- หน้าแรก
- พรสวรรค์ระดับเทพ ผมสามารถเปลี่ยนอาชีพได้ตามใจนึก
- ตอนที่ 2 : แดนศักดิ์สิทธิ์
ตอนที่ 2 : แดนศักดิ์สิทธิ์
ตอนที่ 2 : แดนศักดิ์สิทธิ์
ตอนที่ 2 : แดนศักดิ์สิทธิ์
เมื่อกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ของเขา มูนก็เหลือบมองเวลาด้วยสายตาที่แน่วแน่แต่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
หากจะบอกว่าเขาไม่รู้สึกท้อแท้กับความล้มเหลวในการปลุกพลังของตัวเองก็คงจะเป็นการโกหก
มันจะไม่ให้เขารู้สึกเช่นนั้นได้อย่างไร?
ความฝันและความทะเยอทะยานที่จะได้เป็นผู้ปลุกพลังของเขาถูกทำลายลงในเวลาเพียงไม่กี่วินาที และสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีกก็คือการอัญเชิญกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
มันมีสองวิธีที่คนๆ หนึ่งจะสามารถเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งแรกได้
วิธีแรกคือในเวลาเที่ยงคืนทันทีหลังจากที่พวกเขาปลุกพลังสำเร็จ
วิธีที่สองคือในคืนหลังจากวันเกิดอายุครบสิบแปดปีโดยไม่คำนึงถึงสถานะการปลุกพลัง
ในอีกไม่กี่ชั่วโมง มูนจะถูกผลักเข้าสู่โลกอันแสนอันตรายของแดนศักดิ์สิทธิ์
แดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สถานที่ธรรมดา แม้แต่ผู้ปลุกพลังก็ยังต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดที่นั่น
โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น อันตรายไม่ได้ถึงแก่ชีวิตโดยธรรมชาติ เพราะผู้มาใหม่มักจะปรากฏตัวขึ้นภายในฐานที่มั่นซึ่งถูกควบคุมและดูแลโดยมนุษย์คนอื่นๆ ความปลอดภัยย่อมมีอยู่ภายในกำแพงเหล่านั้น
ทว่าเมื่อคุณออกไปผจญภัยข้างนอก เมื่อคุณใช้เวลาล่าสัตว์ประหลาดอยู่นอกอาณาเขตนานเกินไป ภัยคุกคามที่แท้จริงจึงจะปรากฏขึ้น
สำหรับคนอย่างมูน คนที่ยังไม่ได้ปลุกพลัง การอัญเชิญนั้นมีจุดประสงค์ที่แตกต่างออกไป
เขาจะถูกส่งไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ โลกจะทำการสแกนเขา รับรู้ถึงการไร้ซึ่งศักยภาพของเขา และส่งเขากลับมาผ่านหนึ่งในประตูมิติที่ถูกสร้างขึ้น
มันเป็นเพียงพิธีการ เป็นการยืนยันขั้นสุดท้ายถึงสถานะของเขาในฐานะพวกไร้ความสามารถ
มนุษย์ที่ไม่ได้ปลุกพลังจะถูกส่งกลับมาหลังจากถูกส่งตัวไปเพียงช่วงสั้นๆ มีประตูมิติมากมายอยู่ระหว่างทั้งสองโลก ซึ่งเป็นประตูมิติที่เสถียรและผู้ที่เคยไปเยือนแล้วสามารถใช้ได้อย่างอิสระ ผู้ปลุกพลังเดินทางไปกลับอยู่เป็นประจำ โดยปฏิบัติต่อแดนศักดิ์สิทธิ์ราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง เป็นสนามทดสอบ และเป็นแหล่งทรัพยากรและพลังอำนาจ
แต่ประตูมิติเหล่านั้นก็มีการคัดเลือก การพยายามเข้าไปโดยไม่ได้รับการยอมรับจากแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นหมายถึงความตาย ตัวประตูมิติจะปฏิเสธร่างกายที่ไม่ได้รับการยอมรับ โดยจะฉีกกระชากมันออกเป็นชิ้นๆ ในระดับโมเลกุล
มูนเคยเห็นวิดีโอของผลลัพธ์ที่ตามมาครั้งหนึ่งในตอนที่เขายังคงเชื่อว่าตัวเองจะปลุกพลังได้ พลเรือนที่ประมาทคนหนึ่งพยายามเดินตามทีมผู้ปลุกพลังผ่านประตูมิติไปเพื่อเป็นการล้อเล่น
พวกเขาพบชายผู้นี้ในสภาพที่กลายเป็นชิ้นๆ
พิธีอัญเชิญช่วยแก้ปัญหานั้นได้ เมื่อคนๆ หนึ่งถูกส่งตัวไปตามธรรมชาติในระหว่างการอัญเชิญครั้งแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถอธิบายได้อย่างถ่องแท้ แดนศักดิ์สิทธิ์จะยอมรับพวกเขา สแกนพวกเขา มอบตัวตนให้กับพวกเขาภายในระบบของมัน หลังจากนั้น พวกเขาก็จะสามารถเข้าและออกผ่านประตูมิติได้อย่างที่ใจต้องการโดยได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวตนที่ถูกต้องจากพลังลึกลับใดๆ ก็ตามที่ปกครองโลกใบนั้น
มูนจ้องมองไปที่โทรศัพท์ของเขา เวลาสองทุ่มสี่สิบเจ็ดนาที การอัญเชิญจะเกิดขึ้นในเวลาเที่ยงคืน อีกสามชั่วโมงสิบสามนาที
อพาร์ตเมนต์ของเขาให้ความรู้สึกเล็กกว่าปกติ ห้องเดียวที่ทำหน้าที่เป็นทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัว ห้องน้ำที่แทบจะไม่ใหญ่พอให้หันตัวได้ เฟอร์นิเจอร์ราคาถูกที่เขาซื้อมาเป็นของมือสอง
นี่คือทั้งหมดที่เขาสามารถจ่ายได้ด้วยค่าจ้างจากการทำงานพาร์ทไทม์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อนในเหตุการณ์รอยแยกแตก
เขาเคยคิดว่าการปลุกพลังจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง มันจะมอบพลังให้กับเขาเพื่อให้แน่ใจว่าเขาสามารถล้างแค้นให้กับพ่อแม่ได้ และเขาสามารถปกป้องคนที่เขาห่วงใยและคนที่ห่วงใยเขาได้...
หรืออย่างน้อยมันจะดึงเขาออกจากชีวิตอันคับแคบนี้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และไปสู่สิ่งที่มีความหมาย
แต่เขากลับยังคงอยู่ที่นี่ ไร้ซึ่งพลัง และในอีกสามชั่วโมง โลกก็จะยืนยันเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ
มูนเดินไปที่หน้าต่างบานเล็กของเขาและมองออกไปทั่วทั้งเมือง
แสงไฟทอดยาวไปจนถึงเส้นขอบฟ้า ผู้คนนับพันกำลังใช้ชีวิตของพวกเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งข้างนอกนั่น
ซาร่าห์คงกำลังเฉลิมฉลองกับมาร์คัสและปาร์ตี้ของเขา วางแผนอนาคตของพวกเขา และจินตนาการถึงการผจญภัยที่พวกเขาจะได้พบเจอ
เขาปิดม่านบังตาและหลับตาลง
…
[คุณกำลังจะถูกอัญเชิญไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ในอีกหนึ่งนาที โปรดเตรียมตัวให้พร้อม]
มูนลืมตาขึ้นเมื่อเสียงที่ไร้ตัวตนดังก้องเข้ามาในหูของเขา
มันเป็นเสียงเดียวกับที่ทุกคนในวัยเดียวกับเขาและผู้ที่เพิ่งปลุกพลังใหม่ทุกคนควรจะได้ยินพร้อมกันทั่วทั้งโลก
มันเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจอธิบายได้ ไม่มีใครเข้าใจ แต่ทุกคนล้วนได้สัมผัส
เขายังคงนอนอยู่บนเตียงโดยสวมเสื้อผ้าครบชุด
เขาไม่ได้สนใจที่จะเปลี่ยนชุดเลยด้วยซ้ำ
เขาจะทำไปเพื่ออะไรล่ะ?
[5...]
