- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดแดนรกร้าง วันนี้เจียงสือเติมเสบียงรึยังน้า
- บทที่ 25 ปูที่เดินข้างกาย
บทที่ 25 ปูที่เดินข้างกาย
บทที่ 25 ปูที่เดินข้างกาย
เสียงนี้ฟังดูคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก
เจียงสือรีบค้นหาความจำในสมองทันที แล้วความทรงจำเกี่ยวกับเสียงที่คุ้นเคยก็ผุดขึ้นมา
นี่คือเสียงของฉีเยว่
คำพูดของฉีเยว่เปรียบเสมือนยันต์คุ้มภัยที่ช่วยคลายเส้นประสาทที่ตึงเครียดของเจียงสือลง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก เพราะก่อนหน้านี้ฉีเยว่เคยช่วยเหลือเธอไว้ เธอจึงมีความเชื่อใจในตัวเขาอยู่บ้าง
คุณพระช่วย... เธอรอดตายมาได้อีกหวุดหวิด
เจียงสือใช้ทั้งมือและเท้าตะเกียกตะกายมุดออกมาจากใต้ท้องรถอย่างช้าๆ ท่าทางของเธอเหมือนกับปูที่เดินข้างกายไม่มีผิด ทั้งน่าขันและตลกสิ้นดี แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกว่าตัวเองดูดีใช้ได้แล้ว
“ขอบคุณที่เตือนนะคะ”
ซ่งหนานมองดูท่าทางการมุดออกมาจากใต้รถของเจียงสือแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำพรืดออกมา
“ฮ่าๆๆๆ พี่ฉี ดูท่าทางเขาสิ เหมือนปูเดินข้างกายเลย”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
นี่กำลังหัวเราะเยาะเธออยู่เหรอ?
เจียงสือจ้องมองคนที่หัวเราะด้วยสายตาเย็นเยียบโดยไม่พูดอะไร ถึงแม้ตอนนี้เธอจะเอาผ้าดำพันหัวไว้มิดชิด แต่เธอก็ยังรู้สึกเขินอายอยู่ดี ทว่าพอคิดอีกที... ตราบใดที่เธอไม่รู้สึกอาย คนที่อายก็คือคนอื่นเองนั่นแหละ
ซ่งหนานเห็นเจียงสือไม่พูดอะไรเอาแต่จ้องเขาเขม็ง ก็เริ่มรู้สึกขนลุกซู่และเย็นสันหลังวาบ รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที เปลี่ยนเป็นตีหน้านิ่งเคร่งขรึมแทน ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี่นับว่าเป็นเลิศ ยิ่งกว่าดอกโบตั๋นที่บานแล้วร่วงเสียอีก
เธอเพิ่งจะได้เห็นกับตาว่าความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้ามันเป็นยังไง
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังมีแววขำขันที่ปิดไม่มิดอยู่ในดวงตา เจียงสือก็ไม่ได้โกรธเคือง เธอเพียงแค่ปัดฝุ่นที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าออก
เธอก้มหัวเล็กน้อยเป็นเชิงลาฉีเยว่และเพื่อนของเขา จากนั้นก็สะพายกระบุงขึ้นหลังอีกครั้ง แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังจุดอื่นในป่าหม่อน
น่าเสียดาย...
ที่เธอมองไม่เห็นชัดๆ ว่าพวกเขาสังหารนกกลายพันธุ์ด้วยวิธีไหน
แต่พอนึกถึงนกกลายพันธุ์ตัวที่ตกลงมาข้างรถซึ่งถูกยิงทะลุคอ เธอก็สรุปได้ว่าจุดอ่อนที่คอคงเป็นจุดตายของสัตว์ทุกชนิด รวมถึงมนุษย์ด้วย
พอนึกถึงรายการ "โลกของสัตว์" ที่เคยดูเมื่อก่อน พวกสิงโต เสือดาว หรือเสือเวลาล่าเหยื่อ มักจะเล็งไปที่ลำคอของเหยื่อเสมอเพื่อปลิดชีพในการโจมตีครั้งเดียว
ทักษะการป้องกันตัวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง... จดไว้ในสมุดเล่มเล็กในใจ
คนที่ล่าสัตว์ปีกกลายพันธุ์ได้ไม่ได้มีแค่กลุ่มของฉีเยว่ แต่ยังมีคนของหน่วยรักษาความปลอดภัยด้วย
แม้ตามร่างกายของพวกเขาจะมีรอยขีดข่วนอยู่บ้าง แต่ทุกคนต่างก็มีสีหน้าดีใจ ในมือหิ้วซากนกกลายพันธุ์ไว้คนละตัว
เจ้านกกลายพันธุ์ตัวนี้มีหัวและข้างคอสีขาว หลังและท้องเป็นสีเทาอ่อน ปีกและหางสีดำขลับแวววาวเหมือนโลหะสีน้ำเงินเขียว จะงอยปากสีแดงคล้ำ และกรงเล็บสีส้มแดง น้ำหนักประมาณ 7-8 จิน (3.5 - 4 กิโลกรัม)
เมื่อพิจารณาลักษณะภายนอกอย่างละเอียด เจียงสือก็ดูออกว่ามันคือนกเอี้ยงด่างที่ยังไม่กลายพันธุ์นั่นเอง ลักษณะเหมือนกันเป๊ะทุกประการ เพียงแต่ขนาดตัวของนกเอี้ยงกลายพันธุ์พวกนี้มันใหญ่ไม่ใช่เล่นเลย
ถ้าพลังการต่อสู้ของมันแข็งแกร่งเท่าพวกนกอินทรี คนที่อยู่ในป่าหม่อนวันนี้คงได้จบเห่กันหมดแน่
คนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบนอกหลายคน เมื่อเห็นคนอื่นสะพายหน้าไม้และหิ้วนกเอี้ยงกลายพันธุ์ออกมา ก็พากันอิจฉาจนตาร้อนผ่าว
เจียงสือลองนับคร่าวๆ มีนกที่ถูกล่าได้ประมาณ 15 ตัว ตอนแรกเธอนึกว่าจะมีแค่สิบกว่าตัว ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ สมกับที่เป็นนกเอี้ยงจริงๆ เวลาออกมาหาอาหารมักจะมากันเป็นฝูง
ไม่รู้ว่าเนื้อนกพวกนี้จะกินได้ไหมนะ
แต่ที่น่าแปลกคือ เจียงสือไม่เห็นคนที่หิ้วนกพวกนั้นทำการตรวจวัดค่ารังสีเลย หรือว่าสัตว์กลายพันธุ์ที่มีรังสีสูงจะมีประโยชน์อย่างอื่น?
อ้อ... นึกออกแล้ว!
ในร่างกายของสัตว์ปีกกลายพันธุ์อาจจะมี "หินพลังงาน" ซ่อนอยู่ก็ได้
เพราะฉะนั้นจะตรวจนกหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ค่อยไปหาที่ลับตาคนแล้วลองคว้านหาหินพลังงานดูก็ได้
หินพลังงานมีทั้งที่อยู่ในสินแร่ และในร่างกายของสัตว์กลายพันธุ์
แต่หินพวกนี้หาได้ยากเกินไปบนดินแดนพื้นผิว การจะรวยด้วยการหาหินพลังงานดูจะเป็นเส้นทางที่เดินลำบากจริงๆ
คนที่เหลืออยู่ในป่าหม่อนต่างก็มีความคิดอกุศลซ่อนอยู่ แต่เพราะคนที่ล่าสัตว์กลายพันธุ์ได้ล้วนเป็นพวกที่พวกเขาไม่กล้าตอแย จึงได้แต่เก็บซ่อนความชั่วร้ายไว้ในใจ แล้วก้มหน้าก้มตาตรวจวัดลูกหม่อนบนต้นต่อไป
อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจว่า เป็นคนเหมือนกันแท้ๆ แต่ทำไมช่องว่างมันถึงกว้างขนาดนี้
เมื่อพายุสัตว์กลายพันธุ์สงบลง ในป่าหม่อนก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง ผู้คนเบียดเสียดกันหนาตา
เจียงสือตรวจลูกหม่อนบนต้นต่อไปอีกชั่วโมงกว่าๆ แต่เธอก็ไม่เจอช่อที่กินได้เพิ่มอีกเลย
ตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงครึ่งแล้ว
นาฬิกาปลุกที่เจียงสือตั้งไว้ดังขึ้น ได้เวลากลับบ้านแล้ว
ระหว่างทางกลับไปยังเขตสลัม เจียงสือได้เจอพวกฉีเยว่อีกครั้ง พวกเขามีสีหน้าปิติยินดีอย่างปิดไม่มิด เห็นได้ชัดว่าวันนี้ได้ลาภก้อนโต
แต่เนื่องจากฉีเยว่และซ่งหนานสวมเครื่องแบบสีดำของหน่วยทหารรับจ้าง จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปหาเรื่อง
ถึงแม้จะรู้ว่าพวกเขาได้ของไปเยอะแค่ไหน ก็ไม่มีใครกล้ากระตุกหนวดเสือ
ดินแดนร้างนี่เป็นที่ที่ตัดสินกันด้วยความแข็งแกร่งจริงๆ
ยังมีอีกหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บ เดินโขยกเขยกพยุงร่างกลับเขตสลัมอย่างช้าๆ คนเหล่านี้คือคนที่โชคร้ายถูกลูกหลงจากนกกลายพันธุ์ ในป่าหม่อนคนเยอะตั้งขนาดนั้น แต่ดันเป็นพวกเขาที่โดนโจมตีจนบาดเจ็บ นับว่าโชคไม่ดีเอาเสียเลย
หากจะถามว่าใครได้ประโยชน์สูงสุดจากการเดินทางไปป่าหม่อนในวันนี้ ก็คงหนีไม่พ้นหน่วยรักษาความปลอดภัย
ทุกคนยิ้มแก้มปริกันถ้วนหน้า
วันนี้พวกเขาล่าได้ถึง 12 ตัว หลังจากใช้เครื่องตรวจวัดพบว่ามี 3 ตัวที่กินได้ และยังพบหินพลังงานในตัวสัตว์ตัวอื่นๆ อีกด้วย
เป็นหินพลังงานระดับ 3 หนึ่งก้อน และระดับ 2 อีกหนึ่งก้อน
ปีก่อนๆ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวลูกหม่อน ไม่เคยมีหน่วยรักษาความปลอดภัยหน่วยไหนควานหาหินพลังงานได้จากตัวนกเอี้ยงกลายพันธุ์เลย
ต้องบอกว่าวันนี้หน่วยรักษาความปลอดภัยที่เข้าเวรในป่าหม่อนดวงเฮงสุดๆ
บนถนนสายหลักที่ใช้เดินกลับฐาน เจียงสือเห็นหลายคนแบกกระบุงที่เต็มไปด้วยใบไม้สีเขียว พวกเขามีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีความยินดีจากการเก็บเกี่ยวเลยสักนิด
ทำให้เดาไม่ออกว่าใบไม้สีเขียวที่พวกเขานำกลับมานั้นกินได้หรือไม่
ใบไม้สีเขียวที่มีรสขม แม้จะกินได้ แต่ก็ไม่ใช่ทางเลือกแรกสำหรับอาหารของคนในดินแดนร้าง
เพราะในดินแดนร้างนี้ยังพอมีของที่กินได้อยู่บ้าง เพียงแต่การเก็บเกี่ยวอาจจะยากลำบาก ถ้าไม่ถึงขั้นไม่มีอะไรจะกินจริงๆ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีใครเก็บใบไม้พวกนั้นกลับมา
จุดเก็บของป่าที่อยู่ใกล้ฐานที่มั่นมีอาหารน้อย คนเยอะ และการแข่งขันสูง ไม่ใช่ทำเลที่ดีสำหรับการหาของป่าเลย
เธอคงต้องไปในที่ที่คนน้อยกว่านี้ เพื่อโอกาสที่จะเจอของดีๆ ได้มากกว่า
แน่นอนว่า... นั่นต้องรอให้เธอพัฒนาฝีมือให้แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ก่อน
เมื่อกลับถึงบ้าน เจียงสือวางกระบุงลงข้างโต๊ะอาหาร หยิบเหยือกน้ำมาเทน้ำดื่มหนึ่งแก้ว
เธอนั่งหลับตาและนึกถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เจอมาเมื่อช่วงบ่าย หัวใจยังคงเต้นรัวไม่หาย
มันน่ากลัวจริงๆ
แต่ท่าทางการสังหารงูกลายพันธุ์ของฉีเยว่บนต้นไม้นั้น เธอชื่นชมจากใจจริง
การโจมตีเพียงครั้งเดียวถึงแก่ชีวิต ต้องควบคุมจังหวะและความเร็วได้ดีขนาดไหนกันนะ... ไม่กล้าคิดเลยจริงๆ
เธอนั้นในตอนนี้เรียกได้ว่าอ่อนแอจนแทบจะจับไก่ไม่ได้ การต่อสู้ระยะประชิดก็แค่พอถูๆ ไถๆ แล้วการโจมตีระยะไกลล่ะ? ทั้งความแม่นยำและแรงปะทะยังไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง
วิชาการต่อสู้ระยะประชิดกำลังฝึกอยู่ แล้วถ้าจะฝึกโจมตีระยะไกลล่ะ ควรจะฝึกอะไรดี?
(จบตอน)