เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เพชฌฆาตโดยกำเนิด

บทที่ 13 เพชฌฆาตโดยกำเนิด

บทที่ 13 เพชฌฆาตโดยกำเนิด


บทที่ 13 เพชฌฆาตโดยกำเนิด

ฟลอเรสตอนนี้มีอารมณ์ผสมปนเปทั้งตื่นเต้นและสับสน

เมื่อครู่...จากข้างสนาม...เขาเห็นหลินหรานใช้ท่า “สับขาหลอก” สองครั้งติด เพื่อเลี้ยงผ่านกองหลังและผู้รักษาประตูทีมสีเหลือง ก่อนจะส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย... มันทำเอาเขาแทบกรามค้าง

ท่ายากขนาดนี้ แถมยังทำด้วยความเร็วสูงและต่อเนื่องลื่นไหล... เขาเคยเห็นแค่โรนัลโด้ตอนพีคเท่านั้นที่ทำได้

และตอนนี้...แม้แต่ตัวโรนัลโด้เองที่เลยจุดพีคและยังค้าแข้งอยู่กับเรอัล มาดริด ก็เลิกใช้ท่านี้ไปนานแล้วเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บ

ท่านี้เรียกร้องสภาพร่างกายของผู้เล่นสูงเกินไป ต้องอาศัยความแข็งแกร่งของแกนกลางลำตัวและหัวเข่าที่มั่นคงอย่างมหาศาล... ไม่อย่างนั้นแรงกดดันมหาศาลที่เกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนไหวจะนำไปสู่อาการบาดเจ็บแน่นอน

แต่ไอ้หนูจีนคนนั้นกลับใช้ท่านี้ติดกันสองครั้ง แถมยังมีองศาการโยกหลอกที่กว้างมาก... นี่ถือเป็นภาระหนักอึ้งต่อร่างกายสุด ๆ

เขาไม่คาดคิดเลยว่าเด็กจีนที่ดูรูปร่างผอมบางคนนี้ จะมีสมรรถภาพร่างกายที่น่าทึ่งขนาดนี้... หากให้เวลาเขาพัฒนา เขาจะกลายเป็นโรนัลโด้คนต่อไปได้หรือไม่?

ฟลอเรสไม่กล้าจินตนาการ...ภาพมันสวยงามเกินไป

นั่นเป็นเหตุผลที่เขาสั่งให้กองกลางทีมสีแดงขยันส่งบอลให้หลินหราน เขาอยากเห็นกับตาว่าศักยภาพที่แท้จริงของเด็กจีนคนนี้มีมากแค่ไหนกันแน่

ขณะเดียวกัน โมย่าที่รับหน้าที่จดบันทึก ก็เริ่มตวัดปากกาเขียนยุกยิกลงบนหน้ากระดาษของหลินหรานในสมุดโน้ต

“ทักษะการเลี้ยงกินตัวช่ำชอง ร่างกายแข็งแกร่ง เยือกเย็นหน้าปากประตูมาก”

นี่เป็นข้อดีข้อแรกเกี่ยวกับหลินหรานที่ถูกบันทึกลงในสมุดของเขา

การแข่งขันในสนามดำเนินต่อ...ทีมสีเหลืองเป็นฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มเล่น

เพิ่งจะเสียประตูไปหมาด ๆ คราวนี้ทีมสีเหลืองจึงเล่นดุดันขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นหน้าใหม่ 3 คนในทีมสีเหลืองที่กระตือรือร้นอยากโชว์ฟอร์มให้เข้าตาเฮดโค้ช

ทว่าระดับฝีเท้าของพวกเขามีจำกัด ผลงานจึงยังดูจืดชืด

ไม่กี่นาทีต่อมา ความผิดพลาดของผู้เล่นใหม่คนหนึ่งทำให้ทีมสีแดงตัดบอลได้ในแดนตัวเอง กองหลังวางยาวข้ามไปแดนกลางทันที...กองกลางหมายเลข 11 ของทีมสีแดงเก็บบอลได้

ด้วยการจับบอลแล้วพลิกตัวอย่างนิ่มนวล เขาหลบการเข้าบีบของกองหลังทีมสีเหลืองได้อย่างหมดจด แล้วเลี้ยงจี้เข้าสู่แดนบุก

เขาเร็วมาก...เพียงไม่กี่วินาทีก็พาบอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ

กองหลังทีมสีเหลืองรีบเข้ามาสกัด กองกลางหมายเลข 11 เหลือบมองเข้าไปในเขตโทษคู่แข่ง เห็นหลินหรานสปีดทำทางเข้าไปแล้ว เขาจึงจ่ายทะลุช่องทันที...ลูกบอลไหลผ่านกองหลังทีมสีเหลือง พุ่งตรงเข้าหาหลินหราน

หลินหรานยื่นเท้าแตะบอลที่พุ่งเข้ามา ด้วยสัมผัสแรกที่เป็นธรรมชาติ เขาพาบอลไปข้างหน้าและเผชิญหน้ากับประตูโดยตรง

เซ็นเตอร์แบ็กทีมสีเหลืองสองคนพุ่งเข้ามาปิดทันควัน

หลังจากได้รับบทเรียนจากความผิดพลาดครั้งก่อน คราวนี้พวกเขาไม่กล้าปล่อยให้หลินหรานดวลตัวต่อตัวอีกแล้ว

ทั้งสองคนมีท่าทีราวกับกำลังเผชิญหน้าศัตรูตัวฉกาจ สายตาจ้องเขม็งไปที่ลูกบอลแทบเท้าหลินหราน ระแวดระวังตลอดเวลาว่าหลินหรานจะงัดท่าเลี้ยงหลอกออกมาใช้อีก

พวกเขาไม่อยากโดนหลินหรานเลี้ยงเผาเครื่องซ้ำสองแน่ ๆ

ทว่า...สิ่งที่ทำให้พวกเขาแปลกใจคือ คราวนี้หลินหรานไม่ได้เลี้ยงจี้ต่อ แต่เลือกที่จะยิงประตูจากจังหวะยืนนิ่ง ๆ ดื้อ ๆ เลย

เห็นดังนั้น กองหลังทีมสีเหลืองทั้งสองคนก็ลอบถอนหายใจโล่งอกพร้อมกัน... ขอแค่ไม่เลี้ยงหลอกก็พอ

พวกเขาปิดมุมยิงไว้แทบหมดแล้ว การรีบร้อนยิงในสถานการณ์แบบนี้โอกาสพลาดเป้ามีสูงมาก

และต่อให้ยิงตรงกรอบ ผู้รักษาประตูข้างหลังพวกเขาก็ไม่ใช่หมูที่จะเคี้ยวได้ง่าย ๆ

แต่ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัว พวกเขาก็ต้องตะลึงงันกับภาพตรงหน้า

ลูกยิงของหลินหรานไม่ใช่การหวดเต็มข้อ ไม่ใช่การชิพข้ามหัว และไม่ใช่การแปด้วยข้างเท้าด้านใน

เขาใช้ “ปลายเท้าจิ้ม” ลูกบอลไปข้างหน้าฉึกเดียว...ลูกบอลพุ่งวาบราวกับกระสุนปืนใหญ่ ลอดผ่านหว่างขาที่กางออกของกองหลังทีมสีเหลืองคนหนึ่ง แล้วเสียบโคนเสาขวาล่างของประตูอย่างแม่นยำ

ผู้รักษาประตูที่ถูกกองหลังบังทางมองไม่เห็นจังหวะง้างเท้าของหลินหรานชัดเจน กว่าลูกบอลจะโผล่พ้นหว่างขากองหลังมาถึงหน้าประตู ก็สายเกินกว่าจะตอบสนองทัน

เขาทำได้เพียงขยับตัวเล็กน้อย ก่อนที่ลูกบอลจะเบียดเสาในเข้าไปนอนสงบนิ่งที่มุมล่างขวา

“ปี๊ด!”

ผู้ตัดสินชั่วคราวในสนามเป่านกหวีด สัญญาณว่าประตูนี้เป็นประตูที่ถูกต้อง

วินาทีนั้นเอง กองหลังและผู้รักษาประตูทีมสีเหลืองถึงเพิ่งรู้ตัวว่าประตูที่พวกเขาเฝ้าระวังถูกเจาะทะลวงเสียแล้ว

นึกย้อนถึงลูกยิงสุดพิสดารเมื่อครู่ ผู้เล่นเกมรับต่างก็พูดไม่ออก... ประตูนี้มันน่าเจ็บใจเกินไปแล้ว

พวกเขายังไม่ทันได้ตอบโต้ บอลก็เข้าไปกองก้นตาข่ายแล้ว

มันเหมือนกับนักฆ่าไร้เงาที่ลงมือสังหารเงียบเชียบในพริบตา

เป้าหมายยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกปลิดชีพไปอย่างงงงวย

มันช่างน่าหงุดหงิดหัวใจเหลือเกิน

ทีมสีแดงเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหมายเลข 11 ที่เป็นคนจ่ายบอลให้หลินหราน

เขาแค่ทำตามคำสั่งเฮดโค้ชที่ให้ส่งบอลให้หลินหรานบ่อย ๆ ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนลูกจ่ายนี้เป็นสกอร์ได้จริง ๆ...โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกองหลังสองคนขวางอยู่ และสองคนนั้นก็ไม่ใช่ไก่กา

แต่ที่ทำให้เขาทึ่งสุด ๆ คือหลินหรานทำประตูด้วยวิธีพิสดารแบบนั้น

ยังไงซะ มันก็เป็นประตู...เขารีบวิ่งไปแท็กมือฉลองกับหลินหราน พร้อมเอ่ยชม

“ไอ้หนูจีน ลูกเมื่อกี้โคตรเหลือเชื่อ!”

เพื่อนร่วมทีมสีแดงคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงก็เข้ามาตบไหล่แสดงความยินดีกับหลินหราน

“พระเจ้าช่วย! หมอนั่นทำได้ยังไง? สองคนนั้นยังเอาไม่อยู่”

“เขาหาช่องว่างเล็กนิดเดียวเจอได้ยังไง... ไม่มีใครเหมือนจริง ๆ”

“ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าผู้รักษาประตูทีมสีเหลืองจะหลอนขนาดไหน”

“ฮ่าฮ่า! นายตลกเกินไปแล้วเพื่อน ฉันว่าเราควรถามถึงสภาพจิตใจของกองหลังที่โดนลอดดากด้วยนะ”

ทีมงานโค้ชและบุคลากรข้างสนามต่างก็ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึง

วินาทีที่หลินหรานทำประตูได้ ฟลอเรสกำหมัดแน่นแล้วเหวี่ยงแขนลงอย่างแรง ปลดปล่อยความสะใจออกมา

เขากล่าวอย่างตื่นเต้นกับโมย่าข้าง ๆ

“โมย่า ฉันว่าเราเจอสุดยอดกองหน้าเข้าให้แล้ว... หมอนี่จะเป็นฝันร้ายของแนวรับคู่แข่งแน่นอน”

โมย่าที่ยังคงจดบันทึกฟอร์มของหลินหรานอยู่ แปลกใจเล็กน้อย

“แค่ลูกเดียวเนี่ยนะ คุณมั่นใจขนาดนั้นเลย?”

“ประตูนี้สะท้อนอะไรหลายอย่าง ทั้งการเลือกวิธีจบสกอร์ ความเยือกเย็นหน้าปากประตู และสัญชาตญาณนักล่า... ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ประตูนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด”

ฟังการวิเคราะห์ของฟลอเรส โมย่าพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นเขาจึงเขียนประโยคหนึ่งลงในสมุดโน้ต

“เพชฌฆาตโดยกำเนิด”

การแข่งขันในสนามดำเนินต่อ...เนื่องจากหลินหรานซัดไปแล้วสองประตู ทีมสีเหลืองจึงเพิ่มความเข้มข้นในการประกบตายเขาอย่างเห็นได้ชัด

เรื่องนี้ทำให้หลินหรานที่มีทักษะพื้นฐานไม่ค่อยดีนักเล่นยากขึ้นมากในการจะรับบอล แม้จะเก็บบอลได้บ้างบางครั้ง แต่ก็จะถูกเข้าปะทะทำลายจังหวะอย่างรวดเร็ว

ทว่า...สิ่งนี้กลับเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นเกมรุกคนอื่นของทีมสีแดง ในช่วงท้ายเกม กองหน้าทีมสีแดงอีกคนที่ไม่มีตัวประกบก็ทำประตูได้ในที่สุด

จบเกมการแข่งขัน ทีมสีแดงถล่มชนะไป 3–0

จบบทที่ บทที่ 13 เพชฌฆาตโดยกำเนิด

คัดลอกลิงก์แล้ว