เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 : ความแข็งแกร่งของแต้มสมรรถภาพทางกาย

ตอนที่ 28 : ความแข็งแกร่งของแต้มสมรรถภาพทางกาย

ตอนที่ 28 : ความแข็งแกร่งของแต้มสมรรถภาพทางกาย


ตอนที่ 28 : ความแข็งแกร่งของแต้มสมรรถภาพทางกาย

ฉู่หลิงมองดูผู้บาดเจ็บที่อยู่เต็มพื้น ในใจของเขาก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

เขาเดินเข้าไปหาหญิงวัยกลางคนที่ถูกรถบัสทับขาอยู่เป็นคนแรกเพื่อตรวจสอบสถานการณ์

ชายหนุ่มผิวเข้มคนหนึ่งที่กำลังพยายามหาจุดค้ำยันข้างตัวรถ ก็พยายามพูดคุยกับหญิงวัยกลางคนไม่หยุด

สิ่งที่เขาพูดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องสัพเพเหระในครอบครัว ฉู่หลิงที่ได้ฟังเพียงไม่กี่ประโยคก็รับรู้ได้ทันทีว่า หญิงวัยกลางคนคนนี้คือแม่ของชายผิวเข้มคนนั้นนั่นเอง

“อวี่หาน ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยนะ ลูกมานี่สิ แม่มีเรื่องจะสั่งเสียลูกหน่อย...” หญิงวัยกลางคนมีสีหน้าที่ดูแย่มากเพราะความเจ็บปวด

ในตอนนี้เธอไม่ได้มีความตื่นตระหนกแบบในตอนแรกอีกแล้ว เพราะสิ่งที่เข้ามาแทนที่ก็คือความยอมจำนนและดูเหมือนว่าเธอจะยอมรับชะตากรรมของตัวเองได้แล้ว

รถบัสคันใหญ่ขนาดนี้ มันหนักขนาดไหนกันนะ?

ลูกชายของเธอแม้ร่างกายจะแข็งแรงหรือต่อให้มีเพื่อนทหารมาช่วย ก็เกรงว่าคงช่วยเธอออกมาไม่ได้แน่

สู้สั่งเสียเรื่องต่างๆ ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูดอีก

หลินอวี่หานไม่กล้าสบตาแม่ เขาแอบปาดน้ำตาแล้วตะโกนเสียงพร่าว่า “แม่ครับ อย่าพูดจาเหลวไหล! ผมจะไปหาคนมาช่วยเดี๋ยวนี้แหละ!”

เพื่อนทหารของหลินอวี่หานก็พยายามออกแรงยกรถบัสอย่างสุดความสามารถ แต่มันก็เหมือนกับมดที่พยายามจะงัดไม้ซุง รถบัสคันนั้นไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

แม้หลินอวี่หานจะเข้าไปช่วยอีกแรง จนเส้นเลือดที่ไหล่และแขนปูดโปนออกมาจากการออกแรง แต่มันก็ยังไม่มีผลอะไรเลย

“พี่ชาย ช่วยลงมาช่วยพวกเราหน่อยได้ไหม? นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะครับ!” เพื่อนทหารคนหนึ่งของหลินอวี่หานตะโกนเรียกคนริมถนน เพราะหวังว่าจะหาคนมาช่วยได้เพิ่มขึ้น

เวลาแบบนี้ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เพราะเมื่อคนเยอะแรงก็จะเยอะขึ้น!

คนที่ขับรถผ่านไปมาต่างก็กลัวว่าจะต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตามมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย ส่วนใหญ่ก็จะแค่ชะลอรถดูสถานการณ์แล้วก็ขับจากไป

ต่อให้พวกเขาจะตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง แต่มันก็เปล่าประโยชน์

ความรู้สึกโดดเดี่ยวและไร้คนเหลียวแลเช่นนี้ ทำให้ชายฉกรรจ์หลายคนถึงกับตาแดงก่ำ

นี่มันเรื่องของชีวิตคนเชียวนะ ต่อให้ไม่ใช่แม่ของเพื่อนทหาร แต่นี่ก็คือหนึ่งชีวิตที่บริสุทธิ์!

ในขณะที่ทุกคนกำลังรู้สึกหมดหวัง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“ให้ผมช่วยเอง!”

ฉู่หลิงเดินเข้ามา โดยมีฉวี่เสี่ยวปิงเดินตามหลังมา ส่วนซุนอิ๋งเสวี่ยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาเช่นกัน หญิงสาวทั้งสองคนต่างก็มีสีหน้าที่มุ่งมั่นและบ่งบอกว่าพวกเธอจะช่วยยกรถด้วย

หลินอวี่หานและเพื่อนทหารต่างก็กล่าวขอบคุณซ้ำๆ ตอนนี้ขอแค่มีคนมาช่วยก็พอแล้ว เพิ่มมาอีกคนก็เพิ่มความหวังได้อีกนิด

ในตอนนั้นเอง คนที่อยู่รอบๆ อีกสองสามคนก็เดินลงมา พวกเขาชี้ไปที่กลุ่มของฉู่หลิงแล้วพูดกับคนอื่นๆ ว่า “ตัวแค่นั้นยกกันไม่ไหวหรอก นั่นมันรถบัสนะ หนักจะตายไป เพิ่มผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิงอีกสองคนเข้าไปทำอะไรไม่ได้หรอก พวกเรารีบเข้าไปช่วยกันก่อนเถอะ”

“คนเยอะพลังเยอะ ไปกัน!”

คนที่อยู่ข้างๆ ก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า “พวกเราก็แค่แรงเยอะกว่าพวกเขานิดหน่อย แต่แรงก็มีจำกัดนะ รวมพวกเราเข้าไปก็ไม่น่าจะไหวหรอก!”

“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ นี่มันรถบัสเลยนะ น้ำหนักก็ไม่ใช่เล่นๆ เลย อย่าว่าแต่พวกเราเลย ต่อให้มีคนมาเพิ่มอีกสิบคน ก็คงทำได้แค่ให้รถมันขยับได้นิดเดียวเท่านั้นแหละ”

ถึงแม้คนขับรถเหล่านั้นจะพูดแบบนั้น แต่ในใจพวกเขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าไปช่วย พวกเขากลับไปที่รถของตัวเองก่อนเพื่อบอกเรื่องนี้กับครอบครัวที่นั่งมาด้วย

อีกด้านหนึ่ง ฉู่หลิงและคนอื่นๆ ก็ได้เดินมาถึงข้างรถบัสแล้ว

เพื่อนทหารของหลินอวี่หานก็เริ่มจะหมดแรงกันแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครยอมแพ้ พวกเขากัดฟันอดทนต่ออาการสั่นเทาของแขนทั้งสองข้าง เพื่อที่จะลองพยายามดูอีกสักครั้ง

ฉู่หลิงหาตำแหน่งที่ว่างแล้วเข้าไปยืนแทรก เขาใช้มือทั้งสองข้างเกาะตัวรถบัสไว้และเริ่มลองออกแรง

ตัวรถบัสในตอนนี้ลื่นมาก การจะหาจุดจับที่ดีนั้นก็ยากเหลือเกิน หลินอวี่หานและคนอื่นๆ ก็ลองพยายามดูหลายครั้ง แต่รถบัสก็ยังนิ่งสนิท เมื่อเห็นสีหน้าของแม่ที่ดูแย่ลงเรื่อยๆ หัวใจของหลินอวี่หานก็แทบจะแตกสลาย

เขาพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วจริงๆ แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นเลย

ความรู้สึกไร้หนทางเช่นนี้ ทำให้ชายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าต้องหลั่งน้ำตาออกมาอย่างเงียบๆ

เขาไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ แต่ขอแค่มีความหวังแม้เพียงริบหรี่ เขาก็จะสู้ต่อไป น้ำตาของหลินอวี่หานไหลอาบแก้ม ในใจของเขาก็ตะโกนก้องด้วยความคลุ้มคลั่ง ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย!

“ทุกคนอดทนไว้อีกนิด อย่าเพิ่งยอมแพ้!” ฉู่หลิงมองดูสีหน้าของพวกเขาที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความสิ้นหวัง เขาจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เขาถอดเสื้อสูทราคาแพงออกมาพันไว้ที่มือ จากนั้นก็ทุบเศษกระจกที่แหลมคมตรงขอบหน้าต่างให้แตกกระจาย แล้วใช้เสื้อรองมือก่อนจะจับขอบหน้าต่างรถให้แน่น

ฉู่หลิงลองออกแรงดูอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็สามารถออกแรงได้อย่างเต็มที่แล้ว

การกระทำของเขาถูกซุนอิ๋งเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ มองเห็นได้อย่างชัดเจน

เธอมองออกว่าเสื้อผ้าที่ฉู่หลิงสวมอยู่นั้น แม้จะไม่มีโลโก้ที่เด่นชัด แต่ดูจากเนื้อผ้าแล้วต้องมีราคาแพงมหาศาลอย่างแน่นอน การเอามาใช้รองมือแบบนี้ มันจึงทำให้ซุนอิ๋งเสวี่ยรู้สึกเสียดายเสื้อผ้าแทนเขาเล็กน้อย

เมื่อเห็นฉู่หลิงทำเช่นนั้น ทุกคนก็เริ่มกลับมาพยายามกันอีกครั้ง หลินอวี่หานและคนอื่นๆ แม้แขนจะปวดล้าจนแทบไม่ไหวแล้ว แต่พวกเขาก็ยังฮึดสู้ ยอมเสี่ยงต่ออาการกล้ามเนื้อฉีกขาดเพื่อออกแรงอีกครั้ง!

อ๊ากกก!

ชายหนุ่มหลายคนคำรามออกมาพร้อมกัน เสียงนั้นราวกับเสียงของราชสีห์ที่ถูกกดดันจนถึงขีดสุด!

แต่ทว่า ถึงแม้พวกเขาจะทำขนาดนี้ ถึงแม้จะอดทนต่อความเจ็บปวดและความไร้เรี่ยวแรง ถึงแม้จะใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่ แต่รถบัสก็ยังคงนิ่งสนิท

ในตอนนี้หลินอวี่หานก็มองดูแม่ที่อยู่ใต้รถ หัวใจของเขาก็แทบจะแหลกสลาย

ไม่มีวิธีแล้วจริงๆ ไม่มีวิธีแล้ว แม่ของเขาเพิ่งจะอายุ 50 ปี แม่ของเขาแค่ตั้งใจจะมารับเขากลับบ้าน แม่ของเขามีความผิดอะไรกัน! สวรรค์ ทำไมต้องให้แม่ของเขามาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย! ถ้าจะลงโทษ ก็มาลงที่เขาสิ!

หลินอวี่หานเป็นทหารมาหลายปี เขาหลงลืมความรู้สึกของการร้องไห้ไปนานแล้ว แต่ความรู้สึกที่อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาแบบนี้ มันช่างทรมานยิ่งกว่าการร้องไห้โฮเสียอีก

ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แม้แต่บนใบหน้าของซุนอิ๋งเสวี่ยก็ยังฉายแววแห่งความสิ้นหวัง แต่ในขณะที่ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าลำพังแค่พวกเขาสองสามคนจะไปยกรถขึ้นได้อย่างไร

ในวินาทีต่อมานั้น!

“ฮึ่ม!”

ฉู่หลิงคำรามออกมาเบาๆ และในพริบตานั้น! ทุกคนต่างก็สัมผัสได้ว่าน้ำหนักในมือนั้นเบาลงอย่างกะทันหัน พวกเขาต่างก็หันไปมองฉู่หลิงตามสัญชาตญาณด้วยสายตาที่ตกตะลึง

ชายหนุ่มคนนี้ แรงเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!

พวกเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า หลังจากที่ฉู่หลิงออกแรง น้ำหนักในมือของพวกเขาก็เบาลงทันที ต่อให้ฉู่หลิงจะใช้เสื้อรองมือจนหาจุดจับได้ดี แต่ความแตกต่างของแรงมันก็ไม่น่าจะมากมายถึงขนาดนี้ไม่ใช่เหรอ!

แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาซักไซ้ไล่เลียง พวกเขาจึงรีบออกแรงตามทันที เพื่อที่จะช่วยคนที่ถูกทับอยู่ข้างล่างให้ออกมาโดยเร็วที่สุด

ซุนอิ๋งเสวี่ยที่เห็นสีหน้าของพวกเขาและมือของเธอก็สัมผัสได้ถึงน้ำหนักที่เบาลงอย่างกะทันหันเช่นกัน ดวงตาคู่สวยของเธอก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แล้วจ้องมองฉู่หลิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เกือบทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของฉู่หลิง ยกเว้นฉวี่เสี่ยวปิง

ฉวี่เสี่ยวปิงยืนหันหลังให้กับทุกคน หลังจากน้ำหนักในมือเบาลง เธอก็ยังคงพยายามออกแรงยกขึ้นอย่างสุดชีวิต โดยใช้แรงทั้งหมดที่เธอมีจนทำให้ใบหน้าของเธอแดงขึ้นและเธอก็ไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของคนรอบตัวเธอเลย

ถึงแม้แรงของเธอจะน้อยนิดและแทบจะไม่มีผลอะไรเลยก็ตาม

ในตอนนี้ ฉู่หลิงก็สัมผัสได้ว่ารถบัสถูกยกขึ้นมาได้ส่วนหนึ่งแล้ว เขาจึงหันไปมองซุนอิ๋งเสวี่ยและหลินอวี่หาน

“พวกคุณมัวอึ้งอะไรกันอยู่ รีบช่วยคนออกมาเร็วเข้า!” ฉู่หลิงพูดไปพลางออกแรงค้ำไว้

จบบทที่ ตอนที่ 28 : ความแข็งแกร่งของแต้มสมรรถภาพทางกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว