- หน้าแรก
- ยอดนักตกปลาข้ามมิติ เปลี่ยนไอเทมในเกมให้กลายเป็นสมบัติจริง
- บทที่ 13: คิดสั้นไปก็ไม่คุ้ม
บทที่ 13: คิดสั้นไปก็ไม่คุ้ม
บทที่ 13: คิดสั้นไปก็ไม่คุ้ม
เมื่อเห็นเด็กสาวที่กำลังดูตื่นตระหนกนั่งแหมะอยู่กับพื้น กู้หนานก็เต็มไปด้วยความสงสัย
เมื่อครู่นี้ เขาคิดว่ามีนักตกปลาตีเหยื่อปลอมพลัดตกลงไปในน้ำ แต่ปรากฏว่าคนที่เขาดึงขึ้นมากลับเป็นเด็กสาวเสียอย่างนั้น
ผิวพรรณขาวเนียนขนาดนั้น ดูยังไงก็ไม่เหมือนพวกนักตกปลาเลยสักนิด
แล้วเธอตกลงไปในน้ำได้อย่างไร?
หรือว่าอกหักเลยคิดสั้นกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แล้วค่อยมานึกเสียใจทีหลังตอนที่กำลังจะจมน้ำ?
เสื้อยืดสีขาวของหญิงสาวเปียกโชกจนลู่แนบไปกับเรือนร่าง เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่งดงาม
ซ้ำร้ายเมื่อเสื้อยืดสีขาวเปียกน้ำ มันก็โปร่งแสงจนมองเห็นชุดชั้นในของเธอได้อย่างชัดเจน
กู้หนานมองเพียงแวบเดียวก็ต้องรีบหันหน้าหนีด้วยความขัดเขิน เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบห้า จะให้รับมือกับภาพชวนหวั่นไหวแบบนี้ได้อย่างไร?
หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจถอดเสื้อยืดของตัวเองออกแล้วโยนให้เธอ
"เสื้อผ้าเธอเปียกโชกไปหมดแล้ว เอาเสื้อฉันไปคลุมไว้ก่อนเถอะ!"
ถึงการที่เขามายืนเปลือยท่อนบนมันจะดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ แต่มันก็ยังดีกว่าปล่อยให้ผู้หญิงต้องมาอยู่ในสภาพเกือบเปลือยแบบนี้
"เอ๊ะ?" อี้เฉินที่ยังคงตกใจอยู่เพิ่งจะได้สติเมื่อมีเสื้อลอยมาคลุมตัว เธอก้มมองดูตัวเองแล้วก็ต้องร้องอุทานออกมา ก่อนจะรีบคว้าเสื้อตัวนั้นมาสวมทับอย่างรวดเร็ว
เมื่อจัดการเสื้อผ้าเรียบร้อย เธอก็พยายามพยุงขาสั่นๆ ของตัวเองขึ้นมายืนและเอ่ยปากขอบคุณกู้หนาน “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้ เอ่อ... คุณช่วยทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ให้หน่อยได้ไหมคะ?”
"เดี๋ยวฉันจะไปขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตฉันไว้ด้วยตัวเอง แล้วก็จะเอาเสื้อตัวนี้ไปคืนให้ด้วยค่ะ"
กู้หนานได้เห็นใบหน้าของเธอชัดๆ ก็อดไม่ได้ที่จะแอบประหลาดใจ ที่แท้เธอก็เป็นเด็กสาวที่หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนหนึ่ง
แม้สภาพของเธอตอนนี้จะดูเปียกปอนหลุดลุ่ยไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอมีใบหน้าที่สะสวยมาก
ไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางด้วยซ้ำ แค่จับมาแต่งตัวให้ดูสะอาดสะอ้านหน่อย เธอก็คงกวาดคะแนนความสวยไปได้แปดเก้าสิบเต็มร้อยอย่างสบายๆ
ทว่าเขาก็แค่แปลกใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะตอนนี้ในหัวของกู้หนานมีแต่เรื่องหาเงินและบริหารร้านขายสัตว์น้ำให้รุ่งเรือง เขาอยู่ในช่วงวัยที่ไม่มีที่ว่างในหัวใจเผื่อไว้ให้เรื่องผู้หญิง
"บ้านเธออยู่ไหนล่ะ? เดี๋ยวฉันไปส่ง! ส่วนเรื่องเสื้อก็แค่เอามาคืน ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรหรอก มันก็แค่เรื่องเล็กน้อย"
อี้เฉินไม่คิดว่าเขาจะพูดปัดแบบนี้ แต่ตอนนี้เธอรู้สึกเหนียวตัวอึดอัดไปหมดและอยากกลับบ้านให้เร็วที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น ขาของเธอก็ยังสั่นระริกไร้เรี่ยวแรง การมีคนไปส่งย่อมเป็นเรื่องดี เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาเดินลากขากลับไปอีกนานแค่ไหน
"งั้น... รบกวนด้วยนะคะ"
"ไม่เป็นไรหรอก!" กู้หนานเก็บคันเบ็ด กล่องอุปกรณ์ และข้าวของอื่นๆ ของเขาให้เรียบร้อย
เขาทิ้งสวิงและปลาเอาไว้ในแอ่งน้ำขังชั่วคราว เนื่องจากปกติแล้วแถวนี้มีแค่เขาคนเดียวที่มาตกปลา ปล่อยทิ้งไว้แป๊บเดียวคงไม่หายหรอก
เขาคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแล้วให้เด็กสาวซ้อนท้าย
"ช่วยขับไปตรงจุดที่ห่างออกไปข้างหน้าสักสามสิบเมตรก่อนได้ไหมคะ? ฉันลืมกระเป๋าไว้ตรงนั้น"
กู้หนานแอบตกใจ แม่หนูคนนี้เตรียมตัวมาดีเกินคาด ถึงขนาดทิ้งจดหมายลาตายไว้ให้ครอบครัวด้วยเหรอเนี่ย?
เขาเดาเป็นตุเป็นตะว่าเธออาจจะอัดคลิปวิดีโอสั้นๆ ทิ้งไว้ เพื่อระบายความแค้นถึงใครบางคนและขอโทษครอบครัว หรืออะไรทำนองนั้น
กู้หนานไม่อยากซักไซ้ให้มากความ เขาขับรถพาเธอไปถึงจุดที่เธอบอก และอาสาลงไปช่วยหากระเป๋าใบเล็กของเธอให้
เมื่อได้กระเป๋าคืนมา อี้เฉินก็รู้สึกโชคดีมากที่ปกติเวลามาเดินเล่นริมหาด เธอจะถอดกระเป๋าวางไว้ข้างๆ เสมอ ไม่อย่างนั้นมันคงจมน้ำหายไปพร้อมกับเธอแล้ว
แต่เธอก็ยังแอบเสียดายอยู่ดี เพราะอุตส่าห์จับปูม้าตัวโตน้ำหนักตั้งครึ่งกิโลได้ตั้งสองตัว แถมยังเก็บหอยทะเลตัวเล็กตัวน้อยได้อีกตั้งเยอะแยะในคืนนี้ แต่ตอนนี้พวกมันหายวับไปกับตาหมดแล้ว
อ้อ ใช่แล้ว นอกจากของพวกนั้น เธอยังทำถังน้ำกับที่คีบสำหรับเดินหาของริมหาดหายไปด้วย คราวนี้ขาดทุนย่อยยับเลยทีเดียว
กู้หนานขับรถต่อไปและไปส่งเธอถึงบ้านตามทางที่เธอบอก
การขับรถโดยไม่สวมเสื้อในตอนกลางคืน ทำให้ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างเหลียวมองเขาด้วยความประหลาดใจ เล่นเอาเขารู้สึกอับอายไม่น้อย
โชคดีที่บ้านของเด็กสาวอยู่ไม่ไกล ขับรถไปอีกแค่ห้าหกนาทีก็ถึง มันเป็นบ้านที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงกับตลาดอาหารทะเลนี่เอง
อี้เฉินไม่ได้บอกตำแหน่งบ้านที่แน่ชัดให้กู้หนานรู้ เธอให้เขาจอดรถส่งแค่ตรงทางแยกเท่านั้น
เธอเป็นฝ่ายถอดเสื้อยืดตัวนอกออกก่อน แล้วส่งคืนให้เขาพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาปิดหน้าอกไว้
ที่จริงแล้ว เสื้อผ้าของเธอเองก็หมาดขึ้นบ้างแล้ว และไม่ได้ดูโปร่งแสงแนบเนื้อเหมือนตอนแรก
"ขอบคุณสำหรับเสื้อตัวนี้นะคะ แล้วก็ขอบคุณมากๆ ที่ช่วยชีวิตฉันไว้ในคืนนี้ ถ้าเป็นไปได้ โปรดให้โอกาสฉันได้ตอบแทนคุณอย่างเป็นทางการด้วยนะคะ"
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันบอกแล้วไงว่ามันแค่เรื่องเล็กน้อย” กู้หนานส่ายหัว เขาไม่อยากเข้าไปพัวพันกับคนที่คิดสั้นทำร้ายตัวเอง หลังจากปฏิเสธไปอีกรอบ เขาก็เตรียมจะหันหลังขับรถจากไป
แต่หลังจากชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันมาเตือนสติเธอ "มองโลกในแง่ดีเข้าไว้เถอะ ทำแบบนี้มันไม่คุ้มหรอก เธอยังมีครอบครัวอยู่นะ ควรจะนึกถึงพวกเขาให้มากๆ สิ!"
พูดจบเขาก็บิดมอเตอร์ไซค์ออกไปทันที แถมยังขับเร็วมากด้วย เพราะปลาของเขายังแช่อยู่ตรงโขดหิน พวกมันมีมูลค่าตั้งหลายร้อยหยวนเชียวนะ!
อี้เฉินเอียงคอเล็กน้อย ในใจเต็มไปด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่ากู้หนานหมายถึงอะไร
เธอกะพริบตาปริบๆ รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว เธอจึงเลิกเก็บคำพูดเขามาคิดแล้วรีบวิ่งกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำ
โชคดีที่ตอนนี้เพิ่งจะสามทุ่ม แถมยังไม่ค่อยมีใครออกมาเดินเพ่นพ่านตามทางเดินในหมู่บ้าน จึงไม่มีคนรู้จักคนไหนมาเห็นสภาพดูไม่จืดของเธอในเวลานี้
เมื่อมาถึงหน้าบ้านสองชั้นหลังเก่า อี้เฉินก็ล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋าแล้วไขประตูอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะทำให้คนข้างในตื่น
ทว่าประตูไม้บานเก่ากลับส่งเสียง "เอี๊ยด" ลากยาวเมื่อถูกเปิดออก ซึ่งมันเป็นเสียงที่ดังชัดเจนมากในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด
ทันใดนั้น เสียงของหญิงชราคนหนึ่งก็ดังมาจากห้องทางซ้ายของประตู "เฉินเฉิน กลับมาแล้วเหรอลูก?"
สิ้นเสียง ไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้น ดูเหมือนว่าหญิงชราที่อยู่ข้างในกำลังจะลุกเดินออกมา
อี้เฉินตกใจรีบปิดประตูแล้ววิ่งจู๊ดขึ้นบันไดไปชั้นบนทันที “หนูเองค่ะยาย! หนูเหงื่อท่วมตัวเลยว่าจะรีบไปอาบน้ำ ยายกลับไปนอนเถอะค่ะ!”
"หิวหรือเปล่า? ให้ยายต้มบะหมี่ให้กินสักชามไหม?" ประตูห้องเปิดออก เผยให้เห็นร่างที่งุ้มงอตามกาลเวลา
หญิงชราเดินออกมา แต่เห็นเพียงปลายเท้าของหลานสาวที่กำลังก้าวขึ้นบันไดไปไวๆ เธออดไม่ได้ที่จะส่ายหัวและยิ้มพลางบ่นพึมพำ "หลานคนนี้นี่ ซุ่มซ่ามใจร้อนได้ทุกวันจริงๆ"
"หนูไม่หิวค่ะยาย ยายรีบไปนอนเถอะ! หนูจะไปอาบน้ำพักผ่อนสักหน่อย เดี๋ยวต้องไปเข้าเวรดึกอีก!" อี้เฉินซ่อนตัวอยู่ตรงบันไดขั้นบนสุดแล้วตะโกนบอกคนข้างล่าง
"เอาล่ะๆ งั้นยายไปนอนแล้วนะ หนูเองก็พักผ่อนซะบ้างล่ะ เดี๋ยวจะหมดแรงเอา"
"ค่ะยาย หนูรู้แล้ว!"
เมื่อเห็นว่าคุณยายกลับเข้าห้องไปแล้ว อี้เฉินก็ยกมือขึ้นลูบอกเบาๆ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ถ้ายายมาเห็นเธอในสภาพเปียกปอนแบบนี้ ท่านคงต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ โชคดีที่ท่านไม่ทันเห็น
อี้เฉินกลับเข้าห้อง วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบชุดใหม่มาเปลี่ยน
ในห้องน้ำ ขณะที่สายน้ำจากฝักบัวชำระล้างร่างกาย น้ำตาของเธอก็ร่วงหล่นปะปนไปกับสายน้ำ ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
ถึงกระนั้น เธอก็เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง การที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เฉียดตาย แต่ยังอุตส่าห์กลั้นน้ำตาเอาไว้ได้จนกระทั่งกลับถึงบ้าน ถือว่าเธอเข้มแข็งมากแล้ว
ตอนนี้ อี้เฉินกำลังหวาดกลัวสุดขีด จิตใจสับสนวุ่นวาย เคว้งคว้างไร้จุดหมาย
วูบหนึ่ง เธอจินตนาการไปว่าคุณยายจะใจสลายแค่ไหนหากต้องมารับรู้ข่าวร้ายว่าเธอจมน้ำตาย และอีกใจหนึ่ง เธอก็กำลังคิดว่าควรจะลองกลับไปที่โขดหินนั่นดีไหม เผื่อจะโชคดีได้เจอคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้อีกครั้ง
ถึงเขาจะบอกว่าไม่ต้องการคำขอบคุณ แต่เธอจะทำเป็นลืมบุญคุณครั้งนี้ไปเฉยๆ ไม่ได้หรอก
ตัดภาพมาที่อีกด้านหนึ่ง กู้หนานบิดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าตรงดิ่งกลับมาที่จุดตกปลาทันที เมื่อเห็นว่าปลาในแอ่งน้ำยังอยู่ครบถ้วนและสวิงก็ยังวางอยู่ที่เดิม เขาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
เสื้อยืดของเขาที่ตอนแรกเปียกไปครึ่งซีก ถูกลมทะเลพัดจนแห้งไปเกือบหมดแล้วระหว่างที่ขี่รถมา เขาจึงใส่ทับไปได้ชั่วคราวโดยไม่ต้องเสียเวลากลับไปเปลี่ยน
หลังจากเสียเวลาไปกับความวุ่นวายของเด็กสาวคนนั้น ฤทธิ์ของเหยื่ออ่อยคงจะเจือจางไปหมดแล้ว เขาจึงทำได้เพียงสาดเหยื่อกุ้งเคยลงไปอีกสองสามช้อน เพื่อล่อให้ฝูงปลากลับมารวมตัวกันใหม่
เขาหยิบคันเบ็ดชายฝั่งเฟิงฉีออกมา สายเอ็นและเหยื่อถูกผูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ เขาก็พร้อมที่จะลุยใช้สิทธิ์ตกปลาการันตีผลอีกหกครั้งที่เหลือของวันนี้ต่อไป