เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 กลับมีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้

บทที่ 66 กลับมีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้

บทที่ 66 กลับมีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้


บทที่ 66 กลับมีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้

"แกรก แกรก"

เมื่อสัมผัสได้ว่าค่ายกลระวังภัยนอกห้องถูกกระตุ้น ไป๋ตงหลินที่กำลังนั่งขัดสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่ก็ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะลืมตาขึ้น

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาอาศัยปราณวิญญาณอันหนาแน่นของที่นี่เปิดช่องวิญญาณไปได้หลายจุดแล้ว หากคิดจะทะลวงเข้าสู่ระดับลวดลายเทพ เกรงว่าคงต้องใช้เวลาอีกราวครึ่งเดือน ไป๋ตงหลินลุกขึ้นเปิดประตูห้อง หมายจะดูว่าพวกโครงกระดูกเหล่านี้กำลังเล่นตลกอะไรกัน ถึงได้มาทำลายความสงบยามเช้าเช่นนี้

แกรก แกรก... โครงกระดูกหลายร่างเดินไปมาอยู่หน้าห้อง แต่ละร่างดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับครั้งแรกที่พบกัน บนคอของพวกมันต่างผูกดอกไม้สีแดงดอกเขื่องดูสะดุดตา ลดทอนความสยดสยองลงไปบ้าง แต่กลับเพิ่มความน่าขันขึ้นมาไม่น้อย

โครงกระดูกบางร่างกำลังนำผ้าแพรสีแดงยาวเหยียดไปแขวนไว้ใต้ชายคา บ้างก็ถืออักษรมงคลสมรสสีแดงสดไปติดไว้ตามหน้าต่าง

เมื่อกวาดตามองไปรอบด้าน เขาก็พบว่าวังสีขาวราวหิมะถูกตกแต่งเสียใหม่จนดูแปลกตา สีขาวและสีแดงตัดกันอย่างโดดเด่น ให้ความรู้สึกถึงงานมงคลรื่นเริงอยู่หลายส่วน

"ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ชายโครงกระดูก บนภูเขากระดูกขาวของพวกเจ้ามีใครกำลังจะแต่งงานอย่างนั้นหรือ?"

ไป๋ตงหลินรู้สึกนึกสนุกขึ้นมา ที่แท้งานเลี้ยงที่นางพญากระดูกขาวให้เขาเข้าร่วมนั้นคืองานแต่งงาน แต่ไม่รู้ว่าใครกันที่เป็นคู่บ่าวสาว คงไม่ใช่ยายแม่มดเฒ่าที่ใกล้จะลงโลงนั่นหรอกนะ?

"แกรก แกรก"

เขาส่ายหน้าเบา ๆ โครงกระดูกเหล่านี้มีตบะต่ำเกินไป ไม่สามารถสื่อสารผ่านเจตจำนงได้เลย ประจวบเหมาะกับที่เขาจะไปพบนางพญากระดูกขาวพอดี เพื่อดูว่าจะขอส่วนแบ่งน้ำอาบ... เอ๊ย ของเหลววิญญาณจากนางได้บ้างหรือไม่ เพราะความเร็วในการบำเพ็ญเพียรตอนนี้ยังถือว่าช้าเกินไปสำหรับเขาที่มีเวลาอย่างจำกัดยิ่งนัก

ไป๋ตงหลินใช้วิชาใกล้เพียงตาไกลสุดฟ้า ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงหน้าวังกระดูกขาว บานประตูราวกับรับรู้ถึงตัวตนของเขาจึงเปิดออกเองเป็นช่องเล็ก ๆ

เมื่อเดินเข้าไปภายในโถงวังกระดูกขาว เขาก็พบว่าข้างในนี้ถูกตกแต่งให้ดูรื่นเริงยิ่งกว่าด้านนอกเสียอีก แม้แต่เปลวไฟสีน้ำเงินวิญญาณบนผนังยังถูกเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน สาดแสงส่องกระทบให้ทั้งโถงกว้างกลายเป็นสีแดงระเรื่อ

นางพญากระดูกขาวนั่งสงบนิ่งอยู่บนตั่งนุ่ม นางสวมชุดมงคลสีแดงเพลิง สวมมงกุฎหงส์ประดับพู่คลุมหน้าดูงดงามเหนือล้ำสามัญ ลดเลือนความเย้ายวนในคราแรกที่พบกัน และเพิ่มพูนความสง่างามภูมิฐานขึ้นมาหลายส่วน

แววตาของไป๋ตงหลินไหววูบ ที่แท้ก็นางพญากระดูกขาวนั่นเองที่จะออกเรือน แต่ไม่รู้ว่าเจ้าบ่าวจะเป็นผู้ใดในทะเลกระดูกแห่งนี้ เขาเพิ่งมาถึงจึงไม่รู้ความเคลื่อนไหวของขุมกำลังในทะเลกระดูกอันกว้างใหญ่นี้เลย อาศัยจังหวะวันมงคลเช่นนี้น่าจะขอนางแบ่งของเหลววิญญาณมาได้บ้าง เขาจึงประสานมือกล่าวแสดงความยินดีว่า

"ยินดีด้วย ยินดีด้วย! นางพญากระดูกขาวได้พบเนื้อคู่ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก! ไม่รู้ว่าผู้ใดกันที่โชคดีปานนี้ ถึงขั้นได้ตบแต่งสตรีที่งดงามเช่นท่านเป็นภรรยา!"

นางพญากระดูกขาวได้ยินดังนั้นก็แย้มยิ้มละไม ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับเอื้อนเอ่ยว่า

"คุณชายไป๋ ยินดีร่วมกันเถิด... แม่นม รีบพาคุณชายไป๋ไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า อย่าได้ให้เสียฤกษ์มงคลเชียว!"

"เจ้าค่ะ นายหญิง"

แม่นมที่ยืนอยู่ด้านข้างน้อมกายรับคำ นางยกถาดกระดูกขึ้นมา ในนั้นมีชุดคลุมยาวสีแดงสดพับไว้อย่างเรียบร้อย

ห๊า!?

ไป๋ตงหลินยืนอึ้งตาค้าง ปูเรื่องมาตั้งนาน ที่แท้เจ้าบ่าวกลับกลายเป็นข้าเองเสียอย่างนั้นหรือ?

ต่อให้เป็นคนที่เคยผ่านโลกมามากอย่างเขาก็ยังต้องตกตะลึง เขาเพิ่งจะพบนางพญากระดูกขาวผู้นี้เพียงครั้งเดียวเองนะ! สตรีในโลกต่างมิตินี้ช่างใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

"ช้าก่อน!"

ไป๋ตงหลินตวาดลั่น ยกมือขึ้นขวางแม่นมเฒ่าไม่ให้ก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะรีบกล่าวต่อว่า

"นางพญากระดูกขาว ระหว่างเราต้องมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันแน่ ๆ ลองมาทบทวนดูดี ๆ เถิด เราเพิ่งจะเคยพบกันแค่ครั้งเดียวเองไม่ใช่หรือ?"

"เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต จะมาล้อเล่นเช่นนี้ได้อย่างไร!"

มันจะบ้าเกินไปแล้ว บทละครนี้เริ่มผิดเพี้ยนไปใหญ่ เขาแบกรับภารกิจมายังเขตแดนโบราณที่เต็มไปด้วยภยันตรายแห่งนี้ ศิษย์อัจฉริยะจากแดนเฉียนหยวนนับล้านคนกำลังต่อสู้แลกชีวิตอยู่ข้างนอกนั่น แต่เขากลับต้องมาเข้าพิธีวิวาห์กับดอกไม้ปีศาจที่นี่อย่างนั้นหรือ?

