- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 97 ดอกกล้วยไม้ = กุยช่าย?
ตอนที่ 97 ดอกกล้วยไม้ = กุยช่าย?
ตอนที่ 97 ดอกกล้วยไม้ = กุยช่าย?
ตอนที่ 97 ดอกกล้วยไม้ = กุยช่าย?
คาบเรียนวาดภาพช่วงบ่าย
ฝีมือการวาดภาพขององค์ชายสามนั้นโดดเด่นมาก และนี่ก็คือสิ่งที่เขาภูมิใจที่สุด
ตระกูลฝั่งแม่ของเขา ตระกูลหวัง มีชื่อเสียงด้านพู่กันและภาพวาดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซูเฟย แม่ของเขาก็เก่งเรื่องวาดภาพเหมือนกัน โดยเฉพาะภาพวาดเหมือนบุคคล ก่อนจะเข้าวัง นางเป็นคุณหนูผู้มีพรสวรรค์ชื่อดังของเมืองหลวงเลยล่ะ ตอนที่ยังไม่ออกเรือน นางมักจะวาดภาพให้เพื่อนและคนในครอบครัวเป็นประจำ ภาพเหมือนที่นางวาดนั้นเหมือนตัวจริงเป๊ะราวกับจับวาง ตอนนั้นมีคุณหญิงคุณนายในเมืองหลวงหลายคนมาขอให้นางวาดภาพเหมือนให้ด้วยซ้ำ
ขนาดจิตรกรหลวงที่ว่าแน่เรื่องวาดภาพเหมือน ยังสู้ฝีมือซูเฟยไม่ได้เลย องค์ชายสามก็ถอดแบบพรสวรรค์การวาดภาพเหมือนมาจากแม่เป๊ะ เขามักจะชอบวาดรูปคนสวยๆ งามๆ ไม่จำกัดเพศ
วันนี้ อาจารย์ให้พวกเขาฝึกวาดภาพบุคคล โดยให้องค์ชายแต่ละคนจับคู่สลับกันวาดภาพอีกฝ่าย
จ้าวเหยาเพิ่งเริ่มเรียนวาดภาพ เลยทำได้แค่วาดพวกต้นไม้ดอกไม้ไปก่อน
"น้องสิบ ข้าวาดรูปเจ้าได้ไหม?" องค์ชายสี่ถาม
"ได้สิขอรับ แต่พี่สี่ ท่านต้องวาดข้าให้หล่อๆ นะขอรับ" จ้าวเหยาแกล้งทำหน้าขึงขัง "ถ้าท่านวาดออกมาขี้เหร่ ข้าโกรธจริงๆ ด้วย"
องค์ชายสี่หัวเราะ "ข้าจะพยายามวาดให้เจ้าออกมาหล่อที่สุดก็แล้วกัน"
"พี่สี่ ท่านพูดแบบนี้ไม่ถูกนะขอรับ" จ้าวเหยาแก้ให้ "ข้าหล่อแต่กำเนิดอยู่แล้ว ท่านแค่จับภาพความหล่อของข้าให้ตรงปกก็พอ ไม่ต้องไปแต่งเติมอะไรให้มันเว่อร์วังหรอกขอรับ"
ได้ยินความหน้าหนาของจ้าวเหยา องค์ชายสี่ก็ขำพรืด "ตกลงๆ ข้าจะพยายามจับภาพความหล่อของเจ้าให้เหมือนตัวจริงที่สุดก็แล้วกัน"
จ้าวเหยาทำท่าชูสองนิ้วให้กำลังใจ "สู้ๆ นะขอรับ พี่สี่!"
องค์ชายสี่พอจะรู้ความหมายของคำว่า "สู้ๆ" แล้วล่ะ บางทีเขาก็แอบสงสัยนะว่าน้องสิบไปจำคำศัพท์แปลกๆ พวกนี้มาจากไหน
"เจ้าเองก็สู้ๆ เหมือนกันนะ"
จ้าวเหยากำลังฝึกวาดกล้วยไม้ เขามองดูรูปที่ตัวเองวาด แล้วก็รู้สึกว่ากล้วยไม้มันหน้าตาคล้ายต้นกุยช่ายชะมัด พอคิดถึงกุยช่าย เขาก็พาลนึกไปถึงเมนูไข่เจียวกุยช่าย แล้วก็นึกไปถึงเกี๊ยว แล้วก็เริ่มหิวขึ้นมาซะงั้น
องค์ชายสี่แอบมองจ้าวเหยาตอนวาดรูป พอเห็นจ้าวเหยาเลียริมฝีปากแผล็บๆ บ่อยๆ ก็ถามด้วยความอยากรู้ "ทำหน้าหิวโซขนาดนั้น กำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย?"
"เกี๊ยวไงขอรับ พี่สี่ จู่ๆ ข้าก็อยากกินเกี๊ยวไส้กุยช่ายไข่เจียวขึ้นมาเลย" พรุ่งนี้เขาว่าจะสั่งให้ห้องครัวเล็กทำเกี๊ยวไส้กุยช่ายไข่เจียวให้กินซะหน่อย อ้าว แต่ช่วงนี้เขากินไข่ไม่ได้นี่นา ไข่ถือว่าเป็นเนื้อสัตว์ แล้วเกี๊ยวที่มีแต่กุยช่ายไม่มีไข่มันจะอร่อยไหมเนี่ย
"ทำไมจู่ๆ ถึงอยากกินเกี๊ยวล่ะ?"
จ้าวเหยาโชว์รูปกล้วยไม้ที่เพิ่งวาดเสร็จให้องค์ชายสี่ดู "พี่สี่ ท่านว่ากล้วยไม้นี่หน้าตาคล้ายกุยช่ายไหมขอรับ?"
ถ้าจ้าวเหยาไม่ทัก องค์ชายสี่ก็คงไม่ทันสังเกตหรอก แต่พอจ้าวเหยาพูดขึ้นมา เขาก็รู้สึกว่ากล้วยไม้มันคล้ายกุยช่ายจริงๆ นั่นแหละ
"พี่สี่ กล้วยไม้หน้าตาคล้ายกุยช่ายขนาดนี้ ข้าอยากรู้จังว่ามันจะเอามาทำอาหารอร่อยเหมือนกุยช่ายไหม" เขาไม่เคยลองกินกล้วยไม้มาก่อนเลย พรุ่งนี้ให้ห้องครัวเล็กเอาดอกกล้วยไม้ไปผัดสักจานดีไหมนะ หรือจะเอามาทำไส้เกี๊ยวดี
พอได้ยินแบบนั้น องค์ชายสี่ก็ทั้งขำทั้งอ่อนใจ "น้องสิบ ดอกกล้วยไม้ไม่ใช่กุยช่ายนะ มันกินไม่ได้หรอก" ดอกกล้วยไม้มันเหมือนกุยช่ายตรงไหนกัน?
"กินไม่ได้หรือขอรับ?" จ้าวเหยาถามด้วยความสงสัย "พี่สี่ ท่านเคยลองกินแล้วหรือขอรับ?"
"ไม่เคยหรอก" องค์ชายสี่เป็นคนรักดอกกล้วยไม้มาก เขาปลูกและดูแลกล้วยไม้หลายสายพันธุ์เป็นอย่างดี
"พี่สี่ ท่านปลูกกล้วยไม้ไว้เยอะแยะ แบ่งให้ข้าสักกระถางได้ไหมขอรับ?" เขาจำได้ว่าในห้องของพี่สี่มีกระถางดอกกล้วยไม้อยู่หลายกระถางเลย
"เจ้าจะเอากล้วยไม้ไปทำไม จะเอาไปผัดกินงั้นหรือ?"
"ข้าแค่อยากจะลองชิมดูว่าดอกกล้วยไม้มันอร่อยไหมเท่านั้นเองขอรับ"
หน้าองค์ชายสี่มืดทะมึนลงทันที เขาปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่ได้ ข้าไม่ยอมให้เจ้าเอากล้วยไม้ของข้าไปทำอาหารเด็ดขาด"
เห็นองค์ชายสี่หวงดอกกล้วยไม้นักหนา จ้าวเหยาก็เลยต้องยอมล้มเลิกความคิด แต่แล้วดวงตาเขาก็พราวระยับขึ้นมาเมื่อนึกถึงดอกกล้วยไม้ที่ห้องทรงอักษรของฮ่องเต้ คราวหน้าเขาค่อยไปแอบเด็ดดอกกล้วยไม้ที่นั่นมาลองชิมก็ได้
องค์ชายสี่เห็นตาจ้าวเหยากลิ้งหลุกหลิก ก็รู้ทันทีว่าหมอนี่กำลังคิดอะไรแผลงๆ อยู่แน่ๆ เขารีบดักคอ "น้องสิบ เจ้าห้ามไปยุ่งกับกล้วยไม้ของข้าเด็ดขาดเลยนะ"
"พี่สี่ ข้าดูเป็นคนแบบนั้นหรือขอรับ?"
องค์ชายสี่จ้องหน้าจ้าวเหยาเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร
"ไม่ต้องห่วงหรอกขอรับ พี่สี่ ข้าไม่ขโมยดอกกล้วยไม้ของท่านหรอกน่า"
แต่องค์ชายสี่ก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี เขาตัดสินใจแล้วว่าพอเลิกเรียน เขาจะเอากระถางดอกกล้วยไม้ในห้องไปซ่อนให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้จ้าวเหยามาป่วน
จังหวะนั้นเอง องค์ชายเจ็ดกับองค์ชายเก้าก็เริ่มทะเลาะกัน แล้วก็เริ่มสาดสีใส่กันจนเลอะเทอะไปหมดทั้งหน้าทั้งตัว
ตอนแรกก็มีแค่องค์ชายเจ็ดกับองค์ชายเก้าที่ตีกัน แต่สักพัก องค์ชายสามและคนอื่นๆ ก็ผสมโรงเข้าไปร่วมวงด้วย
องค์ชายสี่รีบดึงจ้าวเหยาหลบออกไปห่างๆ เพื่อจะได้ไม่โดนลูกหลงสาดสีใส่
จ้าวเหยาเห็นองค์ชายสามกับพวกกำลังปาแท่นฝนหมึกและสีใส่กัน ก็อุทานในใจ "ซวยแล้วไง"
"พี่สี่ พี่สามกับพวกกำลังตีกันอีกแล้ว เราจะไม่โดนพาลให้ซวยไปด้วยเหมือนคราวที่แล้วใช่ไหมขอรับ?" คราวที่แล้วตอนที่องค์ชายเจ็ดกับองค์ชายเก้าทะเลาะกัน เขาก็โดนลูกหลงให้ไปคัด 'หลุนอวี่' ตั้งร้อยจบ
จังหวะที่องค์ชายสี่กำลังจะอ้าปากพูด เขาก็เห็นจ้าวเหยาแอบย่องเข้าไปใกล้ๆ แล้วสาดสีแดงใส่หน้าองค์ชายสาม แม่นยำราวกับจับวาง สีแดงสาดเข้าเต็มหน้าผากองค์ชายสามเป๊ะๆ
หน้าผากและหน้าขององค์ชายสามแดงเถือกไปด้วยสี มองเผินๆ เหมือนหน้าผากแตกเลือดอาบ น่ากลัวสุดๆ
"จ้าวสวิน!" องค์ชายสามคิดว่าเป็นฝีมือองค์ชายเก้า ก็เลยปาถาดสีใส่ด้วยความโมโห
องค์ชายเก้าหลบได้อย่างว่องไว แล้วชี้ไปที่องค์ชายเจ็ด ฟ้ององค์ชายสามว่า "จ้าวจิงเป็นคนทำต่างหาก"
"ข้าไม่ได้ทำนะ จ้าวสวินนั่นแหละทำ"
จ้าวเหยาเห็นองค์ชายสามกับพวกตีกันวุ่นวาย ก็ยืนขำก๊ากอย่างสะใจ
"น้องสิบ เจ้า..."
"พี่สี่ เมื่อกี้ท่านไม่เห็นอะไรเลยนะขอรับ" จ้าวเหยาช้อนตามององค์ชายสี่ด้วยสายตาใสซื่ออ้อนวอน
พอสบตาอ้อนๆ ของจ้าวเหยา องค์ชายสี่ก็ใจอ่อน ยอมพูดเสียงจริงจังว่า "อืม ข้าไม่เห็นอะไรเลย"
"พี่สี่ ท่านดีที่สุดเลย"
องค์ชายสี่ยิ้มอย่างอ่อนใจ "ยืนอยู่ตรงนี้แหละ อย่าขยับไปไหนนะ"
"พี่สี่ ท่านจะเข้าไปห้ามพวกเขาหรือขอรับ?"
"ถ้าขืนปล่อยให้พวกเขาตีกันต่อไป เสด็จพ่อต้องกริ้วแน่ๆ"
องค์ชายสี่ก้าวออกไปตะโกนเสียงดังก้อง "หยุดเดี๋ยวนี้!"
องค์ชายสามและคนอื่นๆ สะดุ้งตกใจกับเสียงตะโกน ชะงักกึกไปตามๆ กัน
องค์ชายสี่ปรายตามองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา "ตรงนี้อยู่ใกล้ห้องทรงอักษรของเสด็จพ่อนะ พวกเจ้าอยากจะลากเสด็จพ่อมาที่นี่หรือไง?"
คำพูดขององค์ชายสี่ทำเอาหน้าองค์ชายสามและพรรคพวกถอดสีทันที องค์ชายสามถลึงตาใส่องค์ชายเก้าและองค์ชายเจ็ด ก่อนจะรีบพาองค์ชายห้าและพวกเดินหนีไป
ตัวเลอะสีขนาดนี้ พวกเขาต้องรีบกลับไปอาบน้ำที่ตำหนักซิงเต๋อด่วนๆ ขืนเสด็จพ่อมาเห็นสภาพนี้ มีหวังโดนทำโทษหนักแน่ๆ
เห็นต้นกุยช่าย—เอ๊ย—ดอกกล้วยไม้ของตัวเองโดนทำลายเละเทะ จ้าวเหยาก็สบถด่าองค์ชายเก้าและพวกในใจ
"พี่สี่ ท่านยังไม่ได้วาดความหล่อของข้าเลยนะขอรับ พวกนั้นก็มาทำลายซะแล้ว"
"เดี๋ยวกลับไป ข้าจะวาดให้เจ้าใหม่นะ"
"พี่สี่ รอข้าเรียนวาดภาพคนเก่งๆ ก่อนนะ ข้าจะวาดรูปท่านให้เอง" จ้าวเหยาสัญญาพร้อมรอยยิ้ม "ข้าจะจับความหล่อเหลาของท่านมาวาดให้เหมือนเป๊ะเลย"
"ข้าจะรอนะ"
พอองค์ชายสามและพวกเดินออกไปแล้ว ชั้นเรียนวาดภาพของจ้าวเหยากับองค์ชายสี่ก็เรียนต่อไม่ได้ อาจารย์เลยอนุญาตให้พวกเขาเลิกเรียนกลับไปพักผ่อนได้
หลังจากบอกลาองค์ชายสี่ จ้าวเหยาก็พาถงซีเดินออกไป แต่เขาไม่ได้กลับไปที่ตำหนักคุนเต๋อทันที เขาเลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางไปทางอุทยานหลวงแทน
"องค์ชาย เรามาทำอะไรที่อุทยานหลวงหรือพะยะค่ะ?"
"มาเด็ดดอกกล้วยไม้ไงล่ะ" จ้าวเหยามองหาไปทั่วอุทยานหลวง แต่ก็ไม่เจอดอกกล้วยไม้เลยสักต้น "ในอุทยานหลวงนี่ไม่มีดอกกล้วยไม้ปลูกไว้เลยหรือไงเนี่ย?"
ถงซีช่วยหาด้วย แต่ก็ไม่เจอเหมือนกัน
"องค์ชาย ดูเหมือนจะไม่มีจริงๆ นะพะยะค่ะ"
"ทำไมอุทยานหลวงถึงไม่มีดอกกล้วยไม้ปลูกไว้เลยล่ะ? แย่ชะมัดเลย"
ถงซีนึกถึงสถานที่นึงที่มีดอกกล้วยไม้ได้ "องค์ชาย ที่ศาลาหลานหยวน (ศาลากล้วยไม้) มีปลูกไว้อยู่นะพะยะค่ะ"
"งั้นเราไปที่นั่นกันเถอะ"
ศาลาหลานหยวนเป็นสถานที่ทำงานของอัครเสนาบดีเหอและขุนนางคนอื่นๆ อยู่ไม่ไกลจากตำหนักเฉิงกวง
นี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวเหยามาที่ศาลาหลานหยวน แต่เขาไม่กลัวเลยสักนิด เขาเดินอาดๆ เข้าไปในศาลาหลานหยวนพร้อมกับถงซี พอเข้าไปปุ๊บ ก็เจอกับดงดอกกล้วยไม้บานสะพรั่งเต็มไปหมด
"โห ดอกกล้วยไม้เยอะแยะเลย?!"
"ข้าน้อยเคยได้ยินมาว่า พวกขุนนางชอบดอกกล้วยไม้มาก ก็เลยเอามาปลูกไว้ที่ศาลาหลานหยวนซะเยอะเลยพะยะค่ะ"
จ้าวเหยาพยักหน้าหงึกๆ "มิน่าล่ะ ถึงตั้งชื่อว่าศาลาหลานหยวน (ศาลากล้วยไม้)"
"องค์ชาย จะเด็ดดอกไหนดีพะยะค่ะ?"
"เดี๋ยวข้าขอเลือกก่อนนะ" จ้าวเหยานั่งยองๆ มองดูดอกกล้วยไม้ตาเป็นประกาย "ข้าจะเลือกเด็ดดอกที่สวยที่สุดเลย"
"องค์ชาย ดอกกล้วยไม้ที่นี่สวยทุกดอกเลยนะพะยะค่ะ"
ราชครูหลิวและอัครเสนาบดีเหอเพิ่งจะคุยราชการกันเสร็จ ขณะที่กำลังจิบชาพักผ่อน จู่ๆ ก็เหลือบไปเห็นเงาเล็กๆ ด้อมๆ มองๆ อยู่ในดงกล้วยไม้ข้างนอก ทำเอาพวกเขาทั้งสองคนตกใจ
"นั่นองค์ชายสิบนี่?"
"เขามาทำอะไรที่นี่ล่ะเนี่ย..." อัครเสนาบดีเหอยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นจ้าวเหยาเอื้อมมือไปเด็ดดอกกล้วยไม้เข้าให้ หน้าเขาถอดสีทันที พ่นน้ำชาที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาจนหมด ร้องเสียงหลง "กล้วยไม้ของข้า!"
เสียงร้อง "กล้วยไม้ของข้า" ทำเอาจ้าวเหยาตกใจสะดุ้ง รีบโกยแน่บหนีไปพร้อมกับดอกกล้วยไม้ในอ้อมแขน
ถงซีรีบวิ่งสับตีนแตกตามไป
อัครเสนาบดีเหอก็วิ่งตามออกมาติดๆ แต่ช้าไปนิดเดียว เลยตามจ้าวเหยาไม่ทัน
"กล้วยไม้ของข้า..."
เห็นอัครเสนาบดีเหอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ราชครูหลิวก็ตบไหล่ปลอบใจเบาๆ "เสียใจด้วยนะเพื่อน"
อัครเสนาบดีเหอรักดอกกล้วยไม้มาก ดอกกล้วยไม้ในศาลาหลานหยวนส่วนใหญ่ก็เป็นเขาเองนี่แหละที่ประคบประหงมดูแลอย่างดี
ดงกล้วยไม้นี้คือความภาคภูมิใจที่สุดของศาลาหลานหยวน ขุนนางทุกคนต่างก็รักมัน และมักจะมาช่วยอัครเสนาบดีเหอดูแลอยู่เสมอ พวกเขาไม่เคยคิดฝันเลยว่า วันนึงดงกล้วยไม้แสนรักของพวกเขาจะตกเป็นเหยื่อ "น้ำมืออันโหดร้าย" ของจ้าวเหยา