- หน้าแรก
- นินจาโปรแกรมเมอร์
- บทที่ 30 มรดกของรุ่นที่สอง
บทที่ 30 มรดกของรุ่นที่สอง
บทที่ 30 มรดกของรุ่นที่สอง
บทที่ 30 มรดกของรุ่นที่สอง
โอโรจิมารุ!?
ไหนเขาบอกว่าจะมาพบในวันพรุ่งนี้อย่างไรเล่า? ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่!? เขาเข้ามาได้อย่างไร!? แล้วเขาเห็นการทดลองของฉันหรือยัง?
เขากำลังคิดอะไรอยู่? เขาจะพยายามค้นสมองของฉันไหม?
คำถามนับไม่ถ้วนพรั่งพรูเข้ามาในหัวของฮิโรกิราวกับไวรัส จนแทบจะทำให้ความคิดของเขาพังทลายลง
"เป็นการทดลองที่น่าสนใจดีนะ ว่าไหม?"
นัยน์ตาสีทองดุจงูของโอโรจิมารุทอประกายในห้องที่สลัวราวกับไฟอาถรรพ์สองดวง
บนใบหน้าของเขายังคงประดับไว้ด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกไม่สบายใจอันเป็นเอกลักษณ์
สายตาของเขาข้ามกรงหนูไปและตกลงที่ตัวฮิโรกิโดยตรง มันเป็นสายตาที่ไร้ความรู้สึก แต่กลับแหลมคมยิ่งกว่าใบมีดใดๆ จนสามารถมองทะลุผ่านการเสแสร้งทั้งปวง
"...แม้ว่าวิธีการจะยังดูดิบเถื่อนไปบ้าง จนทำให้หนูทดลองบางตัวเกิดอาการอวัยวะล้มเหลว แต่หนูทดลองตัวน้อยๆ ของเจ้าพวกนี้ก็นับว่าพิเศษทีเดียว"
"เจ้าทำได้อย่างไรกัน? ทำให้กล้ามเนื้อของพวกมันเติบโตขึ้นมาได้เองแบบนี้?"
ตูม—!
เขาพบการทดลองของฉันแล้ว?!
เขารู้ว่าการทดลองของฉันเกี่ยวกับอะไร? รายงานการทดลองของฉันเขียนไว้ในหัวทั้งหมดเลยนะ!
เขาดูออกได้อย่างไรกัน!?
คำพูดของโอโรจิมารุราวกับอัสนีบาตจากสรวงสวรรค์ที่ระเบิดขึ้นในหัวของฮิโรกิ จนทำลายเศษเสี้ยวแห่งความหวังสุดท้ายของเขาลงอย่างสิ้นเชิง
ความแตกแล้ว!
การทดลองที่เขาแอบทำอยู่ที่บ้าน ซึ่งเขาคิดว่าไม่มีใครรู้ กลับถูกชายคนนี้เปิดโปงด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว! เขายังรู้แม้กระทั่งสาเหตุของความล้มเหลวราวกับเป็นคนทำเอง!
"ข้าสงสัยเหลือเกิน" โอโรจิมารุก้าวเท้าเดินเข้ามาหาฮิโรกิอย่างช้าๆ ทีละก้าว ในขณะที่เขาเดิน พื้นไม้ใต้เท้ากลับไร้ซึ่งสุ้มเสียง ความเงียบงันนั้นกลับสร้างความกดดันอย่างถึงที่สุด
"ความรู้เหล่านี้... ความรู้ทางชีวภาพที่ก้าวล้ำเกินยุคสมัย แม้แต่ขอบเขตของวิชานินจาแพทย์ก็ยังไปไม่ถึง... เจ้าไปเรียนรู้มาจากที่ไหนกัน? นี่คือสิ่งที่แม้แต่ซึนาเดะก็ยังทำไม่ได้เลย..."
ฮิโรกิพยายามบังคับตัวเองให้หายใจ แต่อากาศที่สูดเข้าไปกลับรู้สึกเหมือนมีเศษน้ำแข็งปนอยู่
จิตใจของเขาทำงานอย่างหนัก [คอนโทรล + อัลเทอร์เนท + ดีลีท] ตัวจัดการงานเด้งขึ้นมา และเขาเลือกกระบวนการที่ชื่อ [ความกลัว.exe] อย่างไม่ลังเล พร้อมกับกด [จบการทำงาน] อย่างแรง
ความสงบนิ่งที่สมบูรณ์ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด ช่วยกู้คืนความสามารถในการคิดของเขากลับมา
ฮิโรกิเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์
ในตอนนี้เขาจะพูดจาพล่อยๆ ไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะยิ่งเป็นการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น เขาต้องรู้ก่อนว่าโอโรจิมารุกำลังคิดอะไร และทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่
ประการแรก การที่โอโรจิมารุปรากฏตัวในบ้านของเขาคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือความนึกสนุกชั่ววูบ การเฝ้าสังเกตการทดลองของเขาอาจเริ่มมานานแล้ว!
และตอนนี้ เขายังไม่ถูกจับตัวไปขังในห้องมืด หรือถูกคนจากตระกูลยามานากะอ่านความจำ นั่นแสดงว่าในปัจจุบันโคโนฮะยังไม่คิดว่าการกระทำหรือความรู้ที่เขามีนั้นมีค่าพอ หรือเป็นอันตรายต่อหมู่บ้าน
ดังนั้น เขาจึงมาเพื่อทดสอบก่อน
"นี่... เป็นส่วนหนึ่งของขีดจำกัดสายเลือดของผมครับ" เสียงของฮิโรกิแหบพร่าเล็กน้อย แต่เขาก็กลับมาสุขุมได้อีกครั้ง
"โอ้?" โอโรจิมารุยืดตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูนึกสนุก เขาดูไม่ประหลาดใจกับคำตอบนี้เลย "ขีดจำกัดสายเลือดรึ? มันสามารถทำให้เจ้าเข้าใจว่ากล้ามเนื้อเติบโตมาจากอะไร และการสังเคราะห์เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อต้องใช้ธาตุอาหารรองชนิดไหนอย่างนั้นรึ? นั่นมัน... เป็นเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนจริงๆ"
"ในโคโนฮะ ในแคว้นแห่งไฟ แม้แต่ข้าเองก็เพิ่งจะได้เรียนรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าการสังเคราะห์กล้ามเนื้อต้องการธาตุอาหารรองอะไรบ้าง และสิ่งมีชีวิตต้องกินอะไรเพื่อให้กล้ามเนื้อเติบโต ดังนั้น นี่คือความรู้ที่เจ้าไม่มีทางจะไปลอกเลียนมาจากใครได้เลย ซาวาดะ ฮิโรกิ"
โอโรจิมารุหรี่ตาลงและนั่งย่อตัวลงมา นัยน์ตาดุจงูค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ แต่เขาไม่ได้แตะต้องตัวฮิโรกิ
"นอกจากว่าจะมีคนสอนเจ้า!"
ฮิโรกิไม่ได้สังเกตเห็นสัญญาณของโอโรจิมารุปรากฏขึ้นในไวไฟเลย
เขาไม่สามารถอ่านความคิดของโอโรจิมารุได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
"เจ้ากำลังโกหกอยู่นะ ฮิโรกิคุง"
"ขีดจำกัดสายเลือดของผมทำให้ผม 'มองเห็น' แก่นแท้ของชีวิตได้ครับ" ฮิโรกิยังคงปั้นเรื่องโกหกต่อไป เพราะมันเป็นทางเลือกเดียวของเขา อย่างไรเสียเขาก็เปิดเผยไม่ได้ว่าเขาคือผู้กลับชาติมาเกิด... "ผมสามารถรับรู้ถึงการไหลเวียนของจักระในสิ่งมีชีวิต การเปลี่ยนรูปของพลังงาน หรือแม้แต่การแบ่งตัวและการตายของเซลล์ ขีดจำกัดสายเลือดบอกผมว่าผมสามารถลองควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้"
"เรียนรู้ด้วยตัวเองงั้นรึ?" โอโรจิมารุแค่นหัวเราะ เขาเดินอย่างช้าๆ ไปยังกรงที่มีซากหนูทดลองกลุ่มบี นิ้วเรียวยาวที่ขาวซีดเขี่ยหนูที่ตัวแข็งทื่อผ่านตาข่ายลวดเบาๆ
"ถ้าอย่างนั้น แล้วนี่ล่ะ?" เขาหันกลับมา นัยน์ตาสีทองจ้องเขม็งมาที่ฮิโรกิ "กลุ่มเอ กลุ่มควบคุมที่มีสุขภาพดี กลุ่มบี กลุ่มที่ตาย และกลุ่มซี กลุ่มที่พบจุดสมดุล วิธีการทดลองที่มีการควบคุมอย่างละเอียดรอบคอบเช่นนี้... เจ้าก็อนุมานมันออกมาผ่านการ 'สังเกต' อย่างนั้นรึ?"
"เจ้าน่าจะมีบันทึกการทดลองอยู่ใช่ไหม? มันอยู่ที่ไหนล่ะ?" โอโรจิมารุถาม
รูม่านตาของฮิโรกิหดเกร็งขึ้นทันที
จบเหม่แล้ว
ชายคนนี้ไม่ได้เห็นแค่ผลลัพธ์ แต่เขายังอนุมานกระบวนการทดลองและลำดับความคิดทั้งหมดของเขาได้อย่างแจ่มแจ้ง
เขาไม่ใช่นินจาเลยสักนิด แต่เขาคือนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิในร่างของนินจาต่างหาก! แถมยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาที่มีสัญชาตญาณอันยอดเยี่ยมอีกด้วย
เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ฮิโรกิพบว่าไม่ว่าตนจะพูดอะไรไป อีกฝ่ายก็สามารถหาช่องโหว่ได้เสมอ
"ผม..." ฮิโรกิอ้าปาก แต่พบว่าไม่มีคำพูดใดที่จะกล่าวออกมาได้อีก
"เจ้านั้นพิเศษมาก ซาวาดะ ฮิโรกิคุง" โอโรจิมารุค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง
"อย่างไรก็ตาม ข้าไม่ได้สนใจนักหรอกว่าเจ้าไปเรียนรู้ความรู้เหล่านี้มาจากไหน เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้สำคัญเสมอไป และความลับหลายอย่างก็ไม่สามารถสืบหาความจริงได้"
โอโรจิมารุกระซิบ ในชั่วขณะหนึ่งเขานึกถึงห้องทดลองที่โฮคาเงะรุ่นที่สองทิ้งไว้
ใครจะไปคิดว่าแท้จริงแล้วโฮคาเงะรุ่นที่สองได้เก็บรักษาร่างของโฮคาเงะรุ่นที่หนึ่งเอาไว้ และทำบันทึกการทดลองต่างๆ เพื่อการวิจัย?
โฮคาเงะรุ่นที่สองยังมีความลับอีกมากมายในช่วงที่มีชีวิตอยู่ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ แล้วนินจาที่ด้อยกว่ารุ่นที่สองอย่างพวกเขาล่ะจะไปเหลืออะไร?
แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ... ตามที่เขาอนุมานไว้ ซาวาดะ ฮิโรกิ อาจจะเป็นหนึ่งในร่างทดลองของโฮคาเงะรุ่นที่สอง!
อย่างที่รู้กันว่า ซาวาดะ ฮิโรกิ ไม่มีที่พึ่งพิงใดๆ ในหมู่บ้าน และพ่อแม่ของเขาก็เป็นเพียงนินจาที่ธรรมดามาก
ประวัติของเขาดูเรียบง่ายจนไม่มีความพิเศษใดๆ... แต่เขากลับมีความรู้มากมายที่ไม่ควรจะรู้... ความรู้เหล่านั้น เช่น การสังเคราะห์กล้ามเนื้อ หรือการควบคุมการทดลอง เป็นสิ่งที่คนที่จะรู้ได้ต้องใช้เวลาอยู่ในห้องทดลองมาอย่างยาวนาน หรือไม่ก็ต้องติดตามใครบางคนที่รู้เรื่องนี้เท่านั้น!
และในโคโนฮะ นอกจากห้องทดลองของโอโรจิมารุแล้ว ก็มีเพียงโฮคาเงะรุ่นที่สองเท่านั้นที่มีห้องทดลอง!
ยิ่งไปกว่านั้น บุคลิกที่ชอบอยู่อย่างเงียบเฉยของ ซาวาดะ ฮิโรกิ ก็ยังดูคล้ายกับหนูทดลองในห้องปฏิบัติการมากอีกด้วย!
สิ่งเดียวที่โอโรจิมารุจะจินตนาการได้ก็คือ ซาวาดะ ฮิโรกิ เป็นหนึ่งในร่างทดลองของรุ่นที่สอง หรืออาจจะเป็นร่างทดลองของวิชาสัมภเวสีคืนชีพ!
แน่นอนว่า ฮิโรกิ คงไม่ใช่ตัวท่านรุ่นที่สองเองแน่ๆ เพราะเขาดูอ่อนต่อโลกเกินไป เขาน่าจะเป็นร่างทดลอง หรือนักวิจัยที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของรุ่นที่สองมานาน แล้วได้กลับชาติมาเกิดในร่างของเด็ก
และหากคำนวณเวลาเกิดของ ซาวาดะ ฮิโรกิ ให้ดี มันก็อยู่ในช่วงไม่กี่ปีหลังการเสียชีวิตของรุ่นที่สองพอดี!
ความเป็นไปได้นี้ยิ่งมีมากขึ้นไปอีก!
ที่สำคัญที่สุดคือ อาจารย์ของเขา โฮคาเงะรุ่นที่สาม ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น ในฐานะศาสตราจารย์แห่งโลกนินจาผู้รอบรู้วิชานินจาทุกแขนงของโคโนฮะ กลับไม่ได้มีความคิดอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับ ซาวาดะ ฮิโรกิ เลย!?
สิ่งนี้ทำให้โอโรจิมารุยิ่งมั่นใจในสิ่งที่เขาเชื่อ
ดังนั้น โอโรจิมารุจึงแค่นหัวเราะ: "เจ้าครอบครองความรู้ที่ไม่ใช่ของยุคสมัยนี้ แต่เจ้ากลับระมัดระวังและขี้ระแวง จนเคยชินกับการใช้ฐานะเด็กเพื่อพรางตัว และใช้ความธรรมดาเพื่อซ่อนความพิเศษของตนเองไว้"
บุคคลที่ทำตัวธรรมดาๆ ในห้องทดลองมักจะมีชีวิตรอดได้นานกว่า ส่วนพวกที่โดดเด่นเกินไปหรือแย่เกินไปจะถูกกำจัดออกไปก่อนเสมอ!
"เจ้าอาจจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบสุขมานานเกินไป เจ้าจึงไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตี เพราะจิตใต้สำนึกของเจ้าเชื่อว่าตราบใดที่เจ้าไม่เปิดเผยตัวเอง เจ้าก็จะปลอดภัย"
ตราบใดที่เขาไม่แสดงความผิดปกติออกมา นักวิจัยก็จะไม่บันทึกชื่อเขาแยกไว้หรือทำการทดลองกับเขาเพิ่มเติม
เขาเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว น้ำเสียงของเขาต่ำลงเรื่อยๆ โทนเสียงที่แหบพร่านั้นแฝงไว้ด้วยเสียงขู่ฟ่อราวกับงูพิษที่กำลังแลบลิ้น
"แต่เจ้าคิดผิด ในโลกใบนี้นั้น ความอ่อนแอถือเป็นบาปอย่างหนึ่ง"
โอโรจิมารุหยุดลงตรงหน้าเขา ยื่นมือออกไปและใช้ปลายนิ้วที่เย็นเยียบเชยคางของฮิโรกิขึ้นเบาๆ เพื่อบังคับให้เขาสบตา
ฮิโรกิถูกบังคับให้เงยหน้าขึ้นมอง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาเย็นสันหลังที่สุดก็คือ... มันไม่มีข้อความแจ้งเตือนการเชื่อมต่อกับโอโรจิมารุเลย...? นี่มันมือปลอมอย่างนั้นหรือ?
เขาไม่รู้เลยว่าโอโรจิมารุกำลังคิดอะไรอยู่
ฮิโรกิถูกบังคับให้ต้องเปิดตัวจัดการงานอีกครั้ง และสั่งจบการทำงานของ 'ความกลัว' ที่พุ่งขึ้นมาใหม่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสงบใจไม่ได้
"ดูเจ้าสิ" นัยน์ตาสีทองคู่นั้นดูเหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ "เจ้ากำลังกลัว เจ้ากลัวข้า กลัวหมู่บ้าน และกลัว 'อนาคต' ที่เจ้ารู้ เจ้ากลัวที่จะสูญเสียความสงบสุขที่น่าสมเพชในตอนนี้ไป เจ้าจึงไม่กล้าแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา"
เพราะเขาเป็นร่างทดลองของรุ่นที่สอง และหลังจากรุ่นที่สองหายสาบสูญไป ก็ไม่มีใครรู้เรื่องของเขาอีก ทำให้ฮิโรกิสามารถปักหลักใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในหมู่บ้านได้... จนกระทั่งการรุกรานกะทันหันของนินจาคุมะ... โอโรจิมารุหรี่ตาลงจ้องเขม็งไปที่ฮิโรกิ: "แต่ว่า ข้าช่วยเจ้าได้นะ"
หัวใจของฮิโรกิเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้น แต่เป็นความกลัวที่ไม่อาจควบคุมได้ ซึ่งต่อให้บังคับหยุดไปแล้ว มันก็ยังผุดขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาจะเดาตัวตนของฉันในฐานะผู้ข้ามโลกได้แล้วอย่างนั้นหรือ?
เขาเห็นเพียงโอโรจิมารุอ้าปากพูดว่า:
"จงมอบความรู้ที่เจ้าได้รับมาจากโฮคาเงะรุ่นที่สองมาให้ข้าเสียดีๆ ฮิโรกิคุง" ริมฝีปากของโอโรจิมารุโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชวนขนลุก เขาเลียริมฝีปาก "สารภาพกับข้ามา แล้วข้าจะช่วยเจ้าพัฒนาขีดจำกัดสายเลือดเอง ข้าจะสอนวิธีเปลี่ยนความรู้ที่เจ้ามีให้กลายเป็นพลังที่แท้จริง สอนให้เจ้ารู้จักการใช้ชีวิตตามใจปรารถนาในโลกที่โหดร้ายใบนี้"
"ฮิโรกิคุง มีเพียงข้าเท่านั้นที่จะช่วยให้เจ้าทำมันได้สำเร็จ"
"ห๊ะ?"
ในตอนนั้น สมองของฮิโรกิขาวโพลนไปหมด
โฮคาเงะรุ่นที่สอง?
รุ่นที่สอง เซ็นจู โทบิรามะ น่ะเหรอ? เขาไปเกี่ยวอะไรกับความรู้ของฉันกันล่ะเนี่ย? ห๊ะ?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!?