"หึหึ คุณชายไป๋ โปรดใจเย็นลงหน่อยเถิด อย่างไรเสียชั่วชีวิตนี้ท่านก็ไม่มีทางออกไปจากเขตฝังศพได้อยู่แล้ว อยู่ครองคู่ชู้ชื่นกับข้าที่ทะเลกระดูกแห่งนี้ไม่ดีกว่าหรือ? ถึงตอนนั้นเราค่อยมีลูกด้วยกันสักสิบกว่าคน ทะเลกระดูกที่เงียบเหงาแห่งนี้จะต้องครึกครื้นขึ้นมาอย่างแน่นอน!"

นางพญากระดูกขาวใช้มือปิดปากหัวเราะเบา ๆ ใบหน้าฉายแววเพ้อฝัน ผิวพรรณอันนวลเนียนเปล่งปลั่งไปด้วยสีสันที่ต่างไปจากเดิม

เมื่อมองดูนางพญากระดูกขาวที่กำลังเพ้อฝันถึงชีวิตหลังแต่งงาน ไป๋ตงหลินก็ได้แต่หน้ามืดครึ้ม... ใครมันจะไปอยากมีลูกกับดอกไม้กันเล่าโว้ย!

"นางพญากระดูกขาว ทะเลกระดูกกว้างใหญ่ไพศาลเพียงนี้ ท่านยังกังวลว่าจะหาสามีไม่ได้อีกหรือ? ไยต้องมาบีบคั้นข้าด้วย!"

"คุณชายไป๋ ท่านอาจจะยังไม่รู้ ทะเลกระดูกแห่งนี้ถ้าไม่ใช่สิ่งไม่มีชีวิต ก็มีเพียงพวกโครงกระดูกและสิ่งชั่วร้ายที่ไร้สติปัญญาเท่านั้น"

"ท่านคือบุรุษที่มีเลือดเนื้อคนแรกที่ข้าได้พบในรอบหนึ่งหมื่นปีเชียวนะ บางทีสวรรค์อาจจะเห็นว่าข้าโดดเดี่ยวเกินไป จึงส่งท่านมาหาข้าที่นี่ก็เป็นได้"

เมื่อมองเห็นสายตาอันร้อนแรงของนางพญากระดูกขาว ไป๋ตงหลินก็รู้ได้ทันทีว่าจบเห่แล้ว สตรีที่โสดมาหมื่นปีผู้นี้คงจะอยากมีสามีจนบ้าไปแล้วแน่ ๆ พูดคุยด้วยเหตุผลไม่ได้ผลแน่ เขาจึงเลิกเกลี้ยกล่อมและปฏิเสธด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

"นางพญากระดูกขาว ข้าตัดสินใจแล้วว่าต้องไปจากเขตฝังศพแห่งนี้ ต่อให้ต้องตาย ข้าก็ไม่มีวันรั้งอยู่ที่นี่เพื่อแต่งงานกับท่าน"

"ชั่วชีวิตของข้าได้มอบให้แก่มหามรรคไปแล้ว ข้ายังไม่เคยคิดเรื่องความรักฉันชู้สาวเลยแม้แต่น้อย"

"วิถีต่างกัน ย่อมมิอาจร่วมทาง"

"ลาก่อน!"

ไป๋ตงหลินประสานมือแล้วหันหลังเดินจากไปทันที โดยไม่คิดจะเอ่ยปากขอของเหลววิญญาณอีกต่อไป

"หยุดเดี๋ยวนี้!"

นางพญากระดูกขาวตวาดกร้าวพลางลุกขึ้นยืน มงกุฎหงส์และชุดมงคลสลายกลายเป็นเถ้าถ่านหายไป เหลือเพียงชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าของนางอาบไปด้วยไอสังหารเย็นเยียบ ไร้ซึ่งวี่แววแห่งความอ่อนหวานเย้ายวนอีกต่อไป

ไป๋ตงหลินทำเป็นไม่ได้ยินและก้าวเดินต่อไป ทันใดนั้นเปลวไฟสีน้ำเงินในวังกระดูกขาวก็ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง อักขระค่ายกลพลันสว่างวาบ ร่างของไป๋ตงหลินถูกพันธนาการไว้กับที่อย่างแน่นหนา

"คุณชายไป๋ ท่านไม่เข้าใจความน่าสะพรึงกลัวของเขตฝังศพเลยสักนิด การทำเช่นนี้มีแต่จะเอาชีวิตไปทิ้งเปล่า ๆ ข้าจะไม่ยอมให้ท่านไปรนหาที่ตายเด็ดขาด!"

ร่างของนางพญากระดูกขาววูบไหวเพียงคราเดียวก็มาปรากฏกายเบื้องหน้าไป๋ตงหลิน นางยื่นหัตถ์หยกนวลเนียนลูบไล้ใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา

"ข้ามีเหตุผลที่เลี่ยงไม่ได้ ต้องไปให้ได้!"

"แม้แต่ความตาย ก็มิอาจหยุดยั้งฝีเท้าของข้า!"

เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตจำนงอันแรงกล้าของไป๋ตงหลิน นางพญากระดูกขาวก็รู้ซึ้งว่ามิอาจโน้มน้าวใจอีกฝ่ายได้ นางจึงแค่นเสียงฮึดฮัดก่อนกล่าวว่า

"แทนที่จะปล่อยให้เจ้าไปตายอย่างไร้ค่า สู้ข้าลงมือสังหารเจ้าด้วยน้ำมือตนเองเสียยังดีกว่า! ทว่า... ข้าหาใจดำอำมหิตพอจะฆ่าเจ้าได้ไม่ ข้าจะทรมานเจ้าให้สาหัส ทรมานจนกว่าเจ้าจะยอมตกลงเข้าพิธีวิวาห์กับข้า!"

ช่วงต้นประโยคนางพญากระดูกขาวยังมีสีหน้าเหี้ยมเกรียมดุดัน แต่พอถึงประโยคหลังกลับแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนช้อยยั่วยวน

ไป๋ตงหลินที่กำลังจะโคจร "มหาเวทสลายร่างสวรรค์" พลันชะงักงันเมื่อได้ยินคำว่า "ทรมาน" เขาหยุดยั้งการระเบิดตนเองในทันที

"เจ้าจะทรมานข้าอย่างไร? มันจะเจ็บปวดมากไหม? อำมหิตเพียงใดกัน?"

"หึ ๆ ข้านั้นเชี่ยวชาญทัณฑ์ทรมานสารพัดรูปแบบ ทั้งโหดเหี้ยมและทุกข์ทรมานยิ่งนัก ต่อให้กระดูกของเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่มีทางทนได้เกินสามวันหรอก!"

"ถึงตอนนั้น เจ้าก็ต้องยอมก้มหัวสยบและแต่งงานกับข้าแต่โดยดี เป็นอย่างไรล่ะ คิดทบทวนดูดี ๆ หรือยัง?"

นางพญากระดูกขาวใช้มือบีบแก้มของไป๋ตงหลิน พลางแสดงสีหน้าภาคภูมิใจในชัยชนะ นึกในใจว่านางไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการเขาไม่ได้

"ไม่ต้องพูดมาก! หากคิดจะให้ข้ายอมสยบ บอกเลยว่าไม่มีวัน!"

"มีวิธีการอำมหิตอันใดก็ขนออกมาให้หมดเถอะ หากข้า ไป๋ตงหลิน ผู้นี้ขมวดคิ้วแม้เพียงนิด ข้าจะยอมเปลี่ยนไปใช้แซ่เดียวกับเจ้าเลย!"

"ก็แค่ความตายเท่านั้น!"

น้ำเสียงของไป๋ตงหลินนั้นฮึกเหิมและเปี่ยมด้วยพลัง สีหน้าเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

"ดี! แล้วเจ้าจะต้องเป็นฝ่ายมาอ้อนวอนขอความเมตตาจากข้าเอง!"

นางพญากระดูกขาวบันดาลโทสะ นางสะบัดหัตถ์หยกคราหนึ่ง ตำหนักกระดูกขาวพลันปริร้าวเป็นช่องโหว่ โซ่ตรวนสีแดงฉานนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกมาพันธนาการร่างของไป๋ตงหลินไว้แน่นหนา ก่อนจะฉุดดึงเขากลับเข้าสู่รอยแยกนั้นอย่างรวดเร็ว ผนึกเขาไว้ใต้พิภพลึกหลายหมื่นเมตร จากนั้นรอยแยกบนตำหนักก็สมานตัวเข้าหากันดังเดิม

"แม่นม!"

"ผู้น้อยอยู่นี่แล้วเจ้าค่ะ" หญิงชราอัปลักษณ์ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เนิ่นนานรีบก้มตัวลงคำนับ

"ข้ามอบตัวเขาให้เจ้าจัดการ ข้าเองใจอ่อนเกินกว่าจะลงมือได้ ขอเพียงอย่าให้เขาถึงตายก็พอ จงทรมานเขาให้หนัก ทรมานจนกว่าเขาจะยอมศิโรราบ!"

"รับบัญชาเจ้าค่ะ นายหญิง"

……

ลึกลงไปใต้ตำหนักกระดูกขาวหลายหมื่นเมตร ท่ามกลางใจกลางบ่อลาวาอันร้อนระอุ มีเสาโลหะขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ ไป๋ตงหลินถูกโซ่ตรวนสีแดงเพลิงนับไม่ถ้วนพันธนาการไว้กับเสานั้น บนโซ่มีอักขระละเอียดประณีตเปล่งแสงสีแดงวาบหวาม ดูแข็งแกร่งสุดพรรณนา

ไป๋ตงหลินยังมีสีหน้าเรียบเฉย ทว่าลึกลงไปในดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความคาดหวัง พลังงานเสริมแกร่งนี้ควรเอาไปใช้เพิ่มพูนดวงวิญญาณต่อดี หรือจะใช้เสริมแกร่งช่องวิญญาณให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะ ช่างเป็นการตัดสินใจที่น่าลำบากใจจริง ๆ!

ไม่นานนัก หญิงชราหน้าตาเหมือนไม้ใกล้ฝั่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่ริมบ่อลาวา

นางยื่นมือขวาที่ผอมแห้งราวกับกรงเล็บไก่ออกมา พลันมีเปลวเพลิงสีเขียวมรกตลุกโชนขึ้นกลางฝ่ามือ

"คุณชายไป๋ เพลิงนี้มีนามว่า 'เพลิงกระดูกภูต' มันจะแผดเผาเพียงกระดูกของมนุษย์เท่านั้น ประดุจหนอนบ่อนไส้ที่เกาะกินกระดูก มันจะค่อย ๆ เผากระดูกของท่านให้กลายเป็นความว่างเปล่าทีละนิ้ว จนสุดท้ายกระดูกทั่วร่างของท่านจะสูญสิ้นไป เหลือเพียงกองเนื้อที่อ่อนปรกเปียก! แม้ว่าร่างกายของผู้บำเพ็ญจะทำให้ท่านไม่ถึงแก่ความตาย แต่ความทุกข์ทรมานแสนสาหัสในระหว่างนั้น ท่านคงไม่อยากจะลิ้มลองหรอก!"

"คริ ๆ ๆ คุณชายไป๋ ท่านตัดสินใจดีแล้วหรือ? เมื่อเพลิงนี้เข้าสู่ร่างกาย หากไม่เผากระดูกจนสิ้นซากมันจะไม่มีวันดับมอด และมันยังสามารถดูดซับพลังปราณวิญญาณเพื่อหล่อเลี้ยงตัวมันเองได้โดยอัตโนมัติอีกด้วยนะ!"

