เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 37 Lycanthrope (Part 3)

Chapter 37 Lycanthrope (Part 3)

Chapter 37 Lycanthrope (Part 3)


Chapter 37 Lycanthrope (Part 3)

“ตายเพราะมนุษย์?”

ใบหน้าของบิดาตกตะลึงด้วยความสงสัย

จากผู้คนในตระกูลจะได้ยินเสียงขำของผู้ชายน้อยๆ.

เฮลกิไม่สนใจและพูด

“ผมไม่รู้ว่าพวกมันมีกี่คนเรายังไม่ทันได้เห็นหน้าและสามคนก็ตายแทบจะในทันที ผมขอโทษบิดา.”

เสียงหัวเราะลางที่อยู่ข้างหลังของเขาหยุดทันที

ในที่นี้ไม่มีผู้ชายสักคนที่ชอบเฮลกิ เป็นเพราะภายในตระกูลผู้ชายทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อผู้หญิง

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาปฏิเสธความแข็งแกร่งของเขา.

ถ้าเฮลกิไม่มีแม่แต่โอกาสที่ตจะต่อสู้และเสียพี่น้องไป มันจะเป็นปัญหา หากยังคงเยาะเย้ยความไร้ความสามารถ.

สามคนตาย แต่ไม่มีใครเห็นใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม มีบางอย่างร้ายแรงเกิดขึ้นที่นี่

“แกไม่ได้เห็นหน้า? ข้อมูลไม่เพียงพอ.”

จากคำพูดของบิดา เขามองไปยังศพ

“นั่นคือเหตุผลที่ผมเอาร่างน้องชายมาด้วย”

เขาพลิกตัวศพและแสดงให้เห็นถึงด้านหลัง

“บางอย่างเล็กๆที่ติดอยู่ในลำตัว มนุษย์ใช้อาวุธแปลกที่กำหนดไปยังเป้าหมายได้จากระยะไกล.”

“ตรวจสอบร่างนั่น”

“ครับ.”

เฮลกิตรวจสอบศพของน้องชาย เขาวางมือไปตรงบาดแผลพุพองรอบ จากนั้นก็มีบางสิ่งอยู่ในมือของเฮลกิ.

เขาเอามันออกและแสดงให้บิดาเห็น มันเป็นโลหะเล็กๆที่กำลังกลิ้งอยู่

“แกจะบอกว่าสิ่งเล็กๆนี้บินเร็วกว่าลม?”

“ครับ บิดา”

“มันต้องเป็นอาวุธอันตราย.”

“ผมไม่แน่ใจ แต่ผมเดาว่ามันคงเป็นการเรียกสปิริต.”

เกิดความเงียบในกลุ่มพวกเขา.

อาวุธที่ไม่รู้จักซึ่งฆ่าน้องชายเฮลกิในทันทีและยังมีการเรียกสปิริตอีก.

คนที่เข้ามาในดินแดนของเขาในเวลานี้ไม่สามารถดูแคลนพวกเขาได้.

“ก่อนอื่นเราไม่รู้ว่ามนุษย์พวกนี้เป็นใครและมีกี่คน.”

“บิดาผมจะออกไปหาเอง!”

เสียงสดใสกล่าวออกมา ไลแคนที่มีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

‘เจสัน?’

ใบหน้าเฮลกิกลายเป็นบิดเบี้ยว

เจสันเป็นคนที่มักจะแข่งกับเฮลกิเป็นส่วนใหญ่ในพี่น้องต่างแม่

เมื่อเห็นการกลับมาอย่างล้มเหลวของเฮลกิ เจสันจึงใช้เหตุการณ์นี้ออกมาอาสาอย่างรวดเร็ว มันเป็นกลยุทธ์กดดันเฮลกิอย่างชัดเจน.

“ตามนั้น.”

บิดาดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจกับงานนี้.

“ขอบคุณ! ผมจะทำให้ดี!”

เจสันกล่าวออกมาอย่างร่าเริง พี่น้องต่างแม่เดินตามเจสันไป.

‘นี่ไม่ดี.’

การแสดงออกของเฮลกิกลายเป็นมืดมน

ในตระกูลพ่อของเขาอยู่เหนือสุด ไลแคนปกติจะอยู่ตรงกลางระหว่างฝ่ายมารดาและสร้างกลุ่มขึ้นมา

จนถึงตอนนี้เฮลกิและพี่น้องทุกคนที่เกิดจากมารดาภรรยาคนแรกของบิดาเขา มาเรีย พวกเขามีพลังมากแต่ด้วยเหตุการณ์นี้ทุกคนยกเว้นเฮลกิเสียชีวิตหมดแล้ว.

จากด้านบนทั้งหมด พี่น้องทั้ง7คนมาจากภรรยาคนที่ 3 เฮร่า.

ถ้าพวกเขาประสบความสำเร็จในภารกิจนี้พวกเขาอาจจะใช้โอกาสนี้ทำให้เจสันเข้าสู่ตำแหน่งที่2.

แน่นอนว่าความแข็งแกร่งส่วนบุคคลมีความสำคัญมากกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่หากเทียบกับเฮลกิ เจสันก็ไม่ด้อยนัก ถ้าเกิดการต่อสู้เฮลกิต้องเตรียมพร้อมกับความตายที่เป็นไปได้ที่จะก้าวข้ามแม่น้ำไม่หวนกลับ

‘แต่มันก็ไม่แน่ เจสันเป็นคนใจร้อนเขาอาจจะทำให้งานนี้เสียหายได้’

แม้ว่าพวกเขาจะทำไม่สำเร็จอย่าๆน้อยๆพวกเขาก็สอดแนมได้ พวกเขาก็แค่เข้าไปในระยะมองเห็น.

แต่หลังจากที่เขาสอดแนมแล้วเขาอาจจะโจมตีมนุษย์ด้วยความโลภ?

ภาพการต่อสู้กลับของมนุษย์และการโจมตีที่ทรงพลังราวกับภัยบัติของธรรมชาติ.

สำหรับตระกูลโดยรวมแล้วการสูญเสียสมาชิกไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่กับเฮลกิการตายของคู่แข่งคือสิ่งที่ดี.

‘ฉันคิดว่าฉันควรจะหวังให้เจสันตาย.’

เฮลกิคิดว่าเจสันอาจจะเสี่ยงเนื่องจากความชะล่าใจ.

***

“ฮ่าๆๆ นายได้เห็นใบหน้าที่มืดมิดของเฮลกิไหม?”

“มันดูเหมือนกับหมากินขี้เลย.”

พี่น้องเจสันพูดเสียงขึ้นจมูก.

“การที่ตายเพราะมนุษย์ เขาน่าจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าอับอาย อืมมม เขาอาจจะเดินไม่ไหวและมาถึงขีดจำกัดแล้ว.”

เจสันนินทาเฮลกิมากขึ้นและพี่น้องของเขาก็เข้าคู่กันอย่างมาก

บิดาได้ตั้งกฎไว้เมื่อ26ปีที่แล้ว.

จากกฎของบิดาที่ผ่านมาอย่างยาวนานเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก.

การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของการเติบโตของตระกูล.

ในประวัติศาสตร์ของตระกูลไลแคนไม่เคยมีบิดาแข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่มีใครสามารถท้าทายบิดาได้.

ไม่ใช่แค่นั้น แต่บิดายังห้ามไม่ให้มีการจัดอันดับที่ไม่จำเป็นในตระกูล

การท้าทายและการต่อสู้ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุเท่าไร ดังนั้นผู้ชายในตระกูลไม่ได้ลดลงจากการตายเป็น แต่กลับมีตัวเลขเพิ่มขึ้นมากมาย

บิดายังหาอาหารได้โดยไม่ต้องออกไปล่า นั่นเป็นการกระทำที่โดดเด่นมาก โดยไม่ต้องออกไปดูลาดเลาเท่าไรตามที่ต่างๆกระนั้นการล่าก็เป็นไปได้ง่ายเป็นอย่างมาก.

เมื่ออาหารอุดมสมบูรณ์การเติบโตของตระกูลก็มากขึ้น ตระกูลเคยมีไม่ถึง20คน แต่ตอนนี้มีคนที่แข็งแกร่งกว่า 100 คน

ตอนแรกมีความไม่พอใจกับการบริหารแปลกๆของพ่อ แต่ตอนนี้มีแต่คนสรรเสริญเขา พวกเขากล่าวว่าเขาได้นำความมั่งคั่งมาให้กับตระกูลสีเงิน.

แต่ความขัดแย้งภายในยังคงมีอยู่

และพี่น้องของเจสันเป็นตัวอย่างที่สำคัญ.

‘ไลแคนคิดเสมอถึงความแข็งแกร่ง! อันดับตัดสินใจจากความแข็งแกร่ง การจูบตูดพ่อและเพิ่มระดับเป็นสิ่งที่ผิด!’

เจสันรู้สึกสมเพชเฮลกิ

เขาไม่คิดว่าความแข็งแกร่งของเขาน้อยกว่าเฮลกิ

แต่ความฉลาดและปัญญาของเขาทำให้เขาทำตามคำสั่งของบิดาได้อย่างไม่บกพร่องและเจสันก็ไม่สามารถที่ทำได้ ด้วยเหตุนี้ลำดับภายในตระกูลของเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากตามหลังเฮลกิ

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้

‘ตอนนี้เป็นโอกาส.’

การปกครองของบิดาผิดพลาด

จำนวนคนในตระกูลเพิ่มขึ้น แต่ผู้ชายที่ตายจากความกล้าหาญน้อยลง.

เนื่องจากไม่ค่อยได้มีการล่า ความรู้สึกของเขาจึงลดลง และนำไปสู่การสูญเสียเมื่อสู้กับมนุษย์.

ความคิดของเจสันเป็นแบบนี้

‘เราต้องย้อนกลับไปในแบบเดิม ฉันจะทำอย่างนั้น.’

แน่นอนว่าเขาไม่ได้มีเจตนาท้าทายบิดา เพราะเขาแข็งแกร่งมาก.

แต่เขาก็ยังต้องต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา เฮลกิ

ไม่ว่าบิดาจะแข็งแกร่งแค่ไหนเขาก็ต่องเสื่อมไปตามกาลเวลา! ถ้าเขาแซงเฮลกิได้ผู้นำคนต่อไปจะเป็นเขา.

“เราจะจัดการคนที่เข้ามาในดินแดนของเรา.”

“ห๊ะ?”

“นายต้องการลบพวกเขา?”

พี่น้องของเจสันตกใจจากความคิดของเขา.

“เจสัน คำสั่งคือการสอดแนม บิดาไม่ได้บอกว่าเราต้องสู้.”

“ช่าย.”

“และสิ่งที่มนุษย์มีอาวุธแปลกๆที่อันตรายอีก มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราประมาทและเร่งโจมตี?”

“แม้แต่พี่น้องของเฮลกิก็ยังต้องตาย”

“พี่น้องเฮลกิคืออะไร?”

เจสันเริ่มโกรธพี่น้องของเขามากขึ้น.

“นายกำลังบอกว่า เพราะพี่น้องเฮลกิทำไม่ได้เราเลยทำไม่ได้?!”

“ไม่ ไม่ ฉันไม่ได้บอกแบบนั้น…”

“แกไอ้ขี้ขลาด!”

“อัค…! อัค…!”

เจสันคว้าคอพี่น้องของเขาและกำมันแน่น.

“ฟังให้ดี! เราจะล่ามนุษย์ทั้งหมดที่ฆ่าพี่น้องของเฮลกิอย่างไรความปราณี เมื่อเรากลับมาหลังจากทำสำเร็จบิดาจะวางใจเรามากกว่าเฮลกิ และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงความคิดเล็กน้อย เขาจะตระหนักรู้ได้ว่าพวกเราแข็งแกร่งน้อยเกินไป!”

“แค่กๆ…! อ่า โอเค…!”

เจสันปล่อยพี่น้องของเขาลงก่อนที่จะเดินต่อไปอย่างรวดเร็ว.

“ไปกัน อย่างแรกเราต้องได้กลิ่นมนุษย์ก่อน”

***

‘นี่ทำไม่ได้.’

ผมแทบจะนอนไม่หลับเพราะความกังวลดังนั้นผมจึงตัดสินใจจะตอบโต้.

“งั้นก็เปลี่ยนจากตอนดึกเป็นตอนเช้า.”

ผมบอกต่อเพื่อนร่วมทีม.

ทุกคนงง ผมเลยอธิบาย.

“ธรรมชาติของไลแคนแล้วเป็นสัตว์กลางคืน มันจึงมีโอกาสสูงที่เขาจะโจมตีในเวลากลางคืน นอกเหนือจากตอนกลางคืนคือตอนที่เรานอนหลับและพื้นในการมองเห็นของเรามีจำกัด.”

“คุณบอกว่าเราควรจะนอนตอนนี้.”

ผมหยักหน้าจากคำพูดของคังชอย

“ใช่ ถ้าเรานอนในส่วนที่สว่างที่สุดในตอนเช้า มันจะเป็นประโยชน์ต่อยามที่เฝ้ามากกว่ากลางคืนและในตอนกลางคืนเราสามารถเรียกซิลและเคลื่อนไหวไปได้เรื่อยๆ.”

“เป็นความคิดที่ดี.”

“ผมเห็นด้วย.”

แฮซูลและจุนโฮเห็นด้วย

จุนชอยพยักหน้าตกลงที่จะทำแบบนั้น

เราทำอาหารเช้าง่ายๆและเคลื่อนไหวเมื่อตอนพระอาทิตย์ตกและนอนเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นตรงหัว.

เรานอนหลับใต้ร่มไม้และเนื่องจากเรานอนไม่หลับเพราะความวิตกจากตอนกลางคืนมันเลยทำให้เรานอนง่ายมากๆแม้ว่าจะเป็นตอนกลางคืน.

ไม่จำเป็นต้องก่อกองไฟและยังมีนกสองตัวหินอีกหนึ่งก้อน ตอนนี้เราไม่กลัวไลแคนตอนเช้าหรือหวาดกล้วอะไรสักอย่าง.

แต่เมื่อถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกเราก็เริ่มเคลื่อนไหว เราต้องลำบากเล็กน้อยจากการมองเห็นที่จำกัดและยังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

หลังจากที่ผมอธิบายอะไรบางอย่างผมเลยจัดให้จุนชอยเดินหน้า ด้วยความแข็งแกร่งทางกายปานกลางเลเวล 1 และการควบคุมออร่า เลเวล 5 เป็นการดีที่สุดที่จะให้จุนชอยเดินไปข้างหน้าแม้ในเวลากลางคืนการต่อสู้ก็ต้องอาศัยประสาทสัมผัสทั้ง 5.

หลังจากนั้นจุนโฮและแฮซูก็ตามลำดับและผมก็อยู่ท้ายขบวน

จุนชอยเตือนให้เรารู้ถึงก้อนหินที่ยื่นออกมามันทำให้เราเดินทางได้ง่ายมากขึ้น.

ผมมักจะเรียกซิลออกมาสอดแนมทุกๆ 1.2 กิโลเมตร.

‘ไม่มีทางที่เราจะผ่านไปง่ายแบบนี้ มันต้องมาแกแค้นเราแน่นอน.’

พวกมันคงไม่เกิดการกลัวที่จะโดนโจมตีด้วยปืนหรอกนะ ไม่งั้นการสอบก็จะง่ายขึ้น?

‘เมื่อคือไม่มีการโจมตีของศัตรู เป็นหลักฐานว่าพวกมันระวังตัว พวกมันอาจจะคิดอย่างรอบคอบ.’

เอาเรื่องจริงก็คือการยิงปืนของผมแม่นยำมาก พวกมันคงไม่เห็นอาวุธแบบนั้น ดังนั้นพวกมันจึงน่าจะตื่นตระหนกมาก

ถ้าเป็นแบบนั้นคงจะไม่มีการโจมตีครั้งใหญ่อย่างแน่นอน

‘ตอนนี้ พวกเขาต้องมาสอดแนม.’

หมาป่าเป็นสัตว์ที่ฉลาด และมันยิ่งฉลาดมากขึ้นเมื่อมันเป็นไลแคนที่มีสติปัญญาเท่ากับมนุษย์.

สำหรับตอนนี้มันอาจจะทำหน้าที่ส่งข้อมูลบางอย่างหลังจากสอดแนมเรา

พวกมันต้องหาทางที่จะรู้ได้ว่าเรามีกี่คนและอาวุธแบบไหนที่มีการโจมตีแปลกๆ.

อาวุธระยะไกลที่ยิงพวกมันอยากรู้ก็คือ Mosin-Nagant’s การโจมตีจะเกิดขึ้นหลังจากที่มันรู้อย่างแน่นอนแล้ว.

ถ้าเป็นแบบนั้นเราไม่สามารถให้ข้อมูลแบบนี้ง่ายดายนัก

เราต้องขัดจังหวะการสอดแนมของพวกมัน.

‘เอาหล่ะ.’

ผมคิดจะสร้างกับดัก

“ซิล”

-เมี๊ยว?

“มีกลิ่นใหม่ๆที่ใกล้เคียงกับพวกเราและสามารถซ่อนกลิ่นร่างกายได้หรือไม่?”

-เมี๊ยว!

ซิลพยักหน้า.

“ได้โปรดเอามาให้ผม.”

ซิลบินออกไป.

มันอาจจะผ่านไปสัก 5 นาที?

ซิลกลับมาพร้อมกับพวงอะไรสักอย่าง ผมเอามันเข้ามาใกล้กับจมูดและดม มันมีกลิ่นฉุนและอึนๆเล็กน้อย

‘มันจะได้’

ผมทำตามแผนของผมต่อ.

“ซิลคุณลบกลิ่นของพวกเราสัก 20 นาที? และทำให้กลิ่นของเราไม่ได้โผล่ที่อื่นที่เราผ่าน.”

-เมี๊ยว.

ซิลพยักหน้าด้วยความเข้าใจ.

จากนั้นซิลก็เอาพืชที่ออกจากมือของผมไป

“ใน20นาที แผนก็คือเราจะถูสิ่งนี้ลงในเสื้อผ้าของคุณ.”

“มันเป็นแผนอะไร?”

แฮซูถาม ผมตอบ

“พวกสารเลวนั่นอาจจะตามเราผ่านกลิ่น พวกมันจะรู้จำนวนของเราและระยะทางโดยใช้กลิ่นของพวกเขา.”

“คุณต้องการลบกลิ่นพวกเราเพื่อกวนใจพวกมัน?”

จุนโฮพูด.

“มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะไม่ใช่กลิ่น แต่ถ้ากลิ่นของพวกเราหายไปไอ้ห่านั่นอาจรู้สึกหหงุดหงิดเล็กน้อย”

ผมยิ้มและพูดต่อ.

“เนื่องจากมันยากที่จะบอกด้วยกลิ่น พวกมันจะต้องเข้ามาใกล้และจะต้องเห็นด้วยตัวตาของมันเอง แล้วมาลองจับพวกมันทั้งหมดกัน.”

จบบทที่ Chapter 37 Lycanthrope (Part 3)

คัดลอกลิงก์แล้ว