- หน้าแรก
- ทุกอาชีพของผม พรสวรรค์เป็นระดับพระเจ้าทั้งหมดเลยหรือ
- บทที่ 91 - การทดลองสังเวย
บทที่ 91 - การทดลองสังเวย
บทที่ 91 - การทดลองสังเวย
บทที่ 91 - การทดลองสังเวย
༺༻
การโจมตีจากระยะไกลที่มอนสเตอร์ระดับราชาเหล่านั้นระดมยิงมาพร้อมกัน กลับไม่สามารถทำอันตรายลู่ชางได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ส่วนการโจมตีจากระดับจอมราชันย์นั้น ยิ่งถูกลู่ชางป้องกันไว้ได้อย่างง่ายดาย
เพลิงปฐพี, หมื่นเถาวัลย์, พุ่มไม้หนาม, หัตถ์ศิลา, กำแพงหนามบดขยี้……
ทะเลเพลิง, ระเบิดน้ำแข็ง, คลื่นอัคคี, สายฟ้าต่อเนื่องพหุคูณ……
เอกลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเวทมนตร์ขั้นสอง ก็คือธาตุ
มันคือเวทมนตร์โจมตีและป้องกันที่เน้นไปที่ธาตุประเภทต่างๆ เป็นหลัก
เวทมนตร์ที่ถูกปล่อยออกมากลางอากาศ กวาดผ่านมอนสเตอร์ระดับราชาไปทีละตัวๆ และทุกที่ที่มันผ่านไป ล้วนหมายถึงความตายที่แน่นอน
ในขณะเดียวกัน ทะเลเพลิงก็แผ่ซ่านไปทั่วผืนดิน เวทมนตร์ขอบเขตกว้างขวางหลากสีสันก็กำลังกวาดล้างพวกมอนสเตอร์กระจอกในพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ความจริงแล้วหากไม่นับเวทมนตร์บทอื่น
แค่กางทะเลเพลิงที่สังเวยวิญญาณ 100 ดวงไว้ตรงหน้า มอนสเตอร์ระดับจอมราชันย์ขั้น 3 ก็ไม่สามารถเข้าใกล้ตัวเขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว ใครก้าวเข้ามาในทะเลเพลิงก็ต้องตายสถานเดียว
มอนสเตอร์กระจอกพวกนี้ ช่างเหมือนเป็นคนมาส่งวิญญาณให้ลู่ชางถึงที่จริงๆ
ลู่ชางฆ่าได้ไม่เร็วเท่าชื่อเฉิง เขาใช้เวลาประมาณ 40 วินาที ถึงจะจัดการมอนสเตอร์ระดับราชาทั้งสามสิบสามตัวนี้ได้หมด
ตั้งแต่ต้นจนจบ ฝีเท้าของเขาไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว
แม้ว่าจะมีบางตัวที่มีชีวิตทรหดพยายามจะพุ่งเข้ามาฆ่าเขา แต่ก็ถูกลู่ชางผลักออกไปอย่างรุนแรงด้วย "วายุระเบิดผลักไส" "วงแหวนวารีต้านทาน" "คลื่นพุ่งผลักไส" "บึงเงาพเนจร" "หนองน้ำดินตึงเท้า" และ "เถาวัลย์เชือกสุดเหนียว"
ต่อให้อีกฝ่ายจะงัดความสามารถทั้งหมดออกมา ก็ไม่สามารถเข้าใกล้ตัวเขาได้เลย ความเสียหายที่พวกมันสร้างต่อลู่ชางได้มากที่สุด ก็คือการกดดันผ่านทางคลื่นเสียงและจิตใจเท่านั้น
แต่น่าเสียดาย มอนสเตอร์ที่สามารถโจมตีทางจิตใจหรือคลื่นเสียงได้ กลับถูกลู่ชางกำจัดทิ้งไปเป็นพวกแรกเสียแล้ว
หลังจากนั้น ตัวที่เหลืออยู่ได้นานกว่าอีกไม่กี่วินาที ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นภัยคุกคามอีกต่อไป
ชื่อเฉิง: "ฮ่าๆ ไม่เลวนี่นา"
"มีสง่าราศีเหมือนฉันในตอนนั้นเลย" ชื่อเฉิงพูดประโยคนี้ออกมาพลางรู้สึกใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่ในใจ
ตอนนั้นเรา…… มีสง่าราศีแบบนี้ด้วยเหรอวะ?
ชื่อเฉิงบ่นพึมพำในใจพลางเดินไปเก็บซากศพ
ส่วนมอนสเตอร์ระดับจอมราชันย์เหล่านั้น ชื่อเฉิงคร้านจะไปเก็บแล้ว
เก็บไปตั้งนานมูลค่าแค่สิบกว่าเหรียญทอง เสียเวลาเปล่าๆ
มีเพียงมอนสเตอร์ระดับราชาเท่านั้น ในกรณีที่แบ่งคนละครึ่ง แต่ละตัวก็ยังมีผลตอบแทนประมาณหนึ่งพันเหรียญทอง
สามสิบสามตัว ก็ทำเงินได้ถึงสามหมื่นสามพันเหรียญทอง
ลู่ชางเองก็พอใจกับวิธีการแบ่งคนละครึ่งแบบนี้
มอนสเตอร์ขั้น 3 เหล่านี้เขาสามารถจัดการเองได้ แต่ถ้าเจอระดับล่มสลายขั้นสี่ ก็ยังต้องพึ่งพาชื่อเฉิงให้ช่วยรับมือ
ส่วนทางด้านวิญญาณ เขาเก็บมาได้ 4,122 ดวง
แต่สังเวยไปถึง 5,100 ดวง…… ดูท่าคงต้องไปฆ่ามอนสเตอร์ประเภทมดให้เยอะกว่านี้เสียแล้ว มอนสเตอร์พวกนี้ที่พุ่งกันเข้ามาเป็นฝูงดูเหมือนจะยิ่งใหญ่เกรียงไกร แต่ความจริงจำนวนของมันก็มีแค่นั้นแหละ ส่วนใหญ่ที่ดูเยอะเป็นเพราะขนาดตัวที่ใหญ่นั่นเอง
ดูเหมือนว่าคงต้องทดลองให้มากกว่านี้อีก
"พี่ชื่อเฉิงครับ เกี่ยวกับเรื่องที่ผมทำให้ดันเจี้ยนกลายพันธุ์ได้น่ะ……"
"รู้แล้วๆ ไม่บอกใครมั่วซั่วหรอกน่า"
"เรื่องพรรค์นี้ฉันเข้าใจดี"
ลู่ชางพยักหน้า: "ครับ ขอบคุณมากครับพี่ชื่อเฉิง"
ทั้งสองคนเที่ยวเสาะหาดันเจี้ยนเพื่อทำการสังเวยไปตลอดทาง
ต้องบอกเลยว่าสมกับที่เป็นแหล่งผจญภัยชื่อดังจริงๆ เพราะแทบจะเดินไปได้เพียงไม่นานก็จะเจอดันเจี้ยนแห่งใหม่ปรากฏขึ้นมาไม่ขาดสาย
เมื่อมาถึงหน้าดันเจี้ยนขั้นสามแห่งหนึ่ง
[การสังเวย——10,000 วิญญาณ]
ดันเจี้ยนขั้นสามที่สังเวยวิญญาณไปหนึ่งหมื่นดวง จะปรากฏมอนสเตอร์ระดับราชาขั้นสามถึงห้าสิบตัว……
จำนวนมอนสเตอร์กระจอกดูเหมือนจะไม่เพิ่มขึ้นเท่าไหร่แฮะ
ดันเจี้ยนแห่งนี้ ลู่ชางก็ยังคงเป็นคนจัดการเอง
ความเชี่ยวชาญในการเก็บวิญญาณนี่มันช่วยได้มากจริงๆ มันสามารถช่วยนับจำนวนให้ได้ด้วย ทำให้ลู่ชางรู้ว่าเขาฆ่ามอนสเตอร์ไปเท่าไหร่แล้ว
ระดับราชา 50 ตัว
ระดับจอมราชันย์ 122 ตัว
ส่วนพวกหัวกะทิและเบี้ยล่างที่เหลือก็ไม่ได้ต่างจากปืนฉีดน้ำเลย จำนวนรวมทั้งหมดก็น่าจะมีเพียงแค่ประมาณหกพันกว่าตัวเท่านั้นเอง
ตอนสังเวยหนึ่งพันวิญญาณ มีระดับจอมราชันย์ 10 ตัว
ตอนสังเวยห้าพันวิญญาณ มี 33 ตัว
แต่พอสังเวยหนึ่งหมื่นวิญญาณ กลับมีแค่ 50 ตัวเองเหรอ?
ความคุ้มค่าเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ แล้วแฮะ……
……
หลังจากออกมาจากดันเจี้ยนแห่งนั้น ก็ไปเจอดันเจี้ยนขั้น 3 อีกสี่แห่งติดต่อกัน
ลู่ชางลองสังเวยวิญญาณไปทีละหกพัน, เจ็ดพัน, แปดพัน และเก้าพันดวง
เขาควบคุมตัวแปรอย่างเข้มงวด
ความคิดในใจของเขาเริ่มได้รับการยืนยันแล้ว
ยิ่งสังเวยวิญญาณเข้าไปมากเท่าไหร่ จำนวนมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมาก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น
ผ่านไปหลายรอบเข้า
"โอ้! ดันเจี้ยนขั้นสี่อีกแล้ว!"
ชื่อเฉิงดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด!
ลำดับต่อไป พวกเขาก็ลองกับดันเจี้ยนขั้นสี่ดูบ้าง
ครั้งนี้……
[การสังเวย——50,000 วิญญาณ]
การสังเวยวิญญาณห้าหมื่นดวง ยังคงทำให้ลู่ชางรู้สึกปวดใจอยู่บ้าง เพราะวิญญาณพวกนี้กว่าจะเก็บมาได้ก็ไม่ได้ง่ายนัก
แต่พอคิดว่ามอนสเตอร์ระดับล่มสลายขั้นสี่ตัวหนึ่งมีมูลค่ากว่าสองแสนเหรียญทอง ก็ทำให้ลู่ชางรู้สึกสบายใจขึ้นมาไม่น้อย
"พี่ชื่อเฉิงครับ"
"ครั้งนี้ มอนสเตอร์ระดับล่มสลายพวกนั้น ให้ผมลองทดสอบฝีมือหน่อยได้ไหมครับ?" ลู่ชางเอ่ยถาม
ในช่วงเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาเคยประมือกับมอนสเตอร์ระดับราชาขั้นสี่มาแล้ว
หากใช้เพียงอาชีพนักเวท เขาสามารถสังหารระดับราชาขั้นสี่ได้ก็จริง แต่สำหรับระดับล่มสลายน่ะ…… ลู่ชางยังไม่รู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของมันเลย
"เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว" ชื่อเฉิงตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
ลู่ชางกล่าวต่อว่า: "ถ้าผมตกอยู่ในอันตราย รบกวนพี่ชื่อเฉิงช่วยปกป้องผมด้วยนะครับ"
วันนี้ที่เขาอยากชวนชื่อเฉิงมาด้วยกัน ก็เพราะเหตุผลนี้เอง
ลู่ชางอยากลองทำการสังเวยให้กับดันเจี้ยน
แต่การทดลองไม่ใช่การทำมั่วซั่ว เขาจำเป็นต้องเตรียมแผนสำรองเพื่อรับประกันความปลอดภัยของตัวเองเอาไว้ด้วย
มอนสเตอร์ระดับล่มสลายเขาเคยเห็นแต่ในบันทึกเท่านั้น แต่ยังไม่เคยเจอของจริง เมื่อไม่ได้ลองสู้ก็ย่อมไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงเป็นอย่างไร
และที่สำคัญ ก่อนจะลงมือสังเวยจริงๆ ลู่ชางเองก็ไม่รู้ว่าการสังเวยของเขาจะทำให้ดันเจี้ยนเปลี่ยนไปในรูปแบบไหน
ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเป็นผลลัพธ์จากการทดลองในวันนี้ทั้งสิ้น
เผื่อว่าทางออกของดันเจี้ยนจะหายไป เผื่อว่ามันจะอัญเชิญมอนสเตอร์ที่อยู่เหนือกว่าขั้นเดิมของดันเจี้ยนออกมา เผื่อว่าจะมีมอนสเตอร์ระดับล่มสลายปรากฏตัวขึ้นมาในแบบที่เขาเอาชนะไม่ได้ หรือเผื่อว่าเขาเอาชนะได้ตัวเดียว แต่ระดับล่มสลายกลับมีจำนวนเยอะมาก……
ทุกอันตรายที่คาดไม่ถึง ล้วนต้องมีกลยุทธ์รองรับที่แน่นอน
หากวันนี้ชื่อเฉิงไม่มาด้วย ลู่ชางคงเลือกที่จะล้มเลิกการทดลองไปเสีย และไม่ยอมเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงดวงมั่วๆ แน่นอน
เมื่อก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยน
ภาพที่เห็นตรงหน้า ราวกับทิวเขาที่เรียงรายต่อกัน
มอนสเตอร์ระดับล่มสลาย มันช่างใหญ่โตมโหฬารจริงๆ
เหมือนกำลังมองดูกำแพงยักษ์สูงห้าสิบเมตรที่ขวางกั้นอยู่ตรงหน้า สี่ขาที่ล่ำสันของมันเหยียบย่ำจนพื้นปฐพีสั่นสะเทือน
ต่อให้จะเป็นเวทมนตร์อย่างเสาพุ่งทะยาน หรือกระสวยน้ำแข็งของเขาที่โจมตีใส่ตัวมัน
ก็เกรงว่ามันคงจะดูเหมือนแค่ยุงตัวหนึ่งที่บินไปมาเท่านั้นเอง
และมอนสเตอร์เช่นนี้
ตรงหน้ากลับมีอยู่ถึงสิบตัวเลยทีเดียว
ห้าหมื่นวิญญาณ เปลี่ยนเป็นมอนสเตอร์ระดับล่มสลายขั้นสี่สิบตัว……
และยังมีระดับราชาขั้นสี่อีกสิบเจ็ดตัว
ลู่ชางกวาดสายตามองไปรอบๆ
เขาก็สัมผัสได้ถึงธาตุรอบตัวที่กำลังคลุ้มคลั่ง!
ปัง!
ลู่ชางใช้ "วายุระเบิด" และ "น้ำพุพุ่ง" เพื่อดีดตัวเองขึ้นสู่ท้องฟ้า
ผืนดินเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานและร้อนระอุ!
โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ใต้เท้าของเขา พื้นที่ในรัศมีห้าร้อยเมตรกลายเป็นสีแดงสดอย่างสมบูรณ์!
༺༻