- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 463 เมื่อถึงคราวเด็ดขาดกลับลังเล
ตอนที่ 463 เมื่อถึงคราวเด็ดขาดกลับลังเล
ตอนที่ 463 เมื่อถึงคราวเด็ดขาดกลับลังเล
เปียนหยวนซิงทอดสายตามองเซียวเจ๋อชวนที่อยู่เบื้องล่างในสภาพเช่นนั้น คิดว่าเขาคงพ่ายแพ้ไปแล้ว ทว่าคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับขยับตัว ใช้ดาบยาวในมือยันพื้นไว้แล้วค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีดำขลับที่หลุดลุ่ยปรกใบหน้ากลับแผ่ซ่านกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนรู้สึกขนลุกซู่
ในเวลานี้เลือดลมภายในกายของเซียวเจ๋อชวนปั่นป่วนและร้อนรุ่ม ราวกับจะฉีกกระชากเส้นชีพจรให้ขาดสะบั้น ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ โลหิตทะลักทลายออกจากมุมปากมากยิ่งขึ้น
เขาอายุใกล้จะยี่สิบปีแล้ว ทว่ายังขาดอีกเพียงไม่กี่วัน...
สตรีเผ่าเฉียนจะตื่นรู้พลังสายเลือดเมื่ออายุสิบแปดปี ส่วนบุรุษเผ่าเฉียนจะตื่นรู้พลังสายเลือดเมื่ออายุยี่สิบปี ระยะเวลาในการตื่นรู้พลังสายเลือดของเขาขยับเข้าใกล้มาทุกที ก่อนที่เขาจะตื่นรู้พลังสายเลือด เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้ เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงจะสามารถกระตุ้นพรสวรรค์สายเลือดที่ดียิ่งกว่าออกมาได้!
เซียวเจ๋อชวนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาจิ้งจอกสีดำขลับล้ำลึกจ้องเขม็งไปยังเปียนหยวนซิงอย่างกะทันหัน ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าจู่โจมเปียนหยวนซิงและเต่ายักษ์เสวียนอู่ ท่วงท่าดุดันรุนแรงราวกับทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในชีวิต
เปียนหยวนซิงและเต่ายักษ์เสวียนอู่ตกตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะรีบตั้งรับอย่างรวดเร็ว
ดาบยาวพุ่งทะยานดุจมังกร สังหารกวาดล้างทุกอุปสรรคขวากหนาม!
ครืน! ครืน! ครืน!
เซียวเจ๋อชวนทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อตอบโต้ มือซ้ายของเขากรีดลงบนดาบยาวอันคมกริบ ชั่วพริบตานั้นโลหิตสดๆ ก็ไหลริน มันถูกดาบยาวดูดกลืนเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะระเบิดกลิ่นอายอันตรายน่าสะพรึงกลัวออกมา แฝงไปด้วยความกระหายเลือดและบ้าคลั่ง
"คมดาบคลุ้มคลั่ง!"
เขาตวัดดาบฟาดฟันออกไปเพียงครั้งเดียว ทะลวงทำลายม่านพลังป้องกันของเต่ายักษ์เสวียนอู่จนแตกกระจาย
เพล้ง!
ม่านตาของเปียนหยวนซิงหดเกร็ง เต่ายักษ์เสวียนอู่พุ่งเข้ามารับการโจมตีแทนเขา!
เสียง 'ตู้ม' ดังสนั่น ปราณดาบอันเฉียบขาดฟาดฟันลงบนกระดองของเต่ายักษ์เสวียนอู่ ทว่ากลับไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ ถึงกระนั้นก็ยังส่งผลให้เต่ายักษ์เสวียนอู่และเปียนหยวนซิงถูกกระแทกถอยร่นไปเป็นระยะทางหนึ่ง
เซียวเจ๋อชวนยกดาบพุ่งเข้าจู่โจมอีกครั้ง เต่ายักษ์เสวียนอู่ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเซียวเจ๋อชวนในพริบตา ทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด!
เซียวเจ๋อชวนถูกซัดจนล้มลุกคลุกคลานลงไปกองกับพื้นอยู่หลายครา ทว่าเขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย รีบหยัดกายลุกขึ้นด้วยความเร็วสูงสุด แล้วพุ่งเข้าปะทะกับเต่ายักษ์เสวียนอู่อีกครั้ง
เขาต่อสู้จนตาทั้งสองข้างแดงก่ำไปด้วยเลือด หน้ากากสีเงินครึ่งซีกก็มิอาจบดบังความบ้าคลั่งของเขาได้ กระดูกของเซียวเจ๋อชวนหักไปหลายซี่ ใบหน้าซีดเผือดจนถึงขีดสุด แม้แต่เต่ายักษ์เสวียนอู่ก็ยังรู้สึกตื่นตะลึงที่ถูกมนุษย์ผู้นี้พัวพันอย่างไม่ลดละ
เปียนหยวนซิงได้รับการปกป้องจากเต่ายักษ์เสวียนอู่ เขาจ้องมองเด็กหนุ่มเรือนผมสีดำสยายด้วยความตกตะลึง ภายในใจพลันบังเกิดความรู้สึกอันซับซ้อน
เหตุใดเขาถึงได้ดึงดันเพียงนี้? ทั้งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ เดิมทีย่อมไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก แต่เขากลับยังคงสู้ต่อไป...
เมื่อย้อนมองดูตนเองกลับต้องให้เสวียนอู่คอยปกป้อง สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าความเชื่อที่ฝังรากลึกในใจกำลังถูกฉีกกระชาก บางที... เขาก็อาจจะสามารถต่อสู้เพียงลำพังได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่พลังของสัตว์อสูรกลายพันธุ์
พลังป้องกันของเสวียนอู่นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง แม้จะถูกเซียวเจ๋อชวนโจมตีมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอันใด
ทว่าเมื่อต่อสู้มาเป็นเวลานาน พลังวิญญาณที่เปียนหยวนซิงสามารถส่งมอบเพื่อหล่อเลี้ยงเสวียนอู่ก็น้อยลงเต็มที ดังนั้นความแข็งแกร่งของเสวียนอู่จึงลดน้อยถอยลงเช่นกัน มันเริ่มจะต้านทานเซียวเจ๋อชวนไม่ไหว
กระทั่งเซียวเจ๋อชวนตวัดดาบซัดมันจนล้มกลิ้งลงไปกับพื้น ร่างของมันจึงเลือนหายไปและจำต้องกลับเข้าไปในมิติสัตว์อสูรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อเปียนหยวนซิงเห็นเช่นนั้น เขาจึงจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้า
"ข้าแพ้แล้ว"
ฉากนี้ล้วนอยู่ในสายตาของตัวแทนจากขุมกำลังต่างๆ พวกเขาต่างอุทานด้วยความตกตะลึงระคนชื่นชม คาดไม่ถึงว่าเซียวเจ๋อชวนจะสามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้ ทั้งที่ฝ่ายตรงข้ามคือผู้อัญเชิญในขอบเขตระดับชุ่ยหยวน อีกทั้งยังมีสัตว์อสูรเสวียนอู่คอยช่วยเหลือ หากเป็นไปตามครรลองปกติ เขาไม่มีทางที่จะชนะได้เลย ทว่าเขากลับทำมันได้... เขากลับเป็นฝ่ายชนะ
ผู้อาวุโสสามตระกูลลู่ทอดถอนใจพลางกล่าว
"เซียวเจ๋อชวนผู้นี้ฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก เขารู้ดีว่าหากปะทะกับสัตว์อสูรกลายพันธุ์ทั้งสามตัวตรงๆ ตั้งแต่แรก ย่อมไม่มีทางสู้ได้อย่างแน่นอน เขาจึงเลือกใช้กลยุทธ์ยืดเยื้อเพื่อผลาญพลังวิญญาณของอีกฝ่าย ทำให้ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรทั้งสามลดทอนลง จึงบังเกิดผลลัพธ์เช่นในตอนนี้"
ผู้อาวุโสฉีแห่งสำนักเฉียนคุนเอ่ยขึ้น
"เปียนหยวนซิงผู้นั้นยังคงอ่อนหัดในด้านกลยุทธ์อยู่บ้าง"
ผู้อาวุโสไห่แห่งเกาะทะเลพรหมกล่าวเสริม
"มีคำกล่าวไว้ว่าอย่างไรนะ... แม้จะเป็นยอดฝีมือผู้แข็งแกร่ง ทว่าเมื่อถึงคราวต้องเด็ดขาดกลับลังเล ก็รังแต่จะนำพาความวุ่นวายมาสู่ตน"
"เซียวเจ๋อชวนผู้นี้ ข้าถูกใจเขายิ่งนัก"
ผู้อาวุโสแห่งตระกูลตงฟางเอ่ย
ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวจะจองตัวเซียวเจ๋อชวนล่วงหน้าอยู่นั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น!
เซียวเจ๋อชวนทะลวงระดับแล้ว!
เหล่าผู้อาวุโสระดับสูงต่างพากันตกตะลึง พวกเขามองเห็นว่าเซียวเจ๋อชวนเองก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตระดับชุ่ยหยวนได้เช่นกัน!
ไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใด พวกเขาต่างทำการจองตัวเซียวเจ๋อชวนล่วงหน้าในทันที แสงสีเขียวเจ็ดชั้นสว่างวาบขึ้นมาห่อหุ้มร่างของเซียวเจ๋อชวนไว้
เมื่ออวี๋ฉางอิงได้เห็นฉากนี้ แววตาของนางก็ผ่อนคลายลง ภายในใจลอบคิดว่า ดูเหมือนการที่เขายอมสู้ตายอย่างบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ ทั้งหมดก็เพื่อที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับต่อไปนี่เอง คงต้องยอมรับว่าหลังจากที่นางมาถึงเกาะครึ่งเสี้ยวแห่งนี้ นางก็มีความรู้สึกอยากจะทะลวงระดับอยู่ลึกๆ ทว่านางคอยสะกดข่มมันเอาไว้มาโดยตลอด เพราะยังไม่พบช่วงเวลาที่เหมาะสม
หลังจากที่เซียวเจ๋อชวนทะลวงระดับเสร็จสิ้น เขาก็หยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางโงนเงนเล็กน้อย อวี๋ฉางอิงเดินเข้าไปหาเขาตรงหน้า มองดูเส้นผมสีดำที่หลุดลุ่ย รวมถึงใบหน้าซีดเผือดที่ดูน่าสะพรึงกลัวเล็กน้อยนั้น นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
"พี่เจ๋อชวน ท่านช่างดูน่าเวทนาเสียจริงนะ"
น้ำเสียงของเซียวเจ๋อชวนแหบพร่า
"อย่างน้อยข้าก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ" จากนั้นเขากล่าวต่ออีกประโยค "ข้าต้องการรักษาอาการบาดเจ็บ เจ้าช่วยคุ้มกันให้ข้าที"
"พี่เจ๋อชวน ท่านนี่ไม่เกรงใจกันเลยสักนิด"
อวี๋ฉางอิงเลิกคิ้วขึ้น นางยื่นมือออกไปดึงมือของเซียวเจ๋อชวนขึ้นมา ใช้พลังวิญญาณของตนเองแทรกซึมเข้าไปในชีพจรของเขาเพื่อตรวจสอบ
"เป็นอย่างไรบ้าง?"
ริมฝีปากของเซียวเจ๋อชวนแห้งผาก
"เกือบจะไม่รอดแล้วเชียว" อวี๋ฉางอิงถอนหายใจเบาๆ
"กระดูกหักไปตั้งหลายซี่ ลมปราณภายในกายก็ปั่นป่วนวุ่นวายราวกับกองขยะไม่มีผิด"
เซียวเจ๋อชวน "..."
ในตอนนั้นเอง เปียนหยวนซิงก็เดินเข้ามา เขาปรายตามองอวี๋ฉางอิงแวบหนึ่ง ภายในใจรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาหยิบขวดโอสถออกมาขวดหนึ่งแล้วยื่นให้เซียวเจ๋อชวน "นี่คือโอสถรักษาอาการบาดเจ็บที่ศิษย์พี่ของข้าเป็นผู้หลอมขึ้น มันจะช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้รวดเร็วยิ่งขึ้น"
เซียวเจ๋อชวนเพียงแค่ปรายตามอง
"ไม่จำเป็น"
บรรยากาศพลันอึดอัดขึ้นมาในทันที
มุมปากของอวี๋ฉางอิงยกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"พี่หยวนซิง พวกเราก็มีโอสถรักษาอาการบาดเจ็บเช่นกัน ขอบคุณในความหวังดีของท่านนะ"
เปียนหยวนซิงเม้มริมฝีปาก จ้องมองนางด้วยความหวังพลางเอ่ยถาม
"แม่นางอวี๋ พวกเราจะได้พบกันอีกหรือไม่?"
อวี๋ฉางอิงมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาหลายส่วน ก่อนจะกล่าว
"พี่ชาย ข้าไม่ชอบเด็กหนุ่มใสซื่อแบบท่านหรอกนะ"
"ข้าไม่ได้ใสซื่อ"
เมื่อเปียนหยวนซิงได้ยินเช่นนั้น หัวใจก็ดิ่งวูบ
อวี๋ฉางอิงถอนหายใจ
"ตกหลุมรักข้าไปก็ไม่มีวันสมหวังหรอก เลิกลุ่มหลงงมงายเสียทีเถอะพี่ชาย"
เปียนหยวนซิงกำลังจะเอ่ยสิ่งใด ทว่ากลับถูกซือหราวที่วิ่งตามมาดึงตัวออกไปเสียก่อน
"ศิษย์พี่..."
"ขายหน้าชะมัด!"
ส่วนเด็กหนุ่มหน้าอ่อนเยาว์ราวกับเด็กอย่างจินไท่ก็ยิ้มตาหยีพลางมองไปที่อวี๋ฉางอิง
"พี่สาว พวกเราต้องได้พบกันอีกแน่"
พูดจบ เขาก็วิ่งหนีไปโดยไม่รอให้อวี๋ฉางอิงตอบรับ
เซียวเจ๋อชวนหลุบตามองนาง ก่อนจะเอ่ยถาม
"เจ้าชอบแบบไหนล่ะ?"
อวี๋ฉางอิงช้อนตามอง พลางหัวเราะเบาๆ
"ไม่มีแบบที่ชอบหรอก"
หลังจากนั้นอวี๋ฉางอิงก็พยุงเซียวเจ๋อชวนไปพักอยู่ด้านข้าง เพื่อให้เขานั่งสมาธิปรับสมดุลลมปราณภายในกาย ส่วนนางก็คอยทำหน้าที่คุ้มกันให้เขา
...
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป... ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
จำนวนอัจฉริยะที่ถูกคัดออกบนเกาะครึ่งเสี้ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้บนเกาะเหลืออยู่เพียงสองร้อยสามสิบห้าคนเท่านั้น เจียงเสียนเยว่กับเวินอวี้ชูต่างก็ได้รับการจองตัวล่วงหน้าเนื่องจากผลงานที่โดดเด่นเช่นกัน จนถึงตอนนี้มีอัจฉริยะที่ได้รับการจองตัวล่วงหน้าไปแล้วทั้งหมดห้าสิบสามคน
วันรุ่งขึ้น เผยซู่เองก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตระดับชุ่ยหยวน พละกำลังที่เขาแสดงออกมานั้นโดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก ทำให้ตัวแทนจากขุมกำลังต่างๆ พากันให้ความสนใจและจองตัวเขาเช่นกัน
เหล่าอัจฉริยะบนเกาะครึ่งเสี้ยวที่ยังไม่ได้รับการจองตัวล่วงหน้าล้วนระมัดระวังตัวกันเป็นพิเศษ พวกเขาไม่กล้าต่อสู้กับผู้อื่นสุ่มสี่สุ่มห้าด้วยเกรงว่าตนเองจะถูกคัดออก เมื่อเวลาผ่านพ้นไปก็มีผู้ถูกคัดออกไปอีกสามสิบห้าคน บนเกาะครึ่งเสี้ยวจึงเหลืออัจฉริยะเพียงแค่สองร้อยคนเท่านั้น
ในเวลานี้เอง น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังสายหนึ่งก็ดังตระหง่านกึกก้องไปทั่วทั้งเกาะครึ่งเสี้ยว
"การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดได้สิ้นสุดลงแล้ว! ขอแสดงความยินดีกับเหล่าอัจฉริยะที่เหลือรอดอยู่ พวกเจ้าได้รับคุณสมบัติในการเข้าไปบำเพ็ญเพียรในแดนฉางหมิงเป็นที่เรียบร้อย! ตอนนี้ขอให้พวกเจ้ารีบมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งทางทิศเหนือเพื่อรวมตัวกันโดยด่วน!"