“ทำให้มันจบๆ ไปซะทีเถอะ”
เขาถอนหายใจพลางจ้องมองไปที่เพดานที่มีรอยคราบน้ำของอพาร์ตเมนต์
[4... 3... 2... 1... คุณกำลังเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์]
โลกทั้งใบมลายหายไป
มันไม่ได้เจ็บปวด แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกสบายเช่นกัน มูนรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาแตกสลายและก่อตัวขึ้นใหม่ในพริบตาเดียวราวกับถูกดึงผ่านพื้นที่ที่เล็กเกินกว่าที่เขาจะเข้าไปได้แต่ก็ยังสามารถผ่านมันไปได้ สีสันต่างๆ ไหลรวมเข้าด้วยกันก่อนจะแยกออกจากกัน เสียงกลายเป็นพื้นผิว พื้นผิวกลายเป็นแสงสว่าง และจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับมาแจ่มชัดอีกครั้ง
มูนยืนอยู่บนลานหิน
เขากะพริบตาเพื่อปรับการมองเห็น
ท่ามกลางความประหลาดใจ มันก็มีผู้คนมากมายปรากฏตัวขึ้นรอบตัวเขาท่ามกลางแสงสว่างวาบ โดยปรากฏขึ้นทีละคนสองคน
บางคนอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง บางคนก็รีบมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดกลัวในทันที
พคนเหล่านี้สามารถระบุตัวตนได้ง่ายมาก พวกเขาคือคนที่ยังไม่ได้ปลุกพลังของตนนั่นเอง
ท้องฟ้าเบื้องบนนั้นแตกต่างจากบนโลก ดวงจันทร์สองดวงลอยเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ดวงหนึ่งเป็นสีฟ้าอ่อนและอีกดวงเป็นสีแดงเข้ม ซึ่งไม่มีดวงใดเลยที่เหมือนกับดวงจันทร์จากโลกของเขา ส่วนดวงดาวก็ก่อตัวเป็นกลุ่มดาวที่เขาไม่รู้จัก
นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์
ผู้คนเริ่มปรากฏตัวขึ้นรอบตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมูนรู้สึกเหมือนมีคนเกือบพันคนอยู่ข้างๆ เขา ซึ่งถูกอัญเชิญมายังลานกว้างแห่งเดียวกัน
เขาไม่รู้จักใครจากสถาบันของเขาเลย และเขาก็ไม่อยากจะรู้จักด้วย
จากนั้นภูตวิญญาณตนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เธอมีเรือนร่างที่งดงาม มีส่วนโค้งเว้าเย้ายวน และมีรอยยิ้มที่สามารถทำให้ดวงดาวล่มสลายลงได้เลย
เธอดีดนิ้วหลังจากกวาดสายตามองฝูงชนอย่างรวดเร็วโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำใด ดวงตาของเธอจ้องมองทุกคนราวกับเหยี่ยว
เมื่อเสียงดีดนิ้วของเธอดังก้องเข้าไปในหูของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ผู้คนหลายสิบคนเริ่มค่อยๆ หายตัวไป และมูนก็รู้ดีว่านั่นคืออะไร
‘พวกไร้ความสามารถกำลังถูกส่งกลับไปยังโลก ฉันเดาว่าคงถึงเวลาแล้วสินะ’
มูนคิดด้วยความรู้สึกขมขื่นในขณะที่เขาหลับตาลงโดยไม่มองดวงจันทร์ทั้งสองดวงที่เขาจะไม่มีวันได้เห็นอีกเลยในชีวิตนี้
ในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ผู้คน 20% ที่อยู่ที่นั่นก็ถูกส่งกลับไปยังโลก
[ยินดีต้อนรับสู่แดนศักดิ์สิทธิ์]
เสียงนั้นกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น มันไม่ได้ดังก้องผ่านหูของเขา แต่ดังก้องอยู่ในจิตใจของเขาโดยตรง
รอบๆ ลานกว้าง นักเรียนคนอื่นๆ หยุดเคลื่อนไหว หยุดพูดคุย และความสนใจของพวกเขาก็ถูกดึงดูดเข้าสู่ภายในด้วยตัวตนอันลึกลับเดียวกันนั้น
[พวกเจ้าคือผู้ถูกเลือก ผู้ที่โลกใบนี้มองว่าคู่ควรที่จะเดินข้ามผ่านระหว่างมิติแห่งความเป็นจริง ที่นี่ ในแดนศักดิ์สิทธิ์ พวกเจ้าจะได้พบกับทั้งรางวัลที่เหนือจินตนาการและอันตรายที่จะทดสอบขีดจำกัดศักยภาพของพวกเจ้า]
ความสับสนของมูนลึกล้ำยิ่งขึ้นในทุกๆ คำพูด
ผู้ถูกเลือกงั้นเหรอ?
คู่ควรอย่างนั้นเหรอ?
เสียงนั้นกำลังพูดกับพวกเขาทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีการแบ่งแยกระหว่างผู้ที่ปลุกพลังแล้วกับผู้ที่ไม่ได้ปลุกพลังงั้นเหรอ?
[ภายในกำแพงเหล่านี้ พวกเจ้าจะปลอดภัย ฐานที่มั่นที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วแดนศักดิ์สิทธิ์จะทำหน้าที่เป็นดินแดนหลบภัยสำหรับเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้า เบื้องหลังกำแพงเหล่านั้นคืออาณาเขตที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทรัพยากรที่มีมูลค่ามหาศาล และความลึกลับที่รอการค้นพบ]
ทำไมเขายังคงอยู่ที่นี่ล่ะ?
[หน้าต่างสถานะของพวกเจ้าจะเป็นเครื่องนำทาง ความสามารถของพวกเจ้าจะเติบโตขึ้น ทางเลือกของพวกเจ้าจะเป็นตัวกำหนดเส้นทาง จงปฏิบัติต่อโลกใบนี้ด้วยความเคารพอย่างที่มันต้องการ แล้วมันจะมอบรางวัลให้กับพวกเจ้าอย่างสมน้ำสมเนื้อ]