- หน้าแรก
- นักดาบตาบอดแห่งตระกูลอุจิวะ
- ตอนที่ 18 ทำไม…ฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
ตอนที่ 18 ทำไม…ฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
ตอนที่ 18 ทำไม…ฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
ตอนที่ 18 ทำไม…ฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย
ชิบะเข้าใจนิสัยของโอโรจิมารุดี ระมัดระวัง และรอบคอบ
เขาไม่แน่ใจว่าคุเรไนได้ยินบทสนทนาระหว่างตัวเองกับชิบะหรือไม่
แต่แค่เธอปรากฏตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้เขาตัดสินใจฆ่าปิดปาก
แต่ในสถานการณ์นั้น กลับมีชิบะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
โอโรจิมารุต้องการตัวชิบะ
หรือให้พูดให้ถูกก็คือ เขาอยากศึกษาความลับที่อยู่บนตัวของชิบะ ความลับของเนตรวงแหวนที่มองไม่เห็นคู่นั้น
เพราะแบบนั้น เขาจึงจำเป็นต้องยอมถอยให้ชิบะในที่เปิดเผย
และยอมล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าคุเรไน
แต่ชิบะไม่สามารถเป็นเครื่องรางคุ้มกันชีวิตให้คุเรไนไปตลอดได้
เขาทำได้เพียงแสดงท่าทีให้โอโรจิมารุเห็น ว่าตัวเองตั้งใจจะปกป้องคุเรไนจริงๆ ถึงจะมีโอกาสทำให้โอโรจิมารุยกเลิกความคิดฆ่าปิดปาก
โอโรจิมารุรู้ดี ว่าชิบะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับพวกพ้อง
ไม่อย่างนั้น ตอนแรกสุด ชิบะก็คงไม่ปล่อยให้อิทาจิจากไป
เพราะฉะนั้น ถ้าโอโรจิมารุเชื่อว่าคุเรไนเป็นพวกเดียวกับชิบะ
บางที มันอาจช่วยให้เธอผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้
และในขณะเดียวกัน ถ้าโอโรจิมารุยอมเลิกคิดฆ่าคุเรไน ก็หมายความว่า เขาเชื่อว่าเรื่องในวันนี้จะไม่รั่วไหลออกไป
เพราะความลับที่อยู่บนตัวชิบะ ก็ไม่น้อยไปกว่าของโอโรจิมารุ
ถ้าซารุโทบิ ฮิรุเซ็นรู้ความคิดของชิบะเข้า วิธีการของเขาคงไม่อ่อนโยนเหมือนตอนนี้อีกต่อไป
“โอเค ร่างแยกเงาของฉันส่งข่าวไปแล้ว ฉันบอกพ่อว่าฉันรับภารกิจ”
คุเรไนยืนอยู่ข้างชิบะ
ความสงบนิ่งก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้ว ท่าทางหวาดกลัวของเธอ เหมือนกลัวว่าชั่ววินาทีถัดไป ตัวเองจะตายลงทันที
แต่ชิบะไม่ได้กังวล ถ้ามีภัยคุกคาม ฮาคิสังเกตของเขาจะรู้ล่วงหน้า ไม่ต้องกลัวการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวเลย
หลังจากเก็บดาบไม้เท้าเรียบร้อย ชิบะก็ผนึกมือ สร้างร่างแยกเงาออกมาเช่นกัน
เขาก็ต้องให้ร่างแยกกลับบ้านไปบอกอิซึมิ ว่าวันนี้เขาจะไม่กลับบ้าน
ชิบะไม่มีทางพาคุเรไนกลับบ้านของตัวเองแน่นอน
ชิบะไม่มีทางดึงอิซึมิเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายแบบนี้เด็ดขาด
“ไปกันเถอะ”
“ไปไหน?”
“หาที่พักสักแห่ง พักค้างคืน”
เมื่อเห็นชิบะเดินมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่ผู้คนค่อนข้างเบาบาง คุเรไนก็เริ่มกังวลขึ้นมา
“เวลาแบบนี้ ถ้าไปหาที่พักในที่ที่คนเยอะๆในหมู่บ้าน จะไม่ปลอดภัยกว่าหรือ?”
“งั้นเหรอ เธอคิดว่าถ้าคนเยอะ โอโรจิมารุจะไม่ลงมือ?”
“นั่นคือหนึ่งในสามนินจาในตำนานของโคโนฮะ ถ้าเขาอยากฆ่าเธอ ต่อให้อยู่กลางฝูงชน ก็ใช้เวลาแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น”
“แล้วอีกอย่าง ถ้าเข้าไปในหมู่บ้าน ก็จะยิ่งสะดุดตาคนอื่น เธออยากให้ใครสนใจเธองั้นเหรอ?”
อุจิวะที่ตาบอด แค่เดินอยู่ในหมู่บ้าน ก็ทำให้คนหันกลับมามองแล้ว
ถ้าคนตาบอดคนนั้นยังเดินกับผู้หญิงอีกคน ข่าวลือคงกระจายไปทั่วโคโนฮะตั้งแต่วันรุ่งขึ้นแน่นอน
“ง…งั้นก็ไม่เป็นไร ฉันฟังนายก็ได้”
คุเรไนเองก็ไม่อยากเป็นจุดสนใจ เธอแค่อยากผ่านเรื่องนี้ไปอย่างเงียบๆ และปลอดภัย
เธอภาวนาอยู่ในใจ ขอแค่ไม่ตาย เรื่องนี้จะกลายเป็นความลับที่เธอเก็บไว้ตลอดชีวิต
โอโรจิมารุ น่ากลัวเกินไป
เธอ…ไม่อยากตายจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามฉันมา”
ชิบะใช้ไม้เท้าค้ำเดิน มุ่งหน้าไปยังเขตตระกูลอุจิวะ
ตลอดทาง คุเรไนเดินตามชิบะติดๆ ท่าทางยังเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
ในขณะเดียวกัน
เมื่อเห็นท่าทางของชิบะที่เหมือนกำลังสำรวจทาง คุเรไนก็เริ่มสงสัยขึ้นมาในใจ
— เขามองไม่เห็นจริงๆเหรอ?
ถ้ามองไม่เห็น แล้วทำไมตอนต่อสู้ถึงแข็งแกร่งขนาดนั้น?
เธอคิดไม่ออกเลย
ชิบะจงใจหลีกเลี่ยงบริเวณที่คนของตระกูลอุจิวะอยู่กันหนาแน่น
ผ่านไปประมาณสิบนาที
ทั้งสองก็มาถึงอาคารหลังเล็กหลังหนึ่ง
บ้านหลังเล็กดูสะอาดเรียบร้อย
เมื่อเปิดประตูเข้าไป พื้นไม้ด้านในก็สะอาดไร้ฝุ่น
แต่คุเรไนกลับไม่เห็นร่องรอยของการอยู่อาศัยเลย
“ชิบะ ที่นี่คือ…”
“ก่อนที่พ่อแม่ของฉันจะเสีย ฉันเคยอยู่ที่นี่”
“อะ…ขอโทษนะ!”
พอได้ยินว่าพ่อแม่ของชิบะเสียไปแล้ว คุเรไนก็รู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไป รีบขอโทษทันที
“ไม่เป็นไร”
“ถึงที่นี่จะไม่มีคนอยู่มานานแล้ว แต่ฉันกับอิซึมิก็จะมาทำความสะอาดทุกสองสามวัน น้ำกับไฟก็ยังใช้ได้ พักสักคืนไม่มีปัญหา”
หลังจากพักสักครู่ ชิบะก็ลุกขึ้นอีกครั้ง
“ไปกันเถอะ คุเรไน”
“ไปไหน?”
“ที่นี่ไม่มีอะไรให้กิน แต่ข้างๆ เป็นป่าของตระกูลอุจิวะ เราไปล่าสัตว์กัน เธอมาด้วย”
“อ…โอเค!”
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง
ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ชิบะก็ลากหมูป่าตัวหนึ่งกลับมาที่บ้านหลังเล็ก
คุเรไนยังคงเดินตามอยู่ด้านหลัง สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เธอถูกวิชาดาบของชิบะทำให้ประหลาดใจอีกครั้ง
ตอนแรกเธอตั้งใจจะช่วย อยากจะเป็นคนล่าสัตว์ก่อน แต่เธอยังไม่ทันได้เห็นหมูป่าด้วยซ้ำ ชิบะก็จัดการมันเรียบร้อยแล้ว
มันเร็วเกินไป และเหนือความคาดหมายเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้น จังหวะที่เขาชักดาบออกมา มันมีความสง่างามและสงบนิ่งที่อธิบายไม่ถูก
ความเป็นผู้ใหญ่ ความมั่นคง และความแข็งแกร่งแบบนั้น มันจะไปปรากฏอยู่ในเด็กอายุห้าขวบได้อย่างไร?
ไม่นานหลังจากนั้น
หน้าอาคารหลังเล็ก
กองไฟก็ค่อยๆ ลุกขึ้น
หลังจากจัดการหมูป่าอย่างคร่าวๆ ชิบะก็เอามันไปย่างบนกองไฟ แม้เครื่องปรุงจะมีไม่มาก แต่เนื้อที่ย่างออกมากลับเป็นรสชาติของเนื้อป่าแท้ๆ
มีกลิ่นหอมที่อธิบายไม่ถูกลอยออกมา
คุเรไนกำลังนั่งอยู่ข้างกองไฟ
ตอนนี้ จิตใจของเธอเริ่มสงบลงบ้างแล้ว ไม่ตื่นตระหนกเหมือนก่อน
เมื่อมองเนื้อย่างบนกองไฟ คุเรไนก็ไม่รู้ว่าควรทำสีหน้าแบบไหนดี
ชายหญิงอยู่กันตามลำพัง สำหรับเด็กผู้หญิงที่โตเร็ว มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะคิดฟุ้งซ่าน
อาสึมะเคยชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันตามลำพังหลายครั้ง แต่เธอไม่เคยตอบรับเลยสักครั้ง
ครั้งก่อนที่ร้านดังโงะ ก็เป็นอาสึมะที่หน้าด้านตามมานั่งเอง
จะเรียกว่าชวนก็ไม่ได้
เธอไม่คิดเลยว่า การถูกผู้ชายชวนกินข้าวครั้งแรกในชีวิต
จะมาในสถานการณ์แบบนี้
บรรยากาศที่ผ่อนคลายแบบนี้ รวมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนกลางวัน ทำให้เส้นประสาทที่ตึงเครียดของคุเรไน ในที่สุดก็ขาดผึง
เธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงอายุสิบสองปีเท่านั้น แต่กลับถูกหนึ่งในสามนินจาในตำนานของโคโนฮะจับตามอง และอาจถูกฆ่าได้ทุกเมื่อ
“ทำไม…ฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย…”
คุเรไนกอดเข่าตัวเอง รับไออุ่นจากกองไฟ ดวงตาของเธอค่อยๆ เอ่อชื้นขึ้น
ในตอนนั้นเอง ชิบะก็ยื่นเนื้อย่างชิ้นหนึ่งให้เธอ เนื้อชิ้นหนึ่งที่หอมกรุ่น
(จบตอน)