เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 คนอื่นเป็นขยะเมื่อเทียบกับนักเรียนอัจฉริยะ

ตอนที่ 7 คนอื่นเป็นขยะเมื่อเทียบกับนักเรียนอัจฉริยะ

ตอนที่ 7 คนอื่นเป็นขยะเมื่อเทียบกับนักเรียนอัจฉริยะ


ตอนที่ 7 คนอื่นเป็นขยะเมื่อเทียบกับนักเรียนอัจฉริยะ

 

 

ในที่สุดเหตุผลก็เอาชนะความโลภ ลู่โจวกำจัดความคิดที่ไม่สมจริงทิ้งไป

 

น้องใหม่ตีพิมพ์ในนิตยสารวิทยาศาสตร์ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ไม่ต้องพูดถึงมีเอกสารจำนวนมากที่อยู่ในนิตยสารคณิตศาสตร์จีนที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ตราบใดที่เป็นคนที่มีภาษาอังกฤษพอใช้ได้ คุณก็อาจเอางานที่ต่ำกว่ามาตรฐานตีพิมพ์ลงนิตยสารได้

 

พฤติกรรมปลอมงานนี้ถูกเปิดโปงโดยบุคคลที่ถูกจัดอันดับในนิตยสารที่ต่ำกว่า นิตยสารที่ถูกจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งคือคณิตศาสตร์ประยุกต์(AMC) มันมีชื่อเสียงในด้านการเผยแพร่งานที่ไม่ได้มาตรฐาน

 

มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เป็นเพียงมหาลัยเดียวที่เผยแพร่วิทยานิพนธ์ลงAMCนับร้อยในเวลาเพียงสี่ปี มันจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่จะมีคนเผยแพร่วิทยานิพนธ์ที่ไม่ได้มาตรฐานกว่ายี่สิบเรื่องต่อปี

 

เพื่อปกป้องคุณภาพทางวิชาการของวิทยานิพนธ์ นิตยสารเก่าแก่บางนิตยสารมักจะจำกัดวิทยานิพนธ์ที่ถูกตีพิมพ์ประจำปีไม่เกินหนึ่งร้อยวิทยานิพนธ์หรือน้อยกว่านั้นอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม'นิตยสารจวี้อู๋ป้า'อันนี้ไม่สนใจ มันตีพิมพ์วิทยานิพนธ์มากกว่าหนึ่งพันเรื่องในทุกๆปี ควบคู่ไปกับปรากฏการณ์แอบอ้างซึ่งกันและกันเพื่อสร้างปัจจัยกระทบให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีบทวิจารณ์ปลอมจำนวนมาก คณะผู้จัดทำวารสารหนึ่งจึงเผยแพร่วิทยานิพนธ์มากกว่าร้อยฉบับ!

(ผู้แปล : แปลง่ายๆก็คือ วิทยานิพนธ์ 1 มีข้อมูลอ้างอิงจาก วิทยานิพนธ์ 2 แล้ว 2 ก็อ้าง 1 อ้างกันไปอ้างกันมาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ น่าจะประมาณนี้ครับ)

 

ลู่โจวไม่มั่นใจในการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ในนิตยสารอื่น แต่สำหรับ AMC...

 

เขาอาจมั่นใจหรือกล้าพูดด้วยความโอ้อวด

 

สรุปคือเขารู้สึกว่ามันไม่มีปัญหา

 

อย่างไรก็ตามมันจะเป็นเรื่องยากถ้าเขาอยากเผยแพร่ค่าประมาณของโจวลงในนิตยสารวิทยาศาสตร์ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มันจะถูกลงนิตยสารไหม เพราะเขาคงผ่านอย่างง่ายดาย กุญแจสำคัญคือหลังจากตีพิมพ์ไปแล้ว เขาจะทนอยู่จุดนั้นได้ไหม

 

สุดท้ายลู่โจวก็ยังเลือกภารกิจที่สาม เขาไม่มีแผนใช้ค่าประมาณของโจว แต่เขาวางแผนจะเขียนวิทยานิพนธ์หลอกเพื่อให้ผ่านภารกิจ

 

ความรู้ด้านคณิตศาสตร์ขั้นสูงและคณิตวิเคราะห์ของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่านักศึกษาปริญญาโท ถ้าเขาอยากเขียนวิทยานิพนธ์ด้วยภาษาอังกฤษระดับสี่ของเขา เขาก็แค่เรียนรู้ศัพท์เทคนิคเพิ่มบางคำ มันไม่มีอะไรที่ดิกชันนารีไม่สามารถแก้ไขได้

 

เมื่อเทียบกันแล้ว เขาไม่ได้มีเส้นสายหรือความฉลาดทางอารมณ์(EQ)ที่จำเป็นเพื่อผ่านภารกิจแรก

 

ส่วนภารกิจที่สอง มหาลัยไม่ได้ให้คลาสฟิสิกส์กับนักศึกษาใหม่ด้วยซ้ำ เขากลัวว่าระบบจะสร้างคำถามฟิสิกส์ระดับมัธยมปลายและมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าระดับความยากมันจะต่ำแค่ไหน นอกจากนี้เขาไม่ได้สนใจระดับฟิสิกส์ของเขามากนัก เขาไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ฟิสิกส์ตอนนี้ ถ้าเขาจำเป็น เขาเรียนรู้ทีหลังก็ได้

 

หลังจากลู่โจวเลือกภารกิจ เขาก็ผุดลุกขึ้นยืน เขาฮัมเพลงและเดินตรงไปยังหอพัก

 

หลังจากหายหน้าหายตาไปนาน หลิวรุ่ยคงจะเสียสติถ้าเขาไม่กลับไปเร็วๆนี้

 

เจ้าหมอนั่นเป็นคนแปลกๆ เขาเป็นคนค่อนข้างใจกว้าง แต่เมื่อพูดถึงการเรียน เขาเป็นคนชอบเปรียบเทียบและเห็นแก่ตัวจนคนอื่นพูดไม่ออก เขาจะไล่ล่าคุณสุดถนนถ้าหากคุณดูสมุดโน๊ตเขา แถมเขายังจะกลอกตามองบนใส่หากคุณถามอะไรเขา ในสายตาเขา มันเหมือนกับว่าทุกคนบนโลกล้วนแต่เป็นคู่แข่งเขา สิ่งที่เขามุ่งหมายไม่ใช่ความสำเร็จทางวิชาการอะไรเทือกนั้น แต่เป็นการยอมรับของเหล่านักเรียนและบรรดาอาจารย์ตนเองเป็น'อัจฉริยะ'

 

คนประเภทนี้ถือเป็นอัจฉริยะได้ไหม?

 

ลู่โจวคิดว่าไม่

 

ในสายตาของอัจฉริยะที่แท้จริง คนอื่นล้วนแต่เป็นขยะ ใครจะสนใจว่าคุณจะดูสมุดโน๊ตของฉันหรือไม่? คุณรู้เกี่ยวกับค่าประมาณของโจวไหม? ต่อให้มันอยู่ตรงหน้าคุณ คุณก็ไม่รู้จักมันด้วยซ้ำ!

 

ลู่โจวยอมรับนับถือคนๆเดียวเท่านั้นที่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง

 

ใช่แล้ว ถูกต้อง

 

เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องคาดเดาด้วยซ้ำ เขากำลังพูดถึงตัวเอง

 

.....

 

เมื่อเขาเปิดประตูเข้าห้อง มันก็สี่ทุ่มแล้ว

 

หลิวรุ่ยกำลังถือหนังสือแบบฝึกหัด อีกสองคนไม่ได้อยู่ด้วย พวกเขาอาจกำลังเล่นไพ่อยู่ห้องข้างๆ สือช่างเป็นคนประเภทที่จะตั้งใจฟังในชั้นเรียนเท่านั้น เขาไม่ได้อ่านหนังสือสอบ ส่วนหวงกวงหมิง เขาถูกเรียกว่าเป็นเทพแห่งการเรียน เขาไม่ได้ฟังในชั้นเรียน เขาจะอัดทุกอย่างก่อนสอบและยังทำได้ดีอีกด้วย

 

ลู่โจวโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้หาบัตรอาบน้ำในลิ้นชัก

 

ในเวลานั้นเอง หลิวรุ่ยก็วางหนังสือแบบฝึกหัดลงแล้วหันมามองทางลู่โจว

 

"สหาย ทำไมนายถึงขยันขนาดนี้ล่ะ?"

 

"ฉันจำเป็นต้องขยัน ฉันไม่ได้แตะหนังสือมาครึ่งเทอม ถ้าฉันไม่เริ่มตอนนี้ มันจะสายเกินไป" ลู่โจวกล่าวก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวพาดไหล่แล้วลุกขึ้่นยืนจากเก้าอี้

 

หลิวรุ่ยเห็นว่าลู่โจวกำลังจะไปอาบน้ำ เขาจึงเอ่ยถาม "ฉันแก้โจทย์นี้ไม่ได้ นายช่วยดูให้ฉันหน่อยได้ไหม?"

 

โอ้ ช่างน่าแปลกใจเสียจริง

 

มีโจทย์ที่หลิวรุ่ยแก้ไม่ได้ด้วยเหรอ?

 

"ไหนฉันขอดูหน่อย"

 

เมื่อลู่โจวยื่นมือออกไปรับ หลิวรุ่ยก็ดันกรอบแว่นแล้วส่งหนังสือแบบฝึกหัดให้ เขาชี้ไปที่โจทย์แล้วถาม "โจทย์นี้"

 

"โจทแคลคูลัส? มันไม่น่ายาก..." ลู่โจวกล่าว เขาเหลือบมองโจทย์แล้วรู้สึกประหลาดใจที่ไม่เคยเห็นโจทย์แบบนี้มาก่อน เขารู้สึกตื่นเต้น ใครจะสนเรื่องอาบน้ำกัน? เขารับหนังสือแบบฝึกหัด นั่งลงแล้วเริ่มแก้โจทย์

 

ก่อนหน้านี้ถ้าหลิวรุ่ยแก้โจทย์ไม่ได้ มันก็ไม่มีทางเลยที่ลู่โจวจะแก้ได้ เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่ตอนนี้แม้แต่คำว่า'เป็นไปไม่ได้'ก็ไม่ได้อยู่ในหัวของเขา

 

หลังจากลู่โจวใช้เวลาพยายามแก้โจทย์ หลิวรุ่ยคลายใจลงเล็กน้อย คนโง่ที่เขาแอบดูถูกก็ยังเป็นคนโง่ แก้ไม่ได้ก็ยังอวดฉลาดอีก

 

ส่วนโจทย์นี้ หลิวรุ่ยแก้ไม่ได้จริงๆ อย่างไรก็ตามในหน้าคำตอบมีวิธีแก้โจทย์พร้อมเสร็จสรรพ เหตุผลที่เขาเอาโจทย์นี้มาถามลู่โจวไม่ใช่เพราะเขาต้องการความช่วยเหลือ แต่เป็นเพราะเขาอยาก'สอดแนมศัตรู'

 

สุดท้ายแล้ว ถ้าเขาอยากหาคนช่วยแก้โจทย์คณิตจริงๆล่ะก็ เขาไม่มาถามคนโง่อย่างลู่โจวหรอก

 

หลิวรุ่ยคิดเรื่องนี้แล้วถาม "ทำไมนายไม่ลอกโจทย์ลงไปก่อนล่ะ? ฉันจะได้ข้ามไปทำโจทย์หน้าก่อน"

 

ความหมายที่ซ่อนอยู่ก็คือไม่มีทางที่ลู่โจวจะแก้โจทย์ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่อยากเสียเวลาเปล่า

 

อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาของลู่โจวไม่ได้เป็นไปตามที่หลิวรุ่ยคาดหวังไว้

 

"...ไม่จำเป็น ฉันแก้เสร็จแล้ว"

 

แก้...แก้เสร็จแล้ว?!

 

ดวงตาของหลิวรุ่ยเบิกกว้างจนแทบถลนออกมา

 

"ใช่ นายได้ยินไม่ผิดหรอก" ลู่โจวกล่าว เขาอธิบายสูตรลงกระดาษทดและควงปากกาไปพลาง "มันเป็นโจทย์สองขั้นตอนปกติ ก่อนอื่นนายแปลงพิกัดคาร์ทีเซียนเป็นพิกัดเชิงขั้ว เนื่องจากช่วงสมมาตร นายจะสามารถตัดส่วนนี้เป็น cot^2(x)..."

 

"จากนั้นก็คำนวณอนุพันธ์เป็น csx^2(x)! แล้วแทนค่ากลับเป็นฟังก์ชั่นดั้งเดิม!" รูม่านตาของหลิวรุ่ยหดตัวลงเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็เข้าใจแนวคิดพื้นฐานในการแก้โจทย์นี้ ที่เหลือก็ง่ายแล้ว เขาแค่ต้องคำนวณออกมาเท่านั้นเอง

 

เวรเอ้ย ฉันไม่เคยคิดถึงขั้นตอนนี้มาก่อน...

 

"บิงโก! แก้ได้แล้วใช่มั้ยล่ะ" ลู่โจวกล่าวด้วยรอยยิ้ม บางครั้งแม้แต่เด็กก็สอนคนอื่นได้

 

"ขอบใจ...ฉันขอยืมกระดาษทดหน่อย ฉันจะลองศึกษาดู"

 

"เอาไปสิ ตามสบาย!" ลู่โจวกล่าวและโบกมืออย่างใจกว้าง จากนั้นเขาก็เดินไปห้องน้ำ

 

หลิวรุ่ยดูกระดาษทดของลู่โจวแล้วนั่งลง เขาดันกรอบแว่นแล้วอ่านโจทย์ เขาขมวดคิ้วและเข้าสู่โหมดสมาธิ

 

แม้ว่าเทคนิคนี้จะเป็นของใหม่สำหรับเขา แต่วิธีแก้โจทย์ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจน มันไม่ได้อยู่นอกเหนือความรู้ของเขา ดังนั้นเขาจึงเข้าใจอย่างง่ายดายแม้ว่าจะไม่มีคำอธิบายจากลู่โจวก็ตาม

 

อย่างไรก็ตามสิ่งนึงที่เขาไม่เข้าใจก็คือ ลู่โจวมันคิดวิธีนี้ออกได้ไง?

 

แถมมันยังเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ...

 

บางทีมันอาจเคยเจอโจทย์ประเภทนี้มาก่อนงั้นเหรอ?

 

หลิวรุ่ยคิดว่านี่คือความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว ไม่งั้นเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าคนโง่ที่ทำงานพาร์ทไทม์จะแก้โจทย์นี้ได้เร็วกว่าอัจฉริยะอย่างเขาได้อย่างไร

 

เขาพลิกไปด้านหลังหนังสือแบบฝึกหัด เมื่อหลิวรุ่ยดูคำตอบ เขาก็แข็งค้าง

 

"ไม่มีทางน่า..."

 

คำตอบถูกต้อง...แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก

 

ประเด็นหลักก็คือวิธีของลู่โจวมันง่ายกว่าของคำตอบ! คำตอบไม่ได้คิดถึงการแปลงพิกัดคาร์ทีเซียนเป็นพิกัดเชิงขั้ว กลับกันคำตอบดันใช้อินทิกรัลแทนซึ่งส่งผลให้มีการคำนวณเป็นจำนวนมาก

 

และนี่ก็เป็นวิธีที่เขาคิด...

 

เป็นไปได้ยังไง?

 

หลิวรุ่ยขบริมฝีปาก

 

จู่ๆเขาก็รู้สึกกังขาในชีวิต

 

=============

ผู้แปลไม่ได้เรียนแคลคูลัส ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ

 

จบบทที่ ตอนที่ 7 คนอื่นเป็นขยะเมื่อเทียบกับนักเรียนอัจฉริยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว