เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ประจันหน้าสั่งสอนมนุษย์ป้าตระกูลเจีย เชื่อไหมว่าฉันจะตบเธอ?

บทที่ 21 ประจันหน้าสั่งสอนมนุษย์ป้าตระกูลเจีย เชื่อไหมว่าฉันจะตบเธอ?

บทที่ 21 ประจันหน้าสั่งสอนมนุษย์ป้าตระกูลเจีย เชื่อไหมว่าฉันจะตบเธอ?


บทที่ 21 ประจันหน้าสั่งสอนมนุษย์ป้าตระกูลเจีย เชื่อไหมว่าฉันจะตบเธอ?

ต้องทราบก่อนว่า

ในเวลานี้ เจียดงซวี่เป็นเพียงเด็กฝึกงานในโรงงาน มีรายได้เพียงเดือนละสิบกว่าหยวนเท่านั้น

แต่เงินจำนวนน้อยนิดนี้แทบจะไม่พอสำหรับเขาและนางเจียจางซื่อ และพวกเขายังต้องเก็บเงินเพื่อไว้ขอเมียให้เขาด้วย

ดังนั้น โดยปกติแล้วเจียดงซวี่และนางเจียจางซื่อจึงค่อนข้างตระหนี่ในการกินเนื้อสัตว์

แม้จะไม่ถึงขั้นประหยัดสุดโต่งอย่างครอบครัวของเหยียนพูกุ้ย

แต่พวกเขาก็ยังต้องรอทุกๆ สี่หรือห้าวัน ถึงจะซื้อเนื้อสักหนึ่งชั่งมาทานให้พอรู้รส

วันที่มีทั้งปลาและเนื้อวัวเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เจียดงซวี่ไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง

พวกเขาไม่เคยได้กินดีขนาดนี้แม้แต่ในช่วงปีใหม่เสียด้วยซ้ำ

เซ่าจือเดินดมกลิ่นอยู่แถวระเบียงทางเดินแล้วเอ่ยขึ้นว่า 'อืม... ไม่ใช่แค่เนื้อวัวผัดพริกนะ แต่ยังมีปลานึ่งด้วย เฮ้อ กลิ่นปลานึ่งนี่ก็หอมมาก ดูเหมือนซูหยวนจะมีฝีมือการทำอาหารไม่เบาเลยทีเดียว'

หลังจากพูดจบ

เซ่าจือดูเหมือนจะเสร็จสิ้นภารกิจของเขาแล้ว เขาไม่ได้พูดอะไรกับเจียดงซวี่ต่อและหันหลังเดินกลับไป

เขาต้องกลับไปบอกเหอด้าชิงเรื่องนี้

เพราะในบ้านพักสี่ประสานหรือซื่อเหอย่วนแห่งนี้ มีเพียงสองพ่อลูกที่เป็นพ่อครัวมาโดยตลอด และพวกเขาก็ไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ในวันธรรมดามากนัก

ก็ในเมื่อคนอื่นไม่เข้าใจเรื่องทักษะการทำอาหารเลยนี่นา

ตอนนี้ซูหยวนย้ายเข้ามา และดูเหมือนจะมีทักษะการทำอาหารที่ค่อนข้างดี

ดังนั้น พวกเขาจึงมีเพื่อนบ้านที่เป็นพ่อครัวเพิ่มขึ้นมาอีกคนให้พอได้พูดคุยกันได้บ้าง

เมื่อเจียดงซวี่เห็นเซ่าจือเดินจากไป เขาก็มองไปยังห้องพักทิศตะวันตกด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความลังเล

ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นครอบครัวอื่นที่ทำเนื้อวัว แต่ไม่คาดคิดเลยว่าเป็นบ้านของซูหยวน

ถ้าอย่างนั้น เขาควรจะเข้าไปขอเนื้อจากซูหยวนดีไหม?

เจียดงซวี่ขัดแย้งในตัวเองอย่างมาก

เพราะเขารับรู้ถึงความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างแม่ของเขากับซูหยวน

ด้วยจำนวนผู้คนมากมายในลานหน้าบ้านเช่นนี้ มันจะไม่น่าอายมากเหรอถ้าเขาไปขอเนื้อวัวแล้วไม่ได้อะไรกลับมาเลย?

เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียดงซวี่รู้สึกว่าชื่อเสียงของเขาสื่อสำคัญกว่า เขาจึงหันหลังเดินกลับบ้านไปเช่นกัน

เขาเพิ่งจะกลับถึงบ้าน

นางเจียจางซื่อเห็นชามที่ว่างเปล่าของลูกชายก็ถามขึ้นด้วยความตกตะลึง 'เนื้อวัวล่ะ?'

เจียดงซวี่ตอบว่า 'คือว่า... คนที่ทำกับข้าวอยู่คือซูหยวนครับ เขาเป็นคนซื้อเนื้อวัวมา'

นางเจียจางซื่อตะลึงงันพลางถามคำถามเดียวกับที่ลูกชายเคยถามก่อนหน้านี้ 'เนื้อของเขางั้นเหรอ? เขาก็มีปลาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอไง! เขาจะมีปัญญาซื้อเนื้อวัวมาได้ยังไงกัน!'

เจียดงซวี่ยิ้มขื่น 'ผมก็ไม่รู้ครับ แต่ผมเพิ่งไปดูมากับเซ่าจือ เซ่าจือดมกลิ่นแล้วบอกว่าซูหยวนทำเนื้อวัวผัดพริกกับปลานึ่งด้วยครับ'

'ไอ้เด็กเหลือขอคนนี้ มันจะรวยเกินไปแล้ว!'

นางเจียจางซื่อพูดด้วยความเคียดแค้น 'รวยขนาดนี้แท้ๆ กลับไม่คิดจะช่วยเหลือพวกเราที่เป็นกำพร้าพ่อและแม่ม่ายเลย แค่ปลาที่มันจับได้ตั้งเยอะแยะไม่ยอมแบ่งให้บ้านเราก็นับว่าแย่พอแล้ว แต่นี่ถึงขั้นซื้อเนื้อวัวมากินอีก มันจงใจยั่วให้บ้านเราอยากกินชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ?'

เจียดงซวี่ถอนหายใจ 'แม่ครับ เราทำอะไรไม่ได้หรอก เขาเงินหนา เขาอยากจะซื้ออะไรมันก็เรื่องของเขา'

นางเจียจางซื่อไม่พอใจและพ่นลมหายใจทางจมูก 'ทุกคนก็อยู่ในซื่อเหอย่วนเดียวกัน ทำไมมันถึงได้กินดีอยู่ดีขนาดนั้น? มีเนื้อทุกมื้อเลย!'

จากนั้นนางก็มองไปที่ชามแล้วพูดว่า 'แม่บอกให้ลูกไปขอยืมเนื้อมาไงล่ะ ทำไมลูกไม่ลองเอ่ยปากขอยืมจากซูหยวนดูล่ะ?'

เจียดงซวี่ไม่กล้าบอกว่า เป็นเพราะความขัดแย้งระหว่างแม่ของเขากับซูหยวนที่ทำให้เขาอายเกินกว่าจะไปขอยืมได้ เขาจึงได้แต่หาข้ออ้างอื่นแทน โดยกล่าวว่า 'ซูหยวนอยู่ตัวคนเดียว แถมอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม ถ้าผมไปขอยืมเขา เขาคงไม่ให้เกียรติผมแน่ๆ ต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะแบบนั้น ถ้าผมไม่ได้เนื้อกลับมา ผมก็เสียหน้าแย่สิครับ แล้วถ้าเรื่องหลุดออกไปข้างนอกมันจะดูไม่ดี เดี๋ยวชาวบ้านจะหัวเราะเยาะเอาเวลาผมจะไปขอเมียในวันข้างหน้า'

แม้ข้ออ้างนี้จะดูข้างๆ คูๆ ไปบ้าง แต่มันก็ยังฟังดูสมเหตุสมผล ความคิดของนางเจียจางซื่อประมวลผลได้ไม่ลึกซึ้งนัก และแน่นอนว่านางไม่อยากให้ลูกชายต้องชวดเมียเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้

แต่นางยังคงละโมบอยากกินเนื้อเป็นกำลัง

โดยเฉพาะหลังจากได้ยินว่าซูหยวนทำเนื้อวัวผัดพริกกับปลานึ่ง...

มันฟังดูน่าอร่อยเหลือเกิน!

เมื่อคิดไปถึงตอนที่ซูหยวนไม่ไว้หน้าผู้ใหญ่อย่างนางครั้งแล้วครั้งเล่า นางเจียจางซื่อก็อยู่ไม่สุขอีกต่อไป

นางพ่นลมหายใจเบาๆ ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า 'ดงซวี่ รอดูเถอะ เดี๋ยวแม่จะไปเอาเนื้อกลับมาให้ดูเอง!'

หัวใจของเจียดงซวี่เปี่ยมไปด้วยความดีใจ เขาตอบว่า 'ตกลงครับ! งั้นผมจะรอแม่อยู่ที่บ้านนะ!'

อย่างไรเสียเขาก็ไม่ไปกับนางด้วยหรอก หากนางเจียจางซื่อไม่ได้เนื้อกลับมา เขาก็ไม่ต้องอับอาย

แต่ถ้านางได้เนื้อมา เขาก็พลอยได้กินด้วย

ไม่มีอะไรต้องเสียเลยสักนิด!

นางเจียจางซื่อถือชามเดินอย่างรวดเร็วไปยังห้องพักทิศตะวันตกที่ลานหน้าบ้าน

กลิ่นหอมที่อบอวลไปทั่วซื่อเหอย่วน ทำให้นางเจียจางซื่อรู้สึกว่าความหิวโหยในท้องถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด

เมื่อเห็นประตูเปิดทิ้งไว้ นางเจียจางซื่อก็ไม่ได้เคาะประตู แต่เดินดุ่มๆ เข้าไปในทันที

ซูหยวนเพิ่งจะผัดเนื้อวัวกระทะใหญ่เสร็จพอดี เขาตักใส่ชามอ่างใบเขื่องแล้วยกมาวางที่โต๊ะอาหาร

ทันทีที่เขาวางมันลง เขาก็ได้ยินเสียงของนางเจียจางซื่อ

'โอ้ ซูหยวน เนื้อวัวชามใหญ่ขนาดนี้ เธอทำเองทั้งหมดเลยเหรอ?'

น้ำเสียงของนางเจียจางซื่อเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจ

นางไม่คิดเลยว่าซูหยวนจะไม่ใช่แค่ซื้อเนื้อวัวมาเท่านั้น แต่ยังทำออกมาได้ชามใหญ่โตขนาดนี้!

ดูท่าแล้วน่าจะใช้เนื้อวัวมากกว่าสิบชั่งเลยทีเดียว!

เมื่อเห็นนางเจียจางซื่อบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต สีหน้าของซูหยวนก็มืดมนลงทันที

'ใครอนุญาตให้ป้าเข้ามา! ออกไปเดี๋ยวนี้!' ซูหยวนตะโกนก้อง!

นางเจียจางซื่อจ้องมองเนื้อวัวผัดพริกในชามอ่างด้วยความละโมบ น้ำลายแทบจะหก

เมื่อจู่ๆ ได้ยินเสียงตวาดลั่นของซูหยวน นางเจียจางซื่อก็สะดุ้งสุดตัว

'จะตะโกนเสียงดังทำไมกัน? เรามันเพื่อนบ้านกันทั้งนั้น เธอเปิดประตูทิ้งไว้เองนะ ฉันจะเข้ามาดูหน่อยมันจะเสียหายตรงไหน?'

นางเจียจางซื่อพูดด้วยท่าทางที่ดูเหมือนเป็นฝ่ายถูก ทั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายผิด

ซูหยวนกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า 'นี่คือบ้านของผม ผมไม่ได้อนุญาตให้ป้าเข้ามา ไม่ว่าประตูผมจะเปิดหรือปิด ป้าก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาทั้งนั้น!'

นางเจียจางซื่อไม่คิดว่าซูหยวนจะไร้มารยาทขนาดนี้ และเปลี่ยนท่าทีเป็นศัตรูในพริบตา นางตีหน้ายักษ์ทันทีแล้วพูดว่า 'ฉันอยู่ที่ซื่อเหอย่วนนี้มาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ยินใครพูดแบบนี้ ฉันจะเข้าบ้านใครเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจฉัน'

ซูหยวนกล่าวอย่างเย็นชา 'นั่นมันบ้านคนอื่น ป้าอยากจะไปไหนก็ไป แต่อย่ามาที่บ้านผม!'

นางเจียจางซื่อโกรธจัด ชี้นิ้วใส่ซูหยวนแล้วพูดว่า 'เธอทำกับข้าวตั้งเยอะแยะจนกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วซื่อเหอย่วนขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าจงใจจะยั่วให้ฉันอยากกินแล้วดึงดูดให้ฉันมาหาหรอกเหรอ? พอฉันมาถึงที่แล้ว เธอกลับมาไล่ฉันงั้นเหรอ?'

คำพูดของนางเจียจางซื่อทำเอาซูหยวนแทบจะอาเจียน

นางพูดเหมือนกับว่าเป็นความผิดของเขา

และพูดเหมือนว่าเขาจงใจทำแบบนั้น

ใครจะไปอยากดึงดูดป้ามากันล่ะ?

ให้ตายเถอะ อยู่ห่างๆ กันไว้ดีที่สุด!

ซูหยวนไม่อยากเสียเวลากับคนที่มีตรรกะไม่ปกติอย่างนางเจียจางซื่ออีกต่อไป เขาจึงก้าวไปข้างหน้าแล้วไล่นางออกไปพ้นประตูบ้าน

'ออกไปซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับป้า'

'แล้วนั่นถือชามมาด้วยเหรอ? ถ้าอยากจะขอทาน ก็ไปขอข้างถนนนู่น!'

'ที่นี่ไม่มีอาหารให้คนอย่างป้ามาขอหรอก!'

พูดจบ

ซูหยวนก็เมินสีหน้าเขียวคล้ำของนางเจียจางซื่อแล้วปิดประตูใส่หน้าดัง ปัง!

นางเจียจางซื่อไม่คาดคิดมาก่อน

ซูหยวนไม่ไว้หน้านางเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่หรือเมตตาผู้น้อยเลยสักนิด!

นางเจียจางซื่อแทบจะบ้าคลั่งด้วยความแค้น!

นางอุตส่าห์มาหาซูหยวน แต่ก่อนที่จะได้อ้าปากขอยืมเนื้อ ซูหยวนกลับไล่นางออกมาเสียก่อน

ไอ้เด็กเหลือขอ!

มันทำให้คุณนายอย่างนางโกรธจนตัวสั่น!

ยิ่งไปกว่านั้น ในเวลานี้คนจำนวนมากในลานหน้าบ้านต่างกำลังจ้องมองนางอยู่ ทำให้ใบหน้าของนางเจียจางซื่อเปลี่ยนจากเขียวเป็นซีด รู้สึกอับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุด

นางเจียจางซื่อยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาดูถูก หรือปล่อยให้ใครมาหัวเราะเยาะ

นางจึงชี้ไปที่ประตูบ้านของซูหยวนและด่าทอเสียงดังลั่น:

'ซูหยวน ไอ้เด็กเหลือขอ!'

'แกมันไม่มีความเคารพผู้ใหญ่! ฉันเป็นผู้ใหญ่ของแกนะ!'

'ฉันอุตส่าห์มาเยี่ยมเยียนแกด้วยความหวังดี แต่แกกลับไล่ฉันออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา!'

'แกไม่เห็นหัวใครเลยใช่ไหมในซื่อเหอย่วนแห่งนี้?!'

นางเจียจางซื่อยังด่าไม่ทันจบ

ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกอีกครั้งอย่างกะทันหัน ซูหยวนเดินออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาพลางกล่าวว่า 'พูดอีกคำเดียว เชื่อไหมว่าผมจะตบปากป้า?'

เมื่อเห็นเช่นนี้ นางเจียจางซื่อจะกล้าตะโกนต่อได้อย่างไร?

ผู้หญิงวัยกลางคนที่ไม่มีเรี่ยวแรงอย่างนาง จะไปสู้ซูหยวนได้ยังไงกัน?

นางกลัวจนลนลาน วิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

เมื่อมองดูนางเจียจางซื่อหนีหัวซุกหัวซุน ซูหยวนก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย

หากนางเจียจางซื่อยังขืนด่าต่ออีคำเดียว ซูหยวนคงจะฝากรอยนิ้วมือไว้บนหน้าแก่มๆ นั่นจริงๆ

คนดีมักถูกรังแก คนใจอ่อนมักถูกขี่หัว

ซูหยวนเพิ่งย้ายมาใหม่และไม่อยากก่อเรื่อง

แต่หากคนใจร้ายในซื่อเหอย่วนพวกนี้คิดว่าเขาเป็นคนเคี้ยวง่าย แล้วจะมาขี่คอเขาเพื่อถ่ายรดหัวล่ะก็ นั่นเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!

ซูหยวนไม่อยากหาเรื่อง แต่เขาก็ไม่เคยกลัวเรื่อง!

เมื่อถึงเวลาที่ต้องลงมือ เขาก็จะไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย!

เขากวาดสายตามองทุกคนที่ลานหน้าบ้าน

เมื่อเห็นสายตาที่เฉียบคมของซูหยวน ทุกคนต่างก็หลบตาโดยสัญชาตญาณ ไม่กล้าสบตาเขาเลย

สายตานั้นน่ากลัวเกินไป!

ในวินาทีนี้ ทุกคนต่างก็ได้ตระหนักแล้วว่า

แม้ซูหยวนจะมาจากชนบท แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาตอแยด้วยได้ง่ายๆ!

และไม่ใช่คนที่จะมาหลอกใช้ได้เหมือนกัน

ดูเหมือนว่าพวกเขาคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะวางตัวอย่างไรกับซูหยวนต่อจากนี้ไป

จบบทที่ บทที่ 21 ประจันหน้าสั่งสอนมนุษย์ป้าตระกูลเจีย เชื่อไหมว่าฉันจะตบเธอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว