เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 ของของข้าก็คือของข้า

บทที่ 91 ของของข้าก็คือของข้า

บทที่ 91 ของของข้าก็คือของข้า


บทที่ 91 ของของข้าก็คือของข้า

ตูม!

ร่างมหึมาของเอ้าอินแผดเผาด้วยเพลิงทมิฬโชติช่วง เปลวไฟสีดำประหนึ่งมีชีวิตกวัดแกว่งเข่นฆ่า แผ่พุ่งจนห้วงมิติรอบด้านบิดเบี้ยวพังทลาย!

แววตาของไป๋ตงหลินเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เจ้าสัตว์ประหลาดตนนี้เริ่มจะเอาจริงแล้ว!

"กิน!"

เนตรสีชาดขนาดมหึมาทั้งสี่ดวงจ้องเขม็งไปยังไป๋ตงหลิน วึ่ง! ลำแสงสีแดงสายใหญ่สี่สายพุ่งทะยานออกจากดวงตา ไล่ล่าร่างเงาเจ็ดสีที่วูบไหวอย่างรวดเร็วในความว่างเปล่า ห้วงมิติที่ลำแสงกวาดผ่านแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ผืนปฐพีที่ถูกแสงสาดส่องกลายเป็นเหวาลึกหมื่นวา ธารลาวาเดือดพล่านปะทุขึ้นมา!

"ฟาดฟัน!"

ในขณะที่ไป๋ตงหลินหลบหลีกรังสีแสง เขาก็ฟันปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวออกมาเป็นระยะ ทุกกระบี่สามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ได้ ทว่ากลับไร้ผล บาดแผลเหล่านั้นสมานตัวในชั่วพริบตา เขาได้ทดลองมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าสัตว์ร้ายเอ้าอินตนนี้ไม่มีจุดตาย ไม่ว่าจะโจมตีส่วนใดผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน

โฮก! เมื่อเห็นไป๋ตงหลินหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วราวกับแมลงวันจนไม่อาจโจมตีถูกเสียที เอ้าอินก็โกรธจัดจนทุบอกตัวเอง ลำแสงสีแดงหดตัวลงวูบวาบก่อนจะหายไป มันละทิ้งการโจมตีที่ไร้ประโยชน์นี้เสีย

"พี่ใหญ่?!"

"ได้เลยน้องชาย!"

ดวงตาสีแดงบนศีรษะเล็กที่จ้องมองไป๋ตงหลินพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ดวงตาที่มืดมิดประดุจหลุมดำสองแห่งแผ่ซ่านคลื่นพลังประหลาดออกมา ร่างของไป๋ตงหลินชะงักงัน ถูกตรึงค้างอยู่กับที่ในชั่วพริบตา!

"หิว!"

หัวที่อยู่ตรงง่ามขาอ้าปากกว้าง ลำแสงสีดำสายใหญ่ที่พันรอบด้วยเพลิงทมิฬพ่นพรวดออกมา!

แย่แล้ว! ไป๋ตงหลินเบิกตากว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว ในเสี้ยววินาทีที่ลำแสงจะถึงตัว เขาสลัดหลุดจากห้วงกาลอวกาศที่ถูกตรึงไว้ รวมกายประสานกระบี่กลายเป็นกระบี่ยักษ์เจ็ดสีฟันลงมาหนึ่งกระบี่ ลำแสงสีดำขนาดมหึมาถูกแยกออกเป็นสองซีก ทว่าลำแสงเพลิงทมิฬที่แยกออกจากกันนั้นกลับมิได้ลดความรุนแรงลง ยังคงพุ่งทะยานไปสู่ที่ห่างไกลต่อไป!

ไป๋ตงหลินพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหลุดออกจากสภาวะรวมกายประสานกระบี่ หันกลับไปมองยังทิศทางไกลโพ้น ใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นปั้นยาก ที่ใดก็ตามที่ลำแสงสีดำกวาดผ่าน ฟ้าถล่มดินทลาย และนครหลวงที่อยู่ห่างออกไปกว่าหนึ่งพันกิโลเมตรนั้น ตั้งอยู่บนเส้นทางที่มันพุ่งไปพอดี!

ความเร็วของลำแสงเพลิงทมิฬนั้นรวดเร็วเกินไป ยามนี้เขาไม่อาจขัดขวางได้ทัน ผลลัพธ์ที่จะเกิดกับนครหลวงนั้นย่อมคาดเดาได้ไม่ยาก ตอนนี้เขาเข้าใจชัดแจ้งแล้วว่าบททดสอบในแดนมายานี้คืออะไร นั่นคือการให้เขาออกไปปกป้องนครหลวง หากนครหลวงถูกทำลาย การประเมินบททดสอบจะลดลงหรือไม่?

อย่าได้เห็นว่าเขาต่อสู้อย่างดุเดือดอยู่ที่นี่ แท้จริงแล้วจิตใจของเขายังคงใสกระจ่าง ย่อมรู้ดีว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่น่าเสียดายที่ยามนี้ไม่อาจแก้ไขอะไรได้แล้ว เป็นเพราะเขาละเล่นสนุกเกินไปเอง!

"นโม อามิตาภพุทธ!"

ในขณะที่ไป๋ตงหลินกำลังนึกเสียใจอยู่นั้น เสียงพุทธะอันยิ่งใหญ่พลันดังแว่วมา พุทธปฏิมาทองคำขนาดมหึมาตระหง่านขึ้นจากทิศทางของนครหลวง ฝ่ามือหนึ่งซัดออกมาสกัดกั้นและสลายลำแสงเพลิงทมิฬจนสิ้น

ภิกษุหนุ่มรูปงามในชุดขาวก้าวข้ามห้วงมิติมาปรากฏกายข้างข้างไป๋ตงหลิน ใบหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตา ระหว่างคิ้วมีจุดแดงประดับ เบื้องหลังศีรษะมีแสงธรรมลอยเด่น พนมมือกล่าวว่า

"ประสกผู้มีมหากุศล โปรดให้ศิษย์ตถาคตผู้นี้ช่วยท่านสักแรงเถิด!"

ไป๋ตงหลินซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้ดวงตา ท่าทางที่คุ้นเคยเช่นนี้ รวมถึงกลิ่นอายที่สัมผัสได้ ภิกษุหนุ่มผู้นี้ถ้าไม่ใช่หลวงจีนน้อยหมิงจิ้งแล้วจะเป็นใครไปได้อีก?

ดูท่าคงมีคนไม่น้อยถูกโยนเข้ามาในแดนมายาแห่งเดียวกัน ด้วยจิตใจพระโพธิสัตว์ของหมิงจิ้ง แม้จะจมดิ่งอยู่ในแดนมายาก็ยังคงเป็นคนดีเช่นเดิม การที่เขาจะรุดหน้ามาขัดขวางสัตว์ร้ายจึงมิใช่เรื่องน่าแปลกใจ ไป๋ตงหลินไม่ได้เปิดโปงตัวตน แต่ออกนามตอบรับอย่างสุภาพว่า

"รบกวนท่านอาจารย์แล้ว!"

เมื่อกล่าวจบก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า สภาวะของเขาในยามนี้เรียกได้ว่ามีชีวิตอยู่เพิ่มหนึ่งวินาทีก็ลดน้อยลงไปหนึ่งวินาที ก่อนจะสิ้นชีพ ก็ขอให้เขาได้เผาไหม้อย่างเต็มที่เถิด!

"เจตจำนงสูงสุด·ท่าฟันทำลายล้างอู๋เจียน!"

...

