- หน้าแรก
- เป็นจอมมารทั้งที ใครว่าข้าคิดแต่จะปลูกผัก
- บทที่ 14: ผู้โชคดี
บทที่ 14: ผู้โชคดี
บทที่ 14: ผู้โชคดี
บทที่ 14: ผู้โชคดี
"หัวหน้า พวกเราใช้โอกาสนี้ทำให้โรงเตี๊ยมของเราโด่งดังกันเถอะ"
หลังจากทำความเข้าใจรายละเอียดของกิจกรรม ยาเกอร์ก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความชื่นชม ก่อนจะหันไปพูดกับมอเรด
ประจวบเหมาะกับที่ถนนการค้าแห่งนี้ยังไม่มีโรงเตี๊ยมเลยสักแห่ง
เหล่านักผจญภัยกำลังกลุ้มใจที่ไม่รู้จะเอาเงินไปถลุงที่ไหนดี
ถ้าเราเปิดโรงเตี๊ยมตอนนี้ล่ะก็ พวกเราต้องรวยเละแน่!
ยังไงซะ คนเราก็กินข้าวตลอดเวลาไม่ได้ ใช้ยาตลอดเวลาไม่ได้ และนอนหลับตลอดเวลาไม่ได้ แต่คนเราสามารถดื่มเหล้าได้ตลอดเวลา
"เจ้าพูดถูก!"
"แอนเลีย เรลล่า พวกเราต้องขยับตัวให้เร็วกว่านี้แล้ว"
เมื่อเป็นเรื่องของการหาเงิน มอเรดไม่เคยลังเลเลยสักนิด
ดูแค่ภาพความคึกคักที่สำนักงานจัดการถนนการค้าก็รู้แล้ว ว่าเหล่านักผจญภัยมีความกระตือรือร้นในการใช้จ่ายมากแค่ไหน
เมื่อพฤติกรรมการใช้จ่ายนี้ก่อตัวขึ้น แม้กิจกรรมจะจบลง ถนนการค้าแห่งนี้ก็ไม่มีทางเงียบเหงาแน่นอน
"นอกจากนี้ ข้าขอเสนอให้เราเช่าร้านเพิ่มอีกสองแห่งทันทีก่อนที่จะมีใครไหวตัวทัน"
"เราจะพลาดโอกาสทองแบบนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด!"
"ข้าเห็นด้วย" ยาเกอร์เป็นคนแรกที่สนับสนุนข้อเสนอของมอเรด
"ข้าว่ามันก็เป็นไปได้นะ" แอนเลียมองไปทางกลุ่มนักผจญภัยก่อนจะพยักหน้าแล้วกล่าว "ทว่า หากเรามีร้านเพิ่มอีกสองแห่ง เราก็ต้องการกำลังคนมาช่วยมากขึ้นด้วย"
"พวกเราควรไปที่เมืองป่าหินเพื่อรับสมัครพนักงานดีหรือไม่?"
ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เป็นนักผจญภัย ย่อมไม่สามารถถูกผูกมัดอยู่กับโรงเตี๊ยมแค่ไม่กี่แห่งได้
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการชงเครื่องดื่มหรือการเป็นบาร์เทนเดอร์ พวกเขาก็ไม่ใช่มืออาชีพ ดังนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่า
"บาร์เทนเดอร์ พนักงานเสิร์ฟ พนักงานทำความสะอาด..."
"ถ้าเรามีโรงเตี๊ยมสามแห่ง เราต้องรับสมัครคนอย่างน้อยแปดคน"
ยาเกอร์ลูบคางพลางเริ่มครุ่นคิดถึงจำนวนพนักงานและเรื่องค่าจ้าง
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นปัญหาที่เอาไว้จัดการทีหลังได้
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรีบเปิดโรงเตี๊ยมให้เร็วที่สุด
...
[ผู้โชคดีแห่งเมืองป่าหิน — ปาร์ตี้นักผจญภัยของมอเรด!]
"นี่คือข่าวจากเมืองป่าหินวันนี้งั้นหรือ?"
"ผู้โชคดี?"
ลู่เช่อมมองดูเหล่า 'หน้าม้า' ไม่กี่คนนี้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าผู้โชคดี ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทั้งขบขันและระอาใจ
ต้องยอมรับว่าเจ้าพวกตัวจ้อยทั้งสี่นี้กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืนเพราะขุมทรัพย์ในป่าจันทร์สีเลือด
ต่อมา ในช่วงกิจกรรมชิงโชคจากการจับจ่าย พวกเขาก็ได้เปิดโรงเตี๊ยมเพียงแห่งเดียวบนถนนการค้าและกอบโกยกำไรไปมหาศาล
แต่ไม่ว่าจะมองมุมไหน พวกเขาก็ไม่น่าจะถูกมองว่าเป็นผู้โชคดีได้เลย
สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าข่าวลือนั้นเชื่อถือไม่ได้จริงๆ
"ซาร์ส วันนี้มีข่าวคราวอะไรใหม่ๆ จากหมู่บ้านนักผจญภัยมารายงานบ้างหรือไม่?"
เมื่อปัดข่าวลือโคมลอยทิ้งไป ลู่เช่อก็ยังต้องหันมาใส่ใจกับสถานการณ์ในอาณาเขตของตน
แผนการขุมทรัพย์ในตอนแรกถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ท้ายที่สุดแล้ว จุดประสงค์เดิมของแผนการขุมทรัพย์ก็คือการดึงดูดเหล่านักผจญภัยให้มาที่ป่าจันทร์สีเลือด
บัดนี้เป้าหมายได้บรรลุผลแล้ว
ดังนั้น ลู่เช่อจะไม่จัดวางขุมทรัพย์อีกต่อไป
ทว่าเขาจะมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการหมู่บ้านนักผจญภัยให้ดีแทน!
เพราะนี่เป็นวิธีเก็บเกี่ยวพลังงานอารมณ์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่า!
"เรียนนายท่าน เนื่องจากความสำเร็จของโรงเตี๊ยมที่มอเรดและพรรคพวกเปิด เมื่อเร็วๆ นี้จึงมีพ่อค้าจำนวนไม่น้อยเดินทางมาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าร้านค้าขอรับ"
"ข่าวจากเมืองป่าหินก็แพร่สะพัดออกไปเช่นกัน"
"โดยเฉพาะเหล่านักผจญภัยที่ถูกรางวัลใหญ่ การโอ้อวดของพวกเขาถือเป็นโฆษณาชั้นเลิศเลยล่ะขอรับ"
ซาร์สรายงานด้วยความเคารพ
มันเริ่มเชี่ยวชาญกับงานนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ถึงแม้ซาร์สอาจจะอ่อนด้อยในด้านพลังการต่อสู้
ทว่าในด้านสติปัญญาแล้ว พรสวรรค์ของมนุษย์หัวแพะนั้นถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของหมู่ปีศาจ
"ดีมาก การมาเยือนของเหล่าพ่อค้าสามารถช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของหมู่บ้านนักผจญภัยได้"
"ลูกจ้างที่พวกเขารับสมัครมายังสามารถทำงานแทนพวกสัตว์ประหลาดได้ในบางส่วนด้วย"
"ด้วยวิธีนี้ ข้าก็จะได้ปลีกตัวไปทำอย่างอื่นได้"
ลู่เช่อพยักหน้า และเมื่อเห็นสีหน้าลังเลของซาร์ส เขาก็ส่งสัญญาณให้มันพูดต่อ
"เรียนนายท่าน ตามที่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้สืบสวนมา ในช่วงกิจกรรมชิงโชคจากการจับจ่าย มีพ่อค้าเร่หลายคนที่มาเช่าร้าน ได้สมรู้ร่วมคิดกับพวกนักผจญภัยใช้ใบเสร็จปลอมจำนวนมากเพื่อฉ้อโกงสิทธิ์ในการจับรางวัลหลายครั้งขอรับ"
"แถมยังตกลงกันว่าถ้าใครถูกรางวัล ก็จะแบ่งเงินรางวัลกันคนละครึ่ง"
"เรื่องนี้ควรจัดการอย่างไรดีขอรับ? ข้าน้อยรอการตัดสินใจจากนายท่าน"
ซาร์สผงกศีรษะเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ
ในหมู่บ้านนักผจญภัยที่เพิ่งสร้างใหม่ ย่อมไม่มีทางไร้ซึ่งปัญหาอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะเมื่อมีเงินทองมาล่อใจ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พ่อค้าและนักผจญภัยจะสมคบคิดกันเพื่อฮุบเงินรางวัล
ว่ากันตามตรง ค่าเช่าร้านตกเพียงปีละสองเหรียญทองเท่านั้น
ทว่า หากพวกเขาถูกรางวัล แค่รางวัลที่สองก็ปาเข้าไปสิบเหรียญทองแล้ว!
ต่อให้แบ่งครึ่งกัน ก็ยังได้ตั้งห้าเหรียญทอง!
มีแต่กำไรเห็นๆ!
แต่ซาร์สรู้สึกว่าตนไม่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องพรรค์นี้ จึงได้นำมารายงานให้ลู่เช่อทราบ
"ที่แท้ก็เรื่องนี้เอง อยู่ในความคาดหมายของข้าอยู่แล้ว"
น่าประหลาดใจที่เมื่อลู่เช่อได้ยิน สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แถมเขายังรู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาเสียด้วยซ้ำ
ทำใบเสร็จปลอมงั้นเรอะ?
ช่างกล้าหาญชาญชัยเสียนี่กระไร!
ก่อนหน้านี้ ตอนที่ตัดสินใจปล่อยเช่าร้านค้า ลู่เช่อได้สร้างตราประทับที่สอดคล้องกันจากตัวเลือกย่อยไอเทม เพื่อใช้ประทับตราบนใบเสร็จให้กับเหล่าพ่อค้าเมื่อพวกเขามีการซื้อขายสินค้า
ทุกครั้งที่ขายสินค้า จะมีใบเสร็จสองชุด
ใบเสร็จใบหนึ่งจะอยู่กับพ่อค้า ส่วนใบเสร็จรับเงินอีกใบจะมอบให้กับลูกค้า
หลักฐานที่ต้องใช้ในกิจกรรมจับรางวัลครั้งนี้ ก็คือใบเสร็จรับเงินในมือลูกค้านั่นเอง
การที่พ่อค้าพวกนี้กล้าปลอมแปลงใบเสร็จ คงเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้คิดว่าใบเสร็จพวกนี้มีไว้ใช้ทำอะไรจริงๆ แน่
คิดว่าแค่เอาไว้ทำบัญชีเฉยๆ หรืออย่างไร?
แน่นอนว่าไม่ใช่!
ลู่เช่อเก็บใบเสร็จพวกนี้ไว้เพื่อจุดประสงค์ในการเก็บภาษีต่างหาก!
สำหรับพ่อค้าที่มีความกล้าพอจะตุกติกเรื่องบัญชี ข้าก็หวังว่าพวกเขาจะยังคงมีความสุขได้แบบนี้ในตอนที่ต้องจ่ายภาษีนะ
"ซาร์ส เจ้าแค่ส่งคนไปคอยจับตาดูพวกมันไว้ให้ดี"
"รอจนถึงพรุ่งนี้ หลังจากกิจกรรมชิงโชคจบลง ก็แค่พาคนไปเก็บภาษีก็พอ"
ลู่เช่อกล่าวอย่างไม่แยแส
เขายังวางแผนที่จะใช้โอกาสนี้สั่งสอนพ่อค้าพวกนั้นให้รู้ซึ้งว่าใบเสร็จนั้นมีจุดประสงค์อะไร
เพื่อให้พ่อค้าในอนาคตไม่กล้าเล่นลูกไม้ในอาณาเขตของเขาอีก
"ข้าน้อยรับบัญชาขอรับนายท่าน วิสัยทัศน์ของท่านช่างกว้างไกลนัก ผู้ใต้บังคับบัญชารู้สึกละอายใจยิ่งนักเมื่อเทียบกัน"
ซาร์สโค้งคำนับรับคำสั่ง และหลังจากรายงานข่าวจนครบถ้วนแล้ว มันก็ถอยออกจากปราสาทจอมมาร
หลังจากซาร์สจากไป ลู่เช่อก็เปิดแผนที่อาณาเขตขึ้นมาและเริ่มสำรวจ
พรุ่งนี้กิจกรรมชิงโชคจากการจับจ่ายก็จะสิ้นสุดลงแล้ว
หากเขาไม่คิดหาวิธี ความเร็วในการเก็บเกี่ยวพลังงานอารมณ์คงได้ลดฮวบลงอีกแน่
ดังนั้น เพื่อรับประกันรายรับ ลู่เช่อจึงต้องเริ่มคิดหาวิธีใหม่ๆ ในการกระตุ้นอารมณ์
กิจกรรมจับรางวัลเพิ่งจะจบลง คงจะจัดต่อเลยไม่ได้แน่ๆ
แล้วเขาควรจะงัดเอาวิธีแบบไหนออกมาใช้ดีล่ะ?