- หน้าแรก
- มหาสงครามอัญเชิญเกมเมอร์กู้โลก
- บทที่ 11 การระดมยิงปืนใหญ่จากกองกำลังฝ่ายเดียวกัน!
บทที่ 11 การระดมยิงปืนใหญ่จากกองกำลังฝ่ายเดียวกัน!
บทที่ 11 การระดมยิงปืนใหญ่จากกองกำลังฝ่ายเดียวกัน!
บทที่ 11 การระดมยิงปืนใหญ่จากกองกำลังฝ่ายเดียวกัน!
"ถอยทัพเหรอ ทำไมจู่ๆ ถึงให้ถอยทัพล่ะ!"
แม้ว่าอันเดรย์จะดีใจที่ได้ถอยออกจากขุมนรกบัดซบนี่ แต่เขาก็อยากรู้เหตุผลที่ต้องถอยทัพ
มีใครเตรียมมารับช่วงต่อจากกองร้อยของเขาแล้ว หรือว่าเป็นเพราะสถานการณ์อื่น อย่างเช่นพวกเขากำลังจะพ่ายแพ้ย่อยยับกันแน่
ดังนั้น อันเดรย์จึงรีบคว้าตัวทหารสื่อสารมาถามให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น
ทหารสื่อสารดูเหมือนจะรู้จักอันเดรย์ หรือพูดให้ถูกคือรู้จักฐานะของเขา เมื่อได้ยินคำถามของอันเดรย์ เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญแต่อย่างใด กลับกันเขารีบทำความเคารพแล้วตอบว่า
"รายงานครับ ผู้กองโวรอนซอฟ! ตามข่าวล่าสุด กองพลทหารม้าเหล็กผสมของจักรวรรดิอินทรีดำได้เจาะทะลวงปีกซ้ายของเราเข้ามาแล้ว ส่วนปีกขวาก็อยู่ในสถานการณ์วิกฤต ถ้าเราไม่ถอย เราจะถูกข้าศึกปิดล้อมครับ!"
"ตอนนี้พวกคุณมีเวลาประมาณสามสิบนาทีในการถอยร่นไปแนวหลัง หลังจากผ่านไปสามสิบนาที ปืนใหญ่แนวหลังของเราจะเปิดฉากระดมยิงใส่แนวหน้าเพื่อตัดเส้นทางการบุกของข้าศึกครับ!"
อันเดรย์พยักหน้ารับ ปล่อยให้ทหารสื่อสารไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ จากนั้นเขาก็รีบสั่งให้ทหารเก็บข้าวของและเตรียมตัวถอนกำลัง!
นี่คือการถอยทัพ ไม่ใช่การแตกพ่ายหนีตาย ดังนั้นอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และลังกระสุนทั้งหมดบนฐานที่มั่นที่พอจะขนไปได้ จึงต้องถูกเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว
สิ่งไหนที่ขนไปไม่ได้ก็ให้ทำลายทิ้งตรงนั้นเลย จะปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือข้าศึกไม่ได้เด็ดขาด!
ในขณะเดียวกัน อันเดรย์ก็อาศัยความรู้ที่เคยดูมาจากสารคดี สั่งให้ทหารบนฐานที่มั่นวางกับดักระเบิดเอาไว้ด้วย
แม้พวกเขาจะจำใจต้องถอยทัพและสละฐานที่มั่นแห่งนี้ แต่เขาก็ไม่อยากให้ข้าศึกเข้ามายึดไปได้ง่ายๆ หรอกนะ!
เมื่อได้ยินอันเดรย์สั่งถอยทัพ ทหารส่วนใหญ่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะวิ่งหนีไปจากสมรภูมินรกแห่งนี้ให้เร็วที่สุด
ในการต่อสู้เมื่อครู่นี้ แม้จะได้รับการคุ้มกันอย่างเต็มกำลังจากบรรดาผู้เล่นและได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์จากเยเลน่าซึ่งเป็นซิสเตอร์แพทย์สนาม กองร้อยของอันเดรย์ก็ยังสูญเสียทหารไปถึงสิบสองนาย
เมื่อมองดูร่างไร้วิญญาณที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า แม้ว่าอันเดรย์จะไม่มีความทรงจำและไม่รู้จักคนเหล่านี้เลย แต่ความเศร้าโศกที่อธิบายไม่ได้ก็ยังคงเอ่อล้นขึ้นมาในใจของเขา
ข้างกายอันเดรย์ ทหารคนอื่นๆ มองดูสหายร่วมรบที่ล้มตายแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ
ไม่ว่าจะอย่างไร สหายเหล่านี้ก็เป็นเพื่อนร่วมรบที่พวกเขารู้จักมักคุ้นมาหลายเดือน บางทีเมื่อวินาทีที่แล้วยังอาจจะพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ และเมื่อคืนก็ยังนอนด้วยกัน แต่มาวันนี้ คนเหล่านี้กลับกลายเป็นเพียงศพที่เย็นชืดไปเสียแล้ว
แม้แต่เหล่าผู้เล่นที่อันเดรย์เรียกมาก็ยังรู้สึกสะเทือนใจกับภาพที่เห็น พวกเขาพากันถอดหมวกเหล็กออกและยืนไว้อาลัยอย่างเงียบๆ เป็นเวลาหลายวินาที
ทว่าสิ่งที่ทำให้อันเดรย์ประหลาดใจก็คือ จนถึงตอนนี้เขาเพิ่งจะแน่ใจจริงๆ ว่า ผู้เล่นที่เขาเรียกมานั้นดูเหมือนจะไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับคนรอบข้างเลย
สำหรับทหารรอบข้างแล้ว ผู้เล่นที่อันเดรย์เรียกมาดูไม่ต่างอะไรกับสหายร่วมรบคนอื่นๆ การพูดคุยทักทายของพวกเขาก็ดูเป็นปกติทุกอย่าง
แต่ในสถานการณ์ปกติ หากจู่ๆ มีคนโผล่เข้ามาในกองร้อยมากมายขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีใครสังเกตเห็น มันก็เหมือนกับจู่ๆ มีนักเรียนย้ายมาใหม่สิบคนโผล่เข้ามาในห้องเรียน จะไม่มีใครรู้ได้อย่างไร
"ซี๊ด! ระบบของเรานี่มันมีของจริงๆ ด้วยแฮะ!"
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อันเดรย์ก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม ในเมื่อการเรียกผู้เล่นมาไม่ได้สร้างความแตกตื่นให้กับกองกำลังฝ่ายเดียวกัน พื้นที่ในการพลิกแพลงสถานการณ์ก็มีมากขึ้นเยอะ
พูดตามตรง ผลงานของพวกเขาในตอนนี้อาจจะยังดูขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง แต่ถ้าเอาไปใช้ในการรบในเมืองที่โหดร้าย และมีตึกสักหลังที่สามารถปั๊มทหารออกมาได้อย่างต่อเนื่อง การทำสงครามยืดเยื้อครั้งนี้คงจะน่าสนุกขึ้นมาจริงๆ!
แต่ขณะที่อันเดรย์กำลังมัวแต่ใช้ความคิดและขบคิดถึงวิธีใช้งานแบบใหม่ๆ สำหรับผู้เล่นของเขา จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากบนท้องฟ้า
เมื่อได้ยินเสียงหวีดแหลมที่แหวกอากาศดังสนั่นไปทั่วทั้งสนามรบอย่างกะทันหัน หัวใจของอันเดรย์ก็กระตุกวูบทันที
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัวและคิดได้ว่ามันคือเสียงอะไร ทหารนายหนึ่งบนฐานที่มั่นก็ตะโกนลั่นขึ้นมา
"ไม่นะ! นั่นเสียงปืนใหญ่ เร็วเข้า หาที่กำบัง!"
เมื่อได้ยินเสียงนั้น อันเดรย์ก็ไม่ลังเล เขาตะโกนสั่งทหารรอบข้าง และด้วยความเร็วสูงสุด เขาคว้ามือของเยเลน่าแล้วดึงตัวซิสเตอร์แพทย์สนามพุ่งเข้าไปในโพรงหลบภัย
นี่คือปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณของอันเดรย์ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น
เป็นเพราะลึกๆ ในจิตใต้สำนึก อันเดรย์รู้สึกว่าเยเลน่าผู้เป็นซิสเตอร์แพทย์สนามคือคนสำคัญที่สุดในกองร้อย หรือเป็นเพราะเยเลน่าคือคนแรกที่เขาเห็นตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นมากันแน่
ในเวลาเดียวกัน เหล่าผู้เล่นก็วิ่งหน้าตั้งเข้าไปในโพรงหลบภัยกันอย่างสุดฝีเท้า พร้อมกับลากตัวทหารสองสามคนที่ยังตั้งตัวไม่ติดเข้าไปด้วย
ต้องยอมรับเลยว่าพวกผู้เล่นกลุ่มนี้ใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ ขนาดเวลานี้ พวกเขาก็ยังมานั่งถกเถียงกันอย่างเมามันในช่องแชท พยายามเดากันว่าการระดมยิงปืนใหญ่ระลอกนี้มันคืออะไรกันแน่ เป็นการจัดฉากฆ่าตามเนื้อเรื่องหรือเปล่า
"บ้าเอ๊ย การระดมยิงปืนใหญ่ระลอกนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!"
ขณะที่มองดูกระสุนปืนใหญ่ร่วงหล่นลงมาถล่มฐานที่มั่น อันเดรย์ก็ค้นพบด้วยความตกตะลึงและโกรธเกรี้ยวว่าการระดมยิงระลอกนี้มันมาจากแนวหลัง!
เขาตระหนักได้ทันทีว่าการระดมยิงปืนใหญ่ที่ทหารสื่อสารคนนั้นบอกไว้ว่าจะมาถึงในอีกสามสิบนาที ดันเปิดฉากล่วงหน้าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย! ล่วงหน้าอย่างน้อยๆ ก็ยี่สิบนาทีเลยทีเดียว!
พวกเขายังง่วนอยู่กับการขนของและยังไม่มีเวลาแม้แต่จะถอยออกจากฐานที่มั่นด้วยซ้ำ การระดมยิงจากแนวหลังก็เริ่มขึ้นแล้ว!
"บัดซบ! ข้อความจากทหารสื่อสารคนนั้นมันเชื่อถือได้ไหมเนี่ย เขามาส่งข่าวช้าไป หรือว่าส่งข้อมูลมาผิด หรือว่าเป็นคำสั่งจากไอ้ผู้บัญชาการสมองกลวงคนไหนในแนวหลังกัน"
"อย่าให้จับตัวได้นะ ขืนมีโอกาสฉันจะยิงทิ้งให้หมดเลย!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องอยู่เหนือหัว อันเดรย์ก็อดไม่ได้ที่จะสบถด่าในใจ พลางสวดภาวนาเงียบๆ ต่อเทพเจ้าองค์ใดก็ตาม ขอให้โพรงหลบภัยที่อยู่เหนือหัวเขานั้นแข็งแรงมากพอ
สำหรับป้อมปราการชั่วคราวแบบนี้ ถ้าโดนแค่แรงสะเทือนจากปืนใหญ่ก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าโดนกระสุนปืนใหญ่ขนาดลำกล้องกว้างๆ ตกใส่ตรงๆ ล่ะก็ คนข้างในก็ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้หรอก!
ทหารคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างอันเดรย์ก็เริ่มสบถด่าเช่นกัน พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าพวกทหารปืนใหญ่กำลังทำบ้าอะไรอยู่ ถึงได้โจมตีกองกำลังฝ่ายเดียวกันแบบนี้!
ในเวลาเดียวกัน อันเดรย์ก็เห็นว่ารูปโปรไฟล์ของผู้เล่นของเขากลายเป็นสีดำสนิท มีผู้เล่นห้าคนตายคาที่!
เขาตระหนักได้ทันทีว่าโพรงหลบภัยที่ผู้เล่นทั้งห้าคนนั้นซ่อนตัวอยู่คงจะพังถล่มลงมาแล้ว! ไม่อย่างนั้นเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น!
โชคดีที่ผู้เล่นทั้งห้าคนไปเกิดใหม่ในโพรงหลบภัยจุดอื่น โชคร้ายคือ อันเดรย์ไม่รู้เลยว่าโพรงหลบภัยที่เขาตั้งไว้ให้เป็นจุดเกิดใหม่นั้นจะจุคนได้มากแค่ไหน
ถ้าเกิดมีผู้เล่นตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วพากันไปเกิดใหม่ที่นั่นทั้งหมดล่ะก็ งานนี้คงบันเทิงน่าดูเลยล่ะ!