- หน้าแรก
- มหาสงครามอัญเชิญเกมเมอร์กู้โลก
- บทที่ 7 ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียมเมื่ออยู่หน้าดาบปลายปืน!
บทที่ 7 ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียมเมื่ออยู่หน้าดาบปลายปืน!
บทที่ 7 ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียมเมื่ออยู่หน้าดาบปลายปืน!
บทที่ 7 ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียมเมื่ออยู่หน้าดาบปลายปืน!
"ไอ้น้อง เป็นอะไรหรือเปล่า รู้สึกยังไงบ้าง"
บอริสรีบรุดเข้าไปหา พลางมองดูทหารที่เลือดไหลทะลักไม่หยุดด้วยความระมัดระวัง เขาตามมาอยู่ด้านหลังและได้เห็นกับตาตัวเองว่าจอมโหดคนนี้จัดการกับศัตรูยังไง
ขนาดโดนปืนไรเฟิลของศัตรูยิงอัดเข้าไปถึงสามนัด เจ้านี่กลับไม่ร้องออกมาสักแอะ มิหนำซ้ำยังเอาดาบปลายปืนแทงศัตรูจนตาย แล้วหันไปกดระเบิดในระยะเผาขนแบบนั้นอีก!
แรงระเบิดระลอกนั้นไม่เพียงแต่จะฉีกร่างศัตรูจนแหลกละเอียด แต่ยังทำให้ตัวเขาเองคลุกฝุ่นมอมแมม แถมดูเหมือนจะโดนสะเก็ดระเบิดฝังเข้าไปอีกหลายชิ้น
แต่ถึงกระนั้น เจ้าน้องชายคนนี้ก็ยังลุกขึ้นมาจากพื้นได้หน้าตาเฉย นี่มันเกินกว่าคำว่าคนบ้าระห่ำทั่วไปแล้ว!
บอริสอดไม่ได้ที่จะรู้สึกนับถือทหารใหม่คนนี้จับใจ พูดตามตรง เขาเคยเห็นทหารใหม่ใจกล้ามาก็เยอะ แต่ความกล้าหาญระดับนี้ ชนิดที่สู้ถวายหัวราวกับชีวิตไร้ค่า เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในชีวิต!
เมื่อเห็นว่าเอ็นพีซีทหารผ่านศึกตรงหน้าเข้ามาทักทาย ผู้เล่นสายจู่โจมก็แอบตื่นเต้นนิดๆ พลางสงสัยว่าเอ็นพีซีตัวนี้จะมีภารกิจลับอะไรให้ปลดล็อกหรือเปล่า
เมื่อคิดถึงการปั๊มค่าความสนิทสนม เขาก็รีบตบอกตัวเองอย่างไม่ยี่หระแล้วเอ่ยขึ้น
"ลูกพี่ ไม่ต้องห่วง ผมสบายมาก ตอนนี้ไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด!"
"ก็แค่แผลฉกรรจ์ไม่กี่แผล เรื่องจิ๊บจ๊อย!"
สำหรับเหล่าผู้เล่นแล้ว นี่คือเรื่องจริง
เวลาเล่นเกม พวกเขาไม่ได้เปิดระบบจำลองความเจ็บปวดกันหรอก ยกเว้นพวกมาโซคิสม์ไม่กี่คนที่ชอบความรุนแรง คนปกติทั่วไปไม่มีใครเปิดระดับความเจ็บปวดกันทั้งนั้น
ดังนั้น ถึงแม้จะโดนยิงไปหลายนัด แต่รูกระสุนพวกนี้ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกระคายเคืองเลยสักนิด ความรู้สึกก็เหมือนแค่โดนก้อนกระดาษปาใส่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น
ส่วนเรื่องเลือดไหลอาบน่ะเหรอ นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้เล่นเหมือนกัน
ท้ายที่สุดแล้ว พลังชีวิตของผู้เล่นก็ขึ้นอยู่กับหลอดเลือด ดังนั้นไม่ว่าสภาพภายนอกจะดูเลือดตกยางออกสาหัสสากรรจ์แค่ไหน ตราบใดที่หลอดเลือดยังไม่หมด พวกเขาก็ยังคงสบายดี
แถมสำหรับผู้เล่นแล้ว มันไม่มีระบบลดเลือดต่อเนื่องหลังจากโดนยิงหรอกนะ ดังนั้นถึงแม้สภาพของเขาในตอนนี้จะดูอนาถตา แต่ความจริงแล้วหลอดเลือดของเขากลับไม่ได้ลดลงตามไปด้วยเลย
เมื่อมองดูทหารผู้กล้าหาญไม่กลัวตายตรงหน้า ที่เลือดไหลอาบชุ่มไปทั้งตัวแต่ยังมาตบอกปึงปังบอกว่าสบายดี บอริสก็ถึงกับรู้สึกเสียวฟันขึ้นมาตงิดๆ
เขาอยากจะเอ่ยปากถามเสียจริงๆ ว่าไอ้ตัวอันตรายคนนี้เคยทำอาชีพอะไรมาก่อนที่จะมาเป็นทหาร สภาพแวดล้อมแบบไหนกันถึงได้หล่อหลอมให้เกิดคนอำมหิตบ้าเลือดได้ขนาดนี้
ในตอนนั้นเอง ผู้เล่นแพทย์สนามคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา โยนกล่องพยาบาลใส่เขาอย่างส่งๆ แล้วก็วิ่งจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีก ในมือกระชับปืนไรเฟิลแน่น วิ่งตามผู้เล่นคนอื่นๆ ที่กำลังพุ่งชาร์จไปข้างหน้า
บอริสกะพริบตาปริบๆ พลางสงสัยว่าไอ้แพทย์สนามที่โฉบมาแล้วก็จากไปคนนั้นมันกำลังทำบ้าอะไรอยู่ รีบวิ่งไปเกิดใหม่หรือไง
เอาจริงๆ นะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หมอนั่นเป็นแพทย์สนามนะ!
หน้าที่ของเขาคือการรักษาคนเจ็บ และคนเจ็บก็ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้นี่ไง!
ทำไมถึงแค่โยนกล่องพยาบาลทิ้งไว้โดยไม่คิดจะช่วยพันแผลหรือคีบสะเก็ดระเบิดออกให้เลย แถมยังวิ่งแน่บไปหน้าตาเฉยแบบนั้นอีกล่ะ
เห็นได้ชัดว่า บอริสไม่เข้าใจคำว่า "แพทย์สนามสายบู๊" เลยสักนิด!
สำหรับแพทย์สนามสายบู๊แล้ว การฆ่าคน วางเพลิง และระเบิดรถถังต่างหากคือสิ่งที่พวกเขาควรทำ ส่วนการช่วยชีวิตและรักษาคนเจ็บน่ะมันเป็นแค่งานอดิเรก!
ส่วนสหายร่วมรบที่บาดเจ็บน่ะเหรอ
ไสหัวไปไกลๆ เลย! พวกนี้มันคู่แข่งที่จะมาแย่งคิลและแต้มผลงานของพวกเขาชัดๆ!
แน่นอนว่าความโกลาหลวุ่นวายที่เกิดขึ้นตรงนี้ ย่อมดึงดูดความสนใจของเหล่าทหารเหยี่ยวดำที่เพิ่งบุกทะลวงเข้ามาจากอีกฝั่งได้อย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนดุดันและเสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากหัวมุมสนามเพลาะที่ไม่ไกลนัก อัศวินแห่งความกลัวสามนายที่สวมชุดเกราะพลังงานเหล็กกล้าเต็มยศ พร้อมกับแบกเตาปฏิกรณ์พลังไอน้ำขนาดใหญ่ไว้บนหลัง ดูราวกับอัศวินยุคกลางในเวอร์ชันสตีมพังก์ ก็ลุกขึ้นยืนตระหง่าน
"พวกนายยึดสนามเพลาะส่วนนี้ไว้ อย่าให้พวกทหารแคมเบรียนฝั่งนู้นบุกเข้ามาได้ พวกเราจะไปดูสถานการณ์เอง!"
อัศวินแห่งความกลัวนายหนึ่งเอ่ยกับทหารอีกแปดนายที่เหลือ จากนั้นเขาก็ตบแมกกาซีนใหม่สองอันเข้าใส่ปืนกลมือแบบลำกล้องคู่ในมือซ้าย มืออีกข้างคว้าดาบยักษ์สไตล์เยอรมันขึ้นมา ก่อนจะวิ่งทะยานไปตามแนวสนามเพลาะพร้อมกับพรรคพวกอีกสองนาย
อัศวินแห่งความกลัวทั้งสามนายมีความมั่นใจในศักยภาพการรบของตนเองอย่างเต็มเปี่ยม ยุทโธปกรณ์ที่สวมใส่ทำให้พวกเขาแทบจะไร้เทียมทานในการรบแบบสนามเพลาะ!
เกราะพลังงานที่หุ้มเหล็กหนาเตอะเพียงพอที่จะต้านทานกระสุนไรเฟิลทั่วไป หรือแม้กระทั่งการระดมยิงจากปืนกลได้อย่างสบายๆ ในขณะที่อำนาจการยิงรัวสาดกระสุนอย่างบ้าคลั่งและดาบยักษ์อันโหดเหี้ยม ก็เปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นเครื่องบดเนื้อเดินได้ประจำสนามเพลาะได้อย่างง่ายดาย
ตราบใดที่พวกเขาประสานงานกันได้ดี ต่อให้เป็นกองร้อยทหารแคมเบรียนธรรมดาทั้งกองร้อยก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของพวกเขาด้วยซ้ำ!
ทว่า สถานการณ์ในตอนนี้กลับเหนือความคาดหมายของอัศวินแห่งความกลัวทั้งสามนายไปสักหน่อย
ทันทีที่พวกเขาเลี้ยวพ้นมุมหัวเลี้ยวของสนามเพลาะ ทหารสามนายที่มีสีหน้าดุดันบ้าคลั่งก็แหกปากคำรามก้อง พุ่งทะยานเข้าใส่พวกเขาพร้อมกับดาบปลายปืน แรงกดดันจากการพุ่งชาร์จของพวกเขานั้นทำเอาทั้งสามนายถึงกับผงะ
พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าทหารแคมเบรียนพวกนี้มีความแค้นฝังหุ่นอะไรกับพวกเขานักหนา ถึงได้พุ่งเข้าใส่แบบกะเอาตายแลกชีวิตขนาดนี้
ในเรื่องนี้ เหล่าผู้เล่นเองก็อยากจะบ่นอุบเหมือนกัน!
ทำไมระบบถึงต้องบังคับให้พวกเขาแหกปากคำรามลั่นตอนพุ่งชาร์จด้วยเนี่ย
การพุ่งชาร์จแบบเงียบๆ ไม่ต้องมีเสียงโวยวาย มันจะไม่ทำให้อีกฝ่ายตายหย่อนกว่ากันหรือไง
แม้จะตกใจกับแรงฮึดของเหล่าผู้เล่น แต่อัศวินแห่งความกลัวที่วิ่งนำหน้าก็ยกปืนกลมือในมือซ้ายขึ้นมาแล้วสาดกระสุนออกไปทันที
ปืนกลมือลำกล้องคู่ปลดปล่อยอำนาจการยิงอันน่าสะพรึงกลัวในระยะเผาขน เจาะร่างของทหารที่พุ่งชาร์จอยู่หน้าสุดจนพรุนเป็นรังผึ้ง เลือดสาดกระเซ็นออกจากรูกระสุนนับสิบในชั่วพริบตา
แต่ถึงแม้ทหารนายนี้จะล้มลง สหายอีกสองคนที่ตามมาด้านหลังก็ยังคงพุ่งทะยานต่อไปไม่หยุดยั้ง!
เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่พุ่งทะยานเข้ามาอีกคน อัศวินแห่งความกลัวที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะเปลี่ยนแมกกาซีนปืน ก็สบถด่าความจุกระสุนเพียงยี่สิบนัดอันน้อยนิดอยู่ในใจ พลางยกดาบยักษ์ขึ้นแล้วแทงสวนกลับไปตรงๆ
การเงื้อดาบฟันลงมาจากเหนือศีรษะย่อมเชื่องช้าเกินไป แต่ด้วยความยาวของช่วงแขนบวกกับตัวดาบ เขาย่อมสามารถแทงสวนทะลุร่างคนที่พุ่งเข้ามาพร้อมดาบปลายปืนได้ก่อนอย่างแน่นอน
การแทงอันแม่นยำนี้เจาะทะลวงขั้วหัวใจของผู้เล่นคนที่สองในทันที ส่งผลให้เขาล้มตึงลงไปกองกับพื้นโดยไม่ได้ร้องออกมาสักแอะ
ส่วนศัตรูคนสุดท้ายที่กำลังพุ่งชาร์จเข้ามาหาเขา อัศวินแห่งความกลัวนายนี้ก็เตรียมตัวที่จะตวัดดาบฟัน พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อเตรียมรับแรงกระแทกด้วยเกราะหน้าอกไปพร้อมๆ กัน
เมื่อมองดูศัตรูที่มีสีหน้าบ้าคลั่งพุ่งตัวเข้ามาพร้อมดาบปลายปืน แม้อัศวินแห่งความกลัวจะแอบชื่นชมในความกล้าหาญของอีกฝ่าย แต่ในใจลึกๆ กลับมีความรู้สึกดูแคลนวาบผ่านเข้ามา
ด้วยเกราะหน้าอกที่หนาถึงแปดมิลลิเมตรของเขา ดาบปลายปืนธรรมดาๆ จะไปแทง... ทะลุได้ยังไงกัน
เมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดแหลมปรี๊ดแล่นปราดเข้ามาที่หน้าอก อัศวินแห่งความกลัวที่เพิ่งจะเงื้อดาบยักษ์ขึ้นเหนือหัว ก็ก้มลงมองด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
เป็นไปได้ยังไงเนี่ย ดาบปลายปืนของทหารคนนั้นมันทำมาจากวัสดุบ้าอะไรกัน ถึงได้แทงเกราะหน้าอกของเขาทะลุได้แบบนี้!
ด้วยการแทงดาบปลายปืนเพียงครั้งเดียว พี่ฮ่าวหนานก็ปลิดชีพอัศวินแห่งความกลัวตรงหน้าลงได้อย่างง่ายดาย หลังจากออกแรงบิดกริชซ้ำไปอีกสองรอบ รอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นดีใจก็ผุดขึ้นที่มุมปากของเขา
【ฮ่าๆๆ เกราะพลังงานแล้วยังไงวะ ต่อหน้าดาบปลายปืน ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียมเว้ย!】
เขาเพิ่งจะพิมพ์อวดลงในช่องแชทไปได้แหม็บๆ ทว่าวินาทีต่อมา ปืนกลมือของอัศวินแห่งความกลัวอีกสองนายที่อยู่ด้านหลัง ก็สาดกระสุนเจาะร่างของเขาจนพรุนเป็นรังผึ้งตามไปติดๆ เช่นกัน