- หน้าแรก
- ฟุตบอล ยิงครั้งเดียว ตาข่ายสะเทือนทั้งสนาม
- บทที่ 10 ความทรงจำเล็ก ๆ
บทที่ 10 ความทรงจำเล็ก ๆ
บทที่ 10 ความทรงจำเล็ก ๆ
บทที่ 10 ความทรงจำเล็ก ๆ
หลินหรานฟังบทสนทนาระหว่างคุณลุงกับผู้เฒ่าเครลเลอร์ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างผุดขึ้นในใจ
รายชื่อนักเตะที่พวกเขาเอ่ยถึงฉายชัดในหัวเขาราวกับภาพฉายโคมเวียน
ตอร์เรสที่พวกเขาพูดถึง คือกองหน้าอัจฉริยะที่อะคาเดมีเยาวชนของแอตเลติโก มาดริด ฟูมฟักขึ้นมา เขาเล่นให้ทีมชุดใหญ่มาแล้ว 5 ปี และสร้างผลงานไว้มากมาย
ด้วยวัยเพียง 22 ปี ตอร์เรสยังครองตำแหน่งกัปตันทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
อาจกล่าวได้ว่า...ตอร์เรสคือราชาที่แท้จริงของแอตเลติโก มาดริด
และราชันแห่งตราหมีผู้นี้ กำลังจะอำลาทีมไป
หากหลินหรานจำไม่ผิด ในชีวิตก่อนหน้านี้ หลังจบฤดูกาลนี้ ตอร์เรสจะย้ายไปร่วมทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก ด้วยค่าตัว 26.5 ล้านปอนด์ และก้าวสู่จุดพีคของอาชีพค้าแข้งที่นั่น
ส่วนดาวรุ่งอย่างอเกวโร...ไอ้หนูมหัศจรรย์วัยเดียวกับหลินหราน...คือนักเตะเยาวชนที่แอตเลติโก มาดริดเพิ่งคว้าตัวมาจากอินดิเพนเดนเต ทีมในอาร์เจนตินาในฤดูกาลนี้
อเกวโรที่เพิ่งอายุครบ 18 ปีในปีนี้ ผ่านเวทีลีกสูงสุดของอาร์เจนตินามาแล้วถึง 3 ปี
ถูกต้องแล้ว...เขาเริ่มเล่นลีกอาชีพที่อาร์เจนตินาตั้งแต่อายุ 15 ปี ซึ่งน้อยกว่าตอนที่มาราโดนาเริ่มเล่นอาชีพเสียอีก... เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อสุด ๆ
และไอ้หนูอัจฉริยะคนนี้ก็ไม่ทำให้แฟนบอลตราหมีผิดหวัง เขาซัดไป 6 ประตูจากการลงสนามที่จำกัดในฤดูกาลแรกกับแอตเลติโก มาดริด
ส่วนฤดูกาลที่สอง เขากระหน่ำไปถึง 19 ประตู รั้งอันดับ 3 ในตารางดาวซัลโวลาลิกา
ผลงานในฤดูกาลต่อ ๆ มาก็เจิดจรัสไม่แพ้กัน จนกระทั่งเขาย้ายไปแมนเชสเตอร์ ซิตี ในปี 2011 เขาทำประตูให้แอตเลติโก มาดริดไปทั้งสิ้น 102 ประตู และทำอีก 37 แอสซิสต์... เป็นสถิติที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง
ส่วนผู้เล่นคนอื่นที่พวกเขาเอ่ยถึง หลินหรานจำได้ไม่แม่นนัก ในชีวิตก่อนเขาเคยได้ยินแค่ชื่อ แต่ไม่รู้วีรกรรมที่แน่ชัด
เขาเดาว่าพวกนั้นคงไม่ประสบความสำเร็จอะไรมากนัก
จังหวะนี้เอง เขาได้ยินหลินเจี้ยนจุนเอ่ยขึ้น
“ปีนี้เราเปลี่ยนเฮดโค้ชใหม่ นายรู้อะไรเกี่ยวกับโค้ชใหม่คนนี้บ้างไหม?”
“นายหมายถึงชาวเม็กซิกันคนนั้น ฮาเวียร์ อากีร์เร ใช่ไหม? ฉันได้ยินว่าเขาเคยเป็นเฮดโค้ชทีมชาติเม็กซิโก และก่อนจะมาที่นี่ เขาคุมทีมโอซาซูนามาก่อน”
“ฤดูกาลที่แล้ว โอซาซูนาจบที่ 5 ในลีก ได้สิทธิ์ไปเล่นยูฟ่าคัพ ซึ่งดีกว่าผลงานของแอตเลติโก มาดริดเราเยอะ... เขาต้องมีของดีแน่ ๆ ถึงพาทีมแบบนั้นทำผลงานได้ขนาดนี้”
“ใช่ ติดอยู่แค่ว่าไม่รู้เขาจะเสกมนตร์วิเศษต่อที่แอตเลติโก มาดริดของเราได้หรือเปล่า... ยังไงซะแอตเลติโก มาดริดก็เป็นทีมกึ่งยักษ์ใหญ่ มีซูเปอร์สตาร์เต็มทีม ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับทีมธรรมดา ๆ อย่างโอซาซูนา”
ผู้เฒ่าเครลเลอร์กล่าวด้วยความกังวล
“หวังว่าเขาจะทำสำเร็จนะ แอตเลติโก มาดริดห่างหายจากเวทียุโรปไปนานเกินไปแล้ว”
หลินเจี้ยนจุนกล่าวด้วยอารมณ์อ่อนไหว
ผู้เฒ่าเครลเลอร์เองก็มีสีหน้าถวิลหา เห็นได้ชัดว่ารู้สึกไม่ต่างกัน
หลินหรานรู้ดีว่าพวกเขาหมายถึงความจริงที่ว่าแอตเลติโก มาดริดไม่ได้ไปเล่นบอลยุโรปเลยตั้งแต่ปี 1996 อย่าว่าแต่แชมเปียนส์ลีกเลย แม้แต่ยูฟ่าคัพก็ยังไม่ได้ไปสัมผัส
ที่เลวร้ายกว่านั้น ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ทีมถึงขั้นตกชั้นไปเล่นในลีกรอง
นี่ถือเป็นความอัปยศสำหรับทีมระดับกึ่งยักษ์ใหญ่อย่างแอตเลติโก มาดริด
ทีมเพิ่งจะฟื้นไข้ได้บ้างในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยจบอันดับ 10 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ก็ยังห่างไกลจากโควตายูฟ่าคัพ
ถ้าหลินหรานจำไม่ผิด ฤดูกาลนี้แอตเลติโก มาดริดก็จะยังไปไม่ถึงยูฟ่าคัพ และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือพวกเขาจบอันดับ 7... พลาดตั๋วยูฟ่าคัพไปแค่อันดับเดียว
แอตเลติโก มาดริดจะต้องทนทุกข์ทรมานอีกหนึ่งฤดูกาล กว่าจะได้กลับไปเล่นยูฟ่าคัพในฤดูกาล 07–08
คิด ๆ ดูแล้ว ในฐานะแฟนบอลแอตเลติโก มาดริด พวกเขาต้องเจ็บปวดมามากจริง ๆ ตลอดหลายปีนี้
ทว่า...เสน่ห์ของฟุตบอลก็อยู่ตรงนี้ คุณไม่ได้รักทีมเพียงเพราะมันมอบชัยชนะและเกียรติยศนับไม่ถ้วน แต่ยังรวมถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้และยืนหยัดฝ่าฟันความยากลำบากไปพร้อมกับทีม
หลายสโมสรยืนหยัดมาได้นับร้อยปีก็ด้วยแรงสนับสนุนจากแฟนบอลผู้ภักดีเหล่านี้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมฟุตบอลถึงเฟื่องฟูในชาติมหาอำนาจลูกหนังยุโรปเสมอมา
ในประเทศยุโรปเหล่านี้ แม้แต่เมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรแค่ไม่กี่แสนคน ก็ยังสามารถรวมพลแฟนบอลได้มากพอจะเติมเต็มสนามความจุห้าหรือหกหมื่นที่นั่งได้... นี่แสดงให้เห็นถึงความลึกซึ้งของรากฐานวัฒนธรรมฟุตบอลของพวกเขา
ในทางตรงกันข้าม แม้จีนจะมีประชากรกว่าพันล้านคน แต่คนที่มีใจรักฟุตบอลจริง ๆ กลับมีไม่มากนัก
จึงอธิบายได้ง่าย ๆ ว่าทำไมทีมชาติจีนถึงก้าวไม่พ้นระดับเอเชียเสียที... รากฐานและมรดกมันต่างกันเกินไป
หลินเจี้ยนจุนและผู้เฒ่าเครลเลอร์ อาศัยฤทธิ์แอลกอฮอล์คุยกันอย่างออกรสเป็นพัก ๆ ส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่กับสถานการณ์ของทีม รวมถึงภาพรวมของลาลิกาและลีกยุโรปอื่น ๆ
หากคนที่ไม่ใช่แฟนบอลมาฟังบทสนทนานี้ คงรู้สึกเบื่อหน่ายแน่นอน
โชคดีที่หลินหรานกับเครลเลอร์ไม่เพียงแต่เป็นแฟนบอล แต่ยังเป็นนักเตะด้วย พวกเขาจึงไม่รู้สึกเบื่อเลย แถมยังฟังอย่างตั้งใจ... หลินหรานเองก็ได้เรียนรู้ข้อมูลวงการฟุตบอลยุโรปมากมายจากวงสนทนานี้
มื้ออาหารจบลงท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นและเป็นกันเอง เวลานี้ล่วงเลยเข้าสู่สองทุ่มแล้ว
ขณะที่ครอบครัวเครลเลอร์กำลังจะกลับ หลินเจี้ยนจุนก็ดึงตัวผู้เฒ่าเครลเลอร์ไปคุยข้าง ๆ
“พี่ชาย ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”
“เรื่องอะไร? ถ้าฉันทำได้ ถือว่าจัดการให้เรียบร้อย”
ผู้เฒ่าเครลเลอร์กล่าว ดวงตาฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์เหล้า เห็นได้ชัดว่าเมื่อกี้เขาจัดไปหนักพอสมควร
“เรื่องหลานชายฉัน หลินหรานน่ะ วีซ่าที่เขาถือมาเป็นแค่วีซ่าท่องเที่ยว แต่ตอนนี้เขาจะอยู่ที่นี่เพื่อเตะบอล มันต้องเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงาน แต่พวกเราไม่รู้วิธีทำ นายทำงานราชการไม่ใช่เหรอ? ลองดูหน่อยสิว่าพอจะมีช่องทางช่วยเราได้บ้างไหม?”
“อย่างนั้นเหรอ?”
ผู้เฒ่าเครลเลอร์ลูบคาง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผ่านไปสักพัก เขาก็ตบเข่าฉาด
“ไม่มีปัญหา! ฉันมีเพื่อนทำงานอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เอายเอกสารกับสัญญาจ้างของหลินหรานมาให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะไปขอให้เขาช่วย”
หลินเจี้ยนจุนดีใจมาก รีบเรียกหลินหรานให้นำพาสปอร์ตและสัญญาที่เซ็นกับทีมมาให้ผู้เฒ่าเครลเลอร์
หลินหรานเองก็ดีใจสุด ๆ เขากังวลเรื่องวีซ่ามาตลอด ไม่คิดเลยว่าคุณลุงจะแก้ปัญหานี้ได้ภายในมื้ออาหารมื้อเดียว
เรื่องนี้ทำให้เขาต้องถอนหายใจยอมรับ... ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริง ๆ
เมื่อเรื่องนี้ถูกจัดการ ภูเขาที่อกของหลินหรานก็ถูกยกออก
หลังจากส่งครอบครัวเครลเลอร์กลับ เจเนียช่วยเก็บโต๊ะอาหารแล้วก็ขอตัวกลับเช่นกัน เหลือเพียงคนสกุลหลินและจางเหอผิงในร้าน
บ้านเช่าของหลินเจี้ยนจุนอยู่ไม่ไกลจากร้าน จางเหอผิงพักอยู่ที่ร้านเพื่อเฝ้าของ
สามคนอาหลานตระกูลหลินจึงพากันกลับบ้านเช่า
บ้านของหลินเจี้ยนจุนเป็นอพาร์ตเมนต์สองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น พอกลับถึงบ้าน หลินเจี้ยนจุนก็ขอตัวไปนอนทันที วันนี้เขาดื่มไปเยอะและเหนื่อยมากแล้ว
หลินหรานเองก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปรายงานตัวที่ทีม เขาจึงรีบกลับเข้าห้องพักผ่อนเช่นกัน
เมื่อถึงห้อง หลินหรานเปิดระบบขึ้นมาดู
ข้อมูลยังคงเหมือนเดิม ค่าสถานะไม่เปลี่ยนแปลง มีเพียงทักษะใหม่ ‘เลี้ยงบอลแบบลูกตุ้ม’ ที่เพิ่มเข้ามา
หลินหรานอยากถามถึงวิธีการใช้งานระบบอย่างละเอียด แต่ระบบดูเหมือนจะหลับใหล ไม่ว่าเขาจะเรียกอย่างไรก็ไร้การตอบสนอง
ท้ายที่สุด เขาได้แต่ยอมแพ้อย่างจนปัญญา
จากนั้นเขาก็คิดถึงการไปรายงานตัวกับทีมในวันพรุ่งนี้ ความตื่นเต้นยังคงคุกรุ่น... เขาอยากรู้เหลือเกินว่าการฝึกซ้อมในทีมอาชีพครั้งแรกในรอบสองชีวิตจะส่งผลลัพธ์แบบไหน
คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปสักพัก หลินหรานก็ค่อย ๆ ดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา