เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน หิมะบางเบาร่วงโรย

บทที่ 24 สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน หิมะบางเบาร่วงโรย

บทที่ 24 สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน หิมะบางเบาร่วงโรย


บทที่ 24 สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน หิมะบางเบาร่วงโรย

โพสต์เวยป๋อของเฉาเสวี่ย หากเป็นทีมงานคนอื่นมาเห็น ก็อาจจะยังมองไม่ออกว่าหมายถึงอะไร

แต่เฉินกังที่เพิ่งจะคุยกับคนคนนี้มาหมาดๆ มีหรือที่จะดูไม่ออก

เขามองเนื้อหาบนเวยป๋อโพสต์นี้อย่างพูดไม่ออก

คนเราก็ไม่ได้โง่ดักดานขนาดนั้น ยังรู้จักเซ็นเซอร์ข้อมูลของตัวเองทิ้ง

แต่ทิ้งข้อความบอกใบ้ไว้ในช่องคอมเมนต์ตั้งเยอะแยะขนาดนี้ กลัวคนอื่นจะขุดคุ้ยหาตัวเธอไม่เจอหรือไง

เฉินกังโกรธจัดจนส่งข้อความเสียงความยาวหกสิบวินาทีไปหาเฉาจื้อไห่ พ่อของเฉาเสวี่ย

หกสิบวินาทีคือขีดจำกัดของแอปพลิเคชันวีแชต ไม่ใช่ขีดจำกัดของเขา

"ผู้กำกับคะ เด็กฝึกแต่งหน้าเสร็จพร้อมเข้าสตูแล้วค่ะ ทีมเมนเทอร์ก็เตรียมตัวพร้อมแล้ว รายการตอนที่สองกำลังจะเริ่มถ่ายทำ ต้องการให้จัดการเรื่องเวยป๋อโพสต์นี้ก่อนไหมคะ"

ในแท็บเล็ตที่อยู่ในมือของเซี่ยงเจียลั่วคือหน้าจอถ่ายทอดสดของรายการ กล้องกำลังจับภาพไปที่พีระมิดที่ว่างเปล่า ส่วนด้านล่างของพีระมิดคือเหล่าเมนเทอร์ที่กำลังทยอยนั่งลงประจำที่

พวกเด็กฝึกยังคงอยู่หลังประตู รอให้ตัวแทนผู้ผลิตรายการประกาศเรียกชื่อแล้วค่อยเดินเข้าไป

การประเมินเพื่อคัดเลือกเพลงประจำรายการในรอบนี้ เป็นการประเมินภายใน โดยทีมเมนเทอร์และเหล่าเด็กฝึกจะร่วมกันโหวตเลือกเพลงที่เหมาะสมกับรายการมากที่สุดออกมาหนึ่งเพลง พรุ่งนี้ทุกคนก็จะเริ่มฝึกซ้อมกัน

อีกสามวันให้หลัง จะเป็นการประเมินเพลงประจำรายการอย่างเป็นทางการ หากประเมินไม่ผ่าน ถึงตอนถ่ายทำเอ็มวีเพลง ก็จะไม่มีโอกาสได้ปรากฏตัวหน้ากล้อง

ดังนั้นเด็กฝึกทุกคนจึงต่างก็หวังให้เพลงของกลุ่มตัวเองได้รับคัดเลือก หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ไม่เพียงแต่จะได้ยืนเต้นอยู่แถวหน้าสุดและได้แอร์ไทม์มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีความคุ้นเคยกับเพลงประจำรายการมากกว่าคนอื่นอีกด้วย

เพียงแต่การโหวตนั้น จะโหวตให้กลุ่มของตัวเองไม่ได้

เฉินกังคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือ

"ดำเนินรายการไปตามปกติ รอให้การถ่ายทำวันนี้จบลงก่อนค่อยมาจัดการ"

ส่วนเรื่องที่เฉาเสวี่ยใส่ร้ายเจียงเป่ยเซิงหลายต่อหลายเรื่องนั้น

ขอแค่แพลตฟอร์มซีหงซื่อมิวสิกกับเจียงเป่ยเซิงเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น ปัญหาเรื่องโทรศัพท์มือถือก็จะคลี่คลายไปเอง

ส่วนเรื่องขาหัก นั่นก็เป็นความจริง แทนที่จะมานั่งอธิบาย สู้ปล่อยให้ชาวเน็ตได้เห็นกันไปเลยดีกว่า ว่าคนบางคนต่อให้ขาหักก็ยังสามารถเปล่งประกายเจิดจรัสได้ทั่วทั้งเวที

ฉู่เหยียนมองหมายเลขที่หลินเหนียนจวินจับฉลากได้ โมโหจนเดินวนไปวนมาอยู่กับที่

"ทำไมกลุ่มเราถึงได้แสดงเป็นกลุ่มสุดท้ายล่ะเนี่ย"

