เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: นักตกปลาแวะมาอุดหนุน

บทที่ 21: นักตกปลาแวะมาอุดหนุน

บทที่ 21: นักตกปลาแวะมาอุดหนุน


[ภารกิจรายวัน 1: ตกปลาสองดาวชนิดใดก็ได้จากชายฝั่งเฟิงฉี 10 ตัว รางวัล: 10 EXP, 200 เหรียญทอง]

[ภารกิจรายวัน 2: ตกปลาที่มีความยาวเกิน 50 เซนติเมตร 5 ตัว รางวัล: 10 EXP, 300 เหรียญทอง]

[ภารกิจรายวัน 3: ปลดล็อกสารานุกรมปลาชนิดใหม่ รางวัล: 15 EXP, 300 เหรียญทอง]

[ภารกิจรายวัน 4: ตกปลาชนิดใดก็ได้ภายในหนึ่งนาที (เริ่มจับเวลาตั้งแต่ปลาฮุบเหยื่อ) รางวัล: 15 EXP, 300 เหรียญทอง]

หากทำสำเร็จทั้งหมด เขาจะได้รับเหรียญทองถึง 1,100 เหรียญ และค่าประสบการณ์อีก 50 หน่วย

กู้หนานรู้สึกได้ว่าเมื่ออุปกรณ์ของเขาดีขึ้น ความยากของภารกิจรายวันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ในขณะเดียวกัน รางวัลค่าประสบการณ์และเหรียญทองก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ ในอนาคตความต้องการทรัพยากรสองอย่างนี้จะมีแต่เพิ่มสูงขึ้น หากรางวัลจากภารกิจไม่เพิ่มตาม กว่าเขาจะสะสมคันเบ็ดเฟิงฉีระดับสีม่วงครบชุดได้คงต้องรอจนเงือกหลับ

ตอนนี้กู้หนานพอจะเข้าใจระบบของเกมนี้แล้ว เมื่อใช้โอกาสการันตีตกปลาติด ผลลัพธ์ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับค่าสถานะของคันเบ็ด

ถ้าคันเบ็ดสเตตัสกาก ก็จะได้ปลาที่ดาวต่ำๆ เป็นหลัก แต่ถ้าคันเบ็ดสเตตัสเทพ ก็มีโอกาสได้ปลาดาวสูงขึ้น

แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังไม่ฟันธง 100% กู้หนานคิดว่าถึงแม้เขาจะอัปเกรดคันเบ็ดแล้ว เขาก็ยังไม่ควรขายคันเบ็ดสีขาวชุดนี้ทิ้งในตอนนี้

เขาต้องการปลาที่ดาวสูงๆ ก็จริง แต่ปลาดาวต่ำก็เน้นขายให้ลูกค้าขาจร และจริงๆ แล้วพวกมันก็เป็นแหล่งรายได้หลักของร้านเขา

หลังจากตรวจดูภารกิจรายวันของวันนี้ กู้หนานก็พบว่าตอนนี้เขายังไม่มีอะไรทำ

"อ๊ะ ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงเนี่ย" จู่ๆ เขาก็ตบหน้าผากตัวเอง ลุกขึ้นถ่ายรูปปลาขี้ตังเบ็ดห้าสี แล้วส่งให้ลูกค้าที่ซื้อปลาสวยงามไปเมื่อวาน เพื่อถามว่ายังสนใจอยู่ไหม

สักพักลูกค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่อยู่ในเมือง จะกลับมาพรุ่งนี้ และขอให้กู้หนานเก็บปลาไว้ให้ก่อน เขาจะแวะมารับตอนเช้า

กู้หนานตอบกลับไปว่า 'ตกลง' แล้วก็เริ่มเล่นเกมฆ่าเวลา

"เวรเอ๊ย เพนตาคิล เพนตาคิล! อย่าแย่งคิลสิวะ!"

"เถ้าแก่ ปลาตัวนี้ปลาอะไรน่ะ? ราคาเท่าไหร่?"

กู้หนานสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นก็เห็นว่ามีลูกค้ามายืนอยู่หน้าร้านแล้ว

ใครจะสนเพนตาคิลกันล่ะตอนนี้? เขารีบวางโทรศัพท์และปรี่เข้าไปต้อนรับทันที ยังไงซะฐานก็ใกล้จะแตกแล้ว ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม

"นี่คือปลาจานดาวครับ นำเข้าจากแอฟริกาตะวันออก" กู้หนานอธิบายขณะเดินเข้าไปหาลูกค้า ถึงตอนนั้นเขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าชายคนนั้นสะพายคันเบ็ดมาด้วย หรือว่าแห้วจนต้องมาซื้อปลากลับบ้าน?

วันนี้หวังจวิ้นเหออารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เพราะเขาตกปลาแห้วอีกแล้ว แม้ว่าจะอ่อยเหยื่อเลี้ยงปลาไปซะเยอะก็ตาม

พอคิดถึงตอนเช้าที่เพิ่งจะโม้กับลูกชายเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะตกปลามาฝาก เขาก็รู้สึกอายเกินกว่าจะกลับบ้านมือเปล่า

ดังนั้น พอเดินผ่านตลาดอาหารทะเล เขาก็เลยตัดสินใจแวะเข้ามาดูสักหน่อย

หลังจากเดินวนดู เขาก็พบว่ามีร้านขายปลาเป็นๆ อยู่ที่โซนร้านอาหารทะเลจริงๆ แต่ร้านเล็กๆ ส่วนใหญ่มักจะรับปลามาจากฟาร์มเลี้ยง ปลาพวกนี้เนื้อสัมผัสและรสชาติสู้ปลาธรรมชาติไม่ได้ ถ้าเขาซื้อกลับไป คนที่บ้านต้องรู้ทันทีแน่ๆ

ส่วนร้านอาหารทะเลใหญ่ๆ ก็มีปลานำเข้าเยอะแยะ แต่ส่วนใหญ่เป็นปลาเก๋าราคาแพงสารพัดชนิด ไม่มีปลาสายพันธุ์ทั่วไปที่หน้าตาบ้านๆ เลย

ไม่ใช่ว่าหวังจวิ้นเหอขี้เหนียวไม่อยากจ่ายเงินหรอก เขาเคยซื้อปลาพวกนี้ไปสองสามครั้งแล้ว แต่สุดท้ายภรรยาของเขาก็จับได้อยู่ดี

ดังนั้น พอเดินผ่านร้านอาหารทะเลของกู้หนาน แล้วบังเอิญเห็นปลาจานดาวกับปลาสากบรูนเนอร์เข้า เขาก็รู้สึกว่าพวกมันดูธรรมดาและไม่น่าจะแพง แถมขนาดยังกำลังดีด้วย

ขนาดเขายังไม่รู้จักปลาสองชนิดนี้เลย ภรรยาและลูกชายของเขาก็ต้องไม่รู้จักเหมือนกัน หน้าตาบ้านๆ ของพวกมันเหมาะเจาะมากที่จะเอาไปเนียนเป็นปลาที่ตกได้เอง ดูสมจริงสุดๆ

"ปลาธรรมชาติรึเปล่า? รสชาติเป็นไงบ้าง?" หวังจวิ้นเหอไม่ได้สนใจเรื่องนำเข้าหรือไม่นำเข้าหรอก

ประเด็นหลักคือมันต้องเป็นปลาธรรมชาติ และรสชาติก็ต้องไม่แย่จนเกินไป

"ปลาธรรมชาติ 100% ครับ แถมยังเป็นปลาตกด้วยตะขอด้วยนะ ดูสิครับ ตรงปากยังมีรอยเบ็ดอยู่เลย!" กู้หนานพยักหน้ายืนยัน "รสชาติไม่แพ้ปลากะพงเจ็ดดาวกึ่งเลี้ยงเลยครับ เหมาะสำหรับทำต้มซีอิ๊วหรือทำซุปที่สุด"

"โอ้ ปลาตกด้วยเหรอ! นายหามาได้ด้วย เก่งจัง! ราคาเท่าไหร่?" หวังจวิ้นเหอแปลกใจมาก ดูจากรอยตะขอแล้ว ปลาคงเพิ่งถูกตกขึ้นมาได้ไม่นานนัก

แต่ปกติแล้วปลาเป็นมักจะขนส่งทางอากาศ ถ้าการขนส่งรวดเร็ว แผลจากตะขอก็อาจจะยังไม่ทันสมานตัวดี

"ราคาไม่แพงครับ แค่จินละยี่สิบห้าหยวนเอง"

"ไม่แพงจริงๆ ด้วย" หวังจวิ้นเหอแปลกใจจริงๆ ที่ปลานำเข้ามีราคาถูกขนาดนี้ ค่าขนส่งทางอากาศออกจะแพงหูฉี่ แบบนี้จะทำกำไรได้ยังไงกัน?

หวังจวิ้นเหอคิดไม่ตก แต่เขาก็เดาว่าเถ้าแก่คงไม่โง่พอที่จะยอมขาดทุนหรอก เขาจึงชี้ไปที่ปลาชนิดอื่นๆ ใกล้ๆ แล้วถามว่า "แล้วพวกนี้ล่ะ?"

กู้หนานรีบแนะนำทีละตัว พอถึงคิวปลากะพงแถบน้ำเงิน เขาก็สังเกตเห็นว่าลูกค้าดูสนใจมากแทบจะตาเป็นประกาย

แต่สุดท้าย หวังจวิ้นเหอก็เลือกปลาจานดาวตัวใหญ่ที่สุด น้ำหนักสี่จินนิดๆ ราคาหนึ่งร้อยหยวน

ทว่าครั้งนี้กู้หนานไม่ได้แพ็กใส่ถุงหรืออัดออกซิเจนให้ เขาแค่ตักปลาขึ้นมาแล้วส่งให้ พร้อมกับรอยยิ้มที่นักตกปลาด้วยกันย่อมรู้ดี

หวังจวิ้นเหอหัวเราะในลำคอ เข้าใจความหมายทันที เขารับปลามา หยิบตัวเบ็ดออกมาเกี่ยวซ้ำตรงรอยแผลเดิม นำปลาใส่ลงในกล่องใส่ปลาเป็นของตัวเอง แถมยังขอน้ำจากร้านกู้หนานเติมลงไปอีกนิดหน่อย

แต่หลังจากซื้อปลาเสร็จ เขาก็ยังไม่กลับทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายรูปปลาในตู้ พิมพ์อะไรบางอย่างลงในกลุ่มแชตตกปลา แล้วหันมาพูดกับกู้หนานอย่างไม่ใส่ใจว่า "เถ้าแก่ ช่วยเก็บปลาพวกนี้ไว้ให้ฉันหน่อยนะ พอดีมีเพื่อนๆ ที่น่าจะอยากได้เหมือนกัน"

ในฐานะนักตกปลาที่มักจะตกได้แต่แห้วเหมือนกัน กู้หนานเข้าใจสถานการณ์ทันที เขาทำมือเป็นรูปโอเค "ได้เลยครับ ผมจะรอเพื่อนพี่นะ"

"อ้อ เอาปลาใส่กลับลงไปในตู้ก่อนดีไหม? เดี๋ยวปลามันจะช้ำหมด"

"ช้ำน่ะดีแล้ว ถ้าปลามันว่ายปร๋อตอนกลับถึงบ้าน เดี๋ยวความก็แตกกันพอดีสิ"

"จริงด้วย พี่นี่ประสบการณ์โชกโชนจริงๆ"

พอเป็นนักตกปลาเหมือนกัน ก็คุยกันถูกคอ ระหว่างที่รอ พวกเขาก็คุยกันในร้าน แลกเปลี่ยนหมายตกปลาเด็ดๆ เล่าประสบการณ์ว่าเคยตกปลาใหญ่ได้ที่ไหน เมื่อไหร่—พูดง่ายๆ ก็คือฝันเฟื่องถึงปลาใหญ่และโม้กันกระจายนั่นแหละ

พวกเขาไม่เพียงแต่แลกวีแชทกัน แต่หวังจวิ้นเหอยังลากกู้หนานเข้ากลุ่มแชตตกปลาและชวนไปตกปลาด้วยกันในวันหลังอีกด้วย

กู้หนานตอบตกลงไปตามมารยาทเท่านั้น ปลาที่ตกได้จากชายฝั่งเฟิงฉียังไม่สามารถให้คนอื่นเห็นได้ในตอนนี้ ไม่งั้นคงต้องโดนซักไซ้แน่ๆ

ถ้าเป็นที่อื่น เขาก็ไม่มีอารมณ์จะไปนั่งกินแห้วเป็นเพื่อนใครหรอก

ท่าเรือหยางเจียงไม่เหมือนบางที่ที่มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างดี เนื่องจากเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรชายฝั่งหรือแม่น้ำ ก็ถูกคนรุ่นก่อนกอบโกยไปจนแทบจะเกลี้ยงแล้ว ไม่งั้นนักตกปลาแถวนี้คงไม่แห้วกันบ่อยขนาดนี้หรอก

ผ่านไปสักพัก ก่อนจะถึงเวลาห้าโมงเย็น บรรดานักตกปลาที่หวังจวิ้นเหอเรียกมาก็เริ่มทยอยกันมาถึง

ในร้านเหลือปลาไม่เยอะแล้ว คนนั้นเอาตัวนึง คนนี้เอาตัวนึง สุดท้ายก็ไม่พอขาย

แม้แต่ปลากะพงแถบน้ำเงินและปลากะพงครีบเหลืองที่กู้หนานเตรียมไว้ส่งให้ร้านอาหารพรุ่งนี้ ก็ถูกซื้อเหมาไปจนหมดเกลี้ยง

ใช่ว่าครอบครัวของนักตกปลาทุกคนจะหูตาไวเหมือนครอบครัวของหวังจวิ้นเหอสักหน่อย ถึงแม้ปลากะพงแถบน้ำเงินจะดูไม่เหมือนปลาชายฝั่งแถวนี้เลย แต่นักตกปลาสองคนนั้นก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถแถเนียนๆ ให้รอดตัวไปได้

นักตกปลาที่มาไม่ทันและไม่ได้ปลาไปก็ดูไม่ได้เสียดายอะไรมากมาย ต่างพากันเดินไปดูร้านอื่นต่อ

กู้หนานไม่คิดว่าวันนี้จะขายดีขนาดนี้ นอกจากปลาขี้ตังเบ็ดห้าสีที่ยังไม่มีคนมารับ ปลาที่เขาตกมาได้ก็ถูกขายไปจนเกลี้ยง

เพิ่งจะห้าโมงเย็นเท่านั้น เมื่อเห็นว่าในร้านไม่มีอะไรเหลือให้ขายแล้ว เขาจึงตัดสินใจปิดร้านเร็วกว่าปกติ

หลังจากทำความสะอาดร้านและเช็กยอดเงินในบัญชี เขาพบว่าถึงแม้จะใช้เงินไปสองพันหยวนในวันนี้ แต่เงินเก็บของเขาก็ยังทะลุเจ็ดพันหยวนไปแล้ว กระเป๋าตังค์ตุงขึ้นเห็นๆ

หวานเจี๊ยบ!

จบบทที่ บทที่ 21: นักตกปลาแวะมาอุดหนุน

คัดลอกลิงก์แล้ว