ไป๋ตงหลินฟื้นคืนสติจากอาการเหม่อลอย กลับมาควบคุมสัมผัสทั้งห้าได้อีกครั้ง ความรู้สึกแรกคือช่างอ่อนแอและว่างเปล่าเหลือเกิน ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย เจตจำนงแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ ฟันความคิดฟุ้งซ่านและความไม่สบายกายทิ้งไปจนสิ้น

ต่อให้จะอ่อนโทรมเพียงใด แต่นี่คือความจริงแท้ คือพลังฝีมือที่เขาพากเพียรบำเพ็ญมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย พลังอันไพศาลเทียมฟ้าในแดนมายานั้นต่อให้แข็งแกร่งเพียงใดก็เป็นเพียงสิ่งลวงตา ประดุจจอกแหนที่ไร้ราก ทุกสิ่งล้วนว่างเปล่า ได้สัมผัสเพียงชั่วประเดี๋ยวก็เพียงพอแล้ว

มิต้องคิดอ่านให้มากความ ระดับขั้นเช่นนั้นเขาพึงบรรลุถึงได้ในไม่ช้าก็เร็ว เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น แววตาของเขากลับมามั่นคงอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มสำรวจไปรอบกาย

พบว่าตนเองนอนอยู่บนทุ่งหญ้าอันอ่อนนุ่ม ห่างออกไปไม่ไกลมีกระท่อมหลังเล็กตั้งอยู่หลายหลัง เบื้องหน้ากระท่อมเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นสวนสมุนไพรขนาดมหึมา ซึ่งถูกปกคลุมด้วยข่ายมนตร์แสงสีม่วงอันกว้างใหญ่จนมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในได้ไม่ชัดเจนนัก

ดวงตาของเขาพลันเป็นประกาย มาแล้ว มาแล้ว... ที่ตรากตรำมาครึ่งค่อนวัน ก็มิใช่เพราะต้องการสมบัติพัสถานในแดนเร้นลับแห่งนี้หรอกหรือ ร่างของเขาทะยานวูบมุ่งตรงไปยังกระท่อมหลังเล็กทันที

เมื่อเข้ามาภายในห้อง บนชั้นวางตำรามีแผ่นหยกเรียงรายอยู่ เมื่อใช้จิตสัมผัสเทพตรวจสอบดู ก็พบว่าเป็นความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสมุนไพรและศาสตร์แห่งการหลอมโอสถ เขาจึงเก็บรวบรวมเข้าสู่กำไลมรรคสูงสุดทั้งหมด

โอสถในขวดโหลล้วนกลายเป็นกากเดนไปสิ้นแล้ว แต่เขาก็เก็บมาทั้งหมด เพราะขวดเหล่านั้นยังนำมาใช้งานได้ ส่วนเบาะรองนั่งบนพื้น เก็บ! เตาหลอมโอสถที่มีมูลค่าไม่ธรรมดา เก็บ!

แม้แต่โต๊ะเก้าอี้เขาก็เก็บมาจนหมดสิ้น สิ่งเหล่านี้ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานแต่กลับไม่ผุพัง วัสดุที่ใช้ย่อมมิใช่ของธรรมดา หลังจากกวาดล้างจนห้องหลายหลังว่างเปล่า ไป๋ตงหลินจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจแล้วเดินออกมา

ในเมื่อตกลงใจว่าจะกวาดทรัพยากรแล้ว ก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด สืบสานประเพณีอันดีงามเรื่องความมัธยัสถ์ให้รุ่งโรจน์ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการบำเพ็ญเพียรในภายภาคหน้า!

อย่างไรเสีย หลังจากที่กำไลมรรคสูงสุดของเขาดูดซับรวมเข้ากับกำไลสีแดงชาด พื้นที่ภายในก็ขยายกว้างขึ้นกว่าพันเท่า ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะไม่มีที่เก็บ

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นถึงความขี้เหนียวของอีกาขาวที่โยนกำไลเปล่ามาให้เขาเพียงวงเดียว ภายในไม่มีอะไรเลยแม้แต่เส้นขนสักเส้น ยังสู้เจ้าสัตว์ประหลาดผมแดงเสวียนเย่มิได้ อย่างน้อยรายนั้นก็ยังมอบสิ่งของให้เขาไม่น้อย มีหินวิญญาณกองเป็นภูเขาเลากา

ไป๋ตงหลินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าข่ายมนตร์แสงสีม่วง จ้องมองเหล่าหญ้าวิญญาณและสมุนไพรล้ำค่าที่ขึ้นอยู่ดาษดื่นภายในนั้นด้วยสายตาเป็นประกาย นี่ต่างหากคืออาหารจานหลัก ส่วนเศษขยะเมื่อครู่เป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น

เขาลองยื่นมือออกไป ปรากฏว่าสามารถทะลุผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ดูท่าสมุนไพรเหล่านี้จะเป็นรางวัลเช่นกัน ไม่เลว... ไม่เลวเลย... เจ้าแห่งวังจันทราผู้นี้ช่างใจกว้างยิ่งนัก!

เมื่อก้าวเข้าสู่สวนสมุนไพร เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าลมปราณวิญญาณภายในนี้หนาแน่นกว่าภายนอกมากนัก หญ้าวิญญาณและสมุนไพรวิเศษขึ้นเบียดเสียดกันราวกับวัชพืช

เพียงกวาดตามองไป ก็ล้วนแต่เป็นสมุนไพรล้ำค่าอายุพันปีหมื่นปี แดนเร้นลับแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานยิ่ง สมุนไพรวิญญาณเหล่านี้ถูกปลูกทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ใดมาเก็บเกี่ยว ไม่รู้ว่าพวกมันก้าวผ่านการเกิดดับในสังสารวัฏมาแล้วกี่ครั้งครา!

สรรพสิ่งในใต้หล้าล้วนมีอายุขัย สมุนไพรวิญญาณเหล่านี้ก็มิใช่ข้อยกเว้น สมุนไพรสายพันธุ์ทั่วไปอาจสิ้นอายุขัยในเวลาเพียงพันปีหมื่นปี จากนั้นก็เหี่ยวเฉา ทิ้งเมล็ดพันธุ์ไว้ให้เติบโตเวียนวนในสังสารวัฏต่อไป

ส่วนสมุนไพรล้ำค่าสายพันธุ์ระดับสูง ช่วงเวลาแห่งสังสารวัฏนี้จะยาวนานกว่ามาก โอสถเซียนที่มีอายุแสนปีหรือล้านปี ยิ่งเวลานานเท่าใด มูลค่าของมันก็ยิ่งมหาศาลเพียงนั้น

เมื่อพิจารณาดินในสวนแห่งนี้อย่างละเอียด ร่องรอยชี้ให้เห็นว่าสมุนไพรวิญญาณเหล่านี้เหี่ยวเฉาและเกิดใหม่มามากกว่าหนึ่งครั้ง หลังจากตายไป ตัวยาอันเปี่ยมล้นก็กลับคืนสู่พสุธา กลายเป็นธุลีดินที่คอยพิทักษ์มวลบุปผา

ทว่ายามนี้สมุนไพรวิญญาณเหล่านี้ล้วนตกเป็นของเขาแล้ว แทนที่จะปล่อยให้พวกมันเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์อยู่ที่นี่ การติดตามเขาออกไปสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ มิใช่เรื่องงดงามหรอกหรือ?

จิตสัมผัสเทพกวาดสำรวจเพื่อค้นหาสมุนไพรที่เติบโตเต็มที่ สมุนไพรที่สุกงอมแล้วสามารถเก็บเกี่ยวได้ก่อน ส่วนที่เหลือค่อยหาทางจัดการทีหลัง ทันใดนั้นไป๋ตงหลินก็ชะงัก ร่างของเขาเลือนหายไปในพริบตา

ร่างของไป๋ตงหลินมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสมุนไพรประหลาดต้นหนึ่ง มันมีใบเรียวยาวสิบห้าใบ สีดำหกใบและสีขาวเก้าใบ สอดคล้องกับตัวเลขหยินหยางของมรรคา ที่ประหลาดล้ำยิ่งกว่าคือท่ามกลางใบไม้เหล่านี้ มีทรงกลมเล็ก ๆ สีขาวดำลอยเด่นอยู่ มิได้ตาฝาดไป มันลอยอยู่กลางอากาศจริง ๆ โดยไม่มีกิ่งก้านใดค้ำจุน

ทรงกลมขาวดำนั้นหมุนวนอย่างช้า ๆ มีไอเย็นและไอร้อนของหยินหยางพันเกี่ยวอยู่ภายใน ไป๋ตงหลินหยิบแผ่นหยกออกมาตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ภายใน

ไม่ผิดแน่... มันคือสิ่งนี้จริง ๆ หญ้าหมุนวนหยินหยาง! หญ้าวิญญาณที่มีมูลค่าถึงหนึ่งแสนแต้มบุญ!

นี่คือสิ่งที่ชิวเจิน ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาเทียนเว่ยไหว้วานให้พวกเขาช่วยหา เดิมทีเขาไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะเขตแดนโบราณนั้นกว้างใหญ่ไพศาล การจะเจาะจงหาหญ้าวิญญาณเพียงต้นเดียวนั้นมิใช่เรื่องง่าย ข้อมูลในแผ่นหยกเกี่ยวกับสถานที่ที่อาจจะพบเขาก็เพียงแค่กวาดตาผ่าน ๆ ในนั้นมิได้ระบุเลยว่าในแดนเร้นลับวังจันทราจะมีหญ้าชนิดนี้อยู่ด้วย

ช่างเป็นโชคหล่นทับ ได้มาหนึ่งแสนแต้มแบบไม่ต้องออกแรง เขาตัดสินใจแล้วว่าจะนำหญ้าต้นนี้ไปแลกเปลี่ยนกับชิวเจิน ของสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์ต่อเขาเลย หรือจะกล่าวว่าไม่มีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้

เมื่อนึกถึงข้อมูลที่เขาเคยตรวจสอบในภูเขาตำราด้วยความสอดรู้สอดเห็น แววตาของไป๋ตงหลินก็แฝงความนัยลึกซึ้ง แม้หญ้าวิญญาณนี้จะดูแปลกประหลาด หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นของล้ำค่าแห่งฟ้าดิน แต่มันมีสรรพคุณเพียงอย่างเดียว นั่นคือการเปลี่ยนเพศ บุรุษกินเข้าไปจะกลายเป็นสตรี สตรีกินเข้าไปจะกลายเป็นบุรุษ!

อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคนไปถึงระดับจิตวิญญาณ!

สรรพคุณทางยานี้เรียกได้ว่าน่าตระหนกยิ่ง ไป๋ตงหลินเผยยิ้มที่มีเลศนัย หึหึ ศิษย์พี่ใหญ่ชิวเจินผู้นี้ รสนิยมช่างแพรวพราวยิ่งนัก!

เขาหยิบกล่องหยกออกมา เก็บลูกกลมขาวดำนั้นอย่างระมัดระวัง เมื่อลูกกลมถูกเก็บไป ใบหญ้าขาวดำเหล่านั้นก็มลายกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา ซึมซาบลงสู่ผืนดิน

หลังจากเก็บกล่องหยกเข้าที่ หนึ่งแสนแต้มบุญก็อยู่ในกำมือ อันที่จริงเรื่องแต้มบุญนั้นมิใช่เรื่องใหญ่ เราล้วนเป็นศิษย์ร่วมสำนัก พูดมากไปจะดูห่างเหิน

ประเด็นสำคัญคือ ไป๋ตงหลินผู้นี้ชอบส่งเสริมความปรารถนาของผู้อื่นให้เป็นจริง!

จบบทที่ บทที่ 91 ของของข้าก็คือของข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว