย!"

เลี่ยวเจี้ยนเฉิงไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ เขาทำเพียงแค่ยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย

"ไสหัวไปกันได้แล้ว ไปสั่งให้คนเตรียมจัดงานมอบรางวัลให้พร้อมด้วย!"

ทันทีที่ฟางอีหงกลับมาถึงสถานี เขาก็เดินตามหาหยางเทียนไปทั่ว

"ตี้ฉาง หยางเทียนล่ะ?"

"เหล่าจู หยางเทียนล่ะ?"

"ลู่เฉิงเจ๋อ นายเห็นหยางเทียนบ้างไหม?"

ท่าทางของฟางอีหงดูกระตือรือร้นเหมือนคนโดนยาปลุกเซ็กส์ไม่มีผิด

หลัวตี้ฉางเดินเข้าไปหาจูจื้อเผิงด้วยความสงสัย

"รองจูครับ เมื่อหลายวันก่อนผู้กำกับยังทำหน้าอมทุกข์ เจอใครก็ด่ากราดไปทั่วอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงได้อารมณ์ดีเหมือนคนกำลังจะได้เมียน้อยคนที่แปดแบบนี้ล่ะครับ?"

จูจื้อเผิงถลึงตาใส่หลัวตี้ฉาง

"อย่าพูดจาเหลวไหล คงมีเรื่องดีๆ อะไรเกี่ยวกับหยางเทียนล่ะมั้ง!"

"ก็คงงั้นแหละครับ"

หลัวตี้ฉางพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

"คนที่ทำให้ผู้กำกับกระวนกระวายใจได้ขนาดนี้ ก็มีแค่เทพเทียนคนเดียวนั่นแหละ!"

ฟางอีหงเดินหาหยางเทียนจนทั่วสถานีก็ไม่เจอ

บังเอิญเดินไปเจอกับซุนต้าพั่งที่เพิ่งกลับมาจากซื้อน้ำอัดลมข้างนอกพอดี

พอซุนต้าพั่งเห็นฟางอีหง เขาก็รีบซ่อนขวดน้ำไว้ด้านหลังทันที กลัวว่าจะไปสะกิดต่อมโมโหของผู้กำกับเข้า

แต่วันนี้เจ้านายกลับดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

เขาไม่เพียงแต่จะไม่ด่าซุนต้าพั่ง แต่ยังยิ้มแย้มถามอีกว่า "หยางเทียนล่ะ?"

"เขา... เขาไปร้านเน็ตครับ"

"อ้อ"

"จะให้ผมไปตามเขากลับมาไหมครับ?"

"จะไปตามหาพระแสงอะไรล่ะ อย่าลืมซื้อข้าวไปส่งให้เขาด้วยก็แล้วกัน!"

ซุนหยวน: "..."

เวรเอ๊ย!

เขาควรจะเดาคำตอบนี้ได้ตั้งนานแล้วสิ

ฟางอีหงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน แล้วกดโทรศัพท์หาหยางเทียน

ในตอนนั้น หยางเทียนกำลังง่วนอยู่กับการต่อสู้ในซัมมอนเนอร์สริฟต์ของเกมลีกออฟเลเจนด์ เขาบุกทะลวงไปจนถึงฐานทัพศัตรูแล้ว พอเหลือบไปเห็นชื่อคนโทรเข้า เขาก็เลือกที่จะเมินไม่รับสาย

"ติ๊ง! เป็นราชาในซัมมอนเนอร์สริฟต์ แม้เจ้านายจะโทรมาก็ยังทำตัวเป็นปลาเค็มเมินเฉย ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับแต้มปลาเค็ม 10 แต้ม!"

"ความคืบหน้าปัจจุบัน: 720/1000"

หึ!

ว่าแล้วเชียว ระบบชอบเห็นเขาทำตัวหยิ่งใส่พวกผู้บังคับบัญชาจริงๆ

หลังจากจบแมตช์แห่งความสุขในเกมลีกออฟเลเจนด์แล้ว หยางเทียนก็กดโทรกลับไป

เสียงดังกังวานดังลอดมาจากปลายสาย

"รางวัลเกียรติยศระดับสองของนายกลับมาแล้ว!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 22 - รางวัลเกียรติยศระดับสองของนายกลับมาแล้ว!!

คัดลอกลิงก์แล้ว