อะไรนะ!?

มีเรื่องดี ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ!

"เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว! รีบลงมือเสียที ข้าผู้นี้แทบจะรอลิ้มรสเพลิงกระดูกภูตของเจ้าไม่ไหวแล้ว!"

"หึ! ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะปากแข็งไปได้ถึงเมื่อไหร่!"

นางสะบัดมือ เปลวเพลิงสีเขียวมรกตก็พุ่งเข้าสู่ทรวงอกของไป๋ตงหลิน แทรกซึมผ่านกระดูกอกและลามเลียห่อหุ้มโครงกระดูกทั่วร่างในพริบตา

"คริ ๆ ๆ อีกสามวัน ข้าจะกลับมาหาท่านใหม่"

กล่าวจบ ร่างของนางก็เลือนหายไป

ไป๋ตงหลินไม่ได้สนใจหญิงชราผู้นั้นแม้แต่น้อย สมาธิของเขาทั้งหมดจดจ่ออยู่กับเพลิงสีเขียวภายในร่างกาย

ทันทีที่เพลิงกระดูกภูตสัมผัสกับกระดูก มันก็เริ่มแผดเผาอย่างรุนแรง กระดูกของเขาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าค่อย ๆ มลายกลายเป็นความว่างเปล่า ความเจ็บปวดแสนสาหัสแผ่ซ่านไปทั่วร่างพุ่งตรงเข้าสู่สมอง ราวกับว่าปลายประสาททุกเส้นกำลังถูกเผาไหม้

หญิงชราไม่ได้พูดเท็จ มันเจ็บปวดรวดร้าวอย่างยิ่งจริง ๆ และแล้ว "พลิกผันความเสียหาย" ก็ถูกกระตุ้นให้ทำงาน พลังงานเสริมแกร่งถูกแบ่งออกเป็นสองสาย สายหนึ่งพุ่งเข้าสู่ทะเลเทพเพื่อเสริมสร้างดวงวิญญาณ อีกสายหนึ่งไหลเวียนไปยังช่องวิญญาณทั่วร่าง เพื่อเริ่มต้นการเสริมแกร่งจุดชีพจร

การเสริมแกร่งช่องวิญญาณสามารถเพิ่มพูนพลังกายาและโลหิตปฐม หลังจากที่ผู้บำเพ็ญกายาเปิดช่องวิญญาณแล้ว การยกระดับพลังจะไม่อยู่เพียงแค่กล้ามเนื้อภายนอกที่ผิวเผินอีกต่อไป แต่ช่องวิญญาณทั้งหนึ่งแสนสองหมื่นเก้าพันหกร้อยจุดทั่วร่างต่างหาก คือแก่นแท้ที่แท้จริงของร่างกาย

ศักยภาพของช่องวิญญาณนั้นมหาศาลไร้ขีดจำกัด สามารถพัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่มีสิ้นสุด!

หลังจากที่ดวงวิญญาณของไป๋ตงหลินได้รับการเสริมแกร่งในช่วงที่ผ่านมา บัดนี้มันเริ่มจะไล่ตามระดับความแข็งแกร่งของร่างกายทันแล้ว ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะพัฒนาทั้งสองส่วนไปพร้อม ๆ กัน

เคล็ดวิชาโคจรไปเองโดยอัตโนมัติเพื่อนำพาพลังงานเสริมแกร่ง เขาจมดิ่งเข้าสู่ห้วงลึกของจิตวิญญาณ เริ่มต้นทำความเข้าใจและหยั่งรู้ในคัมภีร์พุทธและมรรคา

ความเจ็บปวดจากการถูกเผากระดูกอันรุนแรง กลับถูกเขามองข้ามไปโดยสิ้นเชิง

จบบทที่ บทที่ 66 กลับมีเรื่องน่ายินดีเช่นนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว