- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 127 ถึงกับเสียทรง
127 ถึงกับเสียทรง
127 ถึงกับเสียทรง
อิซาเบลสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวดันเต้ แล้วก้มลงมองเขาด้วยสายตาของผู้ที่อยู่เหนือกว่า จริงๆ แล้วเธออยากจะใช้ปลายเท้าเชิดคางของดันเต้ขึ้นมา หรือไม่ก็ขยี้เท้าลงบนหัวแล้วบดขยี้ให้หนำใจเสียหน่อย แต่เธอก็ต้องข่มใจอดทนเอาไว้ก่อน เพราะในตอนนี้ เธอกลับรู้สึกเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด
"ไปซะ ใช้ท่าเจ็บใจ 60 เท่าของแกจัดการเจ้าหญิงน้ำแข็งให้ราบคาบ แล้วเดี๋ยวฉันค่อยมาลงโทษแกทีหลังนะ...เจ้าทาสของฉัน"
ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายของดันเต้อ่อนแอเกินไป อิซาเบลคงลงอยากจะมือทรมานเขาให้หนำใจซะเดี๋ยวนี้เลย แต่ทว่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะในตอนนี้ ดันเต้ได้กลายมาเป็นสมบัติส่วนตัวของเธอไปแล้วหรือเปล่า อิซาเบลเลยรู้สึกเสียดายที่จะต้องทำลายเรือนร่างอันงดงามของดันเต้ทิ้งไป
"ครับ"
น้ำเสียงของดันเต้ฟังดูไร้อารมณ์ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างแข็งทื่อ แล้วก้าวเท้าเดินเข้าหาเจ้าหญิงน้ำแข็งทีละก้าว ทีละก้าว
"ไม่นะ..."
เมื่อเห็นสภาพของดันเต้ที่เดินตรงเข้ามาหาเธอราวกับซากศพเดินได้ สีหน้าของเจ้าหญิงน้ำแข็งก็เปลี่ยนเป็นสิ้นหวังอย่างสุดขีดอีกครั้ง ริมฝีปากของเธอสั่นระริกเหมือนอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา แต่ความเจ็บปวดและความตื่นตระหนกกลับจุกอยู่ที่ลำคอจนเธอพูดอะไรไม่ออก มีเพียงน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดที่ไหลพรากอาบแก้มแล้วหยดลงสู่พื้นโดยไม่รู้ตัว
ส่วนทางด้านของดันเต้นั้น ดูเหมือนว่าเขาจะมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น และเขาจำเจ้าหญิงน้ำแข็งและโคลอิกซ์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เขาขยับกายเข้าใกล้ด้วยแววตาเย็นชาประดุจนักฆ่าผู้ไร้หัวใจ
"เจ้าหนู...ฉันขอโทษ...ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง..."
หยาดน้ำตาใสกระจ่างเกาะอยู่ที่หางตาของเจ้าหญิงน้ำแข็ง ลึกลงไปในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ คำพูดที่เอ่ยออกมาฟังดูเหมือนเป็นการสารภาพบาป หรือไม่ก็คำอ้อนวอนอันไร้ค่าต่อพระผู้เป็นเจ้า
แต่ทว่า ในวินาทีถัดมา…
ในแววตาของเจ้าหญิงน้ำแข็งกลับมีความเคลื่อนไหวบางอย่าง ขนตาของเธอกระพริบถี่ๆ ไม่รู้ว่าตาฝาดไปเองหรือเปล่า แต่เธอสังเกตเห็นว่าริมฝีปากของดันเต้กำลังขยับสั่นเบาๆ มีเพียงเจ้าหญิงน้ำแข็งที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับดันเต้อยู่เท่านั้นที่มองเห็นว่า ดันเต้ดูเหมือนจะรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายแย่งชิงการควบคุมร่างกายกลับมา เพียงเพื่อพยายามจะสื่อสารบางอย่างผ่านการอ่านปาก
เจ้าหญิงน้ำแข็งจ้องมองริมฝีปากของดันเต้อย่างตั้งใจ และสิ่งที่เขาพยายามจะบอกก็คือ—
ได้โปรด...ฆ่าผมที...
"ไม่! ฉันทำไม่ได้!"
ความรู้สึกของเจ้าหญิงน้ำแข็งพังทลายลงเหมือนน้ำแข็งที่ละลายกลายเป็นหยดน้ำ เธอกรีดร้องและปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ต่อให้เธอจะตัดใจลงมือได้จริงๆ เธอที่กำลังสะกดพลังของจอมมารแห่งการทำลายล้างเอาไว้ ก็แทบไม่เหลือแรงจะไปโจมตีดันเต้แล้ว ถ้าหากมีวันไหนที่เธอจำเป็นต้องฆ่าดันเต้เพื่อปลดปล่อยเขาจากการเป็นทาสจริงๆ ในวันนั้นเธอก็คงจะต้องปลิดชีพตัวเองตามไปทันทีหลังจากลงมือสังหารเขาด้วยมือคู่นี้ เพราะเธอไม่มีวันมีชีวิตอยู่ต่อไปพร้อมกับความรู้สึกผิดบาปนั้นได้อย่างแน่นอน
แต่ตราบใดที่เธอยังมีลมหายใจอยู่…
เธอจะไม่ปล่อยให้ไอ้คนบงการลอยนวลไปได้เด็ดขาด!
ในพริบตานั้นเอง ความโศกเศร้าของเจ้าหญิงน้ำแข็งก็เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นในพริบตา เธอกัดฟันพลางปาดน้ำตาทิ้ง แล้วตะโกนใส่อิซาเบลว่า
"อิซาเบล!! ต่อให้แกหนีไปสุดล่าฟ้าเขียว ฉันก็จะไม่มีวันปล่อยแกไป! ฉันจะตามจองล้างจองผลาญแกไม่เลิก จนกว่าจะช่วยเด็กหนุ่มคนนี้ให้พ้นจากพันธนาการของแกได้!”
"เหอะ เอาตัวให้รอดจากวันนี้ไปให้ได้ก่อนเถอะย่ะ!"
อิซาเบลแสยะยิ้มตอบ ถึงแม้จะเสียอุปกรณ์และการ์ดเวทมนตร์ไป และไม่แน่ใจว่าจะเจาะทะลุเวทป้องกันของโคลอิกซ์ที่มีการ์ดครบมือได้เร็วแค่ไหน แต่เธอรู้ดีอย่างหนึ่งว่า ท่าไม้ตายแห่งความเจ็บปวดของดันเต้—ท่าเจ็บใจ 60 เท่า เป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้านทานหรือป้องกันได้ ท่านี้สามารถล็อกเป้าเจ้าหญิงน้ำแข็งจากระยะไกลและทำลายจิตใจของเธอได้โดยตรง!
อิซาเบลไม่กังวลเลยสักนิดว่า โคลอิกซ์จะส่งการ์ดปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดที่ยึดไปจากเธอให้กับเจ้าหญิงน้ำแข็ง เพราะถึงแม้การผูกมัดและปลดการ์ดจะทำได้เร็ว แต่เงื่อนไขคือมันต้องทำนอกสถานะต่อสู้เท่านั้น และในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ เจ้าหญิงน้ำแข็งไม่มีทางทำการผูกมัดการ์ดใหม่ได้ทันแน่นอน!
อิซาเบลตั้งใจจะใช้ทาสคนใหม่ปลดปล่อยจอมมารแห่งการทำลายล้างออกมา แล้วฆ่าทั้งเจ้าหญิงน้ำแข็งและโคลอิกซ์เพื่อชิงการ์ดของเธอคืน! และภาพที่เธอเห็นคือ ดันเต้ปฏิบัติตามคำสั่งของอิซาเบลอย่างเคร่งครัด เขากุมหน้าอกเหมือนกับตอนที่เขาแสดงท่าเจ็บใจ 60 เท่าครั้งแรกที่โรงเรียนปีศาจ พลางสะกดจิตตัวเองไปด้วย
"เจ้าหญิงน้ำแข็ง...ผมเค้นเธอเหลือเกิน!"
"เจ้าหญิงน้ำแข็งทำไมเธอถึงไม่ฟังคำเตือนของผม!"
"เจ้าหญิงน้ำแข็ง เธอมันคนเนรคุณ! เธอทำให้ผมต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้! เธอจะต้องชดใช้ยังไงถึงจะสาสม!"
"..."
เจ้าหญิงน้ำแข็งที่ฟังคำตัดพ้อของดันเต้แล้วขอบตาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอย่างสุดความสามารถ เธอรู้อยู่เต็มอกว่าดันเต้ที่เสียสติไปแล้ว กำลังเอ่ยคำพูดแบบนั้นออกมาก็เพื่อกระตุ้นการสะกดจิตตัวเองสำหรับท่าเจ็บใจ
แต่ทุกคำพูดนั้น มันกลับกรีดแทงหัวใจของเธอยิ่งกว่าโดนมีดเสียบเสียอีก เพราะเธอรู้สึกผิด...รู้สึกผิดจนแทบบ้า ในสายตาของเธอแล้ว เป็นเพราะความผิดพลาดของเธอเอง ที่ทำให้เด็กหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความมั่นใจและเคยช่วยชีวิตเธอในยามวิกฤต ต้องมาตกอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาเช่นนี้!
แต่...เธอจะหวั่นไหวไปกับคำพูดพวกนี้ไม่ได้ เธอต้องประคองสติให้มั่นคงที่สุด ต่อให้ต้องกัดฟันทนรับดาเมจจากการโจมตี 60 เท่านั่น เธอก็ห้ามเจ็บจนสลบไปเด็ดขาด เธอต้องกำคทาโซ่ตรวนนี้ไว้ให้แน่น เพื่อปกป้องชาวเมืองทริสติน
ทว่า...
ในขณะที่เจ้าหญิงน้ำแข็งคิดว่าต่อให้ดันเต้จะพูดอะไรออกมาอีก เธอก็จะรักษาปณิธานให้แน่วแน่ให้ได้นั้นเอง
"เจ้าหญิงน้ำแข็ง..."
"เธอน่ะ!"
"รีบลงมือ...ฆ่าผมซะ..."
ดันเต้ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าหญิงน้ำแข็ง แผ่นหลังที่ต้านรับลมหนาวของเขาดูราวกับวีรบุรุษผู้โดดเดี่ยว ดูเหมือนเขาจะแย่งชิงสติกลับมาได้เล็กน้อยท่ามกลางความเจ็บปวดและการดิ้นรนถึงขีดสุด เพื่อเค้นคำพูดประโยคนี้ออกมา
ใบหน้าของเจ้าหญิงน้ำแข็งซีดเผือด สมองของเธอมีเสียงอื้ออึงไปหมด เธอเห็นแล้วว่าต่อให้ดันเต้จะถูกทำให้กลายเป็นทาส แต่จิตวิญญาณอันสูงส่งของเขาก็ยังคงเปล่งประกายเจิดจ้าไม่เสื่อมคลาย ในวินาทีนั้นเอง ดวงตาของเธอแดงก่ำไปหมด น้ำตาเอ่อล้นจนภาพตรงหน้าพร่ามัว เธอรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ ราวกับคนที่กำลังจะจมลงไปในมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง
"อา...อ่า..."
ร่างกายของเธอแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในอกกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะความเจ็บปวด มันไม่ใช่ผลจากท่าเจ็บใจ 60 เท่าของดันเต้หรอกนะ แต่มันกลับเจ็บปวดหัวใจยิ่งกว่าท่าโจมตีที่เธอกำลังรอรับเสียอีก
แปะ
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากหางตาลงสู่พื้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ก่อนที่น้ำตาจะร่วงพรูลงมาราวกับทำนบกั้นน้ำแตกจนหยุดไม่ได้อีกต่อไป
"ฮืออออ...ฉันทำไม่ได้...ฉันทำไม่ได้จริงๆ"
ในที่สุดเธอก็สติแตกและปล่อยโฮออกมา ไม่เหลือมาดของผู้แข็งแกร่งที่สุขุมเยือกเย็นอีกต่อไป เธอได้กลายเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่แสนเปราะบางคนหนึ่ง
"ฮ่าๆๆๆๆ! สมน้ำหน้าพวกแกจริงๆ!!"
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า อิซาเบลก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่นออกมาอย่างสะใจ นี่คือบทสนทนาที่ไพเราะที่สุดที่เธอได้ยินมาตลอดทั้งวันเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการดิ้นรนที่เปล่าประโยชน์ของดันเต้ หรือเสียงร้องไห้คร่ำครวญของเจ้าหญิงน้ำแข็ง สำหรับเธอแล้ว มันช่างรื่นหูราวกับเสียงดนตรีจากสวรรค์เลยทีเดียว
แต่ทว่า…
เสียงหัวเราะของเธอก็ถูกกลบอย่างรวดเร็วด้วยเสียงหัวเราะอีกเสียงที่ดังและบ้าคลั่งยิ่งกว่า
"ฮ่าๆๆๆๆ!"
ในที่สุดดันเต้ก็กลั้นขำไม่ไหวอีกต่อไป เขาขำก๊ากออกมาพลางกุมท้องแน่น จนทำให้เสียงร้องไห้ของเจ้าหญิงน้ำแข็ง และเสียงหัวเราะของอิซาเบลหยุดกึกในทันที เหลือเพียงเสียงหัวเราะของดันเต้ที่ยังดังก้องอยู่คนเดียว
จากนั้นเขาก็ซอยเท้าวิ่งเหยาะๆ อย่างร่าเริงไปหาโคลอิกซ์แล้วแท็กมือไฮไฟว์กันหนึ่งที จากนั้นเขาก็กางแขนวิ่งวนไปรอบๆ ตัวโคลอิกซ์และเจ้าหญิงน้ำแข็งด้วยท่าทางดีใจสุดขีด ราวกับว่าเขากำลังฉลองความสำเร็จของรายการแกล้งคนยังไงยังงั้น