- หน้าแรก
- เมื่ออดีตคู่หมั้นคือเศษสวะ ข้าจึงขอเป็นฮูหยินของอัครเสนาบดี
- บทที่ 40 - ส่งแม่สื่อมาทาบทาม
บทที่ 40 - ส่งแม่สื่อมาทาบทาม
บทที่ 40 - คุณชายเยี่ย ท่านยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!
"คุณชายเยี่ย ดูทางนั้นสิเจ้าคะ!"
ไป๋เชียนหลิงชี้มือไปยังอีกด้านหนึ่งของโถงใหญ่
เห็นเพียงหญิงสาวแต่งกายงดงาม สตรีวัยกลางคน หรือแม้แต่ยายเฒ่าที่เดินเหินไม่ค่อยสะดวก ต่างพากันเบียดเสียดไปยังแท่นจัดแสดงแห่งหนึ่ง
"สองวันที่ผ่านมาคุณชายเยี่ยเพิ่งจะหลอมโอสถคงโฉมออกมาได้เพียงสามสิบเม็ด วันนี้หย่งเจินเก๋อของเราจึงจงใจจัดงานใหญ่โต นำออกมาสามเม็ดเพื่อให้คนได้ลองประเมินดูเจ้าค่ะ"
"ผลปรากฏว่าได้ผลดีเกินคาด ผ่านไปเพียงครึ่งค่อนวันก็มีคนมามากถึงเพียงนี้ ซ้ำยังมีบางคน ... ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อขอซื้อด้วยนะเจ้าคะ!"
เยี่ยอู๋โยวปรายสายตามอง
คนเหล่านั้นล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่หรูหรา มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นสตรีจากตระกูลผู้มีอันจะกินในเมืองไท่เสวียน
"สมคำร่ำลือจริงๆ ... "
เยี่ยอู๋โยวอดไม่ได้ที่จะรำพึง "ความรักสวยรักงาม ย่อมมีอยู่ในใจคนทุกคน!"
ไป๋เชียนหลิงได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ "ความจริงแล้ว ข้าเองก็ยอมจ่ายเงินซื้อมาหนึ่งเม็ด พอกินเข้าไปแล้วก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงจริงๆ คุณชายเยี่ยพอมองออกไหมเจ้าคะ"
"โอ้?"
เยี่ยอู๋โยวชะงักไปชั่วครู่ มองไปที่ไป๋เชียนหลิงแวบหนึ่งแล้วตอบ "มองไม่ออกหรอก คงเพราะข้าไม่ได้สังเกตว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร ก็เลยดูไม่ออกว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง"
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋เชียนหลิงก็กะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปทันที
"เอาล่ะ ข้าต้องไปสอนปรมาจารย์ฟางอีหลิน ปรมาจารย์จี้จงเฉิง และคนอื่นๆ ก่อน จากนั้นค่อยไปฝึกฝน ประเดี๋ยวข้าจะจดรายการสมุนไพรให้ เจ้าช่วยเตรียมให้ข้าที ข้าจะหลอมโอสถคงโฉมระดับสองที่ให้ผลลัพธ์ดียิ่งกว่าเดิม พอทำเสร็จแล้วข้าจะแถมให้เจ้าเม็ดหนึ่งฟรีๆ!"
"จริงหรือเจ้าคะ"
"ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไมกัน"
เยี่ยอู๋โยวพูดจบก็โบกมือแล้วเดินจากไป
พอเดินเข้าไปยังพื้นที่ด้านหลังของหย่งเจินเก๋อ เขาก็บังเอิญพบกับเจียงหนานหนิงที่สวมชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อน รูปร่างอรชร ท่าทางปราดเปรียวและดูมีชีวิตชีวาเดินสวนมาพอดี
"เยี่ยอู๋โยว ท่านรวยเละแล้วนะ!"
เจียงหนานหนิงถือผลไม้วิญญาณอยู่ในมือ กัดไปคำหนึ่งแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส "ข้าเห็นว่าโอสถชุบกายากับโอสถคงโฉมได้รับความนิยมมาก ท่านปู่บอกว่าสูตรโอสถที่ปรับปรุงแล้วจะถูกส่งไปยังหอใหญ่ และหย่งเจินเก๋อของเราจะเริ่มวางขายโอสถเหล่านี้ทั่วทั้งจักรวรรดิเทียนเสวียน เมื่อถึงเวลานั้น หินวิญญาณที่ท่านจะได้เป็นส่วนแบ่ง คงมากมายมหาศาลเลยทีเดียว ... "
เยี่ยอู๋โยวหัวเราะ "ใครบ้างจะรังเกียจที่มีหินวิญญาณเยอะๆ"
"ยิ่งฝึกฝนในระดับที่สูงขึ้นไป ปริมาณหินวิญญาณที่ต้องใช้ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ"
"นั่นก็จริง!" เจียงหนานหนิงหัวเราะ "โอสถคงโฉมของท่านหลอมอย่างไรหรือ สอนข้าบ้างสิ"
"หากเจ้าอยากได้ ข้าจะมอบเม็ดที่ดีกว่านี้ให้เจ้าเอง!"
"ข้าไม่เอาหรอก!"
เจียงหนานหนิงเขย่งปลายเท้า เอามือไพล่หลัง หมุนตัวไปรอบหนึ่งแล้วเอ่ย "สตรีที่งดงามโดยกำเนิดอย่างข้า จำเป็นต้องพึ่งโอสถคงโฉมด้วยหรือ"
"เจ้าช่างหลงตัวเองเสียจริง!"
"ท่านวอนโดนตีใช่ไหม!"
เจียงหนานหนิงเงื้อหมัดขึ้นทำท่าข่มขู่ ท่าทางดุร้ายของนางกลับดูน่ารักน่าชังไปอีกแบบ
เจียงหนานหนิงในตอนนี้เพิ่งจะอายุสิบห้าปี แตกต่างจากซูชิงเหอที่มีความรู้ความเข้าใจโลกและมีบุคลิกอ่อนหวานสง่างามแบบผู้ใหญ่
เจียงหนานหนิงให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ น่ารักสดใส และมีนิสัยที่ค่อนข้างกระโดดโลดเต้น
ทว่าหากพูดถึงเรื่องความงดงามแล้ว สตรีทั้งสองต่างก็มีเสน่ห์ที่กินกันไม่ลงจริงๆ
หลังจากพูดคุยหยอกล้อกับเจียงหนานหนิงอยู่ครู่หนึ่ง เยี่ยอู๋โยวก็ขอตัวจากไป
ช่วงเช้า เขาทำการชี้แนะวิถีโอสถให้แก่ฟางอีหลิน จี้จงเฉิง และปรมาจารย์คนอื่นๆ
เยี่ยอู๋โยวสังเกตเห็นว่า ปรมาจารย์เหล่านี้มีความเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งเกี่ยวกับการหลอมโอสถชุบกายา โอสถรวบรวมวิญญาณ และโอสถกำเนิดวิญญาณดีอยู่แล้ว
ที่พวกเขาต้องการจริงๆ ก็คืออยากจะฟังมุมมองและคำอธิบายเกี่ยวกับวิถีโอสถที่กว้างขวางขึ้นจากเขามากกว่า
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันที่หย่งเจินเก๋อ เยี่ยอู๋โยวก็มุ่งหน้าเข้าสู่ห้องฝึกฝน และหมกตัวอยู่แต่ในนั้นจนกระทั่งถึงยามดึกดื่นจึงได้ออกมา
เมื่อถึงเวลาดึกสงัด
เยี่ยอู๋โยวเดินไปตามถนนที่ว่างเปล่าในเมืองไท่เสวียน
ในครั้งนี้
เยี่ยอู๋โยวสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ไม่มีผู้ใดสะกดรอยตามเขาเลย
การเดินทางกลับตระกูลซูเป็นไปอย่างปลอดภัยตลอดรอดฝั่ง เยี่ยอู๋โยวหันกลับไปมองด้านหลังก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆ
ต้องโทษตระกูลเยี่ยแท้ๆ!
เดิมทีการส่งยอดฝีมือขั้นชักนำวิญญาณระดับสูงอย่างเยี่ยเจิ้งและพรรคพวกมาลอบสังหารเขานั้นเป็นเรื่องปกติ
รอบต่อไปก็ควรจะเป็นขั้นชักนำวิญญาณระดับสูงสุด ระดับสมบูรณ์ หรือแม้แต่ระดับมหาบุรุษ
และในรอบถัดไป ค่อยส่งยอดฝีมือขั้นหล่อเลี้ยงลมปราณมา
ลำดับขั้นมันควรจะเป็นเช่นนี้สิ!
ผลปรากฏว่า พอพวกเยี่ยเจิ้งที่อยู่ขั้นชักนำวิญญาณตายไป ตระกูลเยี่ยกลับส่งขั้นทะลวงชีพจรอย่างเยี่ยปิ่งชวนมาสังหารเขาทันที?
นี่มันผิดหลักการอย่างเห็นได้ชัด!
เอาล่ะสิ!
บรรดาตระกูลต่างๆ ในเมืองไท่เสวียนก็ไม่ใช่คนโง่ เยี่ยเจิ้งเพิ่งตายไปเมื่อวันก่อน วันต่อมาเยี่ยปิ่งชวนก็มาตายตามไปอีก แล้วใครที่ไหนมันจะกล้ามาลอบสังหารเขาในยามค่ำคืนอีกล่ะ?
ต่อให้คนตระกูลเสิ่นหรือตระกูลต้วนจะโง่เขลาเพียงใด ก็คงไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว
"เยี่ยซานไห่นี่ช่างโง่เง่าสิ้นดี!"
เยี่ยอู๋โยวด่าทอในใจอย่างหมดสนุก เขากลับเข้าห้องและนั่งสมาธิฝึกฝนต่อไป
ในขณะเดียวกัน
ซูชิงเหอก็ได้รับรายงาน
"คุณหนู ท่านเขยกลับมาแล้วเจ้าค่ะ ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน"
"อืม"
"เพียงแต่ ... "
"เพียงแต่อะไร"
ผู้รายงานเกาหัวแกรกๆ "รู้สึกว่าท่านเขยดูผิดหวังมากเลยเจ้าค่ะ เอาแต่ถอนหายใจตลอดทาง ตั้งแต่หน้าประตูจวนจนถึงลานเรือน ถอนหายใจไปอย่างน้อยเก้าครั้งได้มั้งเจ้าค่ะ!"
"หือ?"
ซูชิงเหอได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ย "การทดสอบของสำนักศึกษาเทียนชิงเหลือเวลาอีกแค่สี่วันแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ขั้นหลอมกายาระดับเก้า ยังขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุขั้นชักนำวิญญาณ บางทีเขาอาจจะกำลังกลุ้มใจที่ยังทะลวงด่านไม่สำเร็จกระมัง!"
วันรุ่งขึ้น
ยามเช้าตรู่
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ
เยี่ยอู๋โยวก็เดินทางมาที่หย่งเจินเก๋ออีกครั้ง
บรรยากาศในวันนี้กลับคึกคักยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก
โอสถชุบกายาและโอสถรวบรวมวิญญาณกลายเป็นของหายากที่ผลิตไม่ทันต่อความต้องการ
และโอสถคงโฉมที่เยี่ยอู๋โยวหลอมขึ้นมาไม่กี่เตาเมื่อวานนี้ หลังจากที่ทางหย่งเจินเก๋อทำการโปรโมท ก็ดึงดูดบรรดาสตรีผู้สูงศักดิ์และลูกคุณหนูในเมืองไท่เสวียนให้หลั่งไหลกันมาอย่างเนืองแน่น
ไป๋เชียนหลิงยังคงรอต้อนรับเยี่ยอู๋โยวอยู่ที่หน้าประตู และพาเขาเข้าทางประตูข้างเช่นเคย
"วันนี้คึกคักกว่าเมื่อวานอีกนะ"
ไป๋เชียนหลิงเอ่ยด้วยความตื่นเต้น "คุณชายเยี่ย ท่านยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว"
"เชียนหลิง!"
ในตอนนั้นเอง
เสียงเรียกก็ดังขึ้น
ท่ามกลางฝูงชน ปรากฏหญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้หนึ่งพยายามเบียดเสียดเข้ามา นางมองไปที่ไป๋เชียนหลิงแล้วเอ่ยด้วยความยินดี "เชียนหลิง ข้าเอง"
เมื่อเยี่ยอู๋โยวได้ยินเสียงนั้น เขาก็หันไปมอง
นางคือต้วนอิ้งเยว่ คุณหนูใหญ่แห่งจวนเจ้าเมืองนั่นเอง
ข้างกายของต้วนอิ้งเยว่ยังมีหญิงสาวอีกผู้หนึ่งคอยติดตาม รูปร่างหน้าตาดูราวกับสตรีวัยสิบเจ็ดสิบแปดปี รูปร่างอวบอิ่ม ท่วงท่าแฝงไปด้วยความเย้ายวน
"คุณหนูต้วน!"
เมื่อไป๋เชียนหลิงเห็นต้วนอิ้งเยว่ นางก็ไม่ได้แสดงท่าทีกระตือรือร้นเฉกเช่นเมื่อก่อน
ต้วนอิ้งเยว่กลับทำเหมือนไม่สังเกตเห็นท่าทีเหินห่างของไป๋เชียนหลิง นางเดินเข้าไปควงแขนไป๋เชียนหลิงพลางเอ่ย "โอสถคงโฉมที่หย่งเจินเก๋อของพวกเจ้าเพิ่งนำออกมาเมื่อวาน ข้าได้ยินมาว่าได้ผลดีมาก ซ้ำวันนี้ยังเอาสูตรใหม่ล่าสุดมาขายอีกใช่ไหม"
"ใช่!" ไป๋เชียนหลิงพยักหน้า
"ขายให้ข้าสักสองเม็ดได้ไหม"
ต้วนอิ้งเยว่รีบแนะนำหญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มที่อยู่ข้างกายทันที "ท่านนี้คือคุณหนูหมิงซินเยียนแห่งตระกูลหมิงในเมืองซิงเยว่ นางคือหนึ่งในตัวเต็งที่จะเข้าร่วมการทดสอบของสำนักศึกษาเทียนชิงในครั้งนี้ นางเองก็อยากได้โอสถคงโฉมเหมือนกัน ... "
พูดจบ ต้วนอิ้งเยว่ก็กระซิบเสียงเบา "ตระกูลหมิงของซินเยียนมีอำนาจล้นฟ้าในเมืองซิงเยว่ หากเจ้าผูกมิตรกับนางไว้ ย่อมเป็นผลดีต่อท่านพ่อของเจ้าอย่างแน่นอน"
ไป๋เชียนหลิงยิ้มบางๆ แล้วหันไปพยักหน้าให้หมิงซินเยียนอย่างสุภาพ "คุณหนูหมิง ยินดีที่ได้รู้จักเจ้าค่ะ"
หมิงซินเยียนเพียงแค่พยักหน้ารับคำทักทาย
จากนั้น ไป๋เชียนหลิงก็หันไปหาต้วนอิ้งเยว่แล้วเอ่ยยิ้มๆ "คุณหนูต้วน โอสถคงโฉมมีจำนวนจำกัด หากอยากได้ก็ต้องไปต่อแถวเหมือนคนอื่นๆ นะเจ้าคะ กฎก็ต้องเป็นกฎ"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา
รอยยิ้มบนใบหน้าของต้วนอิ้งเยว่ก็จางหายไป
"เชียนหลิง พวกเราก็รู้จักกันมาหลายปีแล้ว ทำไมตอนนี้เจ้าถึงได้ทำตัวห่างเหินกับข้านัก"
ต้วนอิ้งเยว่หันไปมองเยี่ยอู๋โยวที่ยืนอยู่ด้านข้าง แล้วแค่นเสียงเย็น "เป็นเพราะเขาอย่างนั้นหรือ"
เมื่อเห็นต้วนอิ้งเยว่ชี้มือมาที่ตนเอง เยี่ยอู๋โยวก็ปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา
ต้วนอิ้งเยว่รีบหดมือกลับทันที
นางยังจำความรู้สึกตอนที่ใบหน้าบวมเป่งเป็นหัวหมูได้ดี
"ทำไม ยังอยากจะลองดีอีกหรือ"
[จบแล้ว]