เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 108 นิสัยที่ยิ่งใหญ่

บทที่ 108 นิสัยที่ยิ่งใหญ่

บทที่ 108 นิสัยที่ยิ่งใหญ่ 


บทที่ 108 นิสัยที่ยิ่งใหญ่ 

ถึงแม้การช่วยชีวิตเซียวฉู่เป่ยจะทำให้เสียเวลาไปโข แต่พวกเขาก็ประหยัดเวลาไปได้เยอะตอนที่วิ่งหนีตายทะลุหุบเขาปีศาจต้นไม้มา พอหักลบกลบหนี้กันแล้ว สุดท้ายก็มาถึงที่หมายในเวลาที่ใกล้เคียงกับที่วางแผนไว้ แถมยังมาถึงเร็วกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำ

หลังจากเดินผ่านหนองน้ำลำธารอันซับซ้อนมาได้ ผืนน้ำเบื้องหน้าก็ค่อยๆ เชื่อมต่อกันเป็นผืนใหญ่ ในที่สุด เมื่อเดินขึ้นมาถึงเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ ทุกคนก็มองเห็นทะเลสาบอันกว้างใหญ่ไพศาลอยู่ไม่ไกล

ทะเลสาบชิวอวิ๋น

ขุนเขาและสายน้ำยามพลบค่ำกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับฤดูใบไม้ร่วง แสงจันทร์สาดส่องผิวน้ำสีเงินงดงามราวกับเมฆาหมอก

ว่ากันว่าก่อนเกิดภัยพิบัติ ที่นี่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โด่งดังมาก ผิวน้ำใสแจ๋ว บรรยากาศเงียบสงบ—

ต่อมาพอพลังปราณฟื้นฟู พื้นที่ก็ขยายใหญ่ขึ้น ทิวทัศน์ในตอนนี้ยิ่งสวยงามตระการตากว่าเดิม น่าเสียดายที่แทบไม่มีใครได้มาเชยชมความงามนี้อีกแล้ว

ยอดฝีมือในยุคนี้ไม่ได้มีแค่อำนาจบารมีที่สูงส่งกว่าคนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังได้เห็นโลกที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าด้วย

"ดูจากสีท้องฟ้าแล้ว อีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็น่าจะมืดสนิท" หลัวปาเหวินมองดูรอบๆ "พอมืดลง บริเวณที่มีหมอกบางๆ ปกคลุมอยู่ก็คือบริเวณที่มีดอกบัวหิมะเมฆาขึ้นอยู่ใต้น้ำ ดอกบัวที่โตเต็มที่แล้วจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาตอนกลางคืนเพื่อดูดซับแสงจันทร์ นั่นแหละคือเวลาที่พวกเราจะลงมือเก็บได้"

"การเก็บดอกบัวหิมะเมฆาไม่ได้มีอันตรายอะไรหรอก แต่รอบๆ ทะเลสาบชิวอวิ๋นมีสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ ชื่อว่า 'นกนางแอ่นเหินคลื่น' สัตว์ประหลาดพวกนี้กินเม็ดบัวหิมะเมฆาเพื่อยกระดับพลังมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า พวกมันเลยหวงดอกบัวพวกนี้เหมือนเป็นสมบัติประจำตระกูล คอยเฝ้าอย่างเข้มงวด ถ้ามีใครเข้าใกล้ดอกบัวบนผิวน้ำเมื่อไหร่ ฝูงนกนางแอ่นเหินคลื่นก็จะแห่กันมารุมโจมตีทันที"

"ความเร็วในการบินของนกนางแอ่นเหินคลื่นนั้นเร็วทะลุนรก แถมปีกทั้งสองข้างยังมีขนที่แข็งเหมือนเหล็ก ถ้าโดนฝูงนกพวกนี้พุ่งชนใส่แป๊บเดียว ร่างกายก็แหลกเป็นเศษเนื้อได้เลย เพราะฉะนั้นเวลาเก็บดอกบัวหิมะเมฆา ต้องรีบไปรีบกลับให้ไวที่สุด"

สิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดมันก็อยู่ในคู่มืออยู่แล้ว ทุกคนที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงนี่ ย่อมต้องรู้อยู่แก่ใจดี

แต่ด้วยนิสัยของหลัวปาเหวิน เขาก็ยังคงเน้นย้ำจุดสำคัญทีละข้ออย่างละเอียด กว่าเขาจะสาธยายข้อควรระวังจบ ท้องฟ้าก็มืดสนิทพอดี

ระหว่างที่รอ เซียวฉู่เป่ยก็เดินเข้าไปหาตงฝูเมิ่งเหยา แล้วกระซิบถาม "ขาเจ้าไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม?"

"ไม่เป็นไรมากแล้วล่ะ" ตงฝูเมิ่งเหยาตอบเสียงเรียบ "ต้องขอบคุณที่เจ้าโดนอสูรฝันร้ายเงาสิงเมื่อกี้ ข้าเลยมีเวลาเดินลมปราณขับพิษตั้งนาน"

เซียวฉู่เป่ยหน้าแดงเถือก รีบแก้ตัว "สถานการณ์ที่นี่มันไม่ค่อยเหมือนที่ข้าคิดไว้เท่าไหร่—"

ก่อนหน้านี้เขาเคยตามคนอื่นออกไปเขตแดนรกร้างในเมืองอื่นมาบ้าง ถึงจะไปในฐานะลูกหาบ แต่ก็พอมีประสบการณ์ติดตัวมาบ้าง ฝีมือก็ไม่ได้ไก่กาอะไร แต่พอมาถึงเมืองเจียงเฉิง สภาพแวดล้อมในเขตแดนรกร้างมันต่างกันลิบลับ แถมเรื่องที่เพิ่งเจอมาหมาดๆ มันก็เหนือความคาดหมายไปหน่อย เขาเลยพลาดท่าติดๆ กันแบบนี้

ตงฝูเมิ่งเหยากับเขาไม่ได้แค่บังเอิญมาตั้งทีมด้วยกันหรอกนะ แต่เป็นเขาเองต่างหากที่ทักไปหานาง คุยกันได้สักพัก พอนางบอกว่าอยากจะมาเขตแดนรกร้าง เขาก็รีบเสนอตัวทันทีว่าจะพานางมา

แถมตอนที่โม้เรื่องประสบการณ์ของตัวเอง ก็แอบใส่ไข่ไปซะเยอะเลยด้วย

อุตส่าห์เสนอหน้ามาอาสาพาสาวมาลุย แต่ตลอดทางกลับมีแต่เรื่องทุลักทุเล ต้องพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมช่วยชีวิตมาตลอด ไม่แปลกที่ตงฝูเมิ่งเหยาจะทำตัวเย็นชาใส่ ถ้าเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญมาร่วมทีมกัน นางคงไม่หงุดหงิดขนาดนี้หรอก

"ไม่เป็นไรหรอก โชคดีที่รอดมาได้" ตงฝูเมิ่งเหยาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง "พวกเราอย่าคุยกันสองต่อสองเยอะเลย เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิดเอาได้"

"อ้อ" เซียวฉู่เป่ยไหล่ตกทันที

สายตาของตงฝูเมิ่งเหยามองเลยไปยังอีกฝั่งของเนินเขา

เยว่เหวินกำลังนั่งชมวิวอยู่ตรงนั้น คุณป้าตุ้ยนุ้ยยื่นแอปเปิ้ลลูกหนึ่งให้จากด้านข้าง "กินไหม?"

เขาหันไปมองรอยยิ้มพิมพ์ใจของคุณป้าตุ้ยนุ้ย แล้วยิ้มปฏิเสธอย่างสุภาพ "เจ๊อวี๋ ข้าไม่กินดีกว่าครับ ข้ายังไม่ค่อยหิวน่ะ"

"พวกวัยรุ่นอย่างพวกเจ้านี่นะ ไม่รู้จักปล่อยวางเอาซะเลย" ในของวิเศษเก็บของของคุณป้าตุ้ยนุ้ยน่าจะเสบียงเพียบ นางเก็บแอปเปิ้ลกลับไป แล้วหยิบน่องไก่ในถุงกระดาษออกมา นั่งแทะกินบนพื้นอย่างสบายใจเฉิบ

เยว่เหวินรู้สึกแปลกๆ เหมือนกำลังนั่งรถไฟไปกับญาติผู้ใหญ่ ที่จู่ๆ ก็ล้วงเอาผลไม้ ผักสด ของตุ๋นร้อนๆ ออกมานั่งกินไปร้องเพลงไปอย่างสนุกสนาน ส่วนเขาก็ทำได้แค่นั่งเล่นมือถือเงียบๆ รอให้รถไฟถึงสถานีไวๆ

เขาไม่ใช่คนที่ชอบทำตัวชิลๆ อยู่แล้ว

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมานั่งชิล มีเรื่องอีกตั้งเยอะแยะที่เขาต้องทำ

ตอนอยู่ริมน้ำเมื่อกี้ ถึงการแท็กทีมตกผีพรายกับเซียวฉู่เป่ยจะได้ผลดีเกินคาด แต่เวลามันมีจำกัด เขาเลยได้เงินสยบมารมาแค่ร้อยห้าสิบเหรียญนิดๆ

รวมกับที่ได้มาระหว่างทางก็แค่สองร้อยกว่าเหรียญ บวกกับของเดิมที่มีอยู่อีกสองร้อยกว่าเหรียญ ก็ยังไม่ถึงสี่ร้อยเก้าสิบเก้าเหรียญอยู่ดี ถึงจะขาดอีกแค่นิดเดียวก็เถอะ

จะได้วิชามังกรวารีทะลวงมิติมาครอบครองไหม ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกนกนางแอ่นเหินคลื่นจะให้ความร่วมมือแค่ไหนแล้วล่ะ

เพราะขากลับพวกเขาก็ต้องใช้เส้นทางเดิม สิ่งชั่วร้ายในเขตแดนรกร้างไม่ได้เกิดใหม่เร็วขนาดนั้นหรอก เจ้าถิ่นตายไปตัวนึง ไม่ใช่ว่าข้ามคืนแล้วจะมีตัวใหม่มาเสียบแทนทันทีซะหน่อย

เพราะงั้นขากลับน่าจะสงบสุขกว่าขามาเยอะ

ถ้าเก็บเงินสยบมารที่นี่ได้ไม่ครบ ก็คงต้องรอจนกว่าจะกลับเข้าเมืองแล้วค่อยว่ากันใหม่ ไปๆ มาๆ ไม่รู้จะเสียเวลาไปอีกเท่าไหร่ คืนนี้ต้องฮึดสู้ให้เต็มที่แล้วล่ะ

ระหว่างที่เขากำลังคิดคำนวณอยู่ในใจ จู่ๆ หลัวปาเหวินก็ตะโกนขึ้นมาเบาๆ "ดอกบัวหิมะโผล่มาแล้ว!"

ที่แท้ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่ ท้องฟ้าก็มืดสนิทไปแล้ว แสงจันทร์สลัวๆ ส่องลอดหมู่เมฆลงมาอย่างตระหนี่ถี่เหนียว

บนผิวน้ำทะเลสาบชิวอวิ๋นมีแสงสีขาวระยิบระยับปรากฏขึ้น

เมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมา หมอกควันบางๆ ก็ลอยขึ้นมาจากกลางทะเลสาบ สายหนึ่ง สองสาย—ลอยวนเป็นวงกลมบนผิวน้ำ พอมองดูดีๆ ดูเหมือนจะมีเป็นสิบๆ วงเลยทีเดียว

"สิบสามดอก!" หลัวปาเหวินเห็นแล้วก็ดีใจเนื้อเต้น "ดอกบัวหิมะชุดแรกของปีนี้เยอะจริงๆ มีตั้งสิบสามดอกเลยเหรอเนี่ย?"

ปกติแล้วดอกบัวหิมะเมฆาแต่ละชุดจะมีจำนวนไม่เยอะหรอก ประมาณห้าถึงสิบดอกเท่านั้น พวกเขาถึงได้จำกัดจำนวนคนในทีมไว้แค่ห้าคนไง เพื่อให้มั่นใจว่าต่อให้เจอดอกบัวน้อยที่สุด ทุกคนก็ยังมีส่วนแบ่งติดไม้ติดมือกลับไป

ส่วนใครจะได้ไปกี่ดอก ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเก็บของแต่ละคนแล้วล่ะ

หลังจากแสงจันทร์สาดส่องลงมาได้สักพัก ผิวน้ำท่ามกลางสายหมอกก็เกิดระลอกคลื่น ดอกตูมโผล่พ้นน้ำและสายหมอกขึ้นมา ค่อยๆ บานออกรับแสงจันทร์ ในชั่วพริบตาที่กลีบดอกบานสะพรั่ง พลังปราณที่อัดแน่นเป็นก้อนๆ ก็ลอยล่องออกมาเหมือนหิ่งห้อยนับไม่ถ้วน

"ไปเก็บได้แล้ว" หลัวปาเหวินเตือน "ตามที่ตกลงกันไว้นะ เล็งไว้คนละดอกก่อน ใครเก็บเสร็จเร็วก็ค่อยไปเก็บดอกต่อไป เริ่มจากดอกที่อยู่ไกลสุดก่อนนะ ห้ามแย่งกันเด็ดขาด!"

"โอเค"

ทุกคนรับคำพร้อมกัน แล้วพุ่งตัวออกไปพร้อมกัน

เซียวฉู่เป่ยหันไปบอกตงฝูเมิ่งเหยาที่อยู่ข้างๆ "คอยดูนะ ข้าจะต้องเป็นคนแรกที่เก็บดอกบัวได้ชัวร์!"

ตงฝูเมิ่งเหยาไม่สนใจเขา พุ่งตัวออกไปทันที

ถึงสิบสามดอกจะถือว่าเยอะ แต่พอมันกระจายอยู่ทั่วทะเลสาบอันกว้างใหญ่ แต่ละดอกก็อยู่ห่างกันลิบลับ ทุกคนเลยเริ่มเก็บจากดอกที่อยู่ไกลสุดก่อน ขากลับจะได้แวะเก็บดอกที่อยู่ใกล้ๆ ได้พอดี

มองลงมาจากบนฟ้า พวกเขาเหมือนดาวห้าดวงที่กระจายตัวอยู่บนลานน้ำแข็งกว้างใหญ่

เมื่อพวกเขาเข้าใกล้สายหมอกบนผิวน้ำ ก็มีจุดสีดำอีกฝูงหนึ่งบินโฉบเข้ามา แยกย้ายกันไปล้อมกรอบผู้ฝึกตนแต่ละคนไว้

เยว่เหวินแปลงร่างเป็นแสงกระบี่ พุ่งลงไปในกลุ่มหมอกที่อยู่ไกลที่สุด เบื้องล่างผิวน้ำมีดอกบัวที่งดงามราวกับแกะสลักมาจากน้ำแข็งและหิมะบานอยู่ แต่เขาไม่ได้รีบเก็บเหมือนคนอื่น กลับแผ่สัมผัสวิญญาณออกไปสำรวจรอบๆ แทน

ไหนล่ะนกนางแอ่นเหินคลื่นที่ว่า?

ยังไม่ทันจะคิดจบ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งเฉียดหน้าไปอย่างรวดเร็ว!

ฟิ้ว—

แสงสีดำพุ่งวาบผ่านข้างลำตัวไปในชั่วพริบตา เยว่เหวินรีบเบี่ยงตัวหลบ รอดพ้นการโจมตีไปได้อย่างฉิวเฉียด

พอหันไปมอง ถึงได้เห็นว่าเป็นนกสีดำตัวหนึ่งที่บินโฉบมา ปีกที่มีขนแข็งปานเหล็กของมันคมกริบพอๆ กับใบมีด คมพอจะตัดเหล็กหรือหินให้ขาดสะบั้นได้เลยทีเดียว

ถึงจะชื่อนกนางแอ่นเหินคลื่นก็เถอะ แต่ "นกนางแอ่น" ตัวนี้ขนาดตัวใหญ่กว่าห่านป่าทั่วไปซะอีก โดยเฉพาะตอนที่มันกางปีกออก หลังจากโฉบลงมาโจมตีและกำลังจะชะลอความเร็ว เยว่เหวินก็สบโอกาส ซัดวิชาควบคุมกระบี่ออกไปทันที

ฟิ้ว ตูม

แสงสายหนึ่งพุ่งทะลวงร่างนกสีดำตัวนั้นจนระเบิดกลางอากาศ!

แต่หลังจากนั้นก็มีนกนางแอ่นเหินคลื่นอีกสามตัวบินวนอยู่รอบหนึ่ง แล้วพุ่งหลาวลงมา ฟิ้วๆๆ!

เยว่เหวินโยนอักขระเงาขึ้นไปบนฟ้าล่วงหน้า พอเห็นว่าตัวเองโดนนกสามตัวล้อมหน้าล้อมหลัง เขาก็วาร์ปขึ้นไปอยู่บนฟ้าทันที แล้วซัดวิชาควบคุมกระบี่ออกไปอีกระลอก สับนกนางแอ่นเหินคลื่นตายเรียบทั้งสามตัว

ในเวลาเดียวกัน คนอื่นๆ ก็เก็บดอกบัวดอกแรกเสร็จกันหมดแล้ว กำลังจะมุ่งหน้าไปเก็บดอกต่อไป

ตอนที่คุณป้าตุ้ยนุ้ยบินผ่านกลุ่มหมอกของเยว่เหวิน นางก็ตะโกนเตือน "น้องเยว่ เจ้ารีบเก็บเข้าสิ! ขืนชักช้า นกนางแอ่นเหินคลื่นจะแห่มาล้อมเจ้าเยอะขึ้นเรื่อยๆ นะ!"

"อ้อเหรอ?" เยว่เหวินร้องเสียงหลงด้วยความแปลกใจ

จะแห่มาเยอะขึ้นเรื่อยๆ งั้นเหรอ—

มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยแฮะ?

เขาเลยเลิกสนใจจะเก็บดอกบัวไปเลย ลอยตัวนิ่งๆ อยู่ในม่านหมอก รอคอยฝูงนกนางแอ่นเหินคลื่นอย่างใจจดใจจ่อ ทุกครั้งที่มีฝูงนกแห่เข้ามารุมโจมตี เขาก็จะใช้อักขระเงาวาร์ปหนี แล้วตลบหลังด้วยวิชาควบคุมกระบี่

ฉับๆๆๆ—

พฤติกรรมกวนโอ๊ยแบบนี้ ยั่วโมโหนกนางแอ่นเหินคลื่นจนพวกมันแห่กันมาเรียกพวกมารุมกินโต๊ะเขา

ไม่นานนัก บริเวณที่เขาอยู่ก็ถูกล้อมรอบไปด้วยฝูงนกสีดำมืดฟ้ามัวดิน แทบจะบดบังแสงจันทร์จนหมดสิ้น

ส่วนนกนางแอ่นเหินคลื่นที่ไปรุมโจมตีคนอื่น รวมกันแล้วยังไม่เยอะเท่าที่มารุมเขาคนเดียวเลย

เทียบกันแล้ว การเก็บดอกบัวมันเรื่องขี้ปะติ๋วไปเลย การฆ่านกนางแอ่นเหินคลื่นต่างหากคืองานหลักของเขา ใช้ดอกบัวดอกนี้เป็นเหยื่อล่อฝูงนกมาทั้งฟ้า!

นี่มันแผนยืมดาบฆ่าคนชัดๆ!

กลางฟ้ากว้าง ปราณกระบี่สาดแสงเจิดจ้า!

เซียวฉู่เป่ยที่เพิ่งเก็บดอกบัวหิมะเมฆาดอกที่สองเสร็จ เงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นฝูงนกมืดฟ้ามัวดินอยู่ตรงนั้น ถึงกับอ้าปากค้าง "พี่เยว่กำลังทำบ้าอะไรอยู่วะนั่น?"

เขา—

สรุปว่ามาล่านกหรือมาเก็บดอกบัวกันแน่?

หลัวปาเหวินก็หันกลับไปมอง พอเห็นก็ตาเบิกโพลง ก่อนจะร้องเสียงหลง "ข้ารู้แล้ว! เขากำลังล่อพวกมันมารวมกัน เพื่อถ่วงเวลาให้พวกเรา!"

"ล่อพวกมัน?"

คนอื่นๆ ได้ยินก็หันไปมองด้วยความงุนงง

"เมื่อก่อนข้าก็เคยคิดแผนแบบนี้เหมือนกันนะ ถ้าดอกบัวหิมะบานเยอะๆ ก็ให้คนนึงไปล่อพวกนกปีศาจเอาไว้ ส่วนคนอื่นก็รีบไปเก็บดอกบัวที่เหลือให้หมด แบบนี้จะได้ผลดีกว่าตั้งเยอะ"

"แต่ถ้าทำแบบนั้น คนที่ไปล่อก็ต้องรับความเสี่ยงเยอะสุด ออกแรงเยอะสุด แต่ได้ส่วนแบ่งน้อยสุด ถ้าสุดท้ายโดนหักหลัง ก็จะไม่ได้อะไรเลย เลยไม่มีใครยอมเสียสละทำหน้าที่นี้ แผนนี้ก็เลยต้องพับเก็บไป"

"ไม่นึกเลยว่า—"

สายตาของหลัวปาเหวินเต็มไปด้วยความตกตะลึงและตื้นตันใจสุดๆ

"น้องเยว่ไม่เพียงแต่จะคิดแผนนี้ออกตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเขตแดนรกร้าง แต่เขายังอาสารับหน้าที่เป็นตัวล่อ ดึงดูดนกปีศาจแทบจะทั้งหมดไปไว้ที่ตัวเองอีกด้วย ฝีมือร้ายกาจขนาดนี้ก็ว่าสุดยอดแล้ว แต่สิ่งที่น่ายกย่องยิ่งกว่าฝีมือก็คือ ความเสียสละของเขานี่แหละ—พวกเราก็แค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญมาร่วมทางกันแท้ๆ!"

"เขาช่างเป็น—"

"คนที่มีนิสัยยิ่งใหญ่จริงๆ!"

จบบทที่ บทที่ 108 นิสัยที่ยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว