- หน้าแรก
- ไม่อยากดังแต่ปังเฉย
- บทที่ 23: แซ่จาง... ที่แปลว่าจองหอง
บทที่ 23: แซ่จาง... ที่แปลว่าจองหอง
บทที่ 23: แซ่จาง... ที่แปลว่าจองหอง
ปฏิกิริยาของถังเยี่ยนผิดไปจากที่ชิวเจ๋อคาดไว้มากจนเขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อรู้ตัวว่าถูกปฏิเสธ ความรู้สึกโกรธและโล่งใจก็ประดังเข้ามาพร้อมกัน เขาโกรธที่ถังเยี่ยนไม่ไว้หน้าเขาเลย แต่ก็โล่งใจที่รู้สึกว่าตัวเองมองธาตุแท้ของผู้หญิงแผ่นดินใหญ่ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้ออกเสียที
ในขณะเดียวกันเขาก็ยังนึกดีใจที่นอกจากช่างแต่งหน้าส่วนตัวของถังเยี่ยนแล้ว ก็ไม่มีใครเห็นช่วงเวลาที่น่าอับอายนี้ของเขา แต่เมื่อหันไปเห็นชีเวยยืนอยู่ไม่ไกลนัก สีหน้าของเขาก็ยิ่งขรึมลงไปอีก อย่างไรก็ตาม เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกับถังเยี่ยนอีกต่อไป
เธอใช้เวลาซ้อมบทกับจางหยางและหูเกออยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นจางหยางก็โพล่งขึ้นมาว่า "ศิษย์พี่หู ถ้าผมเพิ่มบทตรงนี้เข้าไป พี่ว่ามันจะช่วยส่งเสริมอารมณ์ขันได้ดีขึ้นไหมครับ?"
จางหยางร่ายบทที่เขาคิดขึ้นมาให้ฟัง เขาไม่เลือกที่จะใช้วิธีด้นสดหน้ากล้องขณะถ่ายทำจริง เพราะการทำแบบนั้นอาจจะดูเท่ในสายตาบางคน แต่สำหรับคนในวงการแล้ว หากคุณไม่ใช่ดาราระดับแม่เหล็ก มันคือสัญญาณของความไม่เป็นมืออาชีพ การแสดงคือการทำงานเป็นทีม นอกจากจะเป็นแรงบันดาลใจที่แวบขึ้นมาจริงๆ แล้ว การพูดคุยกันก่อนย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
หูเกอขมวดคิ้วครุ่นคิด ส่วนถังเยี่ยนที่นั่งกอดเข่าอยู่ก็เสนอความเห็น "ฉันว่าลองทำตามที่อาหยางออกแบบดูก็ไม่เสียหายนนะคะ"
หัวคิ้วของหูเกอคลายออก "ฉันว่าการเพิ่มบทตรงนี้ก็น่าสนใจดี ลองถ่ายตามที่นายออกแบบดูก่อนแล้วกัน"
เดิมทีฉากนี้ก็เป็นเพียงบทรับเชิญที่เพิ่มเข้ามากะทันหัน อีกอย่างละครโทรทัศน์ก็ไม่ได้สิ้นเปลืองฟิล์มเหมือนภาพยนตร์ อย่างแย่ที่สุดก็แค่เสียเวลานิดหน่อย สำหรับบทรับเชิญเล็กๆ เช่นนี้ เป้าหมายคือการทำอย่างไรก็ได้ให้โดดเด่น การหยิบเอาบุคลิกตัวร้ายจากนิยายออนไลน์มาใช้อาจจะสร้างฉากที่น่าจดจำขึ้นมาก็ได้
ไม่นานนัก ทั้งสามคนที่มีบทในมือเรียบร้อยแล้วก็ไปยืนอยู่หน้ากล้อง
"แอ็กชัน!"
เสียงสเลทดังขึ้น หูเกอและถังเยี่ยนเข้าสู่ตัวละครทันที ทั้งสองต่อบทกันด้วยสายตาที่ซ่อนอารมณ์บางอย่างไว้ จางหยางก้าวเข้าสู่ฉากในจังหวะนี้พอดีแล้วเอ่ยขึ้นว่า "นี่ใช่ถังฉีฉีหรือเปล่านะ? ได้ยินว่าเธอโดนไล่ออกแล้วนี่ คิดจะหาผู้ชายเลี้ยงดูล่ะสิ?"
เมื่อเห็นจางหยาง ถังเยี่ยนก็แสดงสีหน้าขยะแขยงออกมา "จางต้าไห่ คนอย่างถังฉีฉีจะหาเงินด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่เหมือนนายที่เกาะผู้หญิงกินแล้วยังไม่รู้จักพอ"
กล้องแพนไปที่ใบหน้าของจางหยางในวินาทีนั้น เขาดูหล่อเหลาแต่เสื้อผ้าที่สวมใส่กลับให้ความรู้สึกอวดรวยและรสนิยมแย่ๆ หลังจากปะทะคารมกันอยู่ครู่หนึ่ง จางหยางก็ขู่ด้วยความเดือดดาล "เชื่อไหมว่าฉันสามารถทำให้เธอไม่มีที่ยืนในวงการโฆษณาของจินหลิงได้เลย!"
หูเกอที่เงียบมาตลอดเอื้อมมือมาขวางถังเยี่ยนไว้แล้วกล่าวว่า "พ่อหนุ่ม ผมไม่เคยเห็นใครจองหองในจินหลิงเท่าคุณมาก่อนเลยนะ"
"เหอะ งั้นวันนี้แกก็ได้เห็นแล้วไง" จางหยางชี้นิ้วไปที่หูเกอแล้วประกาศกร้าว "ผมชื่อจางต้าไห่ แซ่จางที่แปลว่า 'จองหอง' และผมก็จองหองจริงๆ ด้วย!"
นาจา: "..."
เจียงจิ้นฟู: "..."
ให้ตายเถอะ บทพูดนี้มันทำให้เขินจนนิ้วเท้าจิกเกร็งไปหมด จางหยางกล้าพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจังขนาดนั้นได้ยังไงกัน? เขาไม่รู้สึกกระดากปากบ้างเลยเหรอ?
จางหยาง: "..."
อย่าถามเลย ถ้าถาม คำตอบก็คือสปิริตของนักแสดงยังไงล่ะ!
"จางต้าไห่!" ถังฉีฉีก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดเสียงเย็น "นายคบซ้อน—ไม่สิ คบสามซ้อน แล้วยังกล้ามาตามจีบฉันอีก ฉันผิดตรงไหนที่ไปบอกความจริงกับแฟนสาวทั้งสามคนของนาย? พวกเธอไปอาละวาดที่บริษัทจนนายโดนไล่ออก ฉันว่าฉันทำดีที่สุดแล้วนะ"
"แกเสร็จแน่!" ใบหน้าของจางหยางแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้น "โดนไล่ออกแล้วยังจะมาปากดีอีก? ตอนนี้ฉันเป็นถึงผู้จัดการแผนกที่บริษัทโฆษณา XX ฉันจะสั่งแบนเธอจากทุกบริษัทในจินหลิง คอยดูเถอะ"
ถังเยี่ยนเตรียมจะตอกกลับทันที แต่หูเกอไวกว่า เขายกโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรออก ครู่หนึ่งเขาก็พูดสายว่า "ผู้จัดการเฟิง บริษัทของคุณมีหัวหน้างานชื่อจางต้าไห่หรือเปล่า?"
"เรื่องที่เขาคบสามซ้อนจนถูกไล่ออกจากที่เก่าถูกเปิดเผยแล้ว ถ้าบริษัทของคุณยังจ้างคนแบบนี้ไว้ ผมคงต้องพิจารณาความสามารถในการร่วมงานกับบริษัท V ของคุณใหม่"
"จะให้โอกาสแก้ตัวเหรอ? ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะจัดการกับกากมนุษย์คนนี้ได้เร็วแค่ไหนนะผู้จัดการเฟิง"
พูดจบ หูเกอก็วางสายแล้วมองจางหยางด้วยสีหน้าเรียบเฉย จางหยางเริ่มมีท่าทีลนลานและถามด้วยความหวาดหวั่น "แกเป็นใคร?"
"คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าผมเป็นใคร" หูเกอส่งสัญญาณว่าไม่ต้องการลดตัวไปเกลือกกลั้วด้วย
"เอ่อ... ถังฉีฉี" จางหยางส่งสายตาอ้อนวอนไปทางถังเยี่ยน แต่เธอกลับเบือนหน้าหนี ไม่แม้แต่จะมองเขา ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไรต่อ โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้นมา
เมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า สีหน้าของจางหยางก็เปลี่ยนไปทันที เขาประคองโทรศัพท์ ก้มหน้าพูดด้วยท่าทางนอบน้อมอย่างถึงที่สุด "ผู้จัดการหลิว ผมเองครับ... อะไรนะครับ?"
"ผู้จัดการหลิว ผมไม่เอาเงินเดือนก็ได้ อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ ผมอธิบายได้"
"ผู้จัดการหลิวครับ... ฮัลโหล? ฮัลโหล!?"
สีหน้าของจางหยางถอดสีเหมือนถูกฟ้าผ่า เขาพยายามเก็บโทรศัพท์อย่างลนลานแล้วหันไปหาหูเกอและถังเยี่ยน "ผู้จัดการสวี่ คุณหนูถัง เมื่อกี้ผมแค่ล้อเล่นเองครับ ได้โปรดเมตตาปล่อยผมไปเถอะนะ ผมจะเอาของขวัญไปกำนัลให้แน่นอน ดีไหมครับ?"
หูเกอตอบกลับเพียงประโยคเดียว "คุณไม่ใช่จางที่แปลว่า 'จองหอง' หรอกเหรอ?"
"อย่ามาเกะกะแถวนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในวงการโฆษณาจินหลิงจริงๆ"
เขาหยิบคำขู่ของจางหยางมาตอกกลับเจ้าตัว หูเกอคว้าข้อมือถังเยี่ยนแล้วพาเดินออกไปทันที ทิ้งให้จางหยางยืนหน้าซีดเผือดอยู่อย่างนั้น
"คัท!"
เสียงผู้ช่วยผู้กำกับดังขึ้น "เทคนี้ดีมาก"
บรรยากาศรอบตัวนักแสดงนำเปลี่ยนไปในพริบตา "สุดยอดเลยอาหยาง เทคเดียวผ่าน" หูเกอเอ่ยชมจากใจจริง
ในฉากที่จางหยางคุยโทรศัพท์เมื่อครู่นี้ ความจริงไม่มีเสียงใดๆ ดังมาจากปลายสายเลย ทั้งจังหวะการเว้นวรรค น้ำหนักเสียง จังหวะจะโคน และการเปลี่ยนอารมณ์ ทั้งหมดนั้นจางหยางต้องกำกับตัวเองทั้งสิ้น ยิ่งรวมกับความจองหองในตอนแรกและความสิ้นหวังหลังจากโดนไล่ออก เขาแสดงออกมาได้ดีเยี่ยมจริงๆ
"เรื่องพื้นๆ น่ะครับพี่ ทำใจให้สบาย" จางหยางยกมือขึ้นโบกไปมาเป็นเชิงถ่อมตัว
"ดูสิ หางโผล่จนจะทิ่มตาฉันอยู่แล้ว" ถังเยี่ยนเย้า
จางหยางเก็บอาการแล้วหันไปถามนาจาและเจียงจิ้นฟู "การแสดงของผมไม่เลวเลยใช่ไหม?"
"ก็ไม่ได้ทำขายหน้าวิทยาลัยละครหรอก" เจียงจิ้นฟูตอบ
"เก่งมากค่ะ" นาจาพยักหน้าเห็นด้วย เธอรู้สึกว่าเวลาจางหยางเข้าบทบาท เขาจะดูต่างจากตัวจริงไปเป็นคนละคนเลยทีเดียว
ก็แค่บทรับเชิญ จะตื่นเต้นอะไรกันนักหนา ชิวเจ๋อนึกค่อนแคะในใจด้วยความหมั่นไส้ ในมุมมองของเขา การแสดงระดับนี้ไม่ใช่เรื่องยาก และการผ่านในเทคเดียวก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร แต่เขาลืมไปว่าทั้งนาจาและเจียงจิ้นฟูยังเป็นเพียงหน้าใหม่ สำหรับเด็กใหม่ การที่ไม่ประหม่าเวลาเข้าฉากกับหูเกอและถังเยี่ยนก็ถือว่าเก่งแล้ว นับประสาอะไรกับการแสดงออกมาได้ดีขนาดนี้
จากนั้น ทีมงานได้ย้ายสถานที่ไปถ่ายทำที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของอาคาร เป็นฉากที่สวี่หรันเดินพาเยี่ยโหรวไปที่ลิฟต์และคุยเรื่องงานกันไปตลอดทาง จางหยางปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำ สวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ในมือถือแป๊บเหล็กหวังจะทำร้ายคน แต่เพราะกะจังหวะพลาด เขาจึงไปโดนที่ไหล่ของเยี่ยโหรวแทน
ในจังหวะนั้นเอง เวยเซียว น้องชายของสวี่หรันที่รับบทโดยชิวเจ๋อก็ปรากฏตัวขึ้นและเข้าสยบจางหยางได้สำเร็จ เทคนี้มีความซับซ้อนกว่าเทคก่อนหน้ามาก แต่สุดท้ายก็ยังผ่านไปได้ในเทคเดียว
"ฝีมือการแสดงของนายไม่ตกเลยจริงๆ ฉันว่าตอนนี้นายดูเป็นธรรมชาติกว่าเมื่อก่อนเสียอีก" หูเกอไม่ปิดบังคำชมเลย
"ยอดเยี่ยมมากเลยไอ้น้องชาย" ถังเยี่ยนและชีเวยกล่าวเสริมอย่างหยอกล้อ
"เป็นเพราะคำแนะนำของพี่ๆ ทุกคนครับ" จางหยางไม่กล้ารับความดีความชอบไว้คนเดียว
ชิวเจ๋อมองภาพบรรยากาศที่กลมเกลียวกันนั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เขาแสดงได้ดีกว่าจางหยางตั้งเยอะไม่ใช่หรือไง? "คืนนี้ผมต้องไปคุยเรื่องละครเรื่องใหม่กับคนรู้จัก คงไปกินข้าวด้วยไม่ได้แล้วนะ" ชิวเจ๋อบอกกับหูเกอ
ความจริงเขาก็แค่อยากจะวางท่าให้หูเกอเอ่ยชวนซ้ำอีกรอบ แต่หูเกอเพียงแค่พยักหน้าและบอกว่า "งั้นไว้คราวหน้ามีโอกาสค่อยมารวมตัวกันใหม่แล้วกัน"
ชิวเจ๋อ: "..."
ไปก็ได้วะ!
มื้อค่ำวันนั้น จางหยางได้ย้ำทฤษฎีเดียวกับเมื่อวานให้เจียงจิ้นฟูฟังอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบปิดท้ายว่า "นายคิดว่าไง ถ้าฉันจะลองพนันกับศิษย์พี่หูดู? ฉันติวนาย ส่วนเขาติวนาจา แล้วมาดูกันว่าตอนถ่ายฤทธิ์กระบี่เซียนหยวน ใครจะแสดงได้ดีกว่ากัน"
"ไร้สาระ" เจียงจิ้นฟูไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ แต่ในใจของเขากลับมีความรู้สึกเร่งเร้าอย่างประหลาด เขาหาข้ออ้างไปเข้าห้องน้ำเพื่อเดินออกมาจากห้องส่วนตัว จากนั้นจึงกดโทรศัพท์หาไช่อี้หนง
"ผู้จัดการไช่ครับ คุณช่วยขยับขยายให้รุ่นพี่หูเกอมาเป็นพี่เลี้ยงสอนผม แล้วให้จางหยางไปสอนนาจาแทนจะได้ไหมครับ?"
ไช่อี้หนง: "???"