เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 เงินทองไหลมาเทมา

บทที่ 40 เงินทองไหลมาเทมา

บทที่ 40 เงินทองไหลมาเทมา


อาการใจสั่นอย่างประหลาดทำให้หวังเสี่ยวเลี่ยงสะดุ้งตื่นจากความฝัน เขาเปิดตาขึ้น ฟ้าสว่างโร่แล้ว เขาหันไปมองเตียงฝั่งตรงข้ามตามสัญชาตญาณ บนเตียงของหลี่จวินว่างเปล่าแล้ว ผ้าห่มถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นลักษณะที่หลี่จวินไม่เคยทำมาก่อน

หัวใจของหวังเสี่ยวเลี่ยงดิ่งวูบลงทันที ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นจากฝ่าเท้าพุ่งขึ้นถึงหัว เขาหนีไปมองที่หน้าต่าง หน้าต่างถูกเปิดแง้มไว้เพียงช่องเล็กๆ แคบๆ เนื่องด้วยมีอุปกรณ์จำกัดตำแหน่ง อย่าว่าแต่คนเลย ต่อให้เป็นแมวที่อ้วนสักนิดก็มุดออกไปไม่ได้

เขาถอนหายใจออกมาได้ครึ่งเฮือก แต่ลางสังหรณ์ไม่ดีกลับยิ่งรุนแรงขึ้น เขาหันกลับไปคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะ หาเบอร์ของหลี่จวินแล้วกดโทรออก เสียงที่ตอบกลับมาคือเสียงเครื่องจักรของผู้หญิงที่เย็นชาและไร้อารมณ์

“หมายเลขที่คุณเรียกปิดเครื่อง...”

หวังเสี่ยวเลี่ยงวางสายแล้วกดโทรอีกครั้งด้วยความไม่ยอมแพ้ แต่ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม ตอนนี้เองเขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นไอคอนข้อความที่ยังไม่ได้อ่านที่ด้านบนของหน้าจอ มันเป็นข้อความจากหลี่จวินส่งมาตอนตีห้า

“ถึงเสี่ยวเลี่ยง พี่ชายที่รักของฉัน ยกโทษให้ฉันด้วยที่ต้องจากไปโดยไม่บอกลา เมื่อคืนที่สถานีตำรวจ ตอนที่ตำรวจบอกว่าต้องจ่ายค่าปรับสองพันหยวน ในหัวของฉันมันขาวโพลนไปหมด คนแรกที่ฉันนึกถึงก็คือนาย ขอบคุณนะที่ช่วยฉันโดยไม่ลังเลเลยสักนิด”

“หลิวซินอวี่พูดถูกจริงๆ เขาบอกว่าสี่ปีในมหาวิทยาลัย สิ่งที่เราจะได้รับมาจริงๆ อาจมีเพียงมิตรภาพของพี่น้องที่ไว้ใจได้แค่คนสองคนเท่านั้น อย่างอื่นล้วนเป็นเรื่องจอมปลอม ตอนนี้ฉันเชื่อแล้ว ชาตินี้ฉันได้มีพี่น้องอย่างนายนับว่าคุ้มค่าแล้ว”

“ฉันไปก่อนนะ ฉันไม่มีหน้าจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยต่อได้จริงๆ ใบปริญญาก็ไม่ได้ ใบรับรองวุฒิก็ไม่ได้ ฉันไม่รู้จะกลับไปสู้หน้าพ่อแม่ได้ยังไง และฉันก็รู้สึกเสมอว่าเรื่องของฉันไม่ช้าก็เร็วต้องมีคนรู้ ฉันไม่อยากเห็นสายตาแปลกๆ จากใครอีก ความรู้สึกนั้นมันทรมานยิ่งกว่าฆ่าฉันให้ตายเสียอีก”

“ลาก่อนนะน้องชายที่ดีของฉัน เงินที่ฉันติดค้างนายไว้ ฉันจะหาทางรีบคืนให้นายโดยเร็วที่สุด รักษาตัวด้วย”

หวังเสี่ยวเลี่ยงถือโทรศัพท์ค้างไว้เขามองดูห้องพักที่ว่างเปล่า ความรู้สึกเหลือกินเหลือเชื่อพุ่งเข้ามาในใจ หอพัก 404 ตายหนึ่ง บ้าหนึ่ง และหนีไปหนึ่ง หอพักนี้ราวกับเป็นสถานที่ที่ต้องคำสาป

หวังเสี่ยวเลี่ยงตัวสั่นเทา เขารู้สึกว่าการที่ตัวเองมีชีวิตรอดมาได้อย่างปลอดภัยจนถึงตอนนี้ถือเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ ถ้าไม่มีตำราชะตาเล่มนั้นอยู่ในมือ บางทีจุดจบของเขาอาจจะไม่ดีไปกว่าคนพวกนั้นสักเท่าไหร่

เขาถึงขั้นเริ่มตั้งสมมติฐานที่น่ากลัวขึ้นมา เขายังจำได้ว่าตอนเริ่มเข้าปีหนึ่งได้ไม่นาน พี่น้องทั้งสี่คนในหอพักไปกินเลี้ยงมื้อค่ำด้วยกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ครั้งแรก คืนนั้นทุกคนดื่มจนเมามาย เจ้าสี่เสนอให้ไปสิงสถิตที่ร้านเน็ตเพื่อเล่นเกมโต้รุ่ง ทุกคนต่างส่งเสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียงไม่มีใครลังเล

ถ้าหาก... ถ้าหากก่อนหน้านี้ตัวเขาเองกับหลี่จวินไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันเพราะเรื่องหยุมหยิม และยังสนิทสนมกันมาก เมื่อคืนถ้าหลี่จวินโอบไหล่เขาด้วยความเมาแล้วพูดว่า “เสี่ยวเลี่ยง ไปเถอะ เดี๋ยวพี่จะพาไปหาน้องๆ เอง” ในตอนนั้นตัวเขาที่เป็นผู้ชายปกติวัยฉกรรจ์และไม่มีแฟน จะปฏิเสธอย่างเด็ดขาดได้จริงหรือ

เขาไม่ได้เป็นคนสูงส่งขนาดนั้น เขาก็มีความปรารถนาในร่างกายของผู้หญิงเช่นกัน เขาไม่กล้าคิด เขาไม่กล้าคิดต่อไปจริงๆ

สถานที่แห่งนี้จะอยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ได้ ความคิดหนึ่งก่อตัวขึ้นในหัวอย่างชัดเจน ย้ายบ้าน! เดี๋ยวนี้! ทันที!

เขาส่งข้อความหาโจวเฉียง “พี่เฉียง ในหอพักยังมีของเก่าเหลืออยู่นิดหน่อย วันนี้พี่ว่างมารับไปไหมครับ” จากนั้นก็กดโทรหาหลิวซินอวี่

“ฮัลโหล ซินอวี่ ยุ่งไหม อยากให้ช่วยอะไรหน่อยน่ะ”

“ไม่ยุ่ง มีอะไรล่ะ”

“ฉันอยากย้ายบ้าน ของเยอะนิดหน่อย ทำคนเดียวไม่ไหวว่ะ”

หลิวซินอวี่ปลายสายอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงอย่างรวดเร็ว “ได้สิ นายรออยู่ที่หอนะ เดี๋ยวฉันไปหาเลย”

หวังเสี่ยวเลี่ยงไปยืมรถสามล้อจากร้านขายส่งมา เขาและหลิวซินอวี่สองคนขนของทั้งหมดออกมาเสร็จในรอบเดียว

“ทะเลาะกับหลี่จวินอีกแล้วเหรอ”

ท่าทางการขนของของหวังเสี่ยวเลี่ยงชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหลบสายตาหลิวซินอวี่แล้วตอบเลี่ยงๆ ไปว่า “ที่บ้านเขามีธุระด่วนน่ะ เลยกลับบ้านไปแล้ว ฉันอยู่หอคนเดียวก็เบื่อๆ อีกอย่างอาทิตย์หน้าเขาก็เริ่มคิดค่าเช่าห้องพักข้างนอกแล้ว เลยย้ายออกมาเลยดีกว่า”

“อ๋อ อย่างนี้เอง” หลิวซินอวี่ไม่ได้สงสัย เพียงแต่พูดตามน้ำไปว่า “ฉันก็นึกว่าพวกนายมีเรื่องผิดใจกันอีกแล้วซะอีก”

หวังเสี่ยวเลี่ยงไม่ได้ต่อบทสนทนา เมื่อของเข้าห้องเสร็จก็เหลือแค่ให้เขาค่อยๆ จัดการเอง

“ซินอวี่ ขอบใจมากนะ ไปเถอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าว” เขาพูดไปพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูยอดเงินในวีแชท หลังจากจ่ายค่าเช่าห้องและจ่ายค่าปรับแทนหลี่จวินไปสองพันหยวน ตอนนี้เขาเหลือเงินติดตัวไม่ถึงสามร้อยหยวนแล้ว

เขารู้สึกลำบากใจเล็กน้อยแต่ก็เสริมไปตามตรงว่า “แต่ว่าช่วงนี้ฉันขัดสนนิดหน่อย เลี้ยงได้แค่กับข้าวผัดร้านอาหารเสฉวนนะ”

หลิวซินอวี่ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขาใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “โธ่ พูดเรื่องนี้ทำไม กับข้าวผัดก็กับข้าวผัดสิ ของโปรดฉันเลยล่ะอาหารเสฉวนเนี่ย” เขายิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว “อีกอย่าง นายเลี้ยงแต่ฉันจ่ายเงินก็ได้นะ”

“แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!” หวังเสี่ยวเลี่ยงปฏิเสธทันที มันคือเรื่องของหลักการ

ร้านที่ไปก็คือร้านเดิมที่โจวเฉียงชอบไป หวังเสี่ยวเลี่ยงสั่งกับข้าวสี่อย่าง มีหมูต้มราดพริก หมูสามชั้นผัดพริก หมูสับผัดซอส และถั่วแขกผัดแห้ง สั่งข้าวสวยสองถ้วยกับเบียร์เย็นๆ สองขวด ตอนนี้ผ่านช่วงเวลาอาหารมาแล้ว ในร้านจึงมีเพียงโต๊ะของพวกเขาเท่านั้น เถ้าแก่เนี๊ยยกกับข้าวมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว ปริมาณเยอะและหอมฟุ้ง

“มา ซินอวี่ ดื่มหน่อย” หวังเสี่ยวเลี่ยงยกขวดเบียร์ขึ้น

“มา ขอให้มีความสุขกับการย้ายบ้านใหม่นะ” หลิวซินอวี่ก็ยกขวดขึ้นชนกับเขา เบียร์เย็นฉ่ำลงท้องช่วยขับไล่ความร้อนและความเหนื่อยล้าไปได้มาก ทั้งคู่กินไปคุยไป บรรยากาศรื่นรมย์ทีเดียว

“จะว่าไป กับข้าวร้านนี้รสชาติดีจริงๆ นะ ปริมาณก็ให้เยอะด้วย” หลิวซินอวี่คีบหมูต้มราดพริกคำใหญ่เข้าปากจนปากมันวับ เขาเปลี่ยนประเด็นมาบ่นเรื่องหนึ่ง “ติดแค่ข้าวสวยนี่แหละแย่มาก ข้าวหยาบเกินไป ไม่มีความเหนียวนุ่ม ไม่มีกลิ่นหอมเลยสักนิด แย่ยิ่งกว่าข้าวในโรงอาหารทุกโรงของมหาลัยเราอีก”

“ฉันไม่เข้าใจจริงๆ นะ” หลิวซินอวี่จิบเบียร์อีกอึกเหมือนเริ่มมีอารมณ์ร่วม “ร้านอาหารเสฉวนหลายร้านเป็นแบบนี้หมด กับข้าวทำให้อร่อยแค่ไหน แต่ข้าวสวยร่วงโรยตลอด นายว่าเจ้าของร้านเขาไม่รู้เหรอ หรือว่าไอ้ของแบบนี้แหละที่พวกเขาจงใจเหลือไว้เป็นจุดทำกำไร”

หวังเสี่ยวเลี่ยงไม่เคยขบคิดเรื่องนี้มาก่อน เขานึกถึงคำในตำราชะตาที่ว่า 'ใช้สายตาอันเฉียบแหลมมองเห็นผลประโยชน์ในการดำเนินชีวิต ความมั่งคั่งย่อมสามารถแสวงหาได้' การสังเกตว่าคนอื่นหาเงินกันอย่างไร มีประโยชน์ต่อตัวเองหรือไม่ หลิวซินอวี่บอกว่าในหัวเขามีแต่เรื่องธุรกิจ ตอนนี้หวังเสี่ยวเลี่ยงเข้าใจความหมายของประโยคนี้แล้ว หลิวซินอวี่คือคนที่ทำได้ตามคำที่ว่า 'ใช้สายตาอันเฉียบแหลมมองเห็นผลประโยชน์ในการดำเนินชีวิต ความมั่งคั่งย่อมสามารถแสวงหาได้' อย่างแท้จริง จากจุดนี้หวังเสี่ยวเลี่ยงคาดการณ์ได้เลยว่า หลิวซินอวี่จะมีเงินทองไหลมาเทมาในอนาคตแน่นอน

หวังเสี่ยวเลี่ยงรู้สึกดีใจที่ตัวเองสามารถคาดเดาอนาคตของหลิวซินอวี่ได้ เขาคิดว่าตัวเองเริ่มดูดวงเป็นแล้วหรือเปล่า เขาขำกับความคิดของตัวเอง หลิวซินอวี่ดูเหมือนจะสังเกตเห็นว่าหวังเสี่ยวเลี่ยงกำลังเหม่อลอย เขาจึงวางตะเกียบลงแล้วมองหน้าหวังเสี่ยวเลี่ยง

“เสี่ยวเลี่ยง”

“หืม”

“ฉันสังเกตมานะ นายอยู่มหาลัยมาเกือบสี่ปี ฉันไม่เคยเห็นนายมีความรักเลย นาย... มีคนที่แอบชอบอยู่หรือเปล่าว่ะ”

จบบทที่ บทที่ 40 เงินทองไหลมาเทมา

คัดลอกลิงก์แล้ว