เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 แพทย์ระดับทักษะ

บทที่ 8 แพทย์ระดับทักษะ

บทที่ 8 แพทย์ระดับทักษะ


บทที่ 8 แพทย์ระดับทักษะ

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ทรัพยากรทั้งหมดบนเมืองทะลวงฟ้าก็ถูกขนย้ายออกมาจนหมด

นอกเหนือจากของใช้ในชีวิตประจำวัน อาหาร และแหล่งน้ำที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปแล้ว...

ของที่ได้มาก็มีถ่านหิน 1,450 หน่วย, น้ำมันดิบ 220 หน่วย, แร่เหล็ก 2,910 หน่วย, ดินปืน 420 หน่วย, ปืนไรเฟิลมาตรฐาน 43 กระบอก และเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีวัสดุพื้นฐานอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สารประกอบโพลีเมอร์ ชิ้นส่วนความแม่นยำสูง และเจลชีวภาพกระจัดกระจายอยู่อีกหลายร้อยหน่วย!

และที่สำคัญที่สุด ปืนใหญ่ระดับ 1 ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว 'ปืนใหญ่อัสนีบาต' พร้อมกับกระสุนอัสนีบาตที่เข้าคู่กันอีกสองนัด!

"แจ็กพ็อตแตกแล้ว!"

เจียงจื่อซวี่มองดูรายการของที่ยึดมาได้ด้วยความยินดี ในนั้นยังมี 'แร่อัสนีบาต' เหลืออยู่อีก 270 หน่วย ซึ่งมากพอที่จะนำไปสร้างกระสุนอัสนีบาตได้อีกสองนัด

"เดิมทีข้าคิดว่าอีกฝ่ายเหลือกะสุนปืนใหญ่อีกแค่นัดเดียวซะอีก นึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะเหลือกระสุนเต็มพิกัดถึงสองนัด ตอนนี้มันตกเป็นของข้าทั้งหมดแล้ว!"

ศัตรูเก็บกระสุนอัสนีบาตสองนัดนั้นไว้เป็นไพ่ตาย โดยหวังจะพลิกสถานการณ์ในยามคับขัน

คิดไม่ถึงเลยว่าการยิงอันแม่นยำราวกับเทพเจ้าของลู่เหยียนจะพุ่งทะลวงเตาพลังงานของพวกมันเข้าอย่างจัง จนทำให้เกิดการระเบิดต่อเนื่องทำลายล้างเมืองทั้งเมืองไปจนหมดสิ้น!

อันที่จริงการตัดสินใจของอีกฝ่ายก็ถือว่าถูกต้อง เพราะการเคลื่อนไหวในตอนนั้นทำให้เจียงจื่อซวี่รู้สึกหวาดหวั่นจริงๆ

เกราะของเมืองตี้ปหลานนั้นเปราะบาง หากโดนเข้าไปสักนัดล่ะก็ พังพินาศอย่างแน่นอน!

ถ้าเขาไม่ได้สงสัยว่าอีกฝ่ายยังมีกระสุนอัสนีบาตเหลืออยู่ เขาก็คงจะสั่งให้คนบังคับหางเสือบุกทะลวงเข้าไปอย่างดุดันตั้งแต่แรกแล้ว

"เมืองของศัตรูไม่มีชิ้นส่วนดัดแปลงระดับ 1 เลยงั้นรึ?"

เจียงจื่อซวี่เอ่ยถามฉีหงหลางที่เพิ่งรีบกลับมา

"ไม่มีเลยขอรับ" อีกฝ่ายส่ายหน้าตอบ ชิ้นส่วนดัดแปลงแบบมีระดับนั้นเป็นไอเทมที่มีราคาแพงและหายากที่สุดอยู่แล้ว มิเช่นนั้น เจ้าเมืองคนก่อนคงไม่ซื้อชิ้นส่วนมาแค่เศษหนึ่งส่วนแปดหรอก

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่อง "ลูกพี่เจียง ขบวนรถพาคนกลับมาสองสามคน ท่านจะจัดการกับพวกเขาอย่างไรดีขอรับ?"

เจียงจื่อซวี่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น "ข้าไม่ได้บอกไปแล้วหรือไงว่าช่วงนี้เราจะยังไม่รับผู้รอดชีวิตเข้ามา?"

แต่เมื่อคิดได้ว่าหัวหน้าขบวนรถอย่างหวังห่าวหรานไม่ใช่พวกชอบทำอะไรพลการ เขาจึงเดาว่าคนพวกนี้ต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆ เลยถามต่อว่า "พวกเขาเป็นใครกัน?"

ฉีหงหลางตอบกลับ "เป็นศัลยแพทย์ที่ดูเหมือนจะฝีมือดีคนหนึ่งขอรับ มาพร้อมกับภาระอีกสองคน คือหลานชายและหลานสาวของเขา"

"ศัลยแพทย์รึ?"

เจียงจื่อซวี่เลิกคิ้ว "ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?"

"รออยู่ที่ชั้นล่างสุดขอรับ"

"ไปดูกันเถอะ แล้วก็บอกให้คนบังคับหางเสือเตรียมตัวออกเดินทางด้วย"

ถ้าเป็นหมอ เขาก็อาจจะลองพิจารณารับเข้ามาดูตามสถานการณ์

สถานพยาบาลบนเมืองตี้ปหลานในตอนนี้เรียกได้ว่าอนาถามาก มีแค่หมอฝึกหัดอยู่คนเดียว ซึ่งความสามารถก็รักษาได้แค่โรคหรืออาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น หวัด หรือ ท้องร่วง เท่านั้น

...

แพทย์ผู้นี้เป็นชายชราวัยหกสิบกว่าๆ ผมหงอกขาวโพลน แววตาของเขาดูสิ้นหวังและอ้างว้าง บนแขนเสื้อสีขาวอมเทามีคราบสนิมสีแดงคล้ำติดอยู่ประปราย

ด้านหลังของเขามีชายหนุ่มและหญิงสาวอายุราวๆ ยี่สิบปีเดินตามมา พวกเขาดูเหมือนได้รับการปกป้องมาอย่างดี เสื้อผ้ายังดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อย

แม้พวกเขาจะพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกอย่างสุดความสามารถ แต่เมื่อเจียงจื่อซวี่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พวกเขาก็ยังคงแสดงความหวาดหวั่นออกมาให้เห็นอยู่ดี

ตอนแรกคุณหมอตั้งใจจะคุกเข่าลงเหมือนอย่างที่เคยทำบนเมืองทะลวงฟ้าก่อนที่จะเริ่มเล่าประวัติของตน

ทว่าฉีหงหลางกลับห้ามเขาเอาไว้

เจียงจื่อซวี่เอ่ยขึ้นว่า "สถานการณ์บนเมืองตี้ปหลานของเรายังไม่ค่อยมั่นคงนัก และพวกเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะรับผู้รอดชีวิตจากเมืองทะลวงฟ้าเข้ามาด้วย แต่ข้าได้ยินมาว่าท่านเป็นหมองั้นรึ?"

หมอชราก้มหน้าลงและตอบอย่างนอบน้อม "ใช่แล้วขอรับท่านเจ้าเมือง เมื่อสิบปีก่อน ข้าเคยเป็นหัวหน้าแผนกศัลยกรรมประจำโรงพยาบาลประชาชนของเมือง ตอนนี้ข้าเป็นแพทย์ระดับทักษะที่ได้รับการรับรองจากระบบ และปลุกทักษะขึ้นมาได้แล้วสองอย่าง คือระดับต่ำหนึ่งอย่างและระดับกลางอีกหนึ่งอย่างขอรับ"

เพื่อแลกกับการได้มีที่พักพิงแห่งใหม่ให้ตัวเองและหลานๆ เขาจึงกระตือรือร้นที่จะแสดงคุณค่าของตนเองออกมา

ดังนั้น เขาจึงเปิดเผยหน้าต่างสถานะตัวละครของตนให้เจียงจื่อซวี่ดูอย่างไม่ปิดบัง

——————

ชื่อ: เซี่ยซือหยวน

อายุ: 63

อาชีพ: แพทย์ (ระดับทักษะ)

——————

【แพทย์เถื่อน】

คุณภาพ: ระดับต่ำ

โบนัสติดตัว: เนื่องจากท่านไม่สามารถนำเสนอใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้องได้ ความไว้วางใจในตัวท่านของคนไข้จึงลดลง 50% ทว่า เมื่อการรักษาของท่านเริ่มส่งผล คนไข้จะเกิดความรู้สึกผิด ซึ่งจะช่วยให้ 'อาการบาดเจ็บระดับปานกลางลงไป' หายเร็วขึ้น 30%

คำอธิบาย: "ไม่ต้องกลัว วิชาแพทย์ของข้าสืบทอดกันมาในตระกูล ไม่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพหรอกน่า"

【วาดยารักษาโรค】

คุณภาพ: ระดับกลาง

โบนัสติดตัว: สภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนยารักษาโรคได้หล่อหลอมท่าน ทำให้ท่านสำเร็จวิชาวาดรูปอันน่าอัศจรรย์ เมื่อท่านวาดรูปบรรจุภัณฑ์ของยารักษาโรคที่ต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบต่อหน้าคนไข้ จะมีโอกาสที่คนไข้จะได้รับผลการรักษาจากยานั้นๆ จริงๆ ข้อเสียคือคนไข้อาจคิดว่าท่านเสียสติไปแล้ว (จำกัดเฉพาะยารักษาโรคระดับทั่วไป)

โอกาสเกิดผล: 10%

คำอธิบาย: "การรักษาโรคก็คือการใช้ความจริงใจเข้าสู้ เห็นไหมล่ะ โรคหายแล้วไม่ใช่รึ?"

——————

เมื่อเจียงจื่อซวี่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นถึงแพทย์ 'ระดับทักษะ' เขาก็ตัดสินใจรับเข้ามาแล้ว

แถมทักษะสุ่มสองอย่างของอีกฝ่ายก็ยังดูดีใช้ได้เลยทีเดียว!

ถึงแม้ทักษะทั้งสองนี้จะดูแปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่มันก็ใช้งานได้จริงมาก

ทักษะแรกช่วยเร่งการสมานแผลให้เร็วขึ้น ส่วนทักษะที่สองก็เสกยารักษาโรคขึ้นมาจากความว่างเปล่าได้ เมื่อนำมารวมกับโบนัสทักษะทางการแพทย์ของเซี่ยซือหยวนแล้ว มันก็ไม่ใช่แค่ 1+1+1 ธรรมดาๆ อีกต่อไป

เขาเชื่อว่าไม่มีเจ้าเมืองคนไหนจะปฏิเสธหมอแบบนี้ได้ลงคอ—ต่อให้อีกฝ่ายจะพ่วงภาระมาด้วยตั้งสองคนก็เถอะ

เจียงจื่อซวี่จึงแสดงสีหน้าพึงพอใจออกมา "ดีมาก พวกท่านอยู่ต่อได้ หงหลาง พาเขาไปที่สถานพยาบาลและให้เริ่มงานได้เลย"

ฝ่ายพวกเขาก็มีคนบาดเจ็บจากการต่อสู้เช่นกัน เป็นจังหวะเหมาะที่จะให้หมอมาช่วยรักษาพอดี

"รับทราบขอรับ" ฉีหงหลางพยักหน้ารับและทำท่าผายมือเชิญเซี่ยซือหยวน

"เดี๋ยวก่อนขอรับ"

เซี่ยซือหยวนโค้งคำนับเจียงจื่อซวี่อย่างสุดซึ้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็กล่าวว่า "ข้ามีคำขอร้องอีกเรื่องหนึ่ง หวังว่าท่านเจ้าเมืองจะเมตตา"

เจียงจื่อซวี่ไม่ได้ตกปากรับคำ "ว่ามาสิ"

เซี่ยซือหยวนเอ่ย "หลานชายและหลานสาวของข้าทำงานหนักไม่ได้ พวกเขาเริ่มจากการเป็นทาสไม่ได้หรอกขอรับ"

"ข้าหวังว่าท่านเจ้าเมืองจะเมตตา อนุญาตให้พวกเขาเป็นผู้ช่วยติดตามข้า พวกเขาเพิ่งจะเป็นแค่หมอฝึกหัด แต่ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสั่งสอนพวกเขาให้กลายเป็นแพทย์ระดับเชี่ยวชาญให้เร็วที่สุดขอรับ"

เมื่อเจียงจื่อซวี่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็หันไปสบตากับฉีหงหลาง

อีกฝ่ายรีบอธิบายแทนเขาทันที "บนเมืองตี้ปหลานของเราไม่มีทาสหรอก มีแต่ผู้อยู่อาศัยเท่านั้น"

ดังนั้น ต่อให้อยากเป็นทาสก็เป็นไม่ได้หรอก

ความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้าของเซี่ยซือหยวน

ตั้งแต่มาถึงโลกใบนี้ เขาก็อาศัยอยู่แต่ในเมืองของผู้รุกราน และคนที่เขาต้องรับมือด้วยส่วนใหญ่ก็คือพวกผู้รุกราน เขาไม่เคยเห็นเมืองที่ไม่มีทาสมาก่อนเลย

ต่อให้ไม่ใช่เมืองผู้รุกราน หลายคนก็ต้องเริ่มจากการเป็นทาสเมื่อแรกเข้าร่วม และต้องสร้างคุณงามความดีให้ได้ก่อนถึงจะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้อยู่อาศัย

แต่... นี่แหละคือสิ่งที่ควรจะเป็นไม่ใช่หรือ?

เซี่ยซือหยวนเหม่อลอยไปชั่วขณะ ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนหลั่งไหลเข้ามาในหัว เขาหลับตาลง พยายามข่มความรู้สึกขมขื่นเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า "ท่านเจ้าเมืองเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมจริงๆ ขอรับ"

...แค่การไม่มีทาสก็เพียงพอที่จะถูกเรียกว่าเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมแล้วรึ?

เจียงจื่อซวี่ส่ายหน้าและกล่าวว่า "ในเมื่อหลานชายและหลานสาวของท่านเป็นหมอฝึกหัดทั้งคู่ ก็ให้พวกเขาติดตามเรียนรู้จากท่านไปก็แล้วกัน"

พูดจบ เขาก็เดินเลี่ยงเซี่ยซือหยวนออกไป

การได้คนมีความสามารถมาถึงสองคนในวันนี้ทำให้เจียงจื่อซวี่อารมณ์ดีมาก

ขณะที่เดินไปห้องนักบินพร้อมกับฉีหงหลางผ่านทางเดิน เขาก็เอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ "หงหลาง เจ้ารู้ไหมว่าต้องทำยังไงถึงจะอัปเกรดเป็นเมืองเคลื่อนที่ระดับ 2 ได้?"

ความทะเยอทะยานของมนุษย์จะเพิ่มขึ้นทวีคูณตามสถานะที่เติบโตขึ้น

ถึงแม้จะเพิ่งยึดครองเมืองระดับ 1 มาได้ แต่เขาก็ตั้งเป้าหมายไปที่เมืองเคลื่อนที่ระดับ 2 แล้ว!

ความแตกต่างระหว่างระดับ 1 กับระดับ 2 นั้นมีมากเกินไป

ในแง่ของรูปแบบเมือง เมืองระดับ 1 จะมีรูปร่างเป็นกล่องสี่เหลี่ยม อย่างมากก็แค่มีแผ่นเหล็กหุ้มไว้ด้านนอกเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น

แต่เมื่อไปถึงระดับเมืองเคลื่อนที่ระดับ 2 แล้ว ก็สามารถเริ่มออกแบบรูปทรงเมืองได้ตามใจชอบเลย!

ในแง่ของกำลังรบ เมืองระดับ 1 จะมีช่องยิงปืนแค่ 8 ช่อง และขีดจำกัดของชิ้นส่วนดัดแปลงก็คือระดับ 2...

แน่นอนว่าตอนนี้เมืองตี้ปหลานยังไม่มีชิ้นส่วนระดับ 2 เลยสักชิ้นเดียว

แต่เจียงจื่อซวี่เชื่อว่าเขาจะต้องหามันมาได้ก่อนใครอย่างแน่นอน

เพราะเขาคือตัวเอกน่ะสิ

เขาข้ามมิติมา แถมยังปลุกพรสวรรค์ระดับเทพขึ้นมาได้อีก ถ้าเขาไม่ใช่ตัวเอก แล้วใครจะเป็นล่ะ?

ท้ายที่สุด

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างเมืองระดับ 1 กับเมืองระดับ 2 ก็คือจำนวนประชากร

เมืองระดับ 1 จำกัดประชากรไว้ที่ 1,000 คน ในขณะที่เมืองระดับ 2 จำกัดไว้ที่ 10,000 คน!

ต่างกันถึงสิบเท่า โอกาสที่จะได้คนมีความสามารถก็เพิ่มขึ้นสิบเท่าด้วย!

เขาต้องอัปเกรดเป็นเมืองเคลื่อนที่ระดับ 2 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

จบบทที่ บทที่ 8 แพทย์ระดับทักษะ

คัดลอกลิงก์แล้ว