- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 128 ช่วยทำตัวให้เหมือนคนหน่อยเถอะ
128 ช่วยทำตัวให้เหมือนคนหน่อยเถอะ
128 ช่วยทำตัวให้เหมือนคนหน่อยเถอะ
"เอ๊ะ?"
ใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของเจ้าหญิงน้ำแข็งแข็งทื่อไปโดยสิ้นเชิง ดวงตาสีเงินประกายมุกเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อสายตา ริมฝีปากสีแดงระเรื่ออ้าค้างน้อยๆ เธอยังไม่ทันจะได้ฟื้นตัวจากความโศกเศร้าเสียใจ ก็กลับโดนบรรยากาศรื่นเริงที่ปนไปด้วยความกวนประสาทอย่างรุนแรงพังทลายความรู้สึกไปจนหมดสิ้น
มันเกิด...อะไรขึ้นกันแน่?
เจ้าหญิงน้ำแข็งพยายามจะประมวลผล แต่สมองของเธอเหมือนโดนภาพที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ปั่นป่วนจนเละเทะ จนสูญเสียความสามารถในการประมวลผลไปดื้อๆ เธอไม่รู้ว่าในตอนนี้เธอควรจะร้องไห้ต่อ ควรจะหัวเราะออกมา หรือควรจะโกรธดี ต่อให้มีประสบการณ์ชีวิตมานานกว่าสองร้อยปี เธอก็รับมือกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ไม่ถูกอยู่ดี ดูท่าแล้วสมองของเจ้าหญิงน้ำแข็งน่าจะเออเร่อไปเรียบร้อยแล้ว
"โคลอิกซ์ เมื่อกี้การแสดงของผมเป็นไงบ้าง?"
ดันเต้เอ่ยถามโคลอิกซ์ พลางหันไปชื่นชมสีหน้าของเจ้าหญิงน้ำแข็งที่ดูเหมือนกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตขาดหายไปอย่างพึงพอใจ
"......"
โคลอิกซ์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวิจารณ์แบบตรงๆ ว่า
"นายน่ะ นับวันนายยิ่งไม่เหมือนคนเข้าไปทุกทีแล้วนะ..."
......
"ไม่! เป็นไปไม่ได้!"
ในขณะเดียวกัน เหยื่ออีกรายอย่างอิซาเบลกลับมีสติมากกว่า สีหน้าที่แข็งทื่อของเธอเริ่มถูกแทนที่ด้วยความลนลาน เพราะว่าดันเต้ต้องไม่มีทางหลุดจากการควบคุมของเธอไปได้สิ! อิซาเบลไม่เข้าใจเลยว่าดันเต้ใช้วิธีไหนกันแน่ ถึงขนาดสามารถล้างผลของพันธสัญญาสัจวาจาโลหิตออกไปได้แบบนี้!
ทว่าอิซาเบลก็สังเกตเห็นว่า ในตอนนี้ดันเต้เองก็หันมามองเธอเช่นกัน ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ราวกับเพิ่งอิ่มหนำสำราญจากมื้ออาหารรสเลิศมา จากนั้นดันเต้ก็เดินดุ่มๆ เข้ามาหาเธออย่างไม่เกรงกลัว พลางชื่นชมสีหน้าของอิซาเบลไปด้วย
"แก...หรือว่าแกจะ..."
สีหน้าของอิซาเบลเริ่มซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก แม้แต่หัวใจก็เต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก! จู่ๆ เธอก็นึกถึงสถานการณ์เลวร้ายรูปแบบหนึ่งขึ้นมาได้ ตอนนั้นไม้กางเขนทั้งสามอันล้วนชี้มาที่เธอทั้งหมด...
เป็นไปได้ไหมว่ามันไม่ได้หมายถึง ถูกทั้งหมด แต่มันคือ ผิดทั้งหมด ต่างหาก?! อิซาเบลดูเหมือนไม่อยากยอมรับความจริงในข้อนี้ เธอจึงตะโกนใส่ดันเต้เหมือนคนหลอกตัวเองว่า
"ดันเต้! ฉันขอสั่งให้แกหยุดอยู่ตรงนั้น! ห้ามเข้ามาใกล้กว่านี้!"
แต่ดันเต้กลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย
"ดูสภาพที่เธอแต่งตัวสิ! ผมคนนี้ที่เป็นถึง หน่วยอาสาปราบปรามสื่อลามกและสิ่งผิดกฎหมาย อดทนกับเธอมานานแล้วนะ!"
ดันเต้ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม
"เอามือประสานไว้ที่ท้ายทอย! คุกเข่าลงแล้วห้ามขยับ!"
สิ้นเสียงคำสั่งของเขา ร่างกายของอิซาเบลกลับขยับไปกอดท้ายทอยตัวเองตามคำสั่งของเขาโดยไม่อาจขัดขืน แล้วนั่งยองๆ ลงกับพื้นโดยไม่สนภาพลักษณ์แม้แต่นิดเดียว! เมื่อพิจารณาจากชุดแต่งกายที่ดูโล่งสบายของเธอในตอนนี้ ขาดก็แค่กุญแจมืออีกอย่างเดียว ก็ได้ฟีลเหมือนกำลังถูกตำรวจจับกุมคาที่เกิดเหตุเลยทีเดียว
"ทะ...ทำไมกัน..."
อิซาเบลพึมพำออกมาอย่างเหม่อลอย เธอคาดไม่ถึงเลยว่า แท้จริงแล้วทาสก็คือตัวเธอเองต่างหาก! จนกระทั่งดันเต้ออกคำสั่งกับเธอจริงๆ เธอถึงสัมผัสได้ว่ามีพลังที่มองไม่เห็นบางอย่างพันธนาการวิญญาณของเธอเอาไว้ ต่อให้ตอนนี้ดันเต้สั่งให้เธอหมอบลงกับพื้นแล้วเห่าเหมือนหมา เธอก็ไม่อาจขัดขืนได้เลย
"นี่เธอไม่สังเกตเลยเหรอว่า ผมตั้งใจล่อให้เธอใช้พันธสัญญาสัจวาจาโลหิตกับผมน่ะ?"
ดันเต้ยังคงเดินเข้ามาหาอิซาเบลอย่างไม่รีบร้อน บนใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆ ที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ ดูเหมือนว่าแม้แต่ผนึกเงามืดที่อิซาเบลงัดออกมาใช้ ก็ยังอยู่ในแผนการที่เขาคำนวณไว้แล้ว เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอิซาเบล ใจกลางนัยน์ตาสีทองคู่นั้นราวกับมีสีดำที่ลึกล้ำที่สุดซ่อนอยู่ ราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ทำให้อิซาเบลสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ทันใดนั้นเอง อิซาเบลก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ดวงตาของดันเต้...
ก่อนหน้านี้มันเป็นสีนี้เหรอ?
ไม่ใช่!!
ตาของดันเต้ต้องเป็นสีฟ้าสิ!
ไอ้หมอนี่ที่อยู่ตรงหน้าของเธอในตอนนี้...ไม่ใช่ดันเต้!!
อิซาเบลรีบตรวจสอบวิญญาณของตัวเองอย่างลนลาน เพื่อค้นหาตราประทับพันธสัญญาที่ฝังรากลึกอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทาสหรือเจ้านาย อย่างน้อยในพันธสัญญาก็ต้องมองเห็น ชื่อที่แท้จริง ของอีกฝ่าย เธอพบพันธสัญญาที่เด่นหรานั้นเจออย่างรวดเร็ว และเริ่มตรวจสอบข้อมูลภายในทันที นอกเหนือจากตัวอักษรเวทมนตร์ต่างโลกที่เธออ่านไม่ออกแล้ว...
[ดันเต้ · ทาโลมาติ]
ชื่อนี้ถูกประทับไว้อย่างชัดเจนบนพันธสัญญา
"ทาโลมาติ..."
อิซาเบลพึมพำออกมาอย่างใจลอย เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด ดันเต้เกิดมาในโลกใบนี้โดยไม่มีนามสกุล และเขาก็ไม่ได้รับพระราชทานนามสกุลจากขุนนางตระกูลไหนเลยด้วย ตามกฎของโลกใบนี้ ชื่อจริงของดันเต้ไม่ว่าจะยังไงก็ควรเป็นแค่ ดันเต้ สิ เขาไม่ควรจะมีนามสกุล เว้นเสียแต่ว่า...
ทาโลมาติ จะไม่ใช่นามสกุล แต่เป็นชื่ออีกชื่อหนึ่งต่างหาก!
ดังนั้น...
ความหมายที่แท้จริงของ [ดันเต้ · ทาโลมาติ] ก็คือ——
เขาเป็นทั้งดันเต้ และเป็นทั้งทาโลมาติ!
แต่ทาโลมาติคือใครกัน? ฟังดูเหมือนชื่อของผู้หญิง แต่ในฐานข้อมูลของลัทธิคืนชีพ กลับไม่มีข้อมูลไหนเอ่ยถึงชื่อนี้เลยสักนิด! เครือข่ายข่าวกรองของพวกเธอต่อให้เทียบกับสมาพันธ์ราชอาณาจักรไม่ได้ แต่ก็ไม่น่าจะมีใครสามารถซ่อนตัวตนอย่างไร้ร่องรอยภายใต้จมูกของพวกเธอได้ขนาดนี้!
"แก! แกเป็นใครกันแน่?! ข้อมูลของพวกเราไม่มีทางผิดพลาดแน่!"
อิซาเบลได้สติกลับมาจากภวังค์และตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก แม้ว่าเธอจะพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองมากแค่ไหน แต่ร่างกายของเธอก็ยังไม่หยุดสั่นเทา ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ อิซาเบลก็ยิ่งรู้สึกถึงความกลัวในสิ่งที่ ไม่รู้ มากขึ้นเท่านั้น!
ดันเต้ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจความตื่นตระหนกบนใบหน้าของอิซาเบลเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยิ้มเรียบๆ แล้วพูดว่า
"ไม่เห็นต้องสงสัยเลย ผมก็คือดันเต้นั่นแหละ อายุ 15 ปี เรียนอยู่ที่สถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธ ผมตั้งใจเรียน เคารพกฎหมาย แม้แต่กฎระเบียบของสถาบันก็ไม่เคยฝ่าฝืนเลยสักครั้ง ทุกๆ วันผมใช้ชีวิตแบบธรรมดา นานๆ ทีถึงจะออกไปปิกนิกผ่อนคลายจิตใจกับเพื่อนๆ ที่โลกเงา งานอดิเรกคือการวิจัยการ์ดเวทมนตร์ การ์ดที่ผมสร้างออกมาล้วนมีคุณภาพยอดเยี่ยม และไม่เคยหาเงินแบบไร้จรรยาบรรณเลยสักเหรียญเดียว แล้วก็ผมชอบช่วงเวลายามบ่ายที่ได้พักผ่อนชิลๆ อยู่กับเพื่อนๆ และทำกิจกรรมชมรม คุยกันแต่เรื่องเบาสมองและมีความสุขในทุกๆ วัน ไม่ว่าพวกเธอจะไปสืบข้อมูลพวกนี้ยังไงก็ไม่มีทางผิดพลาดหรอก เพราะมันคือความจริงทั้งนั้น"
น้ำเสียงของดันเต้อ่อนโยนราวกับสายลมที่พัดผ่านผืนดิน
"แน่นอนว่า..."
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเขาพลันแปรเปลี่ยนไป ราวกับมีเสียงของชายและหญิงซ้อนทับกันอย่างประหลาด เต็มไปด้วยเสน่ห์อันลึกลับที่ชวนให้ขนลุก
"นับจากนี้ไป ผมก็คือเจ้านายที่เธอจะต้องจงรักภักดีไปตลอดชีวิต หวังว่าเราจะเข้ากันได้ดีนะ"
ในสายตาของอิซาเบล ร่างของดันเต้เริ่มปรากฏเป็นภาพซ้อนไปมา มันคือภาพของปีศาจที่มีออร่าศักดิ์สิทธิ์ของผู้ที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง เปี่ยมไปด้วยแรงกดดันอันลึกลับที่น่าเกรงขาม อิซาเบลกัดฟันแน่น ตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง น้ำตาไหลพรากอาบแก้มอย่างควบคุมไม่ได้ นั่นไม่ใช่เพราะความอัปยศอดสู แต่เป็นเพราะเธอสัมผัสได้ถึงความกลัวจากส่วนลึกของดวงวิญญาณที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความหนาวเหน็บที่ลามจากส่วนลึกของร่างกายออกมาสู่ผิวหนัง ทำให้เธอลืมความรู้สึกเย็นวาบจากเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ไปชั่วขณะ
เธอยังไม่รู้เลยว่าตัวเองไปแหย่รังแตนอะไรเข้า แต่เธอรู้เพียงแค่อย่างเดียว ไอ้หมอนี่...ไม่ใช่สิ่งที่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกมนุษย์!