- หน้าแรก
- ทุกอาชีพของผม พรสวรรค์เป็นระดับพระเจ้าทั้งหมดเลยหรือ
- บทที่ 100 - การหยั่งรู้
บทที่ 100 - การหยั่งรู้
บทที่ 100 - การหยั่งรู้
บทที่ 100 - การหยั่งรู้
༺༻
หลังจากชนะต่อเนื่องครบ 200 นัด ทุกๆ นัดที่ชนะหลังจากนี้ คะแนนสะสมชัยชนะจะบวกเพิ่มขึ้นถาวรอีก +1 จนกว่าสถิติการชนะต่อเนื่องจะขาดสะบั้นลง
นั่นหมายความว่า เมื่อชนะถึง 300 นัดต่อเนื่อง การชนะหนึ่งนัดจะได้คะแนนถึง 120 แต้มเลยทีเดียว
เท่ากับการชนะแบบไม่มีสถิติต่อเนื่องถึง 120 นัด
“เฮ้อ ทำเรื่องเดิมซ้ำกันสองร้อยรอบนี่มันน่าเบื่อจริงๆ แฮะ”
ระหว่างนั้นก็เคยเจออันดับห้ากับอันดับหกมาบ้าง
แต่น่าเสียดาย
พวกเขาไม่ต่างจากเจ้ามอนฮิลนั่นเท่าไหร่เลย อ่อนแอจนรับมือไม่ไหว
แม้แต่ระเบิดเล่นแร่แปรธาตุมูลค่า 10 ทองกับยาพิษกัดกร่อนกระดูกมูลค่า 20 ทองของตนเองยังทนไม่ได้เลย...
ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้เห็นเวทมนตร์ของตนเองด้วยซ้ำ
ทว่าการ "ฝึกฝนการต่อสู้จริง" กว่าร้อยนัด ก็ทำให้ลู่ชางใช้ไอเทมที่ซื้อมาใหม่จนคล่องแคล่วและชำนาญเป็นอย่างดี
วันข้างหน้าเมื่อถึงการต่อสู้จริง ก็น่าจะใช้งานได้ไม่เลว
ด้วยนิสัยที่ระแวดระวังของลู่ชาง
แม้แต่การใช้ไอเทม เขายังต้องซักซ้อมลำดับขั้นตอนไว้ให้ดี
“จะว่าไป... อุปกรณ์เวทมนตร์พวกนี้ ก็แฝงไปด้วยหลักการของเวทมนตร์อยู่เหมือนกัน”
“ถึงแม้จะไม่ใช่เวทมนตร์เสียทีเดียว แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด”
“การแสดงออกของต้นกำเนิด บางทีอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเวทมนตร์เท่านั้น”
“ต้นกำเนิด บางทีควรจะครอบคลุมถึงสรรพสิ่ง...”
ถ้าอย่างนั้น ทั้งมนตราและสรรพสิ่ง ล้วนสามารถนำไปสู่ต้นกำเนิดได้ใช่หรือไม่?
ลู่ชางเกิดความสงสัยในใจ แต่ดูเหมือนว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นมาบ้างแล้ว
เมื่อมีความสงสัยในใจ ลู่ชางจึงแบกความสงสัยนั้นและต่อสู้ต่อไป
ในการต่อสู้อีกหลายสิบหลังจากนั้น ลู่ชางพยายามใช้การต่อสู้ระยะประชิดและอาวุธในการจัดการคู่ต่อสู้
มันยุ่งยากขึ้นไม่น้อยจริงๆ
แต่ในสายตาของศัตรูแล้ว มันกลับดูแปลกประหลาดกว่าเดิม
ตนเองฟันดาบลงบนร่างของลู่ชาง แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนฟันลงบนกำแพงเมือง ร่างกายของลู่ชางไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
แต่นักเวทที่อธิบายไม่ได้คนนี้ กลับถือมีดสั้นอาบยาพิษมาไล่ฆ่าตนเองในระยะประชิด
บ้าไปแล้วหรือเปล่า?
ไอ้หมอนี่ป่วยหรือไง?
แต่พิษบนมีดของเขากลับรุนแรงจนน่าสยดสยอง ถูกสะกิดโดนเพียงนิดเดียว ร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงทันทีและเริ่มเน่าเปื่อย
บ้าชะมัด... หรือจะเป็นพิษจากมอนสเตอร์ระดับราชา 4 ดาว?
นายใช้พิษระดับนี้มาสู้ระยะประชิดฆ่านักรบเลเวล 2 อย่างฉันเนี่ยนะ?
...
298 นัดต่อเนื่อง
ลู่ชางรู้สึกว่าได้เรียนรู้เทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดมาไม่น้อย แม้จะไม่มีอาชีพนักรบ แต่ก็สามารถทำท่าทางการเคลื่อนไหวของนักรบได้บ้างแล้ว
ในยามที่ดื่มยาสกัดเสริมพละกำลัง เขาสามารถรับมือกับนักรบในระดับเดียวกันได้หลายท่าเลยทีเดียว
ส่วนของอย่างธนูนั้น
ลู่ชางลองใช้ดูแล้ว แต่กลับไม่รู้วิธีการเล็งเป้าเลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนว่า การมีอาชีพที่ตรงสายนั้นสำคัญมากจริงๆ
ส่วนม้วนคัมภีร์ลับของนักเชิดหุ่นที่ซื้อมาวันนี้ ลู่ชางสนใจมันมากทีเดียว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเรียนเป็นอาชีพเสริมไหม
(กำลังจับคู่)
เหลืออีกเพียง 2 นัดต่อเนื่อง ก็จะได้รางวัลน้ำพุแห่งต้นกำเนิดจากการชนะครบ 300 นัดแล้ว
ครั้งนี้การจับคู่ใช้เวลานานเป็นพิเศษ
ลู่ชางไม่รีบร้อน เขานั่งลงกลางสนามแข่ง พลางครุ่นคิดถึงเรื่องต้นกำเนิดอย่างเงียบๆ
เมื่อวานตอนที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับล่มสลายในดันเจี้ยน เขาก็ได้ข้อคิดและความเข้าใจมาไม่น้อย
วันนี้ยังได้ซื้อของแปลกใหม่มามากมาย ได้ทดลองใชัม้วนคัมภีร์ ยาสกัด และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ
ความเข้าใจทั้งหมด ล้วนหลอมรวมกลายเป็นการตกตะกอนความคิดเกี่ยวกับต้นกำเนิด
“ต้นกำเนิดมีการตีความที่หลากหลาย แม้จะไม่เหมือนกัน แต่ก็สามารถมีชุดความคิดที่สมบูรณ์เป็นของตนเองได้”
“แม้จะเป็นความคิดสองอย่างที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ก็ยังสามารถแสดงออกมาเป็นวิถีแห่งต้นกำเนิดที่สมเหตุสมผลได้”
“ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกัน แล้วทำไมถึงได้รับการยอมรับและพิสูจน์ว่าเป็นจริงได้ล่ะ?”
ในหัวของลู่ชางอดไม่ได้ที่จะมีความรู้เชิงทฤษฎีจากโลกมนุษย์ผุดขึ้นมา
ในทฤษฎีของโลกมนุษย์ แสงมีคุณสมบัติแบบทวิภาค
เป็นทั้งคลื่น... และก็เป็นทั้งอนุภาค
ต้นกำเนิดของโลกนี้ จะเหมือนกันหรือเปล่า... ที่เป็นทั้ง "สิ่งนี้" และ "สิ่งนั้น"?
“รากฐานของสรรพสิ่ง การเปลี่ยนแปลงนับหมื่น จุดกำเนิดของหมื่นมนตรา...”
“นั่นหมายความว่า ตัวต้นกำเนิดเองก็คือตัวแทนของสรรพสิ่ง การที่ฉันครุ่นคิดถึงสรรพสิ่ง ก็คือการครุ่นคิดถึงต้นกำเนิดด้วยเช่นกัน”
ความคิดของลู่ชางล่องลอยไปไกลขึ้นอีก
เขานึกถึงเรื่อง "เต๋า" ของจีน
หนึ่งให้กำเนิดสอง สองให้กำเนิดสาม สามให้กำเนิดสรรพสิ่ง...
จากนั้นความคิดก็ล่องลอยต่อไป นึกถึงจักรวาลในชาติปางก่อน บางทีทุกอย่างอาจเริ่มมาจากจุดเพียงจุดเดียว
“บางทีไม่ว่าฉันจะเลือกเดินเส้นทางไหน สุดท้ายมันก็นำไปสู่ต้นกำเนิดได้ทั้งหมด”
“เวทมนตร์แห่งความตาย เวทมนตร์ทั่วไป มนตราแห่งชีวิต วิญญาณ อุปกรณ์เวทมนตร์ การลงอาคม...”
“เวทมนตร์แห่งต้นกำเนิดของฉัน...”
ลู่ชางรู้สึกว่าแรงบันดาลใจกำลังจะพวยพุ่งออกมา
ในใจมีความเข้าใจอันลึกซึ้งผุดขึ้นมา มานาขยับเขยื้อนไปตามธรรมชาติรอบกาย ก่อตัวเป็นธาตุต่างๆ มากมาย แต่ดูเหมือนจะจำลองเงาเลือนรางของทุกสิ่งที่เคยพบเห็นออกมาด้วย
และในวินัยนั้นเอง คำแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัว
(จับคู่สำเร็จ)
(คู่ต่อสู้ของท่าน: อาเทรอนโด)
เฮ้อ... มามีความเข้าใจเอาตอนนี้นี่นะ
ลู่ชางไม่ได้หยุดความคิดนั้น แต่เขายังคงจมดิ่งไปกับแรงบันดาลใจเมื่อครู่ต่อไป
คู่ต่อสู้ปรากฏตัวในสนาม แต่กลับเห็นลู่ชางนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่กลางสนาม
ร่างเล็กจ้อย
แต่รอบกายกลับมีความปั่นป่วนของกลิ่นอายที่อธิบายไม่ได้
“ลู่ชาง”
เขามองเห็นชื่อที่อยู่ตรงหน้าพลางขมวดคิ้ว
อันดับสอง — ลู่ชาง
ชนะ 298 นัด แพ้ 0 นัด
คนลึกลับที่ก่อนหน้านี้ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามเลย แต่กลับพุ่งขึ้นมาเป็นอันดับสองในช่วงบ่ายเพียงช่วงเดียว
ช่วงนี้อาเทรอนโดคลุกตัวอยู่ในสนามแข่งขันแทบจะตลอดเวลา
เขาไม่เคยได้ยินชื่อลู่ชางจริงๆ เพราะปกติเขาไม่ค่อยดูข่าวสารหรือสนใจเรื่องราวรอบตัวเท่าไหร่
ช่วงที่ผ่านมาวันๆ ก็มีแต่ต่อสู้ ต่อสู้ และต่อสู้
นี่เป็นครั้งแรกที่จับคู่มาเจอเขา แต่ก็นึกไม่ถึงว่า... จะเด็กขนาดนี้
หรือจะเป็นคนแคระ หรือไม่ก็กโนม?
ทำไมถึงนั่งอยู่แบบนั้น? ดูไม่เหมือนท่าทางของคนที่พร้อมจะต่อสู้เลย
ทว่า ในตอนที่อาเทรอนโดกำลังจะเอ่ยทัก
อีกฝ่ายกลับชูนิ้วเล็กๆ ขึ้นมาจ่อที่ปาก
“ชู่ว”
(นับถอยหลัง — 1)
การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว
แต่อาเทรอนโดกลับไม่ขยับ
เพราะลู่ชางยังคงนั่งอยู่กลางสนามและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
ดังนั้น อาเทรอนโดจึงกอดอกแล้วยืนดูนิ่งๆ ว่าลู่ชางกำลังจะมาไม้ไหนกันแน่
เขาปรารถนาการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่านมานานเหลือเกิน แต่ก็น่าเสียดายที่ในบรรดาอาชีพเลเวล 2 ของเมืองในวงกลมนี้ กลับไม่มีใครที่เรียกได้ว่าเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้เลย
คู่ต่อสู้เพียงคนเดียวในเมืองก่อนหน้านี้ ก็เลื่อนระดับไปเป็นเลเวล 3 แล้ว
รู้สึกเหมือนขาดไปอีกเพียงก้าวเดียว ก็จะสามารถเข้าถึงเจตจำนงสูงสุดที่อยู่เหนือชั้นได้...
เขาต้องการคู่ต่อสู้ที่แท้จริงอย่างเร่งด่วน การต่อสู้ที่จะทำให้เขาเดือดพล่าน เพื่อที่จะได้เข้าถึงเจตจำนงสูงสุดในสถานการณ์ที่บีบคั้นถึงขีดสุด
ไม่ใช่การพ่ายแพ้เพราะถูกระดับที่เหนือกว่าบดขยี้ แต่ต้องเป็นคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันที่ทำให้เขายอมรับได้จากใจจริง
เขานั่งลงเช่นกันและรออยู่ที่เดิม
ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้เห็นใบหน้าที่อยู่ภายใต้ฮู้ด
เป็นเด็กหนุ่มที่ดูหมดจดคนหนึ่ง เพียงแต่... จะดูอายุน้อยเกินไปหน่อยหรือเปล่า
ผ่านไปประมาณห้านาที ถึงได้เห็นลู่ชางที่อยู่ตรงหน้าลุกขึ้นยืน
อาเทรอนโดจ้องมองเข้าไปในดวงตาของลู่ชาง แต่กลับมองเห็นเพียงความลุ่มลึกที่ไร้ก้นบึ้ง
อาเทรอนโดถามว่า “เธอ กำลังเข้าถึงเวทมนตร์แห่งต้นกำเนิดอยู่เหรอ?”
ลู่ชางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ใช่ครับ ขอบคุณนะ”
ลู่ชางย่อมหมายถึงการที่อีกฝ่ายไม่เข้ามาขัดจังหวะเขา
เดิมทีเขาก็แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยระหว่างรอการจับคู่ แต่นึกไม่ถึงว่าแรงบันดาลใจจะพุ่งพรวดออกมา พอจมดิ่งลงไปในความคิดลึกๆ เขาก็ลืมไปสนิทเลยว่าตนเองกำลังอยู่ระหว่างการจับคู่ต่อสู้
ลู่ชางสำรวจชายที่อยู่ตรงหน้า ชายคนนี้ก็คืออาเทรอนโด อันดับหนึ่งของรุ่นอาชีพเลเวล 2 ในเมืองในวงกลมแห่งนี้นี่เอง
เขาเป็นชายวัยกลางคน
หน้าตาดูเหมือนจะมีอายุสามสิบกว่าปีแล้ว
คนที่เปลี่ยนอาชีพในวัยนี้ส่วนใหญ่ล้วนเลื่อนไปเป็นเลเวล 3 กันหมดแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าเขายังคงหยุดอยู่ที่เลเวล 2
น่าจะเป็นเพราะกำลังพยายามเข้าถึงเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของนักรบอยู่แน่ๆ
เช่นเดียวกับที่นักเวทต้องครุ่นคิดถึงต้นกำเนิด นักรบเองก็ต้องเข้าถึงเจตจำนงสูงสุดในการต่อสู้ที่เป็นของตนเองเช่นกัน
อาเทรอนโดพูดด้วยเสียงต่ำ “เจ้าหนู เธอเก่งมากเลยใช่ไหมล่ะ”
ลู่ชางพยักหน้า ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ก็น่าจะพอเรียกได้ว่าไม่กระจอกน่ะครับ”
“เธอ เข้าถึงมันได้หรือยังล่ะ”
ลู่ชางพยักหน้า กลิ่นอายสงบนิ่งแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ในขณะที่ตอบ ลู่ชางก็หยิบไม้เท้าออกมาไว้ในมือด้วย
อาเทรอนโดใช้มือข้างเดียวจับที่ด้ามดาบ พลางโน้มตัวลงในท่าเตรียมพร้อมจะพุ่งเข้าใส่ลู่ชาง
“นั่นหมายความว่า เธอเป็นนักเวทแห่งต้นกำเนิดแล้วสินะ หวังว่าเธอจะทำให้ฉันได้สัมผัสกับการต่อสู้ที่น่าพอใจ”
“ฉันจะเข้าไปแล้วนะ”
ยังมีการเตือนก่อนด้วยเหรอ?
มีจรรยาบรรณในการต่อสู้ดีจริงๆ แฮะ
ปัง!
แทบจะในพริบตาเดียวกับที่ลู่ชางมีความคิดนี้ผุดขึ้นในใจ อีกฝ่ายก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
อ้อ —
ความเร็วสูงมากจริงๆ
แตกต่างจากคู่ต่อสู้ที่เคยเจอมาอย่างสิ้นเชิง
(วายุระเบิดผลักไส)
(ม่านพลังคุ้มกาย)
(เกราะน้ำร้อยรัด)
(คลื่นยักษ์)
...
ตูม!
วายุระเบิดปะทุขึ้น ม่านพลังคุ้มกายก่อตัวขึ้นรอบร่าง
เกราะน้ำที่อ่อนนุ่มแต่เหนียวแน่นพุ่งเข้าใส่ร่างเขาตามมาติดๆ หลังจากครอบคลุมแล้วก็ผลักออกไปข้างนอกอย่างต่อเนื่อง
คลื่นยักษ์พุ่งทะยานขึ้น พร้อมกับเคลื่อนที่ไปพร้อมกับเกราะน้ำ!
“ฮ่า!!”
(มั่นคงดั่งขุนเขา)
༺༻