- หน้าแรก
- วันนี้มันบรรลุเซียนแล้วหรือยังเนี่ย
- บทที่ 121 พันธมิตรวิญญูชน แผนการของซิงเอ๋อร์
บทที่ 121 พันธมิตรวิญญูชน แผนการของซิงเอ๋อร์
บทที่ 121 พันธมิตรวิญญูชน แผนการของซิงเอ๋อร์
บทที่ 121 พันธมิตรวิญญูชน แผนการของซิงเอ๋อร์
"สนับสนุนเจ้าอย่างนั้นหรือ?"
กลุ่มผู้ฝึกตนอิสระที่อยู่ในที่นั้นต่างก็มีสีหน้าครุ่นคิด ดูเหมือนชั่วขณะหนึ่งจะยังตัดสินใจไม่ได้
ตอนแรกเยว่เหวินนึกว่าพี่น้องตระกูลเซียวมาเพื่อสร้างพันธมิตร แต่ฟังดูแล้ว เซียวฉู่ซีมีความทะเยอทะยานมากทีเดียว
ดูเหมือนว่าเขาก็อยากจะมาหาบอดี้การ์ดด้วยเหมือนกัน
ความจริงแล้ว 50 อันดับแรกก็เข้ารอบเหมือนกัน คนที่แย่งชิงอันดับหนึ่งมักจะไม่ค่อยสนใจเงินรางวัลสามล้านหยวนเท่าไหร่นัก พวกเขาสนใจกระแสและชื่อเสียงของอันดับหนึ่งมากกว่า ถ้าในงานแข่งขันสะสมคะแนนของผู้ฝึกตนอิสระยังโดดเด่นไม่ได้ แล้วจะไปดึงดูดความสนใจของผู้คน แล้วจะไปแข่งขันกับศิษย์ของสำนักเซียนเหล่านั้นได้อย่างไรกัน?
แต่เยว่เหวินต่างจากพวกเขา เขาอยากแย่งชิงเพื่อเงินรางวัลจริงๆ
ต่อให้ตระกูลเหล่านี้จะรวยแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะควักเงินสามล้านหยวนมาจ้างบอดี้การ์ด เว้นแต่จะบ้าไปแล้ว
เขาต้องคว้าอันดับหนึ่งมาให้ได้เท่านั้น ถึงจะได้เงินเยอะขนาดนั้น
ถ้าเซียวฉู่ซีก็อยากให้คนอื่นเป็นบอดี้การ์ดให้เขา เยว่เหวินก็คงทำได้แค่แยกทางกับพวกเขาแล้วล่ะ
ระหว่างที่คิดอยู่นั้น ก็มีคนถามขึ้นมาว่า "คำพูดของพี่เซียวหมายความว่าอยากให้พวกเราเป็นบอดี้การ์ดให้เจ้าอย่างนั้นหรือ? แล้วพวกเราจะได้อะไรล่ะ?"
"..."
คำถามนี้ตรงไปตรงมามากทีเดียว
คำพูดของเซียวฉู่ซีเมื่อครู่นี้กำกวมมาก การสนับสนุนเขาคือการช่วยเขาสนับสนุนตอนต่อสู้ในฐานะพันธมิตร หรือว่าเป็นการเป็นบอดี้การ์ดให้เขาแล้วมอบของวิเศษที่เป็นคะแนนให้เขาก่อน นี่เป็นสองแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะ
"ข้าจริงใจที่จะผูกมิตรและสร้างพันธมิตรกับทุกท่าน และยินดีที่จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้ทุกท่านได้รับโควตาเข้ารอบ" เซียวฉู่ซีกล่าว "ในกรณีที่ข้ามีโอกาสแย่งชิงอันดับหนึ่งได้ หากทุกท่านยินดีที่จะมอบคะแนนของตนเองให้ข้าจัดการ ข้ายินดีชดเชยให้คนละหนึ่งแสนหยวนเงินสด"
คำพูดนี้น่าฟังกว่าพวกที่เข้ามาจ้างบอดี้การ์ดตรงๆ หน่อย แถมราคาที่ให้ก็ไม่ต่ำเลยทีเดียว
แม้ว่าสมาคมเทียนจุนจะเสนอราคาให้สามถึงห้าแสนหยวน แต่นั่นคือราคาที่ให้เยว่เหวินและจ้าวซิงเอ๋อร์
พวกตัวประกอบที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนเป็นพวกที่คนอื่นเลือกเหลือทิ้งไว้ทั้งนั้น การให้ราคาหนึ่งแสนหยวนก็นับว่ามีคุณธรรมมากแล้ว
ทันใดนั้นก็มีคนตบโต๊ะดังปัง "ในเมื่อพี่เซียวเห็นคุณค่าของพวกเรา งั้นพวกเราก็ลุยกับเจ้าด้วย! เมืองซิงไห่ก็ถือเป็นเมืองของมณฑลเทียนเป่ย พวกเราต่างก็เป็นชาวเทียนเป่ย สนับสนุนเจ้าดีกว่าปล่อยให้พวกคนนอกนั่นเอาอันดับหนึ่งไป!"
"ใช่แล้ว!" อีกคนหนึ่งพูดด้วยความตื่นเต้น "ระเบิดพวกมันให้กระจุยไปเลย!"
สำหรับเรื่องที่พวกเขาไม่มีแม้แต่คุณสมบัติจะเป็นบอดี้การ์ด คนที่อยู่ในที่นั้นต่างก็รู้สึกโกรธเคืองไม่น้อย พอถูกยั่วยุเพียงนิดเดียว อารมณ์ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
ความจริงแล้วพวกเขาก็มองสถานการณ์ตรงหน้าออกอย่างทะลุปรุโปร่ง หากไม่ตามลูกพี่สักคนล่ะก็ ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา ไม่มีทางที่จะผ่านเข้ารอบได้เลย การตามหลังเซียวฉู่ซีไป นอกจากจะได้เงินแล้ว ถ้าโชคดีอาจจะได้โควตาเข้ารอบติดปลายนวมมาด้วย
เรื่องแบบนี้ตัดสินใจได้ไม่ยากเลย
เซียวฉู่ซีมองไปที่เยว่เหวินอีกครั้ง "พี่เยว่เป็นผู้ฝึกตนขั้นพลังปราณคุ้มกาย หากยินดีช่วยข้า ข้าให้ราคาที่สูงกว่าสมาคมเทียนจุนได้ และข้ารับรองว่า จะต้องมีโควตาเข้ารอบให้พี่เยว่หนึ่งที่อย่างแน่นอน"
เยว่เหวินยิ้มบางๆ แล้วลุกขึ้นยืนพลางกล่าวว่า "ขออภัยพี่เซียว หากเป็นการสร้างพันธมิตร ข้ายังพอร่วมด้วยได้ แต่หากจะให้ไปเป็นบอดี้การ์ดให้เจ้า ข้าคงต้องขอตัวล่ะ"
"แน่นอนว่าเป็นการสร้างพันธมิตร เพียงแต่ให้ข้าเป็นหลักเท่านั้น" เซียวฉู่ซีกล่าว "พี่เยว่ เจ้าคิดอยากจะแย่งชิงอันดับหนึ่งด้วยตัวเองอย่างนั้นหรือ?"
"ก็มีความคิดนี้อยู่เหมือนกัน" เยว่เหวินพยักหน้า
"อืม————" เซียวฉู่ซีขมวดคิ้วเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่อ้าปากแล้วก็หุบลง นิ่งเงียบไปพักใหญ่
คนที่อยู่ในที่นั้นต่างก็รู้สึกประหลาดใจกันเล็กน้อย
คนที่นั่งอยู่ที่นี่อาจจะเคยได้ยินตงฝูเมิ่งเหยาหรือเซียวฉู่เป่ยพูดถึง หรือไม่ก็เคยดูการถ่ายทอดสดก่อนหน้านี้ คงพอจะรู้ว่าเยว่เหวินเป็นใคร แต่โดยทั่วไปแล้วไม่ค่อยแน่ใจในความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้สักเท่าไหร่
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องแน่ใจหรอก แค่รู้ว่าเขาเป็นคนในพื้นที่ก็พอแล้ว
ตอนนี้การแข่งขันด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ของแต่ละฝ่ายดุเดือดถึงขนาดนี้แล้ว ยังมีผู้ฝึกตนอิสระในพื้นที่เมืองเจียงเฉิงกล้าบอกว่าตัวเองอยากจะได้อันดับหนึ่งของการแข่งขันสะสมคะแนนอีกหรือ?