"รู้อย่างนี้ให้พี่เป่ยไปจับฉลากซะก็ดี หลินเหนียนจวิน ดวงนายนี่มันซวยชะมัด"

หลินเหนียนจวินลูบจมูกตัวเอง ก่อนจะตบไหล่ฉู่เหยียนเพื่อปลอบใจ

"ไม่เป็นไรน่า คนสำคัญมักจะปรากฏตัวเป็นคนสุดท้ายเสมอแหละ"

หลี่กวนฉีกำลังก้มหน้าก้มตาเตรียมตัวแบบไฟลนก้นเป็นครั้งสุดท้าย เขารู้ตัวดีว่าเป็นคนที่ฝีมือแย่ที่สุดในทีม ช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยพื้นฐานแล้วเขานอนน้อยกว่าห้าชั่วโมงต่อวัน ขลุกตัวอยู่แต่ในห้องซ้อมเต้นทุกวัน วันสุดท้ายยังเป็นเจียงเป่ยเซิงที่บังคับให้เขาไปพักผ่อน เขาถึงยอมก้าวเท้าออกจากห้องซ้อม

"สภาพนายเหมือนโดนสูบวิญญาณไปแบบนี้ ยังคิดจะแสดงเพลงนี้ให้ออกมาดีอีกเหรอ"

"รีบไปนอนพักเดี๋ยวนี้เลย"

คำพูดของเจียงเป่ยเซิง ไม่มีใครในทีมกล้าขัด

ต่อให้ในใจหลี่กวนฉีจะร้อนรนแค่ไหน ก็ถูกเขาดับความกระวนกระวายด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว

"มีฉันอยู่ทั้งคน จะกลัวอะไร"

เจียงเป่ยเซิงแค่นเสียงเยาะกับความตื่นเต้นของทุกคน เขาคิดว่าพวกนี้มันเรื่องจิ๊บจ๊อยจริงๆ

แต่พอดูจากความพยายามของทุกคนแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเวทีนี้มากจริงๆ

ก่อนจะเดินเข้าสตู เจียงเป่ยเซิงกวาดสายตามองสมาชิกในทีมทีละคน น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดัน

"มาถึงขั้นนี้แล้ว เอาที่หนึ่งมาให้ฉัน"

"ซี๊ด"

ความกดดันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

เจียงเป่ยเซิงเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนง

"ในชีวิตของฉัน ฉันยังไม่เคยแพ้ใคร"

ไม่ว่าใครที่ถูกดวงตาอันแสนเย็นชาตามธรรมชาตินั้นกวาดผ่าน ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า

"ครับๆๆ"

"หัวหน้าทีม รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จครับ"

เจียงเป่ยเซิงหัวเราะเบาๆ ระบบบ้างานนี้พูดถูก ในเมื่อเลือกที่จะปล่อยจอยไม่ได้ งั้นก็ต้องทำให้ดีที่สุดไปเลย

เหล่าเด็กฝึกทยอยเดินเข้ามาทีละกลุ่ม หลังจากเข้ามาแล้ว ก็ต้องไปนั่งประจำที่ของตัวเองก่อน

ภายในไลฟ์สด

[มาแล้ว อยากรู้จริงๆ ว่าเพลงประจำรายการครั้งนี้จะเป็นยังไง ต้องบอกเลยว่าผู้กำกับใจกล้ามาก ถึงขนาดให้เด็กฝึกแต่งเพลงประจำรายการกันเอง]

[เตรียมตัวโดนเพลงขยะพวกนี้ทำร้ายหูแล้ว ใครใช้ให้ฉันเป็นพวกชอบความเจ็บปวดล่ะ]

[คนเยอะจัง ลายตาไปหมดแล้ว เดี๋ยวนะ เชี่ย พ่อหนุ่มสุดหล่อที่นั่งรถเข็นคนนี้ก็เป็นเด็กฝึกเหมือนกันเหรอ]

[เชี่ย พี่เป่ยของฉันตอนแต่งหน้าแล้วโคตรหล่อเลย]

[ทำไมมีคนนั่งรถเข็นด้วยล่ะ หกล้มเจ็บตัวเหรอ]

เพราะเวยป๋อโพสต์นั้นของเฉาเสวี่ย ทำให้มีชาวเน็ตที่แวะมาเผือกจำนวนไม่น้อยกดเข้ามาดูไลฟ์สด

พวกเขาไม่ได้ดูรายการในตอนแรก พอตอนที่สองเริ่มปุ๊บ แค่มองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่าใครคือคนที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดในฝูงชน

ประกอบกับเจียงเป่ยเซิงไม่เหมือนใคร เขานั่งอยู่บนรถเข็น จึงกลายเป็นจุดสนใจโดยธรรมชาติ

ทั้งที่ระดับความสูงเตี้ยกว่าทุกคนไปหนึ่งช่วงตัว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกายเขา กลับกลายเป็นไม้ประดับไปโดยปริยาย ภายใต้บรรยากาศอันหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา

เรือนผมสั้นสีดำ ดวงตาลึกล้ำยากจะคาดเดา ทอดสายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างเรียบเฉย แตกต่างจากเด็กฝึกวัยสิบกว่าปีที่ดูใสซื่อพวกนี้อย่างสิ้นเชิง

ใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่น ตั้งแต่ผิวพรรณไปจนถึงโครงกระดูกล้วนสมบูรณ์แบบจนน่าตกตะลึง มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเกียจคร้านเล็กน้อย สภาพของเขาดูผ่อนคลายเอามากๆ

ราวกับว่าวันนี้เขาไม่ได้มาเข้าร่วมการคัดเลือกเพลงประจำรายการ แต่เป็นกรรมการที่นั่งชมอยู่ด้านล่างอย่างไรอย่างนั้น

อาจเป็นเพราะท่าทีที่นิ่งสงบจนเกินไปของเจียงเป่ยเซิง ทำให้คนอื่นๆ ในกลุ่มของพวกเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลงตามไปด้วย

ดังนั้นตอนที่กลุ่มอื่นขึ้นไปแสดงบนเวที พวกเขายังสามารถนั่งกระซิบกระซาบกันอยู่ด้านล่างได้

"กลุ่มแรกนี่ไม่ไหวเลย ตื่นเต้นเกินไป เสียงหลงหมดแล้วไม่ใช่เหรอ"

"กลุ่มที่สองถึงคนจะเยอะ แต่เต้นมั่วไปหมดเลยไม่ใช่หรือไง"

"กลุ่มที่สาม จุ๊ๆๆ นี่มันเพลงอะไรกันเนี่ย เพลงเด็กอนุบาลยังร้องยากกว่าเพลงนี้อีกมั้ง"

"กลุ่มที่สี่ไปกันใหญ่แล้ว นักร้องนำร้องจนเละเทะ ท่าเต้นนี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย"

คนในกลุ่มของเจียงเป่ยเซิง ยิ่งดูการแสดงเพลงประจำรายการของกลุ่มอื่นมากเท่าไหร่ ในใจก็ยิ่งผ่อนคลายมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งมีความมั่นใจในการแสดงของพวกเขาที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้ามากขึ้นเรื่อยๆ

พอถึงคิวกลุ่มของฉินเลี่ยนขึ้นไปแสดง ฉู่เหยียนกับลู่ซือเจ๋อก็เงียบไปครู่หนึ่งอย่างหาได้ยาก ก่อนจะพูดขึ้น

"กลุ่มนี้ถือว่าใช้ได้เลยนะ"

"ฉินเลี่ยนไม่เลวเลยจริงๆ สมกับที่เคยเป็นเด็กฝึกที่เคยเดบิวต์มาแล้ว เดี๋ยวฉันจะโหวตให้กลุ่มของพวกเขาก็แล้วกัน"

ฉินเลี่ยนสมกับที่เป็นหัวหน้าวงวอตช์จริงๆ ความสามารถในการนำทีมแข็งแกร่งมาก

[ศักยภาพโดยรวมของกลุ่มนี้แข็งแกร่งอยู่แล้ว ฉันเชียร์กลุ่มนี้นะ]

[ฉันคิดว่าเพลงประจำรายการถ้าไม่อยู่ในกลุ่มของฉินเลี่ยน ก็ต้องเป็นกลุ่มของหวังหลิงซั่วที่กำลังจะแสดงต่อจากนี้แหละ]

รอจนกระทั่งกลุ่มของหวังหลิงซั่วแสดงจบ ชาวเน็ตที่พิมพ์คอมเมนต์นี้ก็เปลี่ยนคำพูดทันที

[ยังไงกลุ่มของฉินเลี่ยนก็ดูดีกว่าหน่อยนะ]

เจียงเป่ยเซิงนั่งอยู่ในตำแหน่งที่สูง จึงสามารถมองเห็นปัญหาของกลุ่มหวังหลิงซั่วได้อย่างชัดเจน ตำแหน่งเซ็นเตอร์รับภาระมากเกินไป จนทำให้สมาชิกคนอื่นๆ กลายสภาพเป็นแค่ไม้ประดับขอบเวที

ส่วนหวังหลิงซั่วที่รับตำแหน่งเซ็นเตอร์ ราวกับรู้สึกว่าเวทีมันโล่งเกินไป จึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อดึงดูดสายตาของทุกคนให้ได้

สิ่งนี้ส่งผลให้การแสดงดูล้นและเลี่ยนจนเกินพอดี

เจียงเป่ยเซิงพึมพำ

"นี่มีเด็กฝึกกลายเป็นแดนเซอร์ไปแล้วจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 24 สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน หิมะบางเบาร่วงโรย

คัดลอกลิงก์แล้ว