เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 41 The Ranch (Part 1)

Chapter 41 The Ranch (Part 1)

Chapter 41 The Ranch (Part 1)


Chapter 41 The Ranch (Part 1)

เราฆ่าไปสามตัวในการต่อสู้ครั้งแรกและอีกเจ็ดจากการต่อสู้ครั้งที่สอง ไลแคนที่มีความฉลาดเหมือนมนุษย์จะตอบสนองปัญหานี้อย่างไร?

หลังจากการตายแบบนั้นพวกเขาจะไม่ประมาทและอย่างน้อยที่สุดพวกเขาจะไม่โจมตีโดยใช้จำนวน?

ในกรณีนั้นแม่ว่าจะเดินเร็วขึ้นมันก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงไลแคนได้ สุดท้ายในสถานการณ์แบบนั้นเราก็ต้องเผชิญและสู้กับพวกมัน แต่ถ้าเป็นแบบนั้นเราจะเสียเปรียบ.

คืนก่อนเราจัดการมันได้เจ็ดตัวได้อย่างง่ายดาย แต่นั่นเป็นเพราะจุดยุทธ์ศาตร์?.

ถ้าเราต่อสู้ในป่าที่เต็มไปด้วยอุปสรรคเต็มไปหมด เราไม่มั่นใจว่าเราจะชนะ.

‘แต่การสอบนี้ไม่ใช่จะเครียร์ไม่ได้.’

ผมเดาว่าการจุดบอดในการเครียร์ข้อสอบนี้อยู่ในหมู่บ้านนี้.

ผมเดาเพราะมันเป็นหมู่บ้านที่อยู่ระหว่างการโจมตีของพวกไลแคน.

พวกเขาไม่ได้มีอาวุธหรือว่าความเกรียจคร้าน แต่เป็นหมาเฝ้าบ้าน!

‘มันไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นหมา.’

ความจริงเนื่องจากผมรู้เรื่องพวกนี้ไม่นานจากไลแคนที่สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้เพื่อที่จะแยกความแตกต่างจากหมาเฝ้าบ้าน หมู่บ้านที่เป็นศัตรูกับไลแคนต้องมีหมาเฝ้าบ้านที่ทางเข้า.

แต่ในหมู่บ้านนี้ไม่มีแม้แต่ตัวเดียว

‘ฉันจะตรวจสอบอีกหน่อย.’

ผมเรียกซิลและเริ่มสำรวจหมู่บ้านเพื่อรวบรวมข้อมูล.

***

ในใจกลางหมู่บ้านมีคนกว่าโหลมารอผู้นำจากการพากลุ่มคนไปยังบ้านที่ว่างเปล่า.

“หัวหน้าเกิดอะไรขึ้น?”

“ฉันให้เขาอยู่ในบ้านที่เจสันอาศัยอยู่.”

“นั่นมันอันตรายเกินไปไหม? พวกเขาบอกว่าพวกเขาสู้กับมอนเตอร์เหล่านั้น.”

“โอ้พระ พวกเขาบอกว่าฆ่าพวกมันไปสิบตัว…”

เด็กหนุ่มที่อยู่ที่นั่นแสดงออกถึงความหวาดกลัว

“พวกเขาอันตรายขนาดนั้น จริงๆ.”

ขณะที่พวกเขาคุยกันผู้นำก็เริ่มหายไปกับความคิด.

ไลแคนที่ปกครองที่นี่เป็นของตรธเงินซึ่งเป็นความหวาดกลัวกลับหมู่บ้านนี้จนถึงจุดที่ไม่แม้แต่จะต่อต้านด้วยความกล้าหาญใดๆ.

ดังนั้นการปรากฎตัวของนักเดินทางที่ต่อสู้และฆ่าไปกว่า10ตัวของตระกูลเงินทำให้คนในหมู่บ้านตกใจ.

“บางทีพวกเขาอาจจะหลอก? นักเดินทางเรร่อนมักขี้โม้.”

“ใช่ๆ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ฉันแน่ใจว่าพวกเขาอยากจะกดดันพวกเรา”

“ฉันแน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้พบไลแคนตัวไหนหรือไม่ก็พวกเขาเพิ่งจะหนีพวกมันสัก 1-2 ตัว.”

พวกคนเหล่านั้นตั้งใจที่จะเข้ามาในหมู่บ้านพวกเขาจะดูถูก.

แต่ผู้นำส่ายหัว.

“พวกเขาดูเหมือนว่าจะไม่ได้หลอก พวกเขาดูจริงใจมาก.”

คำพูดของผู้นำทำให้บรรยากาศตกลงมาอีกครั้ง.

“จะเกิดอะไรขึ้นหากนักเดินทางแข็งแกร่ง? ป้าแบรรี่บอกว่า เธอบอกว่าเขาดูเหมือนกับว่าจะไม่ได้กลัวไลแคน.”

“ถูกต้อง หากพวกเขาแข็งแกร่งมากพอพวกเขาอาจจะคิดว่าการจัดการไลแคนก็เป็นแค่การออกกำลังกายหลังอาหาร…”

“นั่นเป็นไปได้.”

ผู้นำพูดอย่างหนักแน่น.

“มันอาจจะเป็นจริงที่พวกเขาฆ่าไลแคนไปสิบตัว แต่พวกเขาก็ดูไม่แข็งแกร่งขนาดนั้น.”

“คุณคิดงั้น?”

“คุณไม่รู้.”

เกิดการโต้แย้งกับผู้นำอีกครั้ง.

“คุณงี่เง่า ระลึกไว้ว่าตระกูลเงินเป็นผู้นำ.”

ด้วยคำพูดเหล่านั้นการแสดงออกของชายคนนั้นก็เปลี่ยนไป.

ผู้ตระกูลเงิน.

กลุ่มไลแคนของตระกูลเงินเป็นที่น่าหวาดกลัวและโหดร้ายมาก พวกเขาไม่ได้มีลักษณะว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลก.

“ไม่มีมนุษย์คนไหนมองเห็นสิ่งเหล่านั้นได้ไม่ต้องกลัว นักเดินทางเหล่านี้ยังไม่เห็นเขา”

“จากนั้นๆ อะไร?”

“เราดำเนินการอยู่.”

ดวงตาของผู้นำกลายเป็นหนาวเย็น.

“ใส่ยานอนหลับในอาหารที่จะเอาไปให้พวกเขา พวกเขาอาจจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างแบ่งออกเป็นมื้อเช้าและมื้อเย็น และแจ้งทั้งหมดให้กลับตระกูลเงิน พวกเขาคงรู้แล้ว.”

“ครับ/ค่ะ.”

“เข้าใจแล้วผู้นำ”

ขณะที่เขาหันหลังกลับผู้นำก็พึมพำ

“เหมือนเดิม ที่เรากำลังทำ เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิด.”

ขณะที่เขากลับมาที่บ้านผู้นำก็พึมพัมกับตัวเอง

“เรามีชีวิตได้จนถึงจุดนี้…”

และจากด้านบนมีสิ่งเล็กๆกำลังมองมายังด้านล่าง.

-เมี๊ยว.

ชีวิตที่เหมือนแมวที่ทำมาจากลมกำลังม้วนหางของมัน

***

ผู้นำทำตามแผนเดิม.

เขาส่งชายคนนึงไปยังตระกูลเงินเพื่อรายงานข่าวสารและสั่งให้ผู้หญิงทำอาหารให้กับนักเดินทาง แน่นอนว่ามื้อเย็นเป็นมื้อที่มียานอนหลับ.

เป็นบางครั้งที่พวกเขาแกล้งถามนักเดินทางว่าจัดการพวกมันได้อย่างไรขณะที่เฝ้าดูการเคลื่อนไหวของเขาและบางทียานอนหลับก็ทำงานในช่วงเวลาที่พวกเขาผ่อนคลายลงหลังจากที่พวกเขาเข้านอน.

‘ทั้งหมดเป็นไปตามแผน.’

ผู้นำหัวเราะอย่างเงียบกับตัวเองก่อนที่จะกลับบ้าน.

บ้านของผู้นำนั้นอาศัยอยู่คนเดียว เขาไม่มีครอบครัวและน่าเบื่อ

ผู้นำจิบไวท์องุ่นที่เอาออกมาจากตู้ ในเวลานี้เป็นเวลาที่เขาชอบมากที่สุดให้หมู่บ้านที่แห้งแล้งเหล่านี้และไม่มีความหรูหรา.

เมื่อแก่ตัวมากขึ้นความหรูหราพวกนี้ก็เพื่อตัวเขาเองทั้งนั้น การอาศัยแต่ละวันก็เพิ่มมากขึ้นและเขาก็โชคดีที่เป็นหัวหน้าเนื่องจากเขาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้มานาน.

นั่นคืออำนาจ

ผู้นำมีความสุขทุกวันเนื่องจากอำนาจเหล่านั้น.

ทันใดนั้นเขาก็คิดถึงนักเดินทางที่มาอยู่ในหมู่บ้าน.

เพื่อความแน่นอนว่าพวกเขาได้ผ่านการผจญภัยต่างๆไปจนถึงจุดนี้.

นักเดินทางเหล่านี้แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะไลแคน มันน่าเหลือเชื่อมากสำหรับผู้นำแก่ๆของหมู่บ้านนี้.

‘โชคร้าย.’

พวกเขายังเด็กและมีชีวิตอย่างไม่น่าเชื่อมากกว่าคนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้พร้อมกับชายชราคนนี้และชะตากรรมพวกเขาจะไม่ผ่านคืนนี้.

เขามีชะตากรรมที่น่าเศร้าและในความเป็นจริงผู้นำก็รู้สึกสงสารชีวิตพวกเขา เป็นเพราะว่าเขาต้องการจะมีชีวิตอยู่ในท้ายที่สุด

“คนหนุ่มสาวมีความสำคัญกับอนาคตข้างหน้า หวังว่าเราคงไม่น่ารังเกียจมากนัก.”

เขาพึมพัมและจิบไวน์อีกครั้ง.

แต่จากนั้น.

“คุณไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่คุณกระทำน่ารังเกียจเหล่านั้นจะทำให้ได้รับความไม่พอใจ?”

“ฮักฮัก!”

จากเสียงที่ได้ยินจากข้างหลังเขารู้สึกว่าหัวใจแทบจะหยุดเต้นและสั่นสะท้าน.

เพล้งง!

เขาตกใจจนถ้วยไวน์ในมือหล่นลงพื้นและแตกออกมา.

ผู้นำหันกลับไปมองข้างหลังของเขา.

และสองตาของเขาก็เบิกกว้าง.

คนที่มองเขาด้วยความเย็นชาเหล่านี้น่าจะนอนกันหมดแล้วกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขา

***

เห็นได้ชัดว่าเราไม่ได้แตะต้องอาหารของพวกเขา.

ผู้หญิงในหมู่บ้านที่นำอาหารมาส่งให้และบอกให้พวกเราเพลิดเพลินกับอาหารพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่น่ากลัว.

วีธีที่พวกเขาใช้?

ผมสงสัยว่ามีนักเดินทางเท่าไหร่แล้วที่ถูกพวกเขาหลอกอย่าวสบายใจ.

เมื่อมันมืดผมใช้ทักษะของซิลในการจัดการเสียงรบกวนและเข้าไปในบ้านของผู้นำ.

สำหรับคนที่ถูกกักขังที่ได้มาเยือนเขา พวกเขาไม่รู้สึกผิดและลึกลงไปในจิตวิญญาณของพวกเขาก็เป็นบางอย่างที่น่ารังเกียจ.

“คุณ… คุณ… คุณทำได้อย่างไร…!”

“ฉันมาขอบคุณสำหรับมื้ออาหารทีี่ยอดเยี่ยม.”

“โอ จริงดิ? ฮ่าฮ่า มันไม่มีความจำเป็นเลย…”

“ทำไมไม่ให้ฉันนั่งหน่อยนะ คุณไม่มีเก้าอี้มากกว่านี้แล้วหรอ?”

“ฮ่าฮ่า แน่นอน ความจริงแล้วผมจะไปเรียกใครบางคนเอาเครื่องดื่มมาให้.”

เรียกใครสักคน.

ผมสามารถบอกได้จากสิ่งเล็กๆน้อยที่เขาแสดงออกมาให้เห็นคือการที่เขาได้เป็นผู้นำหมู่บ้านนี้เขาได้ใช้ความแข็งแกร่งทางอำนาจในการขึ้นเป็นผู้นำหมู่บ้าน.

นั่นหมายความว่าชายชราคนนี้เอาอำนาจมาจากไหน?

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันคืออะไร.

“เงียบแล้วนั่ง.”

“…!”

หลังจาที่ได้ยินคำพูดของผมแล้วผู้นำที่กำลังออกจากหมู่บ้านเพื่อไปเรียกคนกลายเป็นแข็งค้าง.

“ถ้าคุณไม่หุบปากและนั่งลงผมจะควักลูกตาคุณ.”

ผมขู่เขาอย่างหนักอีกครั้ง นี่เป็นคำพูดของคุงจุนชอยที่ผมได้เรียนรู้จากเขา.

โชคดีทีี่ผู้นำคงจะคิดว่าผมเป็นคนที่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขานั่งลงอย่างแผ่วเบาด้วยความกลัว

ผมจ้องมองไปรอบๆบ้านและนำเก้าอี้ที่ผมเห็นมานั่งตรงข้ามกับเขา

“ในตอนดึกมียามคอยเฝ้าและพวกสอดแนม พวกมันมีแค่สองอย่างเท่านั้น ในหมู่บ้านที่มีชีวิตรอดท่ามกลางกลุ่มไลแคนเป็นเวลานาน.”

ผมพูดต่อ.

“คุณมีข้อตกลงร่วมกับไลแคนหรือไม่ก็คุณกำลังถูกปกครองโดยไลแคน หนึ่งในสองอย่างนี้ถูกไหม?”

“นั่น เอ่อ…”

“ถ้าคุณไม่ตอบ ผมจะตัดนิ้วมือคุณทีละนิ้ว.”

“อึก! ใช่ ถูกต้อง!”

“แล้วคุณรักษาความสัมพันธ์กับไลแคนได้อย่างไร? ผมคิดเรื่องนี้มาตลอดและสมมุติฐานที่ผ่านมาบางอย่าง ฟังนะ.”

ผมพูดต่อ.

“คุณบอกว่าหมู่บ้านนี้ประกอบด้วยผู้คนที่หลบหนีจากผู้นำที่เผด็จการ? ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นความจริง เฉพาะเรื่องนั้นที่เฉยๆ คนที่หลบหนีจากภาษีอย่างหนักเข้ามาในหมู่บ้านและทุกครั้งคุณก็ให้อาหารที่มียานอนหลับและส่งไปให้ไลแคนเป็นอาหารเพื่อรักษาชีวิตคุณ.”

“คุณอาจจะให้คนอื่นแนะนำมาที่หมู่บ้านนี้? ถ้าคุณไม่ทำอย่างนั้นและคนอื่นจะกลายเป็นอาหาร ผมผิดไหม?”

“คุณ ถูก.”

ผู้นำพูดด้วยเสียงสั่นๆ.

“เราไม่ต้องการทำสิ่งเหล่านี้ ถ้าเราเข้มแข็งเหมือนกับพวกคุณเราคงต้องต่อสู้กับสัตว์ร้ายเหล่านั้น! แต่เราไม่แข็งแกร่ง…”

ดวงตาของผู้นำเริ่มมีน้ำตา เขายังคงพูดราวกับว่าผมเป็นทีี่ปรึกษา.

“คนในหมู่บ้านกี่คนแล้วที่ต้องกลายเป็นอาหาร! ถ้าผมคิดถึงเพือนบ้านที่เราต้องเสียสละ…”

ผมไม่สามารถฟังได้อีกและพูด

“ซิลตัดนิ้วออก.”

-เมี๊ยว!

วูซ ฉัวะ!

ด้วยลมที่คมทกริบของซิลได้ตัดหัวแม่มือขวาของผู้นำ.

“อ๊ากกก!”

ผู้นำเห็นนิ้วหัวแม่มือข้างขวาถูกตัดก็ร้องออกมาด้วยสายตาที่เบิกกว้าง.

เสียงของชายชราที่น่ารักเกียจนี้ไม่ได้ออกไปไหนเนื่องจากผมสั่งซิลให้กำจัดเสียงต่างๆออก.

“อ๊ากก!”

ผู้นำยังคงกรีดร้องเสียงดัง

ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามกรีดร้องให้ชาวบ้านด้านนอกได้ยิน เมื่อผมเห็นเทคติคของเขาผมก็หัวเราะน้อยๆ.

“หุบปาก.”

เพี๊ยะ!

ผมตบหน้าเขา เขาทำหน้าตาไม่น่าเชื่อ ว่าเขาจะถูกตบแก้มด้วยเด็กน้อย.

“อะไร? ไม่พอใจ?”

ผมเชยคางของผู้นำและมองเข้าไปในตาเขา

“คุณอาศัยอยู่ที่นี่เหมือนกับเป็นราชา และคิดว่าคงไม่มีวันนี้?”

“นั่น เอ่อ…”

“ชายชราสกปรกอย่างคุณ คิดว่าผมเข้ามาที่นี่และอาศัยอำนาจของคุณทำให้ผมเหมือนกับเป็นคนรับใช้เหมือนคนอื่น.”

“…”

“คนในหมู่บ้านนี้กว่า 200 คน มีคุณเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อายุมากกว่า 50 ปี.”

ดวงตาของผู้นำทั้งสองเบิกกว้าง.

ผมตีควาวมกลัวเข้าไป.

ผมยิ้มเหยียดหยาม.

“คุณอาจจะให้คนแก่กับไลแคนและคนที่ตัดสินใจว่าใครจะเป็นมื้ออาหารก็คือคุณ หลังจากที่ได้รับความรับผิดชอบจากไลแคน คุณได้กำหนดตัวเองเป็นผู้นำ.”

“มัน มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ ถ้าไม่ใช่ฉัน หมู่บ้านแห่งนี้…”

“งั้นเราก็มาทดสอบการเสียสละของคุณโดยคำนึงถึงความจริงใจของคุณต่อหมู่บ้านแห่งนี้?”

ผมคว้าคอเขาและดึงเข้ามาใกล้ผมและพูด.

“คุณเรียกไลแคนมาที่หมู่บ้านใช่มั๊ย? ผมจะให้คุณเป็นผู้นำในการฆ่าไอ้สารเลวพวกนั้น แต่เมื่อคิดว่าด้วยความปลอดภัยของหมู่บ้านนี้ไม่สามารถทำได้และยังเป็นศัตรูกับไลแคนได้ แต่แน่นอนว่าถ้าคุณไม่ร่วมมือผมจะฆ่าคุณ คิดว่างั้นไหม? ต้องการแสดงความเสียสละของผู้นำหน่อยไหม?”

จบบทที่ Chapter 41 The Ranch (Part 1)

คัดลอกลิงก์แล้ว