ใครได้ยินก็ต้องรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อกันทั้งนั้นแหละ
"ข้ารู้ว่าทุกคนอาจจะคิดว่าข้าล้อเล่น แต่คนเราก็ต้องมีความฝันใช่ไหมล่ะ?" เยว่เหวินยิ้มบางๆ "แต่ข้าก็ยังสามารถทำข้อตกลงกับทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ได้ หากเราพบกันในการแข่งขันสะสมคะแนน เราจะไม่แย่งชิงของวิเศษของกันและกันเด็ดขาด"
"แบบนี้ก็พอได้อยู่" เซียวฉู่ชีพยักหน้า สีหน้ากลับมาเป็นปกติแล้ว เขายิ้มพลางกล่าวว่า "เมื่อครู่นี้ข้าประหลาดใจเล็กน้อย เพราะภายใต้แรงกดดันของสมาคมเทียนจุนและชุมนุมภูเขาชื่อเหลา พี่เยว่ยังกล้าพูดว่ามีความคิดที่จะแย่งชิงอันดับหนึ่ง ช่างมีความกล้าหาญจริงๆ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น งั้นพวกเราก็มาทำพันธมิตรวิญญูชนกันเถอะ ในการแข่งขันสะสมคะแนน เราจะไม่ลงมือทำร้ายกันและกันเด็ดขาด"
พูดจบ เขาก็เป็นฝ่ายยื่นมือไปหาเยว่เหวินก่อนในครั้งนี้
หลังจากทั้งสองจับมือกันอีกครั้ง เยว่เหวินก็หันหลังเดินจากไป เขาบอกกับตงฝูเมิ่งเหยาว่า "งั้นข้าขอตัวก่อนนะ จะได้ไม่รบกวนพวกเจ้าปรึกษาแผนการรบกัน"
ตงฝูเมิ่งเหยามองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไป แววตาของนางเต็มไปด้วยความซับซ้อน มีทั้งความสงสัยสามส่วน ความประหลาดใจสามส่วน ความลังเลสามส่วน และยังแฝงความชื่นชมอยู่อีกหนึ่งส่วน
การที่เซียวฉู่ซีประกาศให้ทุกคนมาช่วยสนับสนุนเขาที่นี่ แน่นอนว่าต้องตกลงกับตงฝูเมิ่งเหยาในฐานะเจ้าบ้านไว้ก่อนแล้ว อันที่จริง นางได้ทำพันธมิตรกับเซียวฉู่ซีเป็นการส่วนตัวเรียบร้อยแล้วล่ะ
นางไม่อยากแข่งขันแย่งชิงอันดับหนึ่งเลยแม้แต่น้อย นางมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือนางจะต้องผ่านเข้ารอบให้ได้
ภายใต้เงื่อนไขนี้ นางสามารถช่วยเหลือเซียวฉู่ซีได้อย่างเต็มที่
แต่สมมติว่าสถานการณ์การเข้ารอบคับขัน ต่อให้เซียวฉู่ซีต้องมอบคะแนนทั้งหมดของเขาให้นาง เขาก็ต้องรับประกันว่านางจะได้เข้ารอบก่อน
หากเป็นผู้ฝึกตนอิสระในพื้นที่คนอื่นบอกว่าตัวเองสามารถแย่งชิงอันดับหนึ่งได้ ตงฝูเมิ่งเหยาจะต้องหัวเราะเยาะว่าอีกฝ่ายไม่เจียมตัวอย่างแน่นอน
แต่เยว่เหวินล่ะก็————นางก็ไม่กล้าพูดว่าไม่มีโอกาสเลยหรอกนะ
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็ตัดสินใจที่จะร่วมมือกับพี่น้องตระกูลเซียวต่อไป
นางแค่ต้องการผ่านเข้ารอบ ดังนั้นการร่วมมือกับคนที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมดีกว่า ส่วนสมาคมเทียนจุนกับชุมนุมภูเขาชื่อเหลาหาแต่บอดี้การ์ด ไม่สร้างพันธมิตร หากวิเคราะห์ด้วยเหตุผลแล้ว เซียวฉู่ซี ผู้ฝึกตนอิสระรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นอันดับต้นๆ ของเมืองซิงไห่ คือพันธมิตรที่ดีที่สุดที่นางสามารถหาได้
หากบอกว่าโอกาสที่สมาคมเทียนจุนจะได้อันดับหนึ่งคือ 50% โอกาสที่ชุมนุมภูเขาชื่อเหลาจะได้อันดับหนึ่งคือ 34.7% โอกาสที่เซียวฉู่ซีจะได้อันดับหนึ่งคือ 10% โอกาสที่เยว่เหวินจะได้อันดับหนึ่งก็อาจจะมีเพียง 0.3% เท่านั้นแหละ
หากฝืนแย่งชิงอันดับหนึ่ง กลับจะยิ่งเพิ่มโอกาสในการถูกคัดออกเข้าไปอีก
"พี่สาม ข้าว่าพี่เยว่มีความหวังจริงๆ นะ" เซียวฉู่เป่ยมองพี่สามของตนแล้วพูดอย่างมั่นใจ "สติปัญญาและระดับการฝึกฝนของเขาล้วนเหนือกว่าข้า!"
"แล้วไงล่ะ?" เซียวฉู่ซีมองเขาอย่างหงุดหงิด "มันแปลกนักหรือไง?"
เมื่อเยว่เหวินกลับมาถึงสำนักงาน จ้าวซิงเอ๋อร์กับฉีเตี่ยนก็กำลังปรึกษาแผนการรบสำหรับการแข่งขันสะสมคะแนนอยู่เหมือนกัน ท้ายที่สุดแล้ว ก็เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะเปิดการแข่งขันแล้ว ในเวลานี้แต่ละฝ่ายต่างก็กำลังเร่งดึงดูดพันธมิตร รับสมัครบอดี้การ์ด และปรึกษาแผนการรบกันอย่างขะมักเขม้น
ไม่รู้ว่าจ้าวซิงเอ๋อร์ไปเอาไวท์บอร์ดมาจากไหน นางกำลังถือปากกามาร์กเกอร์ขีดเขียนลงบนนั้น
เมื่อเห็นเยว่เหวินกลับมา นางก็หันกลับมายิ้ม "เถ้าแก่ ท่านกลับมาพอดีเลย ข้ากำลังอธิบายแผนการรบที่ข้าตั้งใจศึกษามาอย่างดีเชียวนะ"
"เจ้ามีแผนการรบด้วยหรือเนี่ย?" เยว่เหวินประหลาดใจ เขาหันไปมองฉีเตี่ยนกับต้าไป๋ที่นั่งฟังอย่างตั้งใจอยู่ข้างๆ แล้วก็ยิ่งประหลาดใจหนักเข้าไปอีก "พวกเจ้ากำลังฟังซิงเอ๋อร์พูดเรื่องแผนการรบอยู่จริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย?"
ต้าไป๋เหลือบมองถุงมันฝรั่งทอดที่วางอยู่บนโต๊ะ ความหมายเหมือนจะบอกว่า ซิงเอ๋อร์เอาของกินมาติดสินบนให้มันนั่งฟังน่ะสิ
ส่วนฉีเตี่ยนก็เหลือบมองกระบองเงินที่วางอยู่ข้างมือซิงเอ๋อร์ ความหมายเหมือนจะบอกว่า ซิงเอ๋อร์ใช้กำลังบังคับให้เขานั่งฟังต่างหากเล่า
"ข้าเพิ่งพูดไปได้ครึ่งเดียว ในเมื่อท่านกลับมาแล้ว ข้าจะเริ่มพูดใหม่ตั้งแต่ต้นก็แล้วกัน" จ้าวซิงเอ๋อร์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "ถ้าท่านฟังจบแล้ว ต่อไปท่านอาจจะไม่เรียกข้าว่าจ้าวซิงเอ๋อร์แล้วก็ได้ แต่อาจจะเรียกข้าว่าจูกัดเสี่ยวซิงแทน!"
"โอ้?" เยว่เหวินชักจะอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาแล้ว "งั้นข้าขอฟังหน่อยก็แล้วกัน"
จ้าวซิงเอ๋อร์วาดแผนที่บูดๆ เบี้ยวๆ ลงบนไวท์บอร์ด "คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้ปล่อยแผนที่ภายในค่ายกลการแข่งขันออกมาแล้ว มีพื้นที่ภูมิประเทศที่แตกต่างกันสี่แห่งคือ ทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศเหนือ บริเวณขอบของแต่ละพื้นที่จะมีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่หนึ่งแห่ง ทิศตะวันออกเป็นเมืองโบราณ ทิศตะวันตกเป็นป่า ทิศเหนือเป็นแหล่งน้ำ ทิศใต้เป็นหุบเขา————ข้าศึกษาแผนที่มาแล้ว ทางทิศตะวันออกของหุบเขาแห่งนี้ มีช่องแคบๆ ที่มีทางเข้าออกแคบมากอยู่แห่งหนึ่ง"
"พวกเราสามารถให้ฉีเตี่ยนแกล้งทำเป็นว่ารวบรวมของวิเศษที่มีคะแนนสูงมาได้ เพื่อดึงดูดคนกลุ่มหนึ่งให้เข้าไปในช่องแคบที่ถูกขนาบด้วยหน้าผาหินทั้งสองข้างนี้ ถึงตอนนั้นพวกเราสองคนก็ดักซุ่มอยู่บนยอดเขาทั้งซ้ายและขวา ใช้หินทุ่ม ไม้กลิ้ง โจมตีด้วยไฟและธนู รับรองว่าเข้ามาเท่าไหร่ก็ตายหมดเท่านั้น!"
จ้าวซิงเอ๋อร์ยิ้มอย่างผู้กุมชัยชนะไว้ในมือ
ฉีเตี่ยนยกมือขึ้นถามว่า "แต่ภูมิประเทศแบบนี้ ถ้าข้าหลอกล่อศัตรูให้เข้าไปลึกๆ แล้วจะหนีออกมายังไงล่ะ?"
"ออกมา?" จ้าวซิงเอ๋อร์ชะงักไป "เจ้าจะออกมาทำไมล่ะ?"
"งั้นข้าก็ตายอยู่ข้างในนั้นน่ะสิ?" ฉีเตี่ยนถามด้วยความประหลาดใจ
"ซี้ดด" จ้าวซิงเอ๋อร์สูดหายใจเข้าลึกๆ "ข้าลืมเรื่องนี้ไปเลยแฮะ ถ้าเจ้าถูกคัดออก งั้นพวกเราก็อดได้หม้อหุงข้าวไฟฟ้ากันพอดีน่ะสิ"
"ที่แท้ก็ห่วงหม้อหุงข้าวไฟฟ้าหรอกเรอะ?!" ฉีเตี่ยนยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก
"ความเมตตาไม่อาจนำทัพได้น่ะ" เยว่เหวินกล่าว "ถึงแม้ว่าครั้งนี้นางจะลืม แต่ข้าเชื่อว่าต่อให้นางจำได้ นางก็คงไม่สนใจความเป็นความตายของเจ้าอยู่ดีแหละ"
ฉีเตี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย
เกิดมาชาตินี้ ชื่อเสียงสำคัญที่สุดสินะ
"ไม่เป็นไร ข้ายังมีอีกแผนหนึ่ง!" จ้าวซิงเอ๋อร์โบกมือ แล้วชี้ไปที่แหล่งน้ำด้านบนอีกครั้ง
"แหล่งน้ำนี้ใสมาก สามารถมองเห็นสภาพใต้น้ำได้อย่างชัดเจน พวกเราสามารถนำของวิเศษจำนวนมากไปจมไว้ในน้ำ แล้วไปดักซุ่มอยู่ด้านข้าง พอมีคนลงน้ำไปเก็บของวิเศษ พวกเราก็ปลดปล่อยวิชาอยู่บนผิวน้ำอย่างเต็มที่ ภายใต้ความได้เปรียบทางภูมิประเทศอย่างสุดขีด ต่อให้ระดับการฝึกฝนสูงแค่ไหนเขาก็แสดงออกมาไม่ได้หรอก และจะต้องถูกพวกเราฆ่าตายอย่างง่ายดาย! คนตายในน้ำเยอะขึ้น ของวิเศษที่จมลงไปก็จะยิ่งเยอะขึ้น คนที่มาเก็บก็จะยิ่งเยอะขึ้น พวกเราก็จะยิ่งฆ่าได้เยอะขึ้น! แค่แหล่งน้ำนี้แหล่งเดียว อย่างน้อยพวกเราก็คงฆ่าได้สักร้อยกว่าคนล่ะมั้ง?"
ยิ่งพูด จ้าวซิงเอ๋อร์ก็ยิ่งตื่นเต้น ราวกับว่าอยู่ในสนามรบแล้วจริงๆ อย่างนั้นแหละ
"ฟังดูก็มีเหตุผลดีนะเนี่ย" เยว่เหวินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ตั้งคำถามขึ้นมาว่า "แต่ถ้าเจ้าโยนของวิเศษลงน้ำไปหมด แล้วพวกเราจะเก็บขึ้นมายังไงล่ะ? ถ้าพวกเราลงไปเก็บ มันก็กลายเป็นว่าคนอื่นมาโจมตีพวกเราแทนไม่ใช่หรือไง?"
"จะเก็บไปทำไมล่ะ?" จ้าวซิงเอ๋อร์ถามด้วยความสงสัย "ก็ฆ่าคนอยู่ข้างบนไง"
สีหน้าของนางราวกับจะบอกว่า————มีคนให้ฆ่าไม่ฆ่า แต่จะไปเก็บของ เจ้าคิดอะไรอยู่เนี่ย?
"เน้นฆ่าอย่างเดียวเลยเหรอ?" เยว่เหวินถาม
สีหน้าของจ้าวซิงเอ๋อร์ดูมั่นใจเกินไป จนเขาชักจะเริ่มสงสัยแล้วว่า หรือจะเป็นแนวคิดของตัวเองต่างหากที่มีปัญหา
"กฎมันค่อนข้างซับซ้อน ข้าอ่านไม่จบหรอกนะ แต่การแข่งขันนี้ไม่ใช่ว่าฆ่าคนให้หมดก็ชนะหรอกหรือ?" จ้าวซิงเอ๋อร์ถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
"————" เยว่เหวินกับฉีเตี่ยนเงียบไปพักหนึ่ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เยว่เหวินก็พูดขึ้นว่า "ที่เจ้าพูดนั่นมันโหมดแบทเทิลรอยัล แต่โหมดที่ฮิตกันตอนนี้คือ ค้นหา โจมตี แล้วก็ถอนกำลังต่างหาก ต่อให้เจ้าฆ่าคนทางนี้ไปสองร้อยคน แต่ขอแค่มีห้าสิบคนถือของวิเศษหนีออกไปทางค่ายกลเคลื่อนย้ายแห่งอื่น เจ้าก็ยังถูกคัดออกอยู่ดีแหละ เขาไม่ได้แข่งกันที่จำนวนคนตายสักหน่อย"
"อ้าว" จ้าวซิงเอ๋อร์เคาะหัวตัวเอง "เรื่องนี้ข้าคาดไม่ถึงจริงๆ ด้วยแฮะ"
นางเอามือเท้าคางทำท่าครุ่นคิด "ทำยังไงถึงจะให้คนพวกนี้หนีไม่รอดแม้แต่คนเดียวดีนะ?"
เยว่เหวินกับฉีเตี่ยนเบิกตากว้างพร้อมกัน
เจ้าไม่คิดจะเปลี่ยนแนวคิดเลยรึไง กลับรู้สึกว่าแนวคิดเดิมยังโหดเหี้ยมไม่พออย่างนั้นหรือ?
นี่มันฆาตกรโรคจิตชัดๆ!
"ซิงเอ๋อร์เอ๊ย แนวคิดการศึกษาภูมิประเทศเพื่อออกแบบแผนการรบของเจ้ามันก็ดีอยู่นะ น่าชื่นชมมาก" เยว่เหวินพูดอย่างระมัดระวัง "ต่อยอดจากจูกัดเสี่ยวซิงของเจ้า ข้าก็มีความคิดเห็นนิดหน่อยเหมือนกัน ลองฟังข้าพูดหน่อยดีไหม?"
(จบบท)