- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 474 ความวิเศษของป้ายหยกประจำตัว
ตอนที่ 474 ความวิเศษของป้ายหยกประจำตัว
ตอนที่ 474 ความวิเศษของป้ายหยกประจำตัว
เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าวจบก็ถือกระบี่พุ่งเข้ามา เพียงการตวัดกระบี่ครั้งเดียวก็ซัดทั้งพวกเขารวมถึงศัตรูจนกระเด็นลอยไป! พื้นดินปริแตกออกเป็นรอยแยกลึกขนาดใหญ่
ทุกคนต่างตกตะลึง มองดูเด็กหนุ่มที่ไม่ทราบที่มาผู้นี้ด้วยสายตาหวาดระแวง
มุมปากของเด็กหนุ่มชุดขาวยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มดื้อรั้นและจองหอง ในปากของเขายังคงคาบหญ้าหางสุนัขเส้นนั้นเอาไว้ ดูสบายๆ และไร้กฎเกณฑ์เป็นอย่างยิ่ง มือของเขากำกระบี่ยาวคมกริบ ตัวกระบี่ทอประกายเย็นเยียบแผ่ซ่านกลิ่นอายดุดันออกมา
รูปร่างของเขาสูงโปร่งเพรียวยาว ไหล่กว้างเอวสอบ สัดส่วนสมบูรณ์แบบจนน่าทึ่ง ชุดคลุมยาวสีขาวของเขาพลิ้วไหวไปตามสายลม รับกับกระบี่ยาวในมือ ก่อเกิดเป็นภาพที่งดงามตระการตา
ในห้วงเวลานี้ เงาร่างของเขาได้ประทับลึกลงไปในใจของทุกคน กลายเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือน
แน่นอนว่ารวมถึงตงจู๋เสวี่ยและปู่เฟิงด้วย
เด็กหนุ่มชุดขาวเดินเข้าไปใกล้
"ต้องการให้ข้าช่วยพวกเจ้าหรือไม่?"
"ต้องการ"
ปู่เฟิงเอ่ยตอบออกไปราวกับถูกผีผลัก
และด้วยเหตุนี้ เด็กหนุ่มชุดขาวจึงช่วยพวกเขาจัดการกับศัตรู
ขณะที่เขากำลังจะจากไป ปู่เฟิงและตงจู๋เสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามชื่อของเขา
เขาดูเหมือนจะเงียบไปราวสองอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มุมปากปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
เขาถามกลับว่า
"หากสวรรค์ถูกทำลาย จะปรากฏประตูบานหนึ่งขึ้นมาหรือไม่?"
ตงจู๋เสวี่ยและปู่เฟิงไม่เข้าใจความหมาย ทว่าไม่นานเขาก็กล่าวขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า
"ข้าน้อยมีนามว่า เสิ่นเทียนเหมิน"
ประโยคนี้ทำให้พวกเขาประทับใจฝังลึกมาจนถึงทุกวันนี้
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็มักจะบังเอิญพบกับเสิ่นเทียนเหมินตามสถานที่ต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง นานวันเข้า ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ และมักจะจับกลุ่มออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ด้วยกันเสมอ
ท้ายที่สุด พวกเขากับเสิ่นเทียนเหมินก็ได้สาบานตนเป็นพี่น้องต่างแซ่กัน
นอกเหนือจากเสิ่นเทียนเหมิน นาง และปู่เฟิงแล้ว ยังมีอีกสี่คน
ตงจู๋เสวี่ยมีอายุมากกว่าเสิ่นเทียนเหมินและปู่เฟิง นางจึงเป็นพี่รองของพวกเขา
เสิ่นเทียนเหมินมีอายุเป็นลำดับที่หก จึงเป็นน้องหก
ปู่เฟิงมีอายุเป็นลำดับที่สาม จึงเป็นพี่สาม
ตงจู๋เสวี่ยหลุบตาลง ขอบตาแดงเรื่อเล็กน้อย เอ่ยถามว่า
"หากพวกเขารู้ว่าน้องหกยังมีชีวิตอยู่..."
ปู่เฟิงเอ่ยห้าม
"พวกเรายังไม่แน่ใจนัก ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้กับพวกเขาเลย"
"อืม"
ตงจู๋เสวี่ยรู้สึกแสบจมูก
"หากพี่ใหญ่ไม่หายตัวไปก็คงจะดี พี่ใหญ่รักและเอ็นดูน้องหกมากที่สุด"
คำกล่าวนี้ทำให้ปู่เฟิงนิ่งเงียบไป ไม่เพียงแต่พี่ใหญ่ที่เอ็นดูน้องหก พวกเขาทุกคนล้วนลำเอียงรักใคร่น้องหกผู้มีนิสัยอิสระเสรีและไม่ยึดติดกับสิ่งใดผู้นี้เป็นอย่างมาก
สีหน้าของปู่เฟิงเพิ่มความจริงจังขึ้นมา เขาเอ่ยกล่าวว่า
"หากเสิ่นเยียนเป็นบุตรสาวของน้องหกจริงๆ พวกเราจะต้องปกป้องนางให้ดี"
"ห้ามเปิดเผยฐานะของนางเด็ดขาด"
ตงจู๋เสวี่ยได้สติกลับคืนมาเล็กน้อย นางกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า
"ก่อนที่นางจะแข็งแกร่งขึ้น พวกเราไม่อาจยอมรับการเป็นสายเลือดกับนางได้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบำเพ็ญเพียรของนาง"
ปู่เฟิงพยักหน้าเห็นด้วย
"เจ้ากล่าวได้ถูกต้อง"
เขาพลันนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงทอดถอนใจกล่าวว่า
"ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เสิ่นเยียนใช่บุตรสาวของน้องหกหรือไม่ หากนางเป็นอย่างที่ผู้อาวุโสฉีกล่าวไว้จริงๆ ว่านางรู้แจ้งในวิถีกระบี่แขนงใหม่ ทั้งยังเรียนรู้ทักษะหลอมรวมอัญเชิญได้ เช่นนั้นพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของนางจะต้องแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน!"
"เป็นต้นกล้าชั้นยอดเลยทีเดียว"
หว่างคิ้วของตงจู๋เสวี่ยประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากผู้อาวุโสฉีพาพวกเขาไปรับสิ่งของด้วยตนเองแล้ว ก็ให้ผู้ดูแลเขตสายในพาพวกเขาไปยังที่พักของศิษย์เขตสายใน
ส่วนจูเก๋อโย่วหลินนั้นถูกผู้อาวุโสฉีลากตัวไปแล้ว
ผู้ดูแลเขตสายในรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ มองดูแล้วเป็นที่น่าชื่นชอบอย่างยิ่ง อีกทั้งนิสัยของเขาก็เป็นคนมองโลกในแง่ดี ในระหว่างทางที่เขาพากลุ่มของเสิ่นเยียนมุ่งหน้าไปยังที่พัก เขาได้แนะนำกฎระเบียบและข้อควรระวังของสำนักให้พวกเขารู้
จากนั้นยังพาพวกเขาไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญบางแห่งในเขตสายในของสำนักเฉียนคุน อย่างเช่น หอคัมภีร์ ลานฝึกยุทธ์ และอื่นๆ
"ที่นี่ก็คือหอคัมภีร์ ภายในเก็บรวบรวมเคล็ดวิชาและคัมภีร์ลับอันล้ำค่าเอาไว้มากมาย ทว่าจำเป็นต้องใช้คะแนนสมทบจำนวนหนึ่งจึงจะสามารถยืมอ่านได้"
ผู้ดูแลเขตสายในกล่าวด้วยรอยยิ้มแย้ม พลางชี้ไปที่หอคัมภีร์รูปทรงเก่าแก่โบราณ
เวินอวี้ชูยิ้มบางๆ เอ่ยถามอย่างสุภาพ
"คะแนนสมทบก็คือแต้มคะแนนใช่หรือไม่ขอรับ?"
ผู้ดูแลเขตสายในพยักหน้า
"ในทางทฤษฎีแล้วก็เหมือนกันนั่นแหละ เพียงแต่เรียกต่างกันเท่านั้น โดยปกติแล้วคะแนนสมทบจะต้องออกไปทำภารกิจด้านนอกจึงจะได้รับมา ทว่าหากพวกเจ้าทำผลงานได้ดีในหอฝึกฝน ก็สามารถรับคะแนนสมทบจากผู้อาวุโสได้เช่นกัน สำหรับศิษย์ของสำนักเฉียนคุนแล้ว คะแนนสมทบถือเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งนั่นหมายถึงการแย่งชิงทรัพยากร"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ กลุ่มของเสิ่นเยียนก็จมอยู่ในห้วงความคิด
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงที่พักของศิษย์เขตสายใน
สภาพแวดล้อมของที่นี่เงียบสงบและงดงามร่มรื่น ต้นไม้เขียวขจีแผ่กิ่งก้านสาขา ดอกไม้บานสะพรั่งราวกับผ้าแพรพรรณ ราวกับเป็นดินแดนสุขาวดีที่ตัดขาดจากโลกภายนอก
ผู้ดูแลเขตสายในชี้ไปยังหนึ่งในเรือนพักเหล่านั้นพลางหัวเราะร่วนกล่าวว่า
"ในเรือนพักหลังนี้มีห้องพักอยู่สี่ห้อง พอดีเมื่อหนึ่งเดือนก่อนมีศิษย์เขตสายนอกสองสามคนเลื่อนขั้นเป็นศิษย์เขตสายใน ด้านในจึงมีศิษย์หญิงพักอยู่พอดี พวกเจ้าทั้งสามคนสามารถพักอยู่ด้วยกันได้"
เสิ่นเยียนพยักหน้าเล็กน้อย
"ขอบคุณผู้ดูแลเจ้าค่ะ"
"ไม่ต้องเกรงใจ"
ผู้ดูแลเขตสายในโบกมือ เขามองไปยังกลุ่มของเวินอวี้ชูทั้งสี่คน
"พวกเจ้าทั้งสี่คนก็พักอยู่ด้วยกันได้พอดี อยู่ที่เรือนพักฝั่งตรงข้ามนี่เอง"
"รบกวนผู้ดูแลแล้วขอรับ"
เวินอวี้ชูตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
พวกเขาเดินตามผู้ดูแลเขตสายในมาที่เรือนพักฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นที่พักที่เงียบสงบและงดงามเช่นเดียวกัน เรือนพักทั้งสองหลังอยู่ห่างกันไม่ไกลนัก ตรงกลางมีทางเดินปูด้วยหินกรวดเชื่อมถึงกัน
ผู้ดูแลเขตสายในระบายลมหายใจออกมา
"ภารกิจของข้าเสร็จสิ้นแล้ว หากมีเรื่องอันใดก็สามารถไปหาข้าได้ ข้าอยู่ที่หอภารกิจจิปาถะ"
"ตกลงขอรับ/เจ้าค่ะ"
พวกเขาขานรับ
ก่อนที่ผู้ดูแลเขตสายในจะจากไป เขาได้กำชับให้พวกเขาพักผ่อนให้ดี เพราะพรุ่งนี้พวกเขาจะต้องเริ่มต้นเข้าเรียนหลักสูตรการบำเพ็ญเพียรของศิษย์เขตสายในอย่างเป็นทางการ
เจียงเสียนเยวี่ยยิ้มตาหยี
"ดีจังเลย ที่พวกเราได้พักอยู่ด้วยกัน"
พวกเขาพึงพอใจกับการจัดสรรที่พักเช่นนี้เป็นอย่างยิ่ง
เสิ่นเยียนหยิบป้ายหยกประจำตัวอันใหม่ออกมา บนนั้นสลักตัวอักษรสามตัวว่า สำนักเฉียนคุน นางลองถ่ายทอดพลังวิญญาณเข้าไป กลับพบว่าป้ายหยกประจำตัวเปล่งแสงออกมาเป็นเส้นสายสามสีที่แตกต่างกัน ได้แก่ สีขาว สีเงิน และสีทอง
"เอ๊ะ นี่คือสิ่งใดกัน?"
อวี๋ฉางอิงสงสัย
กลุ่มของเวินอวี้ชูก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกัน
เสิ่นเยียนลองใช้พลังจิตถ่ายทอดเข้าไปในป้ายหยกประจำตัวและผสานเข้ากับเส้นแสงสีขาว ไม่นานนักก็มีตัวอักษรเรียงรายปรากฏขึ้นมา บนนั้นเขียนเอาไว้ว่า:
ศิษย์เขตสายใน: เสิ่นเยียน
จำนวนคาบเรียนในหอฝึกฝนสายยุทธ์: สามร้อย
จำนวนคาบเรียนในหอฝึกฝนสายสนับสนุน: สามร้อย
จำนวนคาบเรียนในหอฝึกฝนสายกายา: สามร้อย
คาบเรียนวันพรุ่งนี้มี ช่วงเช้าเรียนในหอฝึกฝนสายยุทธ์ ช่วงบ่ายเรียนในหอฝึกฝนสายสนับสนุน ช่วงค่ำเรียนในหอฝึกฝนสายกายา
เซียวเจ๋อชวนถอนหายใจเบาๆ
"ถึงกับแสดงข้อมูลเหล่านี้ออกมาเลยงั้นหรือ? ดูเหมือนว่าพวกเราจะหูตาคับแคบเกินไปแล้ว!"
เวินอวี้ชูก็เกิดความสนใจขึ้นมาเช่นกัน
"หัวหน้า ลองใช้พลังจิตผสานเข้ากับเส้นแสงอีกสองสีที่เหลือดูสิขอรับ ลองดูว่ามันคือสิ่งใด?"
เสิ่นเยียนขานรับเบาๆ แล้วจึงทำตาม
ไม่นานนักก็เห็นเนื้อหาที่ลอยขึ้นมาจากเส้นแสงสีเงิน นั่นคือ: คะแนนสมทบและกระดานภารกิจ
ส่วนเส้นแสงสีทองกลับไม่มีเนื้อหาใดๆ ปรากฏขึ้นมาเลย
เจียงเสียนเยวี่ยขมวดคิ้วกล่าวว่า
"เหตุใดผู้อาวุโสฉีและผู้ดูแลจึงไม่บอกพวกเราเล่า ว่าป้ายหยกประจำตัวนี้สามารถดูเนื้อหาข้อมูลได้เช่นนี้ด้วย?"
เผยซู่ลังเลไปชั่วครู่
"อาจเป็นเพราะพวกเขาคิดว่าพวกเราทุกคนล้วนทำเป็นอยู่แล้วกระมัง"
เหล่าสหายกลุ่มอสูร: "..."
เป็นเพราะพวกเขาความรู้น้อยเกินไปจริงๆ
ในความเป็นจริงก็เป็นไปตามที่เผยซู่กล่าวเอาไว้ สาเหตุที่ผู้อาวุโสฉีและผู้ดูแลเขตสายในไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ ก็เป็นเพราะคิดว่าพวกเขาต่างก็รู้วิธีใช้อยู่แล้ว