- หน้าแรก
- ถูกแย่งชิงวาสนา ไม่เห็นเป็นไร ฉันขอบรรลุเป็นเทพแบบเงียบๆ
- บทที่ 1: ตำแหน่งศิษย์สายตรงที่ได้รับประทาน
บทที่ 1: ตำแหน่งศิษย์สายตรงที่ได้รับประทาน
บทที่ 1: ตำแหน่งศิษย์สายตรงที่ได้รับประทาน
บทที่ 1: ตำแหน่งศิษย์สายตรงที่ได้รับประทาน
"ท่านอาจารย์ ข้าอยากให้ท่านรับนางเป็นศิษย์น้องหญิงของข้าเจ้าค่ะ!"
ณ โถงใหญ่ซีเฉินแห่งสำนักเทียนเหยี่ยนอันแสนโอ่อ่าและน่าเกรงขาม น้ำเสียงหวานใสของหญิงสาวนางหนึ่งดังก้องขึ้นมาอย่างผิดจังหวะ
วันนี้คืองานชุมนุมทดสอบรับศิษย์ใหม่ที่สำนักเทียนเหยี่ยนจัดขึ้นในทุกๆ สามปี
เหล่าผู้อาวุโสแห่งสำนักเทียนเหยี่ยนล้วนมาเยือนกันอย่างพร้อมหน้า ในยามปกติย่อมไม่มีผู้ใดกล้าก่อความวุ่นวายตามอำเภอใจ
ทว่าผู้ฝึกตนหญิงที่เพิ่งเอ่ยปากขึ้นมาเมื่อครู่นี้ คือศิษย์ผู้น้อยที่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งสำนักเทียนเหยี่ยนอย่าง 'เจ๋ออวี่เซียนจุน จวินซิวหราน' โปรดปรานมากที่สุด—นางมีนามว่า 'อวี๋หร่วนหร่วน'
ด้วยเหตุนี้ เหล่าผู้อาวุโสจึงต่างพากันทำเป็นมองไม่เห็นการเสียมารยาทของอวี๋หร่วนหร่วนไปตามๆ กัน
ท่ามกลางฝูงชน 'หรงซู' ผู้ถูกชี้ตัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มีแววตาสงสัยพาดผ่านดวงตา
นับตั้งแต่ทะลุมิติมา เธอไม่เคยพบปะกับศิษย์รักของเจ๋ออวี่เซียนจุนผู้นี้มาก่อน แล้วเหตุใดอีกฝ่ายถึงได้ชี้ตัวเธอต่อหน้าผู้คนมากมาย ทั้งยังร้องขอให้เธอมาเป็นศิษย์น้องหญิงของนางด้วย?
หรงซูทะลุมิติมาเมื่อห้าปีก่อน
เจ้าของร่างเดิมพลัดตกจากหน้าผา หน้าท้องถูกหินแหลมคมบาดจนเป็นแผลฉกรรจ์ และสิ้นใจลงเพราะเสียเลือดมาก
หรงซูมีความทรงจำในอดีตของเจ้าของร่างเดิม ขาดเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำตอนที่ตกลงมาเท่านั้น คนอื่นๆ ต่างบอกเพียงว่าเป็นเพราะเจ้าของร่างเดิมในวัยเจ็ดหนาวเล่นซุกซนจนพลาดพลั้งไปเอง
ระหว่างพักฟื้น หรงซูได้รู้จากผู้อื่นว่าที่นี่คือโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก และมนุษย์ปุถุชนเปรียบดั่งมดปลวก เธอจึงตั้งปณิธานว่าจะต้องเข้าร่วมสำนักผู้ฝึกตนให้ได้ เพื่อที่จะเอาชีวิตรอด
ภายใต้การจัดการของตระกูล ห้าปีให้หลังในวันนี้ หรงซูจึงได้เดินทางมายังสำนักอันดับหนึ่งแห่งดินแดนหนานหวงอย่างสำนักเทียนเหยี่ยน เพื่อเข้าร่วมการทดสอบรับศิษย์ใหม่
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หรงซูก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นและลอบมองไปยังเบื้องบน
เด็กสาววัยสิบห้าปีในชุดศิษย์สายตรง ใบหน้าหมดจดงดงาม กำลังดึงแขนเสื้อของบุรุษข้างกายอย่างออดอ้อนออเซาะ
"หร่วนหร่วน อย่าสร้างความวุ่นวาย"
บุรุษผู้นั้นมีใบหน้าที่เย็นชาและเคร่งขรึม ทว่ายามที่เขามองไปยังเด็กสาวข้างกาย กลับมีร่องรอยของความอ่อนใจปรากฏขึ้นในแววตา
อวี๋หร่วนหร่วนไม่ยอมแพ้ "ท่านอาจารย์ ข้าว่าศิษย์น้องหญิงคนนั้นดูหน่วยก้านไม่เลวเลยนะเจ้าคะ ข้าถูกชะตากับนางมาก ท่านรับนางเป็นเพียงศิษย์ธรรมดาก็ได้นี่เจ้าคะ"
"ก็ได้"
เดิมทีจวินซิวหรานไม่ได้มีความคิดที่จะรับศิษย์เพิ่ม เนื่องจากเขามีศิษย์สายตรงอยู่ถึงสี่คนแล้ว
อีกทั้งในฐานะยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งสำนักเทียนเหยี่ยน ผู้มีตบะอันล้ำลึกถึงขั้นแปลงวิญญาณระดับปลาย ศิษย์ที่จะเข้ามาอยู่ในความดูแลของเขาจึงต้องถูกคัดเลือกอย่างระมัดระวังถึงขีดสุด
จวินซิวหรานเบนสายตาลงไปยังหรงซูเบื้องล่าง น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย "บอกชื่อและพรสวรรค์รากวิญญาณของเจ้ามา"
หรงซูตอบกลับอย่างนอบน้อม "ศิษย์มีนามว่า หรงซู เจ้าค่ะ มีรากวิญญาณคู่ธาตุลมและไฟระดับกลาง"
ในการทดสอบด่านแรก ได้มีการทดสอบพรสวรรค์รากวิญญาณไปแล้ว หากไร้ซึ่งรากวิญญาณ ย่อมไม่สามารถก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรได้
"รากวิญญาณคู่ระดับกลางงั้นรึ?" แววตาของจวินซิวหรานแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยชั่วขณะ "เอาเถอะ พรสวรรค์ของเจ้าพอใช้ได้ วันนี้ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์"
จังหวะนั้นเอง 'หมิงเซวียน' ผู้เป็นเจ้าสำนักก็เอ่ยขัดขึ้นมา "ศิษย์น้อง ศิษย์ผู้นี้มีเพียงรากวิญญาณคู่ พรสวรรค์ของนางก็อยู่เพียงระดับธรรมดา การให้นางเข้าไปอยู่ใต้การสั่งสอนของเจ้า มันออกจะดู..."
ภายในสำนักเทียนเหยี่ยน ทุกคนล้วนรู้ดีว่าศิษย์ทั้งสี่ของเจ๋ออวี่เซียนจุนต่างก็เป็นอัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเพียรที่หาได้ยากยิ่งในหมู่คนนับล้าน
แม้แต่อวี๋หร่วนหร่วนผู้ซึ่งมีตบะต่ำต้อยที่สุด และเพิ่งเข้ามาในสำนักได้เพียงห้าปี ก็ยังมีพรสวรรค์รากวิญญาณสวรรค์ธาตุน้ำแข็งที่หาประเมินค่ามิได้
จวินซิวหรานตอบกลับอย่างเยือกเย็น "ศิษย์พี่เจ้าสำนัก แม้พรสวรรค์จะสำคัญ แต่ทุกสิ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับวาสนาด้วย ข้าตัดสินใจแล้ว"
"..."
ตั้งแต่ต้นจนจบ บุคคลผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกการบำเพ็ญเพียรทั้งสองเบื้องบนนั้น ไม่เคยเอ่ยถามความสมัครใจของหรงซูเลยแม้แต่น้อย
และ 'วาสนา' ที่จวินซิวหรานกล่าวถึง ก็เป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบของศิษย์รักของเขา เป็นเพียงคำพูดลอยๆ ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าตั้งข้อกังขา
และแล้ว ชะตากรรมของหรงซูในสำนักก็ถูกกำหนดขึ้นง่ายๆ เช่นนั้นเอง
หลังจากที่ทั้งสองสนทนากันจบ สายตาของจวินซิวหรานก็กวาดมองหรงซูผู้ดูเงียบสงบและเจียมเนื้อเจียมตัวเบื้องล่างอย่างเฉยชา เขาสะบัดแขนเสื้อ ปล่อยลำแสงสายหนึ่งพุ่งออกไป
"นับแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าคือศิษย์สายตรงคนที่ห้าของข้า"
ลำแสงสายนั้นพุ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าหรงซู ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นป้ายหยกประจำตัว
ด้านหน้าสลักคำว่า 'ศิษย์สายตรง'
ส่วนด้านหลังสลักคำว่า 'อู๋จี๋' ซึ่งเป็นชื่อของยอดเขาอู๋จี๋ อันเป็นที่พำนักของเจ๋ออวี่เซียนจุน
หรงซูรับมันมาด้วยสองมือ ก่อนจะคุกเข่าโขกศีรษะให้จวินซิวหรานเบื้องบน "ศิษย์หรงซู คารวะท่านอาจารย์เจ้าค่ะ"
หลังจากทำความเคารพเสร็จ หรงซูเพิ่งจะลุกขึ้นยืน ทว่าจู่ๆ ร่างของเธอก็ลอยละลิ่วตรงไปยังทิศทางที่จวินซิวหรานอยู่
เพียงพริบตาเดียว หรงซูก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างกายจวินซิวหราน
หรงซูมองไปที่อวี๋หร่วนหร่วนซึ่งอยู่ข้างจวินซิวหราน อีกฝ่ายเองก็กำลังมองมาที่เธอเช่นกัน ทั้งยังส่งรอยยิ้มบางๆ ให้ ดูเป็นมิตรอย่างยิ่ง
เนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกัน หรงซูจึงเพียงแค่เอ่ยเรียก "ศิษย์พี่หญิง" อย่างสุภาพ แล้วก็นิ่งเงียบไป
หลังจากที่ศิษย์ใหม่ทั้งสามร้อยคนถูกจัดสรรอย่างเหมาะสม หรงซูคือคนเดียวในที่แห่งนั้นที่ได้กลายเป็นศิษย์สายตรงในทันที
ชั่วขณะหนึ่ง เธอราวกับถูกแสงจับจ้อง กลายเป็นจุดศูนย์รวมความสนใจของทุกคน
ต่อเรื่องนี้ หรงซูรู้สึกจนปัญญาอยู่ภายในใจ เธอเพียงแค่อยากจะบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบๆ และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขก็เท่านั้น
หลังจากการจัดสรรศิษย์ใหม่เสร็จสิ้น จวินซิวหรานก็พาศิษย์ทั้งสองของเขาขึ้นขี่สัตว์วิญญาณบินได้ของสำนัก นามว่า 'กระเรียนกระหม่อมแดง' เพื่อเดินทางกลับไปยังยอดเขาอู๋จี๋
นี่เป็นครั้งแรกที่หรงซูได้ขี่สัตว์วิญญาณ ไม่ต้องพูดถึงสัตว์ที่บินได้เลยด้วยซ้ำ ภายในใจของเธอจึงค่อนข้างตื่นเต้น
เมื่อมองลงไปเบื้องล่าง เมฆหมอกม้วนตัวลอยล่องอยู่รอบยอดเขาที่สลับซับซ้อน และยังพอมองเห็นเงาร่างคนเป็นจุดสีดำเล็กๆ เคลื่อนไหวไปมาลางๆ
"ศิษย์น้องหญิง นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าขี่สัตว์วิญญาณงั้นหรือ? รู้สึกกลัวหรือไม่?" อวี๋หร่วนหร่วนที่อยู่ข้างๆ เอ่ยถามเสียงนุ่ม
"ไม่ต้องกลัวไป ท่านอาจารย์อยู่ที่นี่ทั้งคน ต่อไปเมื่อเจ้าได้ขี่อีกหลายๆ ครั้งก็จะชินไปเอง"
หรงซูคิดในใจว่า ศิษย์พี่หญิงอวี๋ผู้นี้ช่างกระตือรือร้นเกินไปเสียหน่อย
เมื่อครู่นี้ในโถงใหญ่ซีเฉิน อวี๋หร่วนหร่วนเอาแต่จ้องมองเธอไม่วางตา สายตาของนางดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อย และในบางครั้งก็แปรเปลี่ยนเป็นความคลุมเครือและเร่าร้อน...