- หน้าแรก
- ยอดนักตกปลาข้ามมิติ เปลี่ยนไอเทมในเกมให้กลายเป็นสมบัติจริง
- บทที่ 10: ไปรับของที่แพปลา
บทที่ 10: ไปรับของที่แพปลา
บทที่ 10: ไปรับของที่แพปลา
อันจวิ้นซื้ออาหารเสฉวนมาให้เป็นมื้อเที่ยง มันเป็นอาหารสไตล์โฮมคุ๊กที่พวกเขาทั้งคู่ชอบ รสชาติเผ็ดร้อนนิดหน่อยช่วยให้เจริญอาหารได้ดี
ทว่า เมื่อกู้หนานหยิบกล่องข้าวออกมานับทีละกล่องแล้วพบว่ามีถึงแปดกล่อง เขาก็ทำหน้าเหมือนเห็นผีทันที "นายเป็นหมูรึไง? กินข้าวตั้งหกกล่องเนี่ยนะ?"
"อย่าเข้าใจผิดสิ สี่กล่องนี้ของนายต่างหาก" อันจวิ้นหัวเราะพลางดันกล่องข้าวสี่ใบไปตรงหน้าเขา "คราวที่แล้วฉันเตรียมมาให้นายแค่สองกล่องแล้วนายไม่อิ่ม วันนี้ก็เลยเอามาเผื่อ"
กู้หนานเอามือกุมขมับ หมดคำจะพูดกับไอ้เพื่อนจอมตะกละคนนี้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา กับข้าวทั้งสี่อย่างที่อันจวิ้นซื้อมาก็ถูกกวาดจนเกลี้ยง ส่วนกล่องข้าวทั้งแปดใบก็ว่างเปล่าไม่มีเหลือ
กู้หนานยกถ้วยชาขึ้นจิบน้ำ ลูบท้องตัวเองเบาๆ แล้วเรอออกมาอย่างพึงพอใจ
คนหนุ่มคนสาว... กินได้กินดีถือเป็นพรอันประเสริฐ!
กินเสร็จ อันจวิ้นยังไม่ได้กลับไปทำงานทันที เขาเดินเอามือเท้าสะเอวสำรวจไปรอบๆ ร้าน เมื่อเห็นปลาหน้าตาไม่คุ้นเคยหลายตัวกับตู้ปลาที่เต็มไปด้วยปลาสวยงาม สีหน้าของเขาก็ฉายแววประหลาดใจ
"นี่มันปลาอะไรกันเนี่ย? นอกจากปลาการ์ตูนแล้ว ฉันไม่รู้จักสักตัวเลย"
เพื่อนของเขาเปิดร้านขายอาหารทะเลและเขาก็แวะมาหาบ่อยๆ ดังนั้นต่อให้เขาจะไม่ได้ตกปลาเอง เขาก็มีความรู้เรื่องสัตว์น้ำอยู่พอตัว
"ปลาหายากนำเข้าทั้งนั้นแหละ สองวันนี้พวกมันช่วยให้ขายดีขึ้นเยอะเลย" กู้หนานเดินเข้าไปแนะนำปลาทีละตัว
เขาไม่จำเป็นต้องวางฟอร์มอะไร เพื่อนสมัยเด็กก็คือเพื่อนสมัยเด็กเพราะพวกเขารู้ใจกันดี
"เดี๋ยวอีกสองสามวัน ฉันจะหาเวลาเลี้ยงข้าวนายกับอาจิ้งสักมื้อนะ"
มื้อนี้ยังไงก็ต้องเลี้ยง ตอนที่ร้านขายไม่ค่อยดี พี่น้องสองคนนี้ก็มักจะหิ้วข้าวปลาอาหารมากินเป็นเพื่อนเขาอยู่บ่อยๆ ช่วยให้เขาประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้บ้าง เขาจดจำความช่วยเหลือเหล่านี้ไว้ในใจเสมอ
อันจวิ้นรู้สึกยินดีด้วยเมื่อได้ยินว่ากิจการกำลังดีขึ้น แต่เขากลับพูดด้วยท่าทางยืดอกภูมิใจว่า "ฉันดูเป็นพวกอดอยากรอคอยข้าวนายมื้อนึงรึไง?"
"หาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วคราวหน้าพาฉันไปนวดที่หอเฟยอวิ๋นก็พอ! เมื่อวานฉันลองไปดูลาดเลามา พนักงานบอกว่ามีสปาคอร์ส 699 หยวนที่เด็ดมาก!"
พูดจบ อันจวิ้นก็ขยิบตาพร้อมกับส่งยิ้มที่รู้กันดีในหมู่ผู้ชาย
กู้หนานปัดมือใส่ด้วยความรำคาญ "ระวังเถอะ วิดีโอนายจะมีนวดน้ำมัน 'กษัยเส้น' โผล่มาอีก แถมเฉียวหยาก็ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับอยู่ที่นั่น เมื่อวานนายไม่เจอเธอหรือไง?"
"ใครนะ?" เมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นหู อันจวิ้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
"เพื่อนร่วมชั้นตอนมัธยมปลายของเราไง ลืมแล้วเหรอ?"
"อ้อ นึกออกแล้ว ยัยนั่นเอง! ทำไมถึงไปทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่นั่นได้ล่ะ? เมื่อวานฉันไม่เห็นเจอเลย"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อคืนฉันบังเอิญเจอเธอตอนกลับจากตกปลา เธอพักอยู่ตึกเดียวกับฉัน แถมยังแอดวีแชทกันไว้ด้วย นี่ไง คนนี้แหละ"
พูดพลาง กู้หนานก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดรูปให้ดู
อันจวิ้นมองอยู่สองสามที แต่สายตาจดจ่ออยู่ที่รูปโปรไฟล์ "โอ้โห ผ่านไปไม่กี่ปีดูสวยขึ้นเยอะเลยนะ ตัวจริงกับในรูปต่างกันมากไหม?"
"ก็โอเคนะ ไม่ได้ใช้ฟิลเตอร์เยอะเกินไป ในรูปหน้าแค่ดูเล็กลงนิดหน่อย"
"แล้วทำไมนายไม่ใช้โอกาสที่เป็นเพื่อนบ้านกันจีบเธอเลยล่ะ?"
"นายรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันขาดอะไร?"
"บ้าน รถ แล้วก็ผู้หญิง"
สีหน้าของกู้หนานมืดครึ้มลงทันทีกับคำตอบนั้น "หยุดเลย สรุปสั้นๆ ประโยคเดียวคือ ฉันขาดเงิน เพราะงั้นฉันถึงไม่สนใจเรื่องอื่น"
อันจวิ้นส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "นายนี่มัน... หน้าเงินเข้าเส้นเลือดจริงๆ!"
"เอาล่ะ บ่ายนี้ช่วยเฝ้าร้านให้ฉันทีนะ!" กู้หนานไม่อยากเถียงต่อแล้ว ในสังคมนี้ ถ้าไม่มีเงินนายก็ไม่มีค่าอะไรเลย แต่ถ้ามีเงิน ของพวกนั้นมันก็จะตามมาเองนั่นแหละ
หลังจากบอกราคาปลาจานดาวและปลาอื่นๆ ให้อันจวิ้นฟัง เขาก็เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังแพปลาเพื่อดูของสักหน่อย
รวมกับรายได้เกือบแปดร้อยหยวนเมื่อเช้านี้ ตอนนี้เขามีเงินเก็บในบัญชีเกือบสี่พันหยวนแล้ว
เขาต้องเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้ให้ระบบเกมหักภาษี แต่การเจียดเงินไปซื้อปลาสักสองสามตัวก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ตอนนี้ในร้านว่างเปล่าเกินไป หากพึ่งพาแค่ฝีมือตกปลาของตัวเอง วันหนึ่งๆ เขาก็ตกปลาไม่ได้มากนัก
ร้านขายอาหารทะเลที่บริหารจัดการดีๆ แท้จริงแล้วก็เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดย่อม ที่รวบรวมสัตว์น้ำหลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลก
การขายแค่อาหารทะเลในท้องถิ่นมันก็เป็นแค่ธุรกิจเล็กๆ เงินที่ได้จากการเปิดร้านขายอาหารทะเลยังสู้พวกพ่อค้าเร่ไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมการแข่งขันยังดุเดือดอีกต่างหาก
บางร้านเน้นขายแต่อาหารทะเลนำเข้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจริงๆ แล้วจัดการง่ายกว่ามาก
แต่นั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายของกู้หนานอยู่ดี เขายังคงอยากเปิดร้านขนาดใหญ่ที่มีสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์
การเปิดร้านแบบนั้นไม่ได้ยากอะไรเลย ขอแค่มีเงินก็พอ
แต่การจะบริหารจัดการให้ดีจนทำกำไรได้นี่สิ ความยากมันไม่ธรรมดาเลย
ถึงตอนนั้น สิ่งที่จำเป็นคงไม่ใช่พวกลูกค้าขาจรที่มาเดินตลาดอาหารทะเลทุกวัน แต่เป็นลูกค้าขายส่งขาประจำที่มีกำลังสั่งซื้อปริมาณมากต่างหาก
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของท่าเรือหยางเจียงมีโซนแพปลาตั้งอยู่ มีคนทำฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่ที่นั่นเยอะมาก ชาวประมงรายย่อยหลายคนมักจะเอาปลามาขายให้พวกเขาตอนกลับจากออกทะเลเพื่อความสะดวก
การเอาไปขายเองย่อมได้ราคาดีกว่ามากก็จริง แต่ถ้าไม่มีฐานลูกค้าประจำ อาหารทะเลมันไม่ได้ขายออกง่ายขนาดนั้น
ถ้าปลาตาย ราคาก็จะร่วงลงครึ่งหนึ่ง และถ้ามันเน่าเสียก็ขายไม่ออกเลย นั่นหมายถึงต้องแบกรับความขาดทุนไว้เองทั้งหมด
กู้หนานขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาถึงที่นั่นอย่างรวดเร็ว เขามองไปยังกระท่อมไม้หลังเล็กๆ บนแพปลา ก่อนจะจอดรถ คว้าลังใส่ปลาของตัวเอง แล้วเดินตรงไปยังกระท่อมที่อยู่ใกล้ที่สุด
เจ้าของฟาร์มเพาะเลี้ยงคงต้องมาขลุกอยู่ที่แพปลาบ่อยๆ ที่นี่เลยมีกระท่อมไม้หลังเล็กปลูกไว้เยอะแยะไปหมด
เมื่อก่อนเขาเคยมาที่นี่เพื่อรับของไปขาย แต่เพราะกำไรมันน้อย ปลาขายออกยาก แถมถ้าปลาตายก็ต้องลดราคา ประกอบกับร้านที่ขาดทุนอยู่ทุกวัน ช่วงหลังๆ เขาเลยไม่ค่อยได้มา
ชาวบ้านส่วนใหญ่รู้ดีว่าถ้าจะซื้อปลาเลี้ยงต้องมาที่แพปลา ต่อให้ราคาขายปลีกจะเท่ากัน พวกเขาก็จะให้ความสำคัญกับที่นี่เป็นอันดับแรก
"ลุงครับ ผมอยากได้ปลาเก๋ากับปลากะพงหน่อย" กู้หนานเห็นชายวัยห้าสิบหกสิบคนหนึ่งเดินออกจากกระท่อมไม้พอดีตอนที่เขาเดินเข้าไปใกล้ จึงรีบเอ่ยปากทัก
ชายคนนั้นมองเขา รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้างจึงถามกลับ "พ่อหนุ่มเปิดร้านขายอาหารทะเลเหรอ?"
"ครับ ผมมีร้านเป็นของตัวเอง"
"อ้อ แล้วอยากได้เยอะแค่ไหนล่ะ?" ชายวัยกลางคนพยักหน้าเข้าใจแล้วถามต่อ
"ขอปลาเก๋ากับปลากะพงอย่างละสิบจินครับ เอาไซส์ประมาณตัวละหนึ่งจินนะ เดี๋ยวขายลอตนี้หมดผมจะกลับมาซื้อเพิ่ม!" เนื่องจากกู้หนานซื้อน้อย ทางแพจึงไม่มีบริการส่ง เขาเลยต้องเตรียมภาชนะมาใส่เอง และถ้าปลาไปตายระหว่างทางก็ไม่เกี่ยวกับทางคนขาย
โชคดีที่เขาคุ้นเคยกับขั้นตอนนี้ดี เขาเติมน้ำทะเลลงในลังใส่ปลาเล็กน้อย แล้วยืนรอให้เถ้าแก่เอาปลามาให้
รอเพียงไม่นาน เถ้าแก่ก็เดินกลับมาพร้อมกับสวิงตักปลาที่มีปลาเก๋าหลายตัวกำลังดิ้นกระแด่วๆ อยู่ข้างใน
หลังจากเทปลาพวกนี้ลงในลังใส่ปลา เถ้าแก่ก็เดินกลับไปตักเพิ่ม
กู้หนานตรวจสอบปลาทุกตัวอย่างละเอียดว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่
สภาพภายนอกของปลาต้องดูดี ไม่มีตำหนิบนลำตัว ไม่อย่างนั้นลูกค้าจะเรื่องมากเอาได้
ประการที่สอง ความแข็งแรงของพวกมันต้องดีเยี่ยม ถ้าปลาอ่อนแอ เอากลับไปก็อยู่ได้ไม่นาน และถ้ามันตายราคาก็จะหายไปครึ่งหนึ่ง
เขารู้สึกพอใจกับปลาเก๋าทั้งสิบตัว เมื่อตักขึ้นมานำไปชั่งน้ำหนัก รวมแล้วได้สิบสามจินเจ็ดตำลึง ซึ่งมากกว่าสิบจินที่กู้หนานขอไป แต่เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ใครมันจะไปหาปลาขนาดหนึ่งจินเป๊ะๆ ได้สิบตัวกันล่ะ?
ต่อให้หาได้ เถ้าแก่ก็ไม่ได้โง่เสียหน่อย ขายได้น้ำหนักมากกว่าก็ได้เงินเยอะกว่าไม่ใช่รึไง?
ตามด้วยปลากะพงอีกสิบตัว น้ำหนักรวมสิบสองจินหกตำลึง
ราคาขายส่งปลาเก๋าอยู่ที่สามสิบสองหยวน ส่วนราคาต่อหน่วยของปลากะพงคือสิบแปดหยวน รวมทั้งหมดเป็นหกร้อยหกสิบห้าหยวน
กู้หนานจ่ายเงิน ยกลังใส่ปลาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า หยิบปั๊มออกซิเจนขนาดเล็กออกมาเปิดเพื่อให้ปลาหายใจ แล้วรีบขี่กลับร้านทันที
เมื่อกลับมาถึงร้านและจัดการปล่อยปลาลงตู้เสร็จสรรพ เขาถึงค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าพวกมันทุกตัวยังคงมีชีวิตชีวาอยู่
ตอนที่เริ่มรับของมาขายใหม่ๆ เขาเคยโดนหลอกมาแล้วสองครั้ง ครั้งหนึ่งปลาตายไปเกินครึ่งตั้งแต่ยังไม่ถึงร้าน ส่วนอีกครั้งปลาหงายท้องหลังจากนั้นไม่ถึงสองชั่วโมง
ภายหลังตอนไปรับของ เขาถึงได้มาเจอกับร้านที่เพิ่งซื้อไปเมื่อครู่ เถ้าแก่ร้านนี้ค่อนข้างซื่อสัตย์และไม่เคยหลอกเขาเลย
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงตรวจสอบอย่างละเอียดทุกครั้ง เพราะถึงแม้เถ้าแก่จะไม่ได้ตั้งใจหลอก แต่บางครั้งก็อาจจะมีปลาตกเกรดปะปนมาได้
"เดี๋ยว นี่นายออกไปตั้งนานสองนานเพื่อรับของแค่นี้เนี่ยนะ?" อันจวิ้นมองปลาทั้งยี่สิบตัวด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก
กู้หนานถอนหายใจ "ราคาขายส่งปลาเก๋าสามสิบสอง ราคาขายปลีกสี่สิบ ปลากะพงราคาส่งสิบแปด ขายปลีกยี่สิบห้า ฉันได้กำไรแค่จินละเจ็ดแปดหยวน แถมมันก็ไม่ได้ขายออกง่ายขนาดนั้น จะให้ฉันรับมาเยอะแยะทำไมล่ะ?"