เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอน 12 ข้าจะไม่ให้คนอื่นมาตัดสินชะตา

ตอน 12 ข้าจะไม่ให้คนอื่นมาตัดสินชะตา

ตอน 12 ข้าจะไม่ให้คนอื่นมาตัดสินชะตา


โอกาสนั้นมีมากมาย การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดเองก็เป็นไปได้

เฉินหยวนไม่ยั้งมือเลย เขาใช้ยันต์ปราณกระบี่ไปครึ่งส่วน

เขาเองก็ไไม่รู้ว่ายันต์ปราณกระบี่นั้นมีพลังเท่าไหร่ แต่การใช้หนึ่งครั้งคือการเสียร้อยคะแนน ดังนั้นมันไม่น่าจะพลังน้อยเกินไป

ตู้ม

พลังปราณกระบี่อันยิ่งใหญ่หล่นลงมา พลังอันน่าสะพรึงทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง ต้มไม้ใหญ่ล้มลงระเนระนาด ฝุ่นควันเคลื่อนคล้อยกระจายเหลือไว้เพียงหลุมยักษ์ราวกับมีสิ่งที่น่ากลัวทิ้งร่องรอยระหว่างฟ้าดินเอาไว้

“ติ๊ง ขอแสดงความยินดี คุณทำตามคำแนะนำสำเร็จและได้รับพลังบ่มเพาะสามปี”

“ติ๊ง ขอแสดงความยินดี คุณทำตามคำแนะนำสำเร็จและได้รับอาวุธแสงจันทร์พิเศษระดับสี่”

เมื่อข้อความระบบดังขึ้นเฉินหยวนจึงค่อย ๆ ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

คำแนะนำเสร็จเรียบร้อย นั่นหมายความว่าหลินชางเหอตายไปแล้ว

ฟึ่บ

เฉินหยวนยืนนิ่งอยู่ไม่นานก็รีบเข้าไปค้นตัวหลินชางเหอและเก็บกวาดสนามรบ

เพราะเขาเป็นขอบเขตแก่นแท้ บางทีอาจจะมีของมีค่าติดตัวมาก็ได้

ไม่นานเขาก็เห็นศพสภาพไม่สู้ดีอยู่ไกลออกไป ทั้งร่างไหม้เกรียมและเหลือซากเพียงเล็กน้อย มีร่างกายพัง ๆ ที่ส่งกลิ่นคาวออกมา

เฉินหยวนบีบจมูกตัวเองและเดินไปและเห็นแหวนอยู่ใต้ตัวเขา

“แหวนเก็บของเหรอ?”

โดยรวมแล้วมันก็คือของที่จะอยู่ในโลกจอมยุทธระดับสูง

เฉินหยวนหยิบแหวนขึ้นมาและส่งพลังลงไป ทันใดนั้นเองก็มีพลังปริศนาเชื่อมต่อพวกเขาเข้าด้วยกันทำให้เฉินหยวนมองดูข้างในแหวนได้

มันคือแหวนเก็บของอย่างที่เขาคิดจริง ๆ

มันไม่ใหญ่นัก มีพื้นที่เพียงแค่สองตารางเมตรเท่านั้น

ถึงมันจะเล็กไปหน่อย แต่มันก็ดีพอสำหรับเขา

“ได้อะไรมาบ้างแล้ว”

เฉินหยวนกวาดสายตามองและเห็นว่าหลินชางเหอนั้นร่ำรวยไม่เลว

มีโอสถหลายสิบเม็ด ศิลาจิตหลายพันก้อน และยังมีแผ่นหยกสี่แผ่นกับอาวุธวิเศษ

นี่คือทรัพย์สมบัติของหลินชางเหอ มูลค่าของข้างในย่อมไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นโอสถหรือศิลาจิต

หลังจากเก็บแหวนแล้วเฉินหยวนไม่ไปไหนไกล เขาคิดครู่หนึ่งและรีบไปซ่อนในพุ่มไม้ต้นไม้ใหญ่

ในการตามล่าเขานั้น ตระกูลหลินจะต้องไม่ส่งหลินชางเหอมาคนเดียว จะต้องมีคนอื่นมากับเขาด้วยแน่

เขากำลังรอโอกาสหวังว่าจะได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดผ่านคนตระกูลหลิน

ใครกันที่ใส่ความเขา?

เขารออยู่ครึ่งชั่วโมง

แล้วก็เป็นอย่างที่คิด มีหลายคนเข้ามาในสายตาเฉินหยวน

พวกเขาแต่งกายเหมือนกับคนตระกูลหลินในอดีต

พวกเขาขมวดคิ้วเมื่อได้พบที่เกิดเหตุ พวกเขามองศพที่อยู่ไม่ไกลออกไป

“นี่เป็นศพใคร?”

“หัวหน้าเราหรือว่าไอ้โจรชั่วนั่น?”

ศพนั้นสภาพเละตุ้มเป๊ะจนบ่งบอกไม่ได้ว่าเป็นร่างของใคร

“เป็นไปไม่ได้ หัวหน้าเราแข็งแกร่ง ไอ้ชั่วนั้นมีพลังแค่ขอบเขตบ่มเพาะร่างกาย มันจะมาสู้กับหัวหน้าได้หรือ?”

มีคนบอกได้ทันทีว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงที่คนในขอบเขตบ่มเพาะร่างกายจะสังหารคนในขอบเขตแก่นแท้ระดับเจ็ดได้

คนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย

ในขณะนี้

เฉินหยวนหยิบดีเสิทอีเกิลขึ้นมาและลั่นไก

ปั้ง ปั้ง ปั้ง

เสียงดังลั่น หลายคนล้มลงทันที เหลือเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่

กายหยาบของพวกเขาย่อมทนรับความรุนแรงของกระสุนปืนไม่ไหว และเฉินหยวนเองก็ลอบโจมตีโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวด้วย

“ใครน่ะ?”

การโจมตีอย่างรวดเร็วทำให้คนเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูลหลินตกใจ

แต่สิ่งที่เขาได้รับแทนคำตอบก็คือเสียงกระสุนปืน

มีเสียงปืนดังอีกหลายครั้ง แขนขาของชายคนนั้นโดนกระสุนทะลวง เขานอนแผ่กายไร้กำลังอยู่บนพื้น

แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในขอบเขตบ่มเพาะร่างกายเหมือนกัน แต่ขอบเขตของพวกเขาต่างกัน

เพราะเฉินหยวนนั้นเพิ่งจะบ่มเพาะพลังได้ไม่กี่วัน ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นอยู่ในขอบเขตนี้มานานแรมปี ประสบการณ์ในการต่อสู้ย่อมแตกต่าง

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยทัณฑ์สวรรค์ที่เขากำลังเผชิญ เฉินหยวนไม่คิดว่าเขาจะมีโอกาสชนะมากนัก

ต่อให้เขาชนะ เขาก็ต้องเจ็บตัวในที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีวิธีรับมือศัตรูอยู่แล้ว ในจะต้องเผชิญหน้าตรง ๆ เล่า?

ปัญหานั้นได้ไม่คุ้มเสีย

ฟึ่บ

เฉินหยวนรีบลงมาจากต้นไม้และก้มมองคนตระกูลหลินที่นอนอยู่กับพื้น เขาจงใจเหลือคนผู้นี้เอาไว้

“ทำไมเจ้าถึงไล่ล่าข้า!”

“ถามอะไรของเจ้า? เจ้าฆ่าคนเองกับมือ ยังจะถามอะไรอีก?”

คนตระกูลหลินถอนหายใจแรงและอดทนกับความเจ็บปวด

เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายจงใจเหยียดหยามเขา

“ข้าฆ่าคนก็จริง แต่ข้าฆ่าคนในป่า ไม่มีคนภายนอกพบเห็น แล้วก็ไม่ใช่คนตระกูลหลินของเจ้าด้วย”

เฉินหยวนเมินท่าทีของอีกฝ่าย เขาเพียงแค่ต้องการอยากรู้ความจริงในเรื่องนี้

“เป็นไปไม่ได้ มีหลายคนเห็นเจ้าฆ่าคนตระกูลหลินในเมืองเทียนเซี่ยงกับตา แล้วเจ้าก็ใช้อาวุธลับแบบนี้ด้วย”

“ถ้าไม่ใช่เจ้า แล้วเจ้าจะหนีเพื่อสิ่งใด?”

คนตระกูลหลินไม่เชื่อเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าไม่ใช่ฝีมือหลินหยวน แล้วเขาจะหนีในตอนที่เจอตระกูลหลินทำไม?

ถ้าหากเขาไม่มีอะไรปิดบัง เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้

“ข้าจะไม่ให้คนอื่นมาตัดสินชะตาของข้า”

น้ำเสียงเฉินหยวนสงบ ดวงตาของเขาแสดงความเยือกเย็น เขาพูดเบา ๆ

“ถ้าหากข้าบอกว่าไม่ใช่ฝีมือข้า เจ้าจะเชื่อหรือ?”

ได้ยินแบบนี้แล้ว

คนตระกูลหลินเงียบกริบ

“ไม่มีเหตุผลให้เจ้าฆ่าพวกเรา”

“ไม่ นี่ไม่ใช่เหตุผลที่ข้าฆ่าพวกเจ้า ข้าเพียงแค่จะไม่มอบชีวิตตัวเองให้ผู้ใด”

“ถ้าเจ้าหาฆาตกรเจอ ข้าอาจจะมีโอกาสรอดชีวิต แต่ถ้าเจ้าหาไม่เจอ ข้าก็ตายอยู่ดี”

“แล้วพวกเจ้าก็ยังหาฆาตกรตัวจริงไม่เจอ ข้ามีชะตาต้องตายจากพวกเจ้าอยู่แล้ว”

นี่คือโลกที่ผู้แข็งแกร่งข่มเหงผู้อ่อนแอ เฉินหยวนไม่คิดว่ามันมีความยุติธรรมอยู่ที่นี่

และไม่ว่าจะเป็นโลกใบไหน มันก็มีเรื่องเข้าใจผิดมากมายนับไม่ถ้วนที่ต้องมีแพะรับบาป

ยิ่งไปกว่านั้น ในโลกใบนี้ ชีวิตมนุษย์มีค่าเพียงแค่ใบหญ้า ถ้าหากเขาต้องสงสัย เขาจะโดนสังหารทันที

ต่อให้พวกเขาเจอฆาตกรตัวจริงภายหลัง มันก็ไม่มีใครทวงคืนความยุติธรรมให้กับเขา ต่อให้มี แล้วมันจะอย่างไรหรือ?

เพราะเขาตายไปแล้ว

ดังนั้น ไม่ว่าเขาจะถูกหรือผิด เขาก็จะไม่มีทางปล่อยให้ชีวิตของเขาตกอยู่ในมือของผู้อื่น

“เจ้าพูดถูก เจ้ามีพลัง”

“เพียงแต่ว่าตระกูลหลินแข็งแกร่งกว่าเจ้ามากนัก ตอนนี้เจ้าฆ่าคนตระกูลหลินไปมากมายแม้กระทั่งหัวหน้า ตระกูลหลินจะไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่”

“ในระยะพันลี้นี้ ตระกูลหลินคือผู้ปกครอง ไม่มีทางให้เจ้าหนีหรอก”

ปั้ง

เฉินหยวนยังคงสงบและบดขยี้หัวของอีกฝ่ายด้วยเท้า

“ข้าจะหนีรอดหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

เฉินหยวนรู้ว่าชายคนนี้ไม่รู้เรื่องราวอย่างแท้จริง แม้กระทั่งตระกูลหลินเองก็ไม่รู้ว่าฆาตกรตัวจริงคือใคร

แต่เขายืนยันได้แล้วว่าเขามีภัย

“ใครกัน?”

“หรือว่าจะเป็นฝีมือพวกสามตระกูลใหญ่?”

เฉินหยวนเดินช้า ๆ เข้าไปในป่าลึกอย่างเคร่งขรึม

ตอนนี้เขาฆ่าคนตระกูลหลินมามากเกินไปแล้ว การกลับเมืองเทียนเซี่ยงนั้นคือกับดักของเขา

ไม่มีเมืองอื่นในระยะพันลี้นี้ และพื้นที่ทั้งหมดล้วนเป็นที่ราบ หากตระกูลหลินเริ่มแกะรอยเขา พวกตระกูลหลินย่อมหาเขาเจอได้ไม่ยาก

แทนที่จะกลับเมือง เขาซ่อนในป่าดีกว่า

ที่สำคัญที่สุดก็คือเขาต้องสืบเรื่องราวทั้งหมดอย่างถ่องแท้และหาคนที่ใส่ร้ายเขาให้ได้

นอกจากนั้น เหตุผลที่เขาอยู่ในป่าต่อก็เพื่อเตรียมการสำหรับสองกล่องสมบัติ

กล่องสมบัติระดับทองเพื่อการสืบเรื่องราว และกล่องสมบัติแพลทตินัมจากการสังหารศัตรู

เดิมทีเขาคิดว่าเขาจะได้รับสมบัติแพลทตินัมหลังจากสังหารหลินชางเหอ แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่มากพอ

ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องฆ่าล้างบางตระกูลหลินให้สิ้นสกุล

“สมกับเป็นสมบัติระดับแพลทตินัม”

เฉินหยวนพึมพำกับตัวเอง

จบบทที่ ตอน 12 ข้าจะไม่ให้คนอื่นมาตัดสินชะตา

คัดลอกลิงก์แล้ว