- หน้าแรก
- ยอดนักตกปลาข้ามมิติ เปลี่ยนไอเทมในเกมให้กลายเป็นสมบัติจริง
- บทที่ 26: พนักงานสาวสวยคนใหม่
บทที่ 26: พนักงานสาวสวยคนใหม่
บทที่ 26: พนักงานสาวสวยคนใหม่
"เดี๋ยวสิ ทำหน้าโล่งอกแบบนั้นหมายความว่ายังไง?" เมื่อเห็นสีหน้าของกู้หนาน อี้เฉินก็เลิกคิ้วขึ้น ยกแขนกอดอกพร้อมกับมองด้วยความรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
"เอ่อ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ผมแค่คิดว่างานในร้านมันค่อนข้างเลอะเทอะ คงไม่ค่อยเหมาะกับผู้หญิงเท่าไหร่น่ะ" กู้หนานรีบอธิบาย
เมื่อความเข้าใจผิดคลี่คลายลง ความรู้สึกแง่ลบที่เขามีต่ออี้เฉินก็มลายหายไปตามธรรมชาติ ท่าทีของเขาจึงดีขึ้นมาก
"อย่ามาทำตัวเป็นพวกชายเป็นใหญ่หน่อยเลย ผู้ชายทำอะไรได้ ผู้หญิงอย่างพวกเราก็ทำได้เหมือนกันนั่นแหละ แค่ขายปลา ทำความสะอาด ขอดเกล็ด ควักไส้ปลา เรื่องแค่นี้ฉันจัดการได้สบายมาก"
พอได้ยินคำอธิบายของเขา สีหน้าของอี้เฉินก็อ่อนลงไม่น้อย แต่เธอก็ยังเอ่ยแย้งความคิดของกู้หนานอยู่ดี
จากนั้นเธอก็โยนกระเป๋าสะพายใบเล็กทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ แล้วเริ่มไล่ถามชื่อและราคาของสัตว์น้ำทั้งหมดที่วางขายในร้าน
ในเมื่อเธอถามมา กู้หนานก็ยอมบอกทีละอย่าง พร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งที่มาและวิธีการทำอาหารของปลาแต่ละชนิดอย่างถี่ถ้วน
แต่ทว่า พอได้ยินว่าปลาพาวเดอร์บลูมีราคาสูงถึงตัวละสองร้อยสี่สิบหยวน เธอก็อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นเบาๆ พลางคิดในใจว่า ‘คนโง่ที่ไหนจะซื้อของแบบนี้เนี่ย? สวยแต่รูปจูบไม่หอมชัดๆ!’
ตอนนี้สินค้าในร้านยังมีไม่มากนัก หลังจากจดจำข้อมูลทั้งหมด อี้เฉินก็ทวนรายการอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้จำอะไรผิดพลาด จากนั้นก็เริ่มยืนรอต้อนรับลูกค้า
รอเพียงไม่นาน ลูกค้าผู้ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในร้าน
สามนาทีต่อมา ลูกค้าคนนั้นตัดสินใจซื้อปลาจมูกลูกบอลน้ำหนักสองจินและปลากะพงเลี้ยง ซึ่งเธอก็จัดการแล่และทำความสะอาดให้อย่างคล่องแคล่ว
ช่วงเวลาถัดมา มีคุณลุงคนหนึ่งเดินเข้ามา หลังจากอี้เฉินเอ่ยทักทาย เธอก็แนะนำปลาหางเหลืองลายดำให้ตามความต้องการของเขา ลูกค้ารายนี้ตกลงซื้ออย่างอารมณ์ดีและรับปลาตัวที่มีน้ำหนักสามจินเจ็ดเหลียงไปทันที
หลังจากนั้น มีคุณป้าสองคนกับชายวัยกลางคนเข้ามาในร้าน และเธอก็สามารถขายปลาให้ทุกคนได้อย่างสำเร็จลุล่วง
ภาพนี้ทำเอากู้หนานถึงกับอึ้งกิมกี่ เขาเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่าหญิงสาวหน้าตาสะสวยดูจะมีพลังทำลายล้างสูงต่อลูกค้าผู้ชาย ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็โดนตกเรียบกวาดซื้อกันหมด
ส่วนกับลูกค้าผู้หญิง ทักษะการสื่อสารของอี้เฉินก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เธอสามารถจับจุดความต้องการและพูดจาโน้มน้าวพวกหล่อนได้อย่างเฉียบขาด
ดูเหมือนว่าเธอจะเคยทำงานแนวนี้มาก่อนและมีประสบการณ์มาพอตัว
ความเร็วในการทำปลาของเธออาจจะไม่ได้เร็วที่สุด แต่เทคนิคของเธอนั้นดูชำนาญ บ่งบอกว่าเธอน่าจะคุ้นเคยกับการจับมีดทำครัวที่บ้านอยู่เป็นประจำ
กู้หนานเกิดความรู้สึกถูกใจขึ้นมาตงิดๆ หากมีพนักงานที่เก่งกาจขนาดนี้ เขาคงไม่ต้องกังวลเรื่องธุรกิจของร้านอีกต่อไป
"เป็นไงล่ะ?" อี้เฉินเดินมาที่เคาน์เตอร์ ดึงกระดาษทิชชู่มาเช็ดคราบน้ำบนมือ เชิดคางขึ้นเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่แฝงไปด้วยความภูมิใจ
กู้หนานยกนิ้วโป้งให้ "สุดยอดเลย เรามาคุยเรื่องเงินเดือนกับสวัสดิการกันเถอะ"
อี้เฉิน: "คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ ฉันไม่ได้มาสมัครงานซะหน่อย"
กู้หนาน: "ตอนแรกผมตั้งเงินเดือนไว้ที่สี่พัน แต่เห็นว่าคุณทำงานเก่งขนาดนี้ ผมคิดว่าจะให้ค่าคอมมิชชันด้วย เงินเดือนพื้นฐานสองพันบวกกับค่าคอมมิชชันอีก 5% คุณว่าไง?"
"เมื่อวานยอดขายของผมเกือบหกพัน 5% ของยอดนั้นก็คือสามร้อย"
"แน่นอนว่าธุรกิจมันไม่ได้ดีแบบนั้นทุกวันหรอก แต่เดือนๆ นึงคุณอาจจะทำเงินได้ถึงเจ็ดแปดพันเลยนะ"
อี้เฉิน: "นี่ ฉันเพิ่งบอกไปไงว่าไม่ได้มาสมัครงาน"
กู้หนานยังคงพูดต่อราวกับไม่ได้ยิน: "กะเช้าเริ่มงานเช้าหน่อย ประมาณตีห้า... หรือหกโมงเช้า ตีซะว่าเปิดร้านหกโมงก็แล้วกัน ปกติหลังเที่ยงก็ไม่ค่อยมีอะไรทำ คุณมีเวลาว่างพักผ่อนได้เลย แล้วค่อยกลับมาอีกทีตอนสี่โมงเย็น ทำงานจนถึงทุ่มนึงก็เลิกงาน"
อี้เฉิน: "ตารางเวลาก็ดูสมเหตุสมผลดีนะ"
กู้หนาน: "มีอาหารกลางวันกับอาหารเย็นให้ หยุดเดือนละสองวัน"
อี้เฉิน: "เอ่อ... หรือฉันควรจะลองเก็บไปคิดดูดี?"
กู้หนาน: "เดี๋ยวอนาคตผมจัดการเรื่องประกันสังคมให้ด้วย"
อี้เฉิน: "ในเมื่อคุณจริงใจขนาดนี้ ฉันตกลง!"
อันจวิ้นยืนมองตาปริบๆ ด้วยความงุนงง คนนึงเพิ่งบอกว่าไม่อยากจ้างไม่ใช่หรือไง? ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนใจล่ะ?
แล้วอีกคนก็เพิ่งพูดปาวๆ ว่าไม่ได้มาสมัครงาน? ทำไมอยู่ๆ ถึงตกลงรับงานซะงั้น?
"พวกนายสองคนไม่ด่วนตัดสินใจไปหน่อยเหรอ?"
กู้หนานปรายตามองเขา "พวกเราตกลงเรื่องเงินเดือน สวัสดิการ แล้วก็เวลาทำงานกันชัดเจนแล้ว ด่วนตัดสินใจตรงไหน?"
อี้เฉินพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยอยู่ข้างๆ "เถ้าแก่ให้สวัสดิการดีขนาดนี้ ฉันจะหาเหตุผลอะไรมาปฏิเสธได้ล่ะ?"
เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เธอก็ทำยอดขายไปได้หลายร้อยหยวนแล้ว ได้ค่าคอมมิชชัน 5% แถมยังมีอาหารให้กินฟรีสองมื้อพร้อมเงินเดือนพื้นฐานอีกสองพัน นี่มันดีกว่าสวัสดิการที่หอเฟยอวิ๋นซะอีก
เทียบกับการต้องมานั่งเป็นพนักงานคิดเงินต๊อกต๋อยที่แผนกต้อนรับแล้ว เธอชอบงานแบบนี้ที่สามารถขยับขยายรายได้ด้วยความพยายามของตัวเองมากกว่า
แถมเขายังบอกว่าจะจัดการเรื่องประกันสังคมให้ในอนาคตด้วย แม้ตอนนี้จะเป็นแค่ลมปาก แต่ถ้าได้ขึ้นมาจริงๆ มันก็คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
อันจวิ้นถึงกับพูดไม่ออก เขาตั้งใจมาดูเรื่องสนุกๆ เดิมทีคิดว่าฝั่งนึงจะดื้อดึงส่วนอีกฝั่งก็จะพยายามบ่ายเบี่ยง แต่ตอนนี้สถานการณ์กลับผิดคาดไปหมด
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการจับคู่ให้ทั้งสองคนได้มีเวลาทำความรู้จักกันมากขึ้น ในเมื่อเป้าหมายสำเร็จแล้ว จะอดดูเรื่องบันเทิงไปบ้างก็ไม่เป็นไร
"งั้นให้เถ้าแก่เจียงทำกับข้าวมาส่งมื้อเที่ยงนี้เลยไหม จะได้ฉลองที่คุณได้พนักงานเก่งๆ แบบนี้ด้วย"
"เอาสิ เดี๋ยวฝากนายจัดการด้วยแล้วกัน" กู้หนานหันไปมองอี้เฉินและเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่รู้จักชื่อของเธอเลย
เมื่อเห็นดังนั้น อี้เฉินก็ส่งยิ้มกว้าง "ฉันชื่ออี้เฉินค่ะ เถ้าแก่ชื่ออะไรคะ?"
"ผมกู้หนาน ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกผมว่าเถ้าแก่หรอก เรียกชื่อผมก็พอ" กู้หนานพยักหน้ารับและพูดต่อ "เดี๋ยวพวกคุณไปสั่งอาหารกันนะ อยากกินอะไรก็สั่งเลย ไม่ต้องเกรงใจ"
"จริงสิ อี้เฉิน คุณคิดว่าจะเริ่มงานได้ประมาณวันไหนล่ะ?"
"อืม~ พรุ่งนี้แล้วกันค่ะ ช่วงเช้าฉันจะเข้ามาที่ร้านเพื่อทำความคุ้นเคยกับงานให้มากขึ้น แต่ตอนบ่ายต้องขอกลับไปบอกที่บ้านเรื่องงานใหม่ก่อน" อี้เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ
"ดีเลย งั้นมาพรุ่งนี้นะ" ขณะที่เขากำลังพูด ลูกค้าอีกคนก็เดินเข้ามาในร้าน กู้หนานจึงเดินเข้าไปต้อนรับ
ครั้งนี้อี้เฉินไม่ได้รีบพุ่งเข้าไปรับหน้าแทน แต่เธอเลือกที่จะเดินตามอยู่ข้างๆ เพื่อคอยสังเกตวิธีการขายของเขาอย่างเงียบๆ
แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะท่องจำลักษณะและชื่อของสัตว์น้ำเหล่านี้มาแล้ว แต่ก็ยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่างเกี่ยวกับร้านขายปลาที่เธอยังไม่คุ้นเคย
อย่างเช่น การแพ็คปลาเป็นและการอัดออกซิเจน หรือการรีบนำปลาที่ตายแล้วออกมาแช่ไว้บนน้ำแข็งบด รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ล้วนสำคัญ
ทุกเช้าตอนเปิดร้าน เธอต้องเช็กปริมาณน้ำแข็งบดในร้านด้วย ถ้าน้ำแข็งเหลือน้อยก็ต้องติดต่อไปหาคนส่งน้ำแข็ง
กู้หนานถือโอกาสนี้ส่งคอนแทควีแชทของคนส่งน้ำแข็งให้เธอ และอธิบายเรื่องจุกจิกต่างๆ ภายในร้านที่เธอต้องคอยใส่ใจให้ฟังคร่าวๆ
เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนถึงสิบโมงครึ่ง จังหวะที่อันจวิ้นกำลังจะเรียกอี้เฉินให้ไปสั่งอาหารด้วยกัน ลูกค้าหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในร้านพอดี
"สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ?"
ในร้านขายสัตว์น้ำ การกระตือรือร้นทักทายลูกค้าอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นเสมอไป บ่อยครั้งแค่ยืนรออยู่ใกล้ๆ ให้ลูกค้าเอ่ยปากถามเองก็เพียงพอแล้ว
แต่การเป็นฝ่ายเริ่มก่อนย่อมดีกว่ารอเป็นฝ่ายตั้งรับ การชวนคุยจะช่วยให้รู้ความต้องการของลูกค้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ลูกค้าหลายคนเดินเข้ามาโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าอยากซื้ออะไร แต่พอเจ้าของร้านพูดแนะนำสักหน่อย พวกเขาก็อาจจะเริ่มตัดสินใจและมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นมาในหัว
สิ่งเหล่านี้คือกู้หนานเรียนรู้และตกผลึกด้วยตัวเองหลังจากที่ธุรกิจร้านเริ่มซบเซา ส่วนการที่อี้เฉินมีนิสัยแบบเดียวกันนี้ เป็นเพราะเธอเคยทำงานที่ร้านขายเสื้อผ้ามากว่าหนึ่งปี
ส่วนช่วงเวลาที่เธอทำงานในร้านสะดวกซื้อนั้นไม่นานเท่าไหร่นัก แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น
ลูกค้าที่เดินเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลูกค้าคนที่เคยมาซื้อปลาสวยงามนั่นเอง
คังเย่ดูประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยเดินเข้ามาหา "ผมมาซื้อปลาสวยงามน่ะครับ"
"มาแล้วเหรอ! คุณมาได้จังหวะพอดีเลย ผมเพิ่งได้ปลาพาวเดอร์บลูมาอีกตัว ลองดูสิ" กู้หนานซึ่งเห็นเขาพอดีจึงเดินเข้าไปหา พาเขาไปที่ตู้ปลาแล้วชี้ให้ดูปลาตัวเล็กสีฟ้าที่อยู่ข้างใน