เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 : หัตถ์เทวะรักษาโรค

ตอนที่ 29 : หัตถ์เทวะรักษาโรค

ตอนที่ 29 : หัตถ์เทวะรักษาโรค


ตอนที่ 29 : หัตถ์เทวะรักษาโรค

ซุนอิ๋งเสวี่ยและหลินอวี่หานเพิ่งจะรู้สึกตัว หลินอวี่หานที่ตื่นเต้นจนขอบตาแดงก่ำก็รีบช่วยซุนอิ๋งเสวี่ยนำตัวแม่ออกมาได้สำเร็จ

ผู้คนรอบข้างต่างก็ถูกดึงดูดด้วยการกระทำของพวกเขา ทุกคนต่างมีสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

แม้แต่คนขับรถหลายคนที่เพิ่งลงจากรถมาและคิดว่าพวกเขาไม่มีทางยกไหว เมื่อเห็นภาพตรงหน้าพวกเขาต่างก็เบิกตากว้างจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

คนเพียงไม่กี่คน กลับสามารถยกรถบัสคันใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ?

แต่ทว่า ความจริงก็ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว

“แม่ครับ แม่เป็นยังไงบ้าง?” หลินอวี่หานวางแม่ลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกตื่นเต้นที่เหมือนได้ของล้ำค่ากลับคืนมาก็ทำให้เขาอยากจะเข้าไปสวมกอดแม่ไว้

แต่เมื่อเห็นสภาพที่อ่อนแอของแม่ เขาก็ได้แต่ยกมือค้างไว้กลางอากาศอย่างทำอะไรไม่ถูก

เขาไม่รู้ว่าแม่ของเขาบาดเจ็บตรงไหนบ้าง แต่เมื่อเห็นเลือดที่ไหลซึมออกมาจากขากางเกง ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างก็ถาโถมเข้ามาในใจของเขา

ไม่นะ มันต้องไม่เป็นแบบนั้น!

แม่ของเขายังไม่แก่เลย แม่ของเขายังต้องรอดูเขาทำงาน แต่งงานและช่วยเขาเลี้ยงลูกอีกนะ!

หลินอวี่หานหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยมือที่สั่นเทาเพื่อจะโทรเรียกรถพยาบาล

ในตอนนั้นฉู่หลิงและซุนอิ๋งเสวี่ยก็หันมามองแม่ของหลินอวี่หาน เมื่อเห็นปริมาณเลือดที่ไหลออกมา สายตาของทั้งสองคนก็พลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

สถานการณ์นี้อันตรายมาก หากไม่รีบห้ามเลือดให้ทันเวลา ก็เกรงว่าคนเจ็บอาจจะทนรอจนถึงตอนที่รถพยาบาลมาถึงไม่ไหว

ในตอนนี้เองคนขับรถของซุนอิ๋งเสวี่ยก็หิ้วกระเป๋ายาวิ่งเข้ามาพอดี

ทันทีที่ฉู่หลิงเห็นกระเป๋ายาในมือคนขับรถ ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

เขาเดินตรงเข้าไปแย่งกระเป๋ายามาและเปิดออกต่อหน้าทุกคน

ภายในกระเป๋านั้นมีแอลกอฮอล์ ผ้าพันแผลและมีดผ่าตัดพื้นฐาน ส่วนในช่องตาข่ายข้างๆ ก็มีกล่องบรรจุเข็มสำหรับฝังเข็มวางไว้อยู่ชุดหนึ่ง

เมื่อซุนอิ๋งเสวี่ยเห็นการกระทำของฉู่หลิง เธอก็โกรธจัดและตวาดออกมาว่า “เอากระเป๋ายาคืนมาให้ฉันนะ ฉันเป็นมืออาชีพ อย่ามาขัดขวางการช่วยเหลือของฉัน!”

คนขับรถเมื่อเห็นฉู่หลิงแย่งของไปต่อหน้าต่อตาก็รู้สึกโมโหเช่นกัน ไอ้หนุ่มคนนี้รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่!

ต่อให้จะเป็นนักศึกษาแพทย์ แต่ถ้ายังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหมอ ก็ไม่สามารถลงมือส่งเดชแบบนี้ได้

อีกอย่าง ไอ้หนุ่มคนนี้รู้หรือเปล่าว่าเขากำลังแย่งกระเป๋ายาของใครไป?

คนขับรถรู้ดีว่าคุณหนูของเขาเกิดในตระกูลแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ และยังเป็นทายาทของตระกูลซุนที่เป็นผู้สืบทอดของราชาแห่งยาซุนซือเหมี่ยวด้วย

ซุนอิ๋งเสวี่ยคลุกคลีกับวิชาการแพทย์มาตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 5 ขวบเธอก็เริ่มรู้จักตัวยา 6 ขวบท่องตำรายาได้ขึ้นใจ 9 ขวบเริ่มออกตรวจและตอนนี้เธอยังเรียนจบหลักสูตรของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยจินหลิงที่ต้องใช้เวลาถึง 8 ปีได้ภายในปีเดียวอีกด้วย

และในปีนี้เธอยังได้เข้าทำงานที่โรงพยาบาลจินหลิงโดยตรง ดังนั้นเธอจึงถือว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อันโดดเด่นที่สุดในหมู่คนรุ่นเยาว์ของตระกูลซุน และหากเธอได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสม ความสำเร็จในอนาคตก็ย่อมเหนือกว่าท่านผู้เฒ่าตระกูลซุนอย่างแน่นอน ดังนั้นในตอนนี้คุณหนูของเขาจึงเป็นเหมือนกับแก้วตาดวงใจของคนทั้งตระกูลซุน!

และมีเพียงคุณหนูของเขาเท่านั้นที่จะมีโอกาสช่วยชีวิตของผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้ได้มากที่สุด

แต่สิ่งที่ฉู่หลิงทำ หากพูดให้เบาก็คือการอยากได้หน้า แต่ถ้าพูดให้หนักก็คือการดูถูกชีวิตคน เป็นฆาตกรที่กำลังจะฆ่าคนให้ตาย!

และด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงรู้สึกโกรธฉู่หลิงมาก

ความประทับใจและความรู้สึกดีๆ ที่ซุนอิ๋งเสวี่ยมีต่อฉู่หลิงจากการช่วยยกรถเมื่อครู่ก็ได้มลายหายไปจนหมด เธอสบตากับคนขับรถและตั้งใจจะเข้าไปแย่งกระเป๋ายาคืนมา

ตอนนี้เธอจะเสียเวลาไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว เพราะนี่คือการแย่งชิงชีวิตมาจากเงื้อมมือของยมทูต!

ฉู่หลิงที่ไม่มีเวลามาอธิบาย เขาหยิบกล่องเข็มขึ้นมาแล้ววิ่งตรงไปยังทิศทางที่แม่ของหลินอวี่หานนอนอยู่ทันที

ตอนนี้สถานการณ์คับขันถึงขีดสุดแล้ว เขาจะต้องรีบลงเข็มรักษาเดี๋ยวนี้

ความเร็วของฉู่หลิงนั้นรวดเร็วมาก มือของเขาปัดผ่านกล่องเข็ม เพียงพริบตาเดียวนิ้วมือของเขาก็คีบเข็มเงินไว้ได้นับสิบเล่ม

เข็มเงินมีขนาดสั้นยาวแตกต่างกันไป แต่ละเล่มส่องประกายสีเงินวาววับออกมา

ฉู่หลิงหยิบแอลกอฮอล์ออกมาฆ่าเชื้ออย่างรวดเร็ว ทุกคนรู้สึกเหมือนตัวเองได้เห็นแสงสีเงินวูบผ่านตาไป เข็มเงินขนาดสั้นเล่มหนึ่งก็ถูกปักลงบนจุดเหรินจงของหญิงวัยกลางคนเรียบร้อยแล้ว

คนขับรถที่เห็นฉู่หลิงลงมือก็หลับตาลงตามสัญชาตญาณ

ถึงเขาจะไม่รู้เรื่องการแพทย์ แต่เขาก็อยู่กับตระกูลซุนมานานหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินว่ามีคนกล้าฝังเข็มลงบนจุดเหรินจงโดยตรงแบบนี้!

นี่มันไม่ใช่การทำเรื่องเหลวไหลหรอกเหรอ?

เขากำลังจะทำให้คนตายจริงๆ นะ!

ในขณะที่คนขับรถกำลังกังวลว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น ก็มีเพียงซุนอิ๋งเสวี่ยเท่านั้นที่เบิกตากว้าง ภายในดวงตาของเธอก็ฉายแววประหลาดใจออกมาวูบหนึ่ง

อย่างที่เขาว่ากันว่า คนนอกดูความสนุก คนในดูความเก่งกาจ

เข็มแรกของฉู่หลิงที่ปักลงไปในแนวตั้งนั้น ทั้งมั่นคงและรวดเร็ว นี่ไม่ใช่ฝีมือของมือใหม่อย่างแน่นอน

ต่อให้จะเป็นซุนอิ๋งเสวี่ยเอง ก็เกรงว่าเธอเองก็คงไม่มีความสามารถระดับนี้

จะมีก็เพียงคุณปู่ของเธอเท่านั้น ที่น่าจะมีฝีมือที่มั่นคงขนาดนี้

แต่ก็เพราะคุณปู่ของเธอคลุกคลีกับการแพทย์แผนจีนมาตั้งกี่ปีและเคยลงเข็มมาแล้วตั้งกี่ครั้งกัน?

แต่ชายคนนี้กลับยังดูหนุ่มมากจริงๆ มันช่างเป็นเรื่องที่ยากจะจินตนาการได้จริงๆ

แต่ทว่าทุกอย่างกลับเกิดขึ้นจริงต่อหน้าต่อตาเธอ จนเธอไม่อาจปฏิเสธที่จะเชื่อได้

ในจังหวะที่ซุนอิ๋งเสวี่ยกำลังอึ้งอยู่นั้น ฉู่หลิงก็ได้ลงเข็มไปแล้ว 7-8 เล่ม

ลำดับจุดที่เขาฝังเข็มนั้นดูแปลกประหลาดและดูเหมือนจะแตกต่างจากวิธีการที่ซุนอิ๋งเสวี่ยเคยรู้จัก

จุดเหรินจง จุดเส้าซาง จุดอิ่นไป๋ จุดต้าหลิง.......

ทั้งการสะกิด การปักตรง หรือแม้แต่เทคนิคการแทงทะลุจุด.......

การกระทำของฉู่หลิงนั้นรวดเร็วมาก เขาสามารถลงเข็ม 30 เล่มได้อย่างลื่นไหลราวกับสายน้ำ โดยแทบไม่ต้องเสียเวลาหาตำแหน่งจุดเลย เพียงแค่สายตามองเข็มก็ปักลงไปทันที

ในมุมมองของแพทย์แผนจีนอย่างซุนอิ๋งเสวี่ย เธอสามารถยืนยันได้อย่างมั่นใจว่า ตำแหน่งจุดที่เขาเลือกนั้นแม่นยำอย่างยิ่ง!

มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

ต้องรู้ว่าจุดฝังเข็มของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง บางครั้งแพทย์ก็จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ของตัวเองในการค้นหาตำแหน่งจุดที่ถูกต้อง

แต่ความแม่นยำระดับนี้ มันไม่เหมือนกับเทคนิคที่คนในวัยเดียวกับเขาจะครอบครองได้เลย

ฉวี่เสี่ยวปิงเองก็จ้องมองการกระทำของฉู่หลิงด้วยความตกใจ ถ้าหากไม่ได้ออกมาด้วยกัน เธอก็คงไม่เชื่อแน่ๆ ว่านี่คือฉู่หลิงคนเดียวกันกับที่เธอรู้จัก!

ความสุขุมและความตั้งใจ รวมถึงความมั่นใจในยามที่ลงเข็มนั้น เป็นสิ่งที่แผ่ออกมาจากส่วนลึก ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะเชื่อมั่นในตัวเขา

เขาเก่งมากจริงๆ เพราะทักษะการฝังเข็มช่วยชีวิตคนดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับเขาไปเลย

ฉู่หลิงไม่ได้ลุกขึ้นยืน เขายังคงคอยสังเกตปฏิกิริยาของหญิงวัยกลางคนอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับคอยปรับระดับความลึกและแรงของเข็มเงินอยู่เสมอ

บางครั้งเขาก็จะใช้ปลายนิ้วดีดเข็มเงินเบาๆ เพื่อให้ตัวเข็มสั่นไหวเล็กน้อย

ในวิชาฝังเข็มสิ่งนี้เรียกว่าการกระตุ้นเข็ม ซึ่งจะช่วยเร่งประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของการรักษาให้เร็วขึ้น

ทุกคนที่อยู่รอบข้างต่างก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สีหน้าที่ดูทรมานของหญิงวัยกลางคนค่อยๆ ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ

และที่สำคัญ เลือดก็เริ่มมีทีท่าว่าจะหยุดไหลแล้วด้วย

ภาพนี้ทำให้ทุกคนต่างเบิกตากว้างจนกลมโต และแทบไม่มีใครเชื่อสายตาตัวเองเลย

นี่มัน... มหัศจรรย์เกินไปแล้วหรือเปล่า?

ฝูงชนต่างก็พากันอุทานด้วยความทึ่ง และกล่าวชื่นชมในวิชาฝังเข็มของฉู่หลิงไม่ขาดปาก

“พ่อหนุ่มคนนี้เก่งมากจริงๆ เลยนะ!”

“ผลลัพธ์มันช่างรวดเร็วทันใจจริงๆ! สมกับเป็นมรดกล้ำค่าที่สืบทอดมาอย่างยาวนานของประเทศจีนของเราจริงๆ แพทย์แผนตะวันตกเทียบไม่ได้เลยสักนิด!”

........

ในตอนนี้ ฉู่หลิงก็กวักมือเรียกหลินอวี่หานให้เข้ามาหาและเอ่ยบอกอย่างใจเย็นว่า “ฉันจะบอกตำแหน่งจุดฝังเข็มให้นายสองสามจุด หลังจากที่แม่ของนายฟื้นแล้ว นายจะต้องช่วยนวดให้ท่านวันละสองสามครั้ง มันจะช่วยให้ขาทั้งสองข้างฟื้นตัวได้เร็วขึ้น”

ขาของหญิงวัยกลางคนถูกทับอยู่ใต้รถบัสเป็นเวลานานพอสมควร ดังนั้นมันจึงต้องมีผลกระทบอยู่บ้าง

แต่ทว่าตอนนี้หญิงวัยกลางคนยังคงหมดสติอยู่ และช่วงล่างของเธอก็ผิดรูปไปเพราะการถูกกดทับ มีหลายจุดที่ตัวเขาไม่ควรจะไปแตะต้อง ดังนั้นฉู่หลิงจึงทำได้เพียงบอกตำแหน่งให้หลินอวี่หาน เพื่อให้เขาเรียนรู้วิธีการนวดให้แม่ของเขาเอง

“คือว่า... มีข้อควรระวังอย่างอื่นอีกไหมครับ? อย่างเช่นเรื่องน้ำหนักมืออะไรแบบนี้” หลินอวี่หานมองฉู่หลิงด้วยความซาบซึ้ง พลางจดจำตำแหน่งจุดฝังเข็มและเอ่ยถามไปด้วย

ฉู่หลิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เรื่องน้ำหนักมือ ให้ตัดสินจากความสามารถในการรับไหวของแม่ของนายก็แล้วกัน ถ้าท่านเจ็บมากนายก็เบามือลงมาหน่อย แล้วนวดให้บ่อยขึ้นวันละหลายๆ ครั้ง แบบนี้ผลลัพธ์จะดีกว่า”

ทุกอย่างควรมีขอบเขตที่พอดี มากเกินไปก็ไม่ดี น้อยเกินไปก็ไม่ได้ผล ขอแค่เป็นระดับที่หญิงวัยกลางคนรับไหว นั่นก็คือน้ำหนักมือที่ดีที่สุดแล้ว

หลินอวี่หานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามฉู่หลิงว่า “คุณครับ ผมขอถามหน่อยได้ไหมว่า ทำไมถึงไม่ฝังเข็มให้แม่ของผมต่อล่ะครับ?”

เขาเพิ่งจะได้เห็นเทคนิคการฝังเข็มของฉู่หลิงมากับตา ถ้าหากใช้การฝังเข็มควบคู่ไปกับการนวด ผลลัพธ์ก็น่าจะดียิ่งขึ้นไม่ใช่เหรอ?

ฉู่หลิงรู้ดีว่าหลินอวี่หานเป็นห่วงอาการของแม่ เขาจึงอธิบายอย่างใจเย็นว่า “การฝังเข็มจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ แต่เลือดที่ออกภายในร่างกายเพิ่งจะหยุดไหล ดังนั้นจึงยังไม่ควรลงเข็มต่อ”

ตอนนี้เขากำลังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้เธออยู่ มันจะไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงอะไร แต่ด้วยอายุที่ไม่น้อยแล้ว การจะให้กลับมาเหมือนเดิมก็ต้องอาศัยเวลาในการพักฟื้นและบำรุงร่างกายต่ออีกสักระยะ

ในขณะที่ฉู่หลิงกำลังสอนหลินอวี่หานอยู่นั้น ซุนอิ๋งเสวี่ยที่อยู่ข้างๆ ก็แอบจดจำลำดับการลงเข็มและน้ำหนักมือของฉู่หลิงเมื่อครู่นี้ไว้ในใจอย่างแม่นยำ

ยิ่งหวนนึกถึง ซุนอิ๋งเสวี่ยก็ยิ่งรู้สึกตกตะลึงในเทคนิคการฝังเข็มของฉู่หลิงมากขึ้นเรื่อยๆ

ซุนอิ๋งเสวี่ยจ้องมองแผ่นหลังของฉู่หลิง ตั้งแต่เรื่องพละกำลังมหาศาลที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ จนมาถึงวิชาการแพทย์ที่ล้ำเลิศในตอนนี้ ความสงสัยภายในใจของเธอก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

ซุนอิ๋งเสวี่ยและคนขับรถที่เมื่อกี้ยังคิดจะแย่งกระเป๋ายาคืนจากมือของฉู่หลิง พวกเขาต่างก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ ราวกับเพิ่งผ่านการชำระล้างจิตวิญญาณมา

จากนั้นฉู่หลิงก็หันไปมองผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ในรถบัส และผู้บาดเจ็บที่กระเด็นออกมานอกรถ ภายในใจของเขาก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังดีที่ตอนนี้คนที่ถูกทับอยู่ใต้รถถูกช่วยออกมาแล้ว ดังนั้นการขึ้นไปนำคนเจ็บออกมาจึงไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไป

หลังจากนั้น ฉู่หลิงก็ถือผ้าพันแผลและเข็มมุ่งหน้าไปยังรถที่พลิกคว่ำ และเริ่มทำการรักษาผู้บาดเจ็บทีละคน หากใครเลือดออกน้อยเขาก็จะใช้ผ้าพันแผลพันไว้ก่อน ส่วนใครที่เลือดออกมากเขาก็จะใช้เข็มช่วยห้ามเลือดแล้วค่อยพันแผลตาม

ฉู่หลิงมองดูสถานการณ์ตรงหน้า ยังไงซะเครื่องมือในมือของเขาก็มีเพียงเท่านี้ เขาจึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้

ซุนอิ๋งเสวี่ยเองก็อยากจะเข้าไปช่วยเหมือนกัน แต่ทว่าในตอนที่เธอหายอึ้งและเตรียมจะก้าวเข้าไปนั้น ฉู่หลิงกลับจัดการสถานการณ์ในที่เกิดเหตุจนเกือบจะเสร็จหมดแล้ว

ความเร็วระดับนี้ เธอเองก็ไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนเลย! มันเหมือนกับว่าเขาได้ผ่านการฝึกซ้อมสำหรับเหตุการณ์ในวันนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 29 : หัตถ์เทวะรักษาโรค

คัดลอกลิงก์